<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สันติ’แบะท่าพร้อมนั่งขุนคลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;quot; แจง &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; ทิ้งเก้าอี้ รมว.คลัง เหตุปัญหาสุขภาพเส้นเลือดในสมองตีบหมอให้พักผ่อน ยันไม่กระทบงานเศรษฐกิจ จะตั้งคนใหม่ในเวลาที่เหมาะสม ซัดคนฉวยโอกาสขย่มทำไมไม่เชื่อมั่นรัฐบาลทำงานได้ &amp;ldquo;ป้อม&amp;rdquo; ระบุความเชื่อมั่นเศรษฐกิจอยู่ที่นายกฯ ด้าน &amp;quot;สันติ&amp;quot; ปัดขัดแย้งเรื่องตั้งอธิบดี แบะท่าพร้อมนั่งขุนคลังแทน เลขาฯ พปชร.ชี้เก้าอี้คลังเป็นโควตานายกฯ &amp;quot;7 พรรคเล็ก&amp;quot; แถลงหนุน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ควบคลัง ปล่อยเก้าอี้กลาโหมให้ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 2 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่ง รมว.การคลัง ว่าเป็นเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องลาออก เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพที่เคยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบมาก่อน ซึ่งนายปรีดีก็พยายามช่วยตนและรัฐบาลทำงานมาตลอด แต่นายปรีดีเองกังวล ถ้าเป็นรุนแรงเช่นนี้ และแพทย์ให้พักผ่อนด้วย ดังนั้นตนต้องเข้าใจเหตุผลความจำเป็น ก็ไม่เป็นไร ยืนยันรัฐบาลทำงานได้แน่นอน เพราะมีระเบียบในการรักษาราชการในการกำกับดูแลอยู่แล้ว อีกทั้งมีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจพร้อมกำกับดูแลกระทรวงการคลังให้เป็นกติกาและกฎการบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้วไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะขาดตรงไหนทำได้ เพราะมีคนทำงาน ข้าราชการก็อยู่ รัฐมนตรีช่วยก็มีทุกๆ กระทรวง นายกฯ ก็กำกับดูแลอยู่แล้ว ทุกเรื่องไปก็ขอฝากไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระทบภาพรวมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มี เพราะตัวโครงการยังอยู่ คนทำงานก็เป็นคนทำงานอยู่ รัฐมนตรีเป็นผู้ที่ขับเคลื่อน ถ้ารัฐมนตรีว่าการไม่อยู่ ก็ยังมีรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่ และตนเป็นคนขับเคลื่อนในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจอยู่แล้ว และตนทำงานร่วมกันมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นของทุกโครงการ ข้อสำคัญคือเราอย่าพูดจนมันเสียหายก็แล้วกัน ขอร้องหลายๆ คนที่ออกมาพูดตอนนี้ เหมือนกับได้โอกาสอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่เอาประเทศชาติมาก่อน ทำไมไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลทำงานได้ เราต้องทำงานให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่ายึดติดกับบุคคลมากนักในเรื่องการทำงานในระดับปฏิบัติ มีระดับนโยบาย คือผมมีรัฐบาล ฝ่ายการเมือง เป็นผู้ขับเคลื่อนตรงแล้วไปสู่ภาคปฏิบัติคือข้าราชการ ทุกคนเป็นคนทำงาน โดยกระทรวงและรัฐมนตรีเอานโยบายไปแปลงสู่การปฏิบัติข้าราชการ เขาทำอยู่แล้ว ผมกำกับดูแลได้ในฐานะเป็นหัวหน้าทั้งหมด ใน ครม. หรือในการประชุมย่อย ผมสั่งการได้ทั้งหมดอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าอีกนานหรือไม่กว่าจะตั้ง รมว.การคลังคนใหม่ ช่วงใดเป็นเวลาเหมาะสม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อถามย้ำว่าจะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็เหมาะสมไง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องปัญหาสุขภาพ โดยมีอาการชาครึ่งซีก แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นสโตรก ส่วนการหาผู้มาทำหน้าที่แทนเป็นเรื่องของนายกฯ ที่มีกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างนายปรีดีกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ยืนยันว่าไม่มีข่าวที่ออกผิด และไม่มีการล้วงลูกแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงการคลัง เป็นเรื่องการป่วยอย่างเดียวจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านได้ทีออกมาโจมตีเรื่องความเชื่อมั่นของรัฐบาลหลังนายปรีดีลาออก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คนที่สร้างความเชื่อมั่นคือนายกฯ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ปัด&amp;quot;ปรีดี&amp;quot;ขัดแย้งกับ&amp;quot;สันติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเวลา 