<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าได้เกรงใจ!แอมเนสตี้ตามงับ&#039;บิ๊กตู่&#039;ถึงอังกฤษ สั่งนายกฯเมย์ประณามโทษประหารในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.61 - แอมเนสตี้ &amp;nbsp;ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ &amp;nbsp;ทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ &amp;nbsp;&amp;#39;ต้องวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา&amp;#39; ต่อปัญหาสิทธิมนุษยชนของไทย ระหว่างการเดินทางมาเยือนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงสี่ปีหลังรัฐประหาร รัฐบาลทหารไทยได้ออกมาตรการควบคุมเข้มงวดมากขึ้นในประเทศ ออกกฎหมายเพื่อขัดขวางผู้วิพากษ์วิจารณ์ และขู่ให้ประชาชนหวาดกลัวจนต้องยอมจำนน&amp;quot; &amp;ndash; เคท อัลเลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในโอกาสการเดินทางมาเยือนของนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา วันที่ 20 มิถุนายน 2561 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องเทเรซา เมย์ให้แสดงข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่ถดถอยลงในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา แอมเนสตี้ได้ประณามอย่างต่อเนื่อง ต่อการจำกัดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยนับแต่รัฐประหารปี 2557 ซึ่งเป็นเหตุให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาเข้าสู่อำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ระบุว่า การพบปะกันครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะพูดคุยเกี่ยวกับข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ ซึ่งส่งผลให้มีการควบคุมตัวและดำเนินคดีกับหลายร้อยคน แอมเนสตี้ยังเรียกร้องนายกฯ เมย์ให้ประณามการประหารชีวิตเป็นครั้งแรกของไทยนับแต่ปี 2552 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคท อัลเลน ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหราชอาณาจักรเผยว่า เทเรซา เมย์ต้องไม่เกรงใจและวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา เมื่อประณามสถานการณ์ที่เลวร้ายด้านสิทธิมนุษยชนในไทย ในสัปดาห์นี้เอง ประเทศไทยมีการประหารชีวิตเป็นครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความถดถอยด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงสี่ปีหลังรัฐประหาร รัฐบาลทหารไทยได้ออกมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้นในประเทศ รวมทั้งการออกกฎหมายเพื่อขัดขวางผู้วิพากษ์วิจารณ์ และขู่ให้ประชาชนหวาดกลัวจนต้องยอมจำนน การประชุมระดับสูงเช่นนี้ ไม่ควรเป็นเพียงการเจรจาค้าขายด้วยการเซ็นเช็คและทำใบสั่งซื้อ หรือเพียงเพื่อหาความตกลงทางการค้ามาชดเชยผลกระทบด้านธุรกิจภายหลังการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ อังกฤษต้องไม่ยอมแลกเปลี่ยนความสามารถในการวิพากษ์วิจารณ์ต่อการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเลวร้าย กับผลประโยชน์ใดๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหราชอาณาจักรเน้นย้ำถึงความประสงค์ในการเจรจาทางการค้ากับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ย้ำว่า เทเรซา เมย์อย่าพูดเพียงว่า เธอได้แสดงข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนเท่านั้น แต่ควรให้รายละเอียดเพิ่มเติมอย่างชัดเจน รวมทั้งท่าทีของนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นหลักฐานกดดันให้เขาต้องรับผิดชอบต่อพันธกิจที่แสดงไว้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิทธิมนุษยชนถูกโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักกิจกรรม ผู้สื่อข่าว นักการเมือง นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ต่างถูกจับกุม ควบคุมตัวและดำเนินคดีอย่างสม่ำเสมอ สืบเนื่องจากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลและราชวงศ์อย่างสงบ ประเทศไทยมีกฎหมาย &amp;ldquo;หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ&amp;rdquo; ที่เข้มงวด ซึ่งเอาผิดกับความเห็นใดๆ ที่ถูกมองว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ กฎหมายเหล่านี้ได้ถูกใช้เพื่อดำเนินคดีและคุมขังผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางการไทยยังคงใช้มาตรการควบคุมจำกัดจนเกินกว่าเหตุต่อเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมอย่างสงบ และการสมาคม นอกจากนั้น ยังเพิ่มบทบาทของทหารในการบริหารงานยุติธรรม ซึ่งเห็นได้จากการให้อำนาจเจ้าพนักงานทหารในการจับกุมและควบคุมตัว และการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสิทธิที่จะมีอิสรภาพและความมั่นคงของบุคคลและสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อห้ามทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางการไทยปฏิเสธที่จะยกเลิกคำสั่งห้ามจัดกิจกรรมทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในปี 22562 หลังจากรัฐประหาร มีการควบคุมตัวบุคคลหลายร้อยคนเพื่อให้เข้ารับ &amp;ldquo;การปรับทัศนคติ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการลงโทษเชิงบังคับรูปแบบหนึ่ง โดยมีเป้าหมายเป็นผู้ที่ถูกมองว่าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และพวกเขายังต้องยอมรับเงื่อนไขที่เข้มงวดเพื่อแลกกับการปล่อยตัวออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่เข้าสู่อำนาจ รัฐบาลทหารได้ปราบปรามเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการใช้กฎหมายที่ควบคุมจำกัด การออกกฎหมายและคำสั่งใหม่ ๆ ที่จำกัดการใช้สิทธิอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรื้อฟื้นโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันจันทร์ที่ผ่านมา ทางการไทยได้ประหารชีวิตชายวัย 26 ปีที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยทารุณ นับเป็นการประหารชีวิตครั้งแรกตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 จากตัวเลขของกระทรวงยุติธรรมเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ระบุว่า ไทยมีนักโทษประหารอยู่จำนวน 510 คน เป็นผู้หญิง 94 คน ในจำนวนนี้ 193 คนเป็นนักโทษเด็ดขาดที่ผ่านกระบวนการอุทธรณ์คดีหมดสิ้นแล้ว เชื่อว่ากว่าครึ่งหนึ่งของนักโทษเหล่านี้ต้องโทษประหารในคดียาเสพติด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควีนอังกฤษ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย, อย่าเกรงใจ, เทเรซา เมย์, แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล, โทษประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a533f2e7e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