08.30 น. เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการลาออกของนายปรีดี จะมอบหมายให้ใครมารักษาการแทน รองนายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวจะลองไปฟังก่อน เมื่อถามว่านายปรีดีจะยังอยู่ช่วยงานรัฐบาลในฐานะที่ปรึกษาต่อไปหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ให้ท่านไปพักผ่อนก่อนเพื่อรักษาสุขภาพ ผมคิดว่าจิตใจท่านพร้อมที่จะช่วยรัฐบาลอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการลาออกในช่วงรอยต่อขณะนี้จะกระทบกับมาตรการของกระทรวงการคลังหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะวันนี้เข้าสู่กระบวนการแล้ว เมื่อถามย้ำว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอย่างไร นายสุพัฒนพงษ์ตอบว่า ก็ดูกันที่ผลงานที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลังทำหน้าที่รักษาการอยู่ ส่วนจะรีบหาบุคคลที่มาทำหน้าที่แทนหรือไม่ ตนไม่ทราบ อันนี้ต้องถามนายกฯ เชื่อว่าในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือ ศบศ. ภาคเอกชนคงจะได้เข้าหารือกับนายกฯ อาจจะมีใครเสนอแนะอะไรดีๆ ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวถึงกระแสข่าวนายปรีดีลาออกเพราะขัดแย้งกันเรื่องแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงว่า ยืนยันไม่มีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องดังกล่าว และความจริงอำนาจทุกอย่างก็เป็นของรัฐมนตรีว่าการ ส่วนตำแหน่งตนเป็นรัฐมนตรีช่วย ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าช่วยให้ภารกิจต่างๆ ที่รัฐมนตรีมอบหมายให้เสร็จอย่างเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด สังคมอาจเข้าใจว่าการแต่งตั้งข้าราชการระดับอธิบดีมีความขัดแย้งกัน ยืนยันไม่มีความขัดแย้ง สังเกตได้ว่าสัปดาห์ที่แล้วชื่อของอธิบดีเป็นอย่างไร สัปดาห์นี้ก็ผ่านไปด้วยความราบรื่น ชื่อไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่การทำงานต้องมีการให้ข้อคิดเห็น ส่วนการตัดสินใจขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ เมื่อรัฐมนตรีว่าการมาเป็นผู้บังคับบัญชา เราก็ต้องฟัง และรัฐมนตรีว่าการเองก็ต้องฟังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ย. เวลาประมาณ 20.00 น. นายปรีดีโทร.มาหาว่าไม่ทราบว่าข่าวออกมาทำนองนั้นได้อย่างไร ท่านบอกว่าต้องแสดงความเสียใจกับผมที่ข่าวออกมาแบบนั้น ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้มีอะไรขัดแย้ง ท่านยังขอบคุณผมด้วยซ้ำที่ให้ความร่วมมือในทุกเรื่องทุกประเด็น และผมยังแนะนำประสบการณ์ที่ได้ทำงานมาเกิน 1 ปี ทำให้หลายเรื่องที่นายปรีดีออกนโยบายไปแล้วไม่ต้องมาศึกษา ผมเองก็ได้ช่วยงานท่านเยอะ ท่านก็บอกว่าอย่างนั้น และท่านก็ไว้ใจผมที่ไปทำงานในสภา ดังนั้นขอเรียนว่าทำงานด้วยความเข้าอกเข้าใจ ไม่มีความขัดแย้งแม้แต่น้อย นายปรีดีบอกว่าเคยป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้รักษาตัวหายแล้ว การมาทำงานในกระทรวงการคลังระยะนี้ จากภาวะโควิดและภาวะเศรษฐกิจโลกผู้ที่มาทำงานอยู่ใน กระทรวงการคลังต้องยอมรับมีความกดดัน มีนโยบายใหม่ๆ ที่จะต้องคิดออกมาเพื่อดูแลประชาชนในทุกภาค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจแย่มากจนทำให้นายปรีดีลาออก ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน นายสันติกล่าวว่า ไม่เป็นความจริงที่สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รัฐมนตรีต้องลาออก เพราะเราโดยเฉพาะนายกฯ ยังสามารถรับได้ทุกสถานการณ์ เพราะเป็นทั่วโลก แต่ประชาชนอาจมีความลำบากอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ๆ ในโลกพี่น้องของเรา แม้จะมีเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง แต่ด้านอื่นๆ เรายังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะระบบการเงินของเรายังดี มีเสถียรภาพที่แข็งแกร่งมาก และไม่มีความขัดแย้งทั้งภายในพรรคพลังประชารัฐหรือกับตนแม้แต่นิดเดียว ทั้งนี้ ตนให้ความร่วมมือเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในการผ่อนงานของนายปรีดี จะทำงานสนองในทุกเรื่อง
&amp;quot;สันติ&amp;quot;แบะท่าเสียบแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงรัฐมนตรีคนใหม่ควรมีคุณสมบัติอย่างไร เพราะหลายคนมองว่านายสันติก็สามารถเป็นรัฐมนตรีเองได้ นายสันติ กล่าวว่า ในภาวะเร่งด่วนแบบนี้ต้องมีผู้ที่รู้สถานการณ์ของทั้งประชาชนและระบบเศรษฐกิจในประเทศและโลกว่าเป็นอย่างไร และรัฐมนตรีที่จะมาใหม่ต้องเข้าไปสนับสนุนในภาคส่วนที่พลิกวิกฤติของโควิดให้เป็นโอกาสให้จงได้ ในสิ่งที่คนทั้งโลก 7,000 ล้านคนต้องกินต้องใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ด้วยความรู้ความสามารถที่มีอยู่ หากนายกฯทาบทามให้เป็น รมว.การคลัง พร้อมหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า สิ่งที่ตนทราบเพราะได้ทำงานกับนายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.การคลังมาเป็นเวลาหนึ่งปี สิ่งที่นายอุตตมทราบ ตนก็ทราบ สิ่งที่นายอุตตมทำแล้วเป็นประโยชน์ให้ทุกภาคฝ่าย ตนก็ทราบ สิ่งที่เป็นจุดอ่อนตนก็ทราบอีก ฉะนั้นต่อไปข้างหน้าเป็นเรื่องของนายกฯ เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าถ้านายกฯ ทาบทามจะไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ รมช. การคลังตอบว่า การทำงานให้บ้านเมืองโดยที่เดินต่อไปได้เลย ไม่ต้องศึกษางานนั้นก็ต้องอยู่ที่นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร ในอดีตตนก็เคยอยู่กระทรวงใหญ่ๆ มาแล้ว เคยเป็น รมว.คมนาคม รมว.การพัฒนาสังคมฯ ซึ่งตนมีความเชี่ยวชาญและภูมิต้านทานพร้อมรับแรงกดดันในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ดูเหมือนจะไม่ขัดข้องในการเป็น รมว.การคลัง นายสันติกล่าวว่า &amp;quot;นายกฯ และ พล.อ.ประวิตรมอบหมายให้ทำงานตรงไหน ก็พร้อมน้อมรับทำงานเพื่อบ้านเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายปรีดีลาออกเนื่องจากถูกกดดันทางการเมืองจากพรรค พปชร.ว่า ไม่มี&amp;nbsp; และในที่ประชุม ศบศ.ก็ไม่ได้หารือเกี่ยวกับรัฐมนตรีคนใหม่ที่จะมาทำหน้าที่แทนนายปรีดีแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีนายปรีดีลาออก ในการประชุมพรรคจะนำเข้าสู่การพิจารณาหรือไม่ ว่าขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย ไม่มีในวาระการประชุม ส่วนพรรคจะไม่ส่งชื่อในโควตาใช่หรือไม่ ตรงนี้ก็จะส่งสัญญาณให้เองว่าเป็นอย่างไร เรื่องการแต่งตั้ง รมว.การคลังคนใหม่ ควรเป็นเรื่องของนายกฯ และ ครม. เพราะเป็นโควตาของนายกฯ ซึ่งนายกฯ ต้องเป็นคนดำเนินการ ส่วนนายกฯ จำเป็นต้องปรึกษา พล.อ.ประวิตรหรือไม่ ก็ต้องไปว่ากันในรายละเอียด แต่อำนาจก็เป็นของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในฐานะที่พรรค พปชร.เป็นพรรครัฐบาล การลาออกครั้งนี้จะกระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาลหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องปกติ กรณีที่รัฐมนตรีมีปัญหาสุขภาพ และเราก็ทราบดีว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาพอสมควร ต้องเห็นใจท่านด้วย ส่วนที่ถูกมองว่ามีความขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์นั้น คิดว่าไม่ใช่ในรายละเอียด ไม่เป็นประเด็นขนาดนั้น เป็นปัญหาเรื่องสุขภาพของนายปรีดีมากกว่าเรื่องความขัดแย้ง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองแน่นอน เชื่อว่านายกฯ คงมีคนที่ดีและเหมาะสมในการบริหารบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการมองกันว่ารัฐบาลเริ่มนับถอยหลังแล้วนั้น นายอนุชากล่าวว่า คิดว่าไม่จำเป็น&amp;nbsp; ไม่ใช่เลย เพราะในวิกฤติต่างๆอาจจะมีโอกาสและน่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในประเทศในหลายเรื่อง&amp;nbsp; นายกฯ และรัฐบาลก็จะพยายามฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อนำพาประเทศไปได้ด้วยดี ขอให้มั่นใจยังมีคนเก่งอีกเยอะ เราผ่านในสิ่งที่เราคิดว่าใช่มาตลอด แล้วมันใช่หรือไม่ เราอาจคิดว่าเขาเก่งด้านนี้ แต่บางครั้งก็ไม่ใช่ เพราะโจทย์ของประเทศยังมีอีกหลากหลาย ไม่เกี่ยวว่าคนนอกเข้ามาแล้วจะทำงานการเมืองไม่ได้ มั่นใจว่ารัฐบาลอยู่ครบเทอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ&amp;nbsp; กล่าวเช่นกันว่า เรื่องคนป่วยมันห้ามกันไม่ได้ ก่อนหน้านี้ นายชินโซ อาเบะ อดีตนายกฯ ญี่ปุ่น ประกาศลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เมื่อเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ยืนยันไม่กระทบความเชื่อมั่นต่างชาติ เพราะมีคนอื่นดูแลได้ อย่างน้อยนายกฯ ก็ดูแลได้
7พรรคหนุน&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ควบ&amp;quot;คลัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า นายปรีดีลาออกไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ได้หรอกเพราะนี่คือรัฐบาล ดังนั้นคนคนเดียวทำให้เสียหายไม่ได้ เพราะมีนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ และรัฐมนตรีอื่นๆ ทำงาน ในกระทรวงการคลังเองก็มี รมช.การคลังทำหน้าที่อยู่ ระบบบริหารราชการแผ่นดินไม่เสียหายอยู่แล้ว อีกทั้งปลัด อธิบดีต่างๆ กระทรวงการคลังก็ยังอยู่ ดังนั้นอย่าไปกังวลมาก เชื่อว่าภาคเอกชนยังเชื่อมั่นในรัฐบาล และรัฐบาลก็ไม่ได้ทำอะไรให้เสียหาย และรัฐบาลยังคงทำงานทุกวัน ต้องเชื่อมั่นในตัวรัฐบาล ไม่ใช่เชื่อมั่นในตัวบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา 7 พรรคเล็ก นำโดยนายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย, นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายพิเชษฐกล่าวว่า หลังจากยื่นใบลาของ รมว.การคลัง เราเป็นห่วงเสถียรภาพรัฐบาล เพราะตำแหน่งนี้มีความสำคัญ เราจึงได้มีการหารือกันในกลุ่ม 7&amp;nbsp; พรรคเล็ก เบื้องต้นเพื่อไม่ให้เป็นการกดดันการสรรหาคนที่มาทำหน้าที่แทนตำแหน่งนี้ ดังนั้น กลุ่มเราเสนอว่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ ควบตำแหน่ง รมว.การคลัง ซึ่งในหลักการนายกฯ ก็ดูแลอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องห่วงกลุ่มหรือพรรคต่างๆ ที่จะผลักดันคนมานั่ง รมว.การคลัง นอกจากนี้เรายังเห็นว่า พล.อ.ประวิตรเคยควบ รมว.กลาโหม ดังนั้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระนายกฯ จึงอยากเสนอให้ พล.อ.ประวิตรควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่งบประมาณจะเข้าในวาระ 2 ในเดือน ก.ย. รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ทุกอย่างเดินไปปกติ ไม่มีปัญหา สร้างความเชื่อมั่นการลงทุนให้ต่างประเทศ จึงเป็นแนวทางที่พรรคเล็กอยากเสนอไปยังนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เพื่อเป็นการทวงเก้าอี้ รมว.กลาโหมให้ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นความเห็นของพรรคเล็ก และเราเห็นว่า พล.อ.ประวิตรมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้น หน้าตาแจ่มใส สามารถรับภาระได้อีกหนึ่งกระทรวง และกระทรวงกลาโหมก็ทำมาทั้งชีวิตอยู่แล้ว ส่วนนายกฯ หากจะดูทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม ตนก็กลัวว่าอาจจะนอนไม่ถึง 1 ชั่วโมง ห่วงเรื่องสุขภาพ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเล็กสนใจ รมต.บ้างหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ช่วงนี้ไม่ใช่เวลา เพราะมีการปรับ ครม.ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยพบ แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลว และต้องมีมูลเหตุยิ่งใหญ่เหลือวิสัย จนทำให้นายปรีดีตัดสินใจลาออก&amp;nbsp; ตนไม่เชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้นายปรีดีลาออกคือเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่ตกต่ำ การลาออกครั้งนี้ถือว่าสะเทือนขวัญกำลังใจความเชื่อมั่นในการลงทุนและการบริโภค ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคิดว่าจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาอย่างไร ไม่ง่ายที่จะหาคนใหม่มาเป็นรัฐมนตรีตำแหน่งนี้ ยังคิดอยู่ในใจว่าอาจจะต้องกลับไปใช้คนในกลุ่ม 4 กุมาร ซึ่งอาจไม่ใช่นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.การคลังก็ได้ แต่เป็นคนในกลุ่มนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ลำพังอ้างเหตุเรื่องสุขภาพน่าจะยังไม่พอ เหตุที่นายปรีดีชิงลาออก นายปรีดีมีปัญหากับระบบหรือมีปัญหากับคน สาเหตุที่ต้องรีบลาออกมาจากปัญหาใด ควรมีคำตอบให้กับประชาชน นายปรีดีพยายามสื่อสารคล้ายกับว่าต้องไปคัดง้างกับระบบการเมืองโบราณในพรรคพลังประชารัฐ ในลักษณะคนดีอยู่ไม่ได้ แต่คนมีคดี คนมีปัญหา คนต้นทุนทางสังคมต่ำ กลับอยู่ในพรรคได้ การชิงลาออกของนายปรีดีส่งผลต่อความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลติดลบเสียหายอย่างหนัก อาจไม่ใช่รายสุดท้าย ถ้ายังปล่อยให้ปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มก๊วนในพรรคพปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า นายปรีดี ลาออกจากตำแหน่งได้สร้างผลสั่นสะเทือนให้กับเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อย่างมาก ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีเหลือแล้ว สมควรที่ พล.อ.ประยุทธ์จะรู้ตัวได้แล้วว่าหมดเวลาในการบริหารประเทศแล้ว เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดหนัก จะเกินความรู้ความสามารถจะแก้ไขได้ และควรจะต้องรีบลาออกตามนายปรีดีไปได้แล้ว เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้ามาบริหารประเทศแทน ยิ่งพยายามดื้อรั้นที่จะอยู่ต่อไป ก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ เหมือนรอวันเจ๊งเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า คนที่เหมาะสมที่จะมาแทนนายปรีดีคือนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง จะเห็นว่าที่ผ่านมานายสันติผ่านการเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง และกระทรวงที่ผ่านมาล้วนมีศักดิ์ศรีไม่น้อยกว่ากระทรวงการคลัง นายสันติเป็นนายทุนพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันก็เป็นผู้อำนวยการพรรค และที่ทำการพรรคปัจจุบันยังใช้ตึกของนายสันติอีกด้วย และจะไม่มีปัญหาเรื่องคลื่นใต้น้ำในพรรค หากไม่แต่งตั้งนายสันติ ใครมาเป็นรัฐมนตรีว่าการจะมีปัญหาอีก ใครไม่ฟังนายสันติก็อยู่ยาก และเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นอีก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76332</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ, ปรีดี ดาวฉาย, ปัญหาสุขภาพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.คลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fba1324b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หน.วิเชียร&#039;แจงมีปัญหาสุขภาพขอย้ายเอง ปัดโดนกดดันคดีเสือดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค. 62 &amp;ndash; ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวชี้แจงกรณีขอย้ายออกจากพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวิเชียร เปิดเผยว่า การทำเรื่องขอย้ายครั้งนี้ เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพโดยป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารมานานกว่า 1 ปี และมีอาการค่อนข้างรุนแรง ต้องพบแพทย์อยู่เป็นประจำ แต่โรงพยาบาลอยู่ไกล ประกอบกับเส้นทางภายในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าฯ เป็นพื้นผิวถนนลูกรัง จึงเดินทางลำบากและส่งผลต่อบาดแผล นอกจากนี้ยังมีความเป็นห่วงครอบครัว จึงอยากย้ายกลับไปอยู่พื้นที่ภาคอีสาน เพื่อดูแลลูกชายวัย 1 ขวบ เนื่องจากพื้นที่ปฏิบัติงานปัจจุบันมีความห่างไกลจากบ้านมากกว่า 1,000 กิโลเมตร มีโอกาสได้เจอหน้าลูกมากสุดเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายวิเชียร ยังยืนยันอีกว่าการขอย้ายออกจากพื้นที่ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล หรือคดี&amp;quot;เสือดำ&amp;quot;แต่อย่างใด เพราะคดีดังกล่าวศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว การนัดสืบพยาน หรือให้ปากคำต้องดำเนินการในศาลชั้นต้นเท่านั้น ส่วนชั้นอุทธรณ์และฎีกาไม่ต้องเข้าพบศาลแต่อย่างใด พร้อมกับย้ำว่าไม่มีการกดดันตามกระแสของสื่อโซเชียลมีเดีย ขณะที่อธิบดีกรมอุทยานฯ และผู้บังคับบัญชา มีความเป็นห่วง และดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด จึงไม่มีความกังวลต่ออิทธิพลใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมโภชน์ กล่าวว่า นายวิเชียรมีปัญหาด้านสุขภาพจริง และต้องการที่จะไปรักษาตัว พร้อมดูแลครอบครัว ซึ่งกรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพของบุคลากรมาเป็นอันดับต้น ๆ ส่วนหนังสือคำร้องขอย้ายพื้นที่ อยู่ระหว่างรอคำสั่งและการพิจารณาจากอธิบดีกรมอุทยานฯ โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนภายใน พิจารณาตามคำร้องขอนายวิเชียรในการจัดสรรพื้นที่ประจำการ คาดว่าประมาณ 1 เดือนจะทราบผล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานฯ, คดีเสือดำ, ปัญหาสุขภาพ, วิเชียร ชิณวงษ์, หัวหน้าป่าทุ่งใหญ่นเรศวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9be3f1ac8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 22:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.พิจิตรจับคุณหมออวบ-พยาบาลอ้วน เข้าคอร์สท้าดวลชวนลดพุง100วัน1,000กิโล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.62 - นายแพทย์สุรชัย &amp;nbsp;แก้วหิรัญ ผู้อำยนวยการโรงพยาบาลพิจิตร &amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์วันความดันโลหิตสูง &amp;ndash; วันงดสูบบหรี่ &amp;ndash; โรงพยาบาลเค็มน้อยอร่อย (3) ดี และกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพ 100 วัน 1,000 กิโล ซึ่งจัดขึ้นภายในโรงพยาบาลพิจิตรเพื่อให้ประชาชนรวมถึงผู้ป่วยและแพทย์ &amp;nbsp;พยาบาล &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพิจิตร ได้เข้าใจและตระหนักถึงปัญหาสุขภาพ สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมรวมถึงความเครียด &amp;nbsp;ขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ &amp;nbsp;ดื่มสุรา ซึ่งล้วนเป็นต้นเหตุของภาวะอ้วนลงพุง &amp;nbsp;เบาหวาน &amp;nbsp;ความดันโลหิตสูง &amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง &amp;nbsp;พิการ และเสียชีวิต แถมยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาและก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการควบคุมและป้องกันจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ด้วยการประสานความร่วมมือทั้งภายในองค์กรและภาคเอกชน ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นรูปแบบการให้ความรู้ถึงวิธีที่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงไม่ต้องเดินเข้า-ออก โรงพยาบาลบ่อยๆ &amp;nbsp;ทำได้ง่ายๆเพียงแค่ควบคุมอาหาร &amp;nbsp;หลักการคือ ลดอาหารที่ให้พลังงานสูงได้แก่ &amp;nbsp;อาหารทอด &amp;nbsp;ไขมัน &amp;nbsp;เนื้อติดมัน &amp;nbsp;กะทิ &amp;nbsp;น้ำอัดลม &amp;nbsp;ขนมหวาน &amp;nbsp;ขนมทอดกรอบ และไม่กินอาหารเค็ม &amp;nbsp;ซึ่งส่งผลต่อโรคไต &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมที่เป็นรูปธรรม &amp;nbsp;คือ ร้านอาหาร หรือ โรงอาหารภายในโรงพยาบาลพิจิตร &amp;nbsp;จะต้องปรุงอาหารไม่ให้มีรสเค็มจัด รวมถึงรณรงค์ให้ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ตลอดจนแพทย์ &amp;nbsp;พยาบาล &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ ของโรงพยาบาลพิจิตร ต้องฝึกปฏิบัติตนรับประทานอาหารประเภทรสจืด &amp;nbsp;เพื่อสุขภาพที่ดี ของตนเองด้วย &amp;nbsp;อีกทั้งต้องมีวินัยในการออกกำลังกาย &amp;nbsp;เดินเร็วๆ 30 นาทีต่อวัน &amp;nbsp;การยืนหรือเดินไปมาแทนที่จะนั่งหรือนอนเฉยๆเพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงานอันจะมีผลดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ร้านค้าภายในโรงพยาบาลพิจิตรต่างร่วมกันลงนาม MOU เพื่อร่วมโครงการอาหารสชาติเค็มต้องลดลงให้ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของโครงการและกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ &amp;nbsp;นายแพทย์สุรชัย &amp;nbsp;แก้วหิรัญ ผอ.รพ.พิจิตร &amp;nbsp;และ พญ.เพ็ญศรี &amp;nbsp;มโนวชิรสรรค์ &amp;nbsp;รอง ผอ.ด้านปฐมภูมิ &amp;nbsp; ชี้แจงว่า &amp;nbsp;รพ.พิจิตร มีบุคลากรแพทย์ &amp;ndash; พยาบาล &amp;ndash;เจ้าหน้าที่ รวมกว่า 1,200 คน แต่พบว่ามีจำนวน 415 คน &amp;nbsp;ที่ตรวจวัดแล้วพบว่าดัชนีมวลกายเกินค่ามาตรฐาน ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือเข้าขั้นอวบจนถึงเข้าขั้นอ้วน ลงพุง ดังนั้นเพื่อให้แพทย์ พยาบาล &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ ของ รพ.พิจิตร เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นตัวอย่างที่ดีด้านบุคลิกภาพ &amp;nbsp; โรงพยาบาลพิจิตร จึงได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพ 100 วัน 1,000 กิโล โดยจับเอาบุคลากรทั้ง 415 คน ให้มาเข้าคอร์สหรือแบ่งกลุ่มกันเพื่อชักชวนกันเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและสร้างพฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อลดพุง &amp;nbsp;ลดความอ้วน เป้าหมายดีเดย์เริ่มจากวันนี้ 31 พ.ค. 2562 ทั้ง 415 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;ทุกคนจะมีเวลา 100 วัน &amp;nbsp;ถึง &amp;nbsp;24 ก.ย. 2562 &amp;nbsp;( วันมหิดล ) ต้องลดน้ำหนักรวมกันแล้วให้ได้ 1,000 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นกิจกรรมกลุ่มที่ท้าทายให้ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าจะทำได้ไหม ทำได้จริงหรือเปล่า?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37346</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์สุรชัย  แก้วหิรัญ, ปัญหาสุขภาพ, ลดไขมัน, วันงดสูบบุหรี่โลก, โรงพยาบาลพิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf141de6af71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;ยันไม่น้อยใจอยู่ลำดับสุดท้ายปาร์ตี้ลิสต์ เพราะมีปัญหาสุขภาพ แค่ช่วยลูกชายขึ้นเวทีปราศรัยก็พอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.62- &amp;nbsp;นายอาคม เอ่งฉ้วน ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 150 จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในอดีตนั้นระบบบัญชีรายชื่อของตนอยู่อันดับที่ 15 แต่ในครั้งนี้ตนเองได้แจ้งกับนาย จุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ติดใจ ตนเองจะได้อันดับที่เท่าไรไม่สำคัญ &amp;nbsp;เพราะตนเองไม่ประสงค์ที่จะเป็น ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ &amp;nbsp;เนื่องจากตัวเองมีปัญหาเรื่องสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 150 นั้นตนไม่ติดใจและไม่โกรธพรรค &amp;nbsp;ไม่เสียใจ ไม่น้อยใจ &amp;nbsp;เพียงแต่ตนเองต้องการขึ้นเวทีหาเสียให้ลูกชายเท่านั้น &amp;nbsp;ให้ถูกต้องตามกฎหมายการเลือกตั้ง ที่กำหนดไว้ว่า &amp;nbsp;ผู้ที่จะขึ้นเวทีปราศรัย หรือถ่ายรูปหาเสียคู่กับผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องเป็น ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็น &amp;nbsp;ส.ส.มา 10 สมัย อยู่กับพรรคมา 30 ปี อันดับที่ 150 &amp;nbsp;ในระบบบัญชีราย ที่พรรคจัดให้ มีหลายคนมาพูดกับผมว่า อันดับ 150 เอาทำไม ซึ่งผมเองตอบกลับไปว่าไม่ได้ติดใจ ผมต้องการขึ้นเวทีปราศรัยหายเสียเท่านั้นเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคมกล่าวว่า ในส่วนคนของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการลาออกจากพรรค หรือน้อยใจพรรค ระบายออกทางโซเซียลนั้น ตนเองมองว่า เป็นเพราะบุคคลเหล่านั้นอยู่ในพรรคมานาน เลยน้อยใจเสียเป็นเรื่องปกติ. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29980</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์, ปัญหาสุขภาพ, ลำดับปรา์ตี้ลิสต์ 150, อดีตรัฐมนตรี 10 สมัย, อาคม เอ่งฉ้วน, ไม่น้อยใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c74dd42aea75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉลองเทศกาลสงกรานต์กับสว. เตรียมสุขภาพให้พร้อมเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ขณะแวะปั๊มพักรถ แนะนำว่าให้ผู้สูงอายุลงมาเดินยืดเส้นยืดสาย เพื่อป้องกันการปวดเมื่อยตามร่างกาย สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกล)

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการเดินทางหลั่งไหลกลับต่างจังหวัด เพื่อไปเยี่ยมญาติหรือไปท่องเที่ยว คือข้อควรปฏิบัติในการดูแลสุขภาพระหว่างทาง โดยเฉพาะคุณตาคุณยายที่ต้องโดยสารทั้งรถประจำทางและรถส่วนตัว ในสภาพการจราจรมักติดขัด อีกทั้งการที่ผู้สูงอายุต้องนั่งอยู่ในรถนานๆ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้มากกว่าวัยอื่นๆ ไม่ว่าจะอาการของโรคประจำตัวกำเริบ หรืออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมไปถึงการเป็นลมหน้ามืด เนื่องจากอากาศในช่วงเดือนเมษายนค่อนข้างร้อนจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.เอกกิตติ์ สุรการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงาน &amp;ldquo;Trauma Day 2018 : ป้องกันและเตรียมรับมือช่วง 7 วันอันตรายก่อนสงกรานต์&amp;rdquo; นพ.เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการอาวุโสแผนกฉุกเฉินและศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติตัว ขณะเดินทางของผู้สูงอายุในช่วงวันปีใหม่ไทยไว้น่าสนใจว่า &amp;ldquo;ผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องนั่งรถกลับบ้านในช่วงสงกรานต์ หลักๆ แล้วประกอบด้วย &amp;ldquo;การป้องตัวเอง&amp;rdquo; เพราะอย่าลืมว่าปัญหาหนึ่งของคุณตาคุณยายคือการเคลื่อนไหว้ที่ช้าลง รวมถึงการก้าวเดินที่จะไม่ค่อยมั่นคง ดังนั้นการขึ้น-ลงรถขอให้ทำอย่างช้าๆ ที่สำคัญก็ควรจะมีลูกหลานคอยประคองด้วย นอกจากนี้ การป้องกันตัวเองเกี่ยวกับระบบปัญหากระดูกและมวลเนื้อเยื่อที่ลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ &amp;ldquo;กระดูกหักง่าย&amp;rdquo; และยังส่งผลให้อวัยวะภายในอาจเกิดการชอกช้ำหรือมีการแตกหัก และมีเลือดออกภายใน โอกาสรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหากต้องโดยสารรถยนต์ส่วนตัว หรือรถประจำทาง อาจจำเป็นต้องนั่งในที่นั่งที่มีเข็มขัดนิรภัยและต้องคาดด้วย บางครั้งผู้สูงอายุอาจจะไม่คุ้นเคยหรือไม่สบายตัว แต่ขอให้คิดอยู่เสมอถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ การใส่อุปกรณ์ป้องกันจะช่วยลดการสูญเสียและการบาดเจ็บได้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การเดินทางในช่วงวันหยุดปีใหม่ไทย ผู้สูงอายุควรพกยาประจำตัวไปด้วยทุกครั้ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายของคุณตาคุณยายที่มีอายุมาก มักจะมีปัญหา &amp;ldquo;เรื่องของโรคประจำตัว&amp;rdquo; และจำเป็นต้องยาใช้ต่อเนื่อง หมอแนะนำว่า 1.ให้พกยาประจำตัวไปด้วย 2.จดหรือทำบันทึกเล่มเล็กๆ ว่าผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวอะไร และต้องกินยาอะไรต่อเนื่อง เมื่อเกิดการบาดเจ็บ คุณหมอจะได้ให้การรักษาเบื้องต้นจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และโรคประจำตัวไปด้วยเช่นกัน เพราะว่าโรคเรื้อรังบางชนิดค่อนข้างมีความอันตรายสูง เช่น โรคสมอง หัวใจ ปอด เบาหวานที่มีอาการรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อการเสียชีวิต และการหายของแผลได้ จึงจำเป็นต้องรู้ประวัติของผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางกลับต่างจังหวัดหรือไปเยี่ยมญาติ ควรมีลูกหลานคอยประคองขณะขึ้น-ลงรถ เพราะผู้สูงวัยมักจะมีปัญหาเรื่องกระดูกที่เสี่ยงต่อการหกล้มได้ง่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อาการที่เกิดได้ในช่วงสภาพอากาศร้อน และต้องโดยสารบนรถที่ค่อนข้างแออัด อย่าง &amp;ldquo;อาการวูบ-อ่อนเพลีย&amp;rdquo; ถ้าต้องเดินทางไกลๆ อันที่จริงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุหมอแนะนำให้ลูกหลานที่ดูแลหมั่นจอดรถเพื่อให้ท่านได้พักบ่อยๆ ที่สำคัญยังทำให้คนขับได้พัก ได้สดชื่น นอกจากนี้ก็อย่าให้ผู้สูงอายุนั่งติดต่อกันนานๆ โดยขณะที่จอดพักรถก็ให้พาท่านลงมาเดินเพื่อยืดเส้นยืดสาย และอีกหนึ่งข้อปฏิบัติที่ลืมไม่ได้นั้น แนะนำว่าต้องการกินน้ำและอาหารให้มาก เพื่อป้องกันการหิวหรือขาดอาหารขณะเดินทาง เรื่องสำคัญอีกเรื่อง จะต้องระวังรูปแบบการขับรถ โดยห้ามขับขี่ในลักษณะกระตุกไปมา เพราะจะทำให้กระเทือนและรู้สึกเวียนหัว &amp;nbsp;หน้ามืด เป็นลม ในช่วงการจราจรหนาแน่นครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6771</URL_LINK>
                <HASHTAG>Trauma Day 2018, การดูแลสุขภาพ, คุณภาพชีวิต, จราจรติดขัด, ปัญหาสุขภาพ, อาการวูบ-อ่อนเพลีย, เทศกาลสงกรานต์, โรคประจำตัวกำเริบ, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb5ab5c9476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
