<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญหาเรื่องโรคสมอง  ต้องเริ่มจากเข้าใจดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ด้วยจากสถิติประชากรของผู้สูงอายุมีสัดส่วน 16.06% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา (ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ถือเป็นสัญญาณอันดีที่แสดงถึงความอายุยืนของคนไทย แต่เมื่ออายุเรามากขึ้น ความเสื่อมของสุขภาพก็ตามมาคู่กัน ดังนั้นการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะยิ่งอวัยวะที่ซับซ้อนอย่าง &amp;quot;สมอง&amp;quot; ที่เสมือนเป็นศูนย์กลางสั่งงานของร่างกาย จึงต้องดูแลด้วยความใส่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ โรงพยาบาลนครธน ได้เปิด &amp;quot;ศูนย์สมองและระบบประสาท&amp;quot; ขึ้น พร้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบสมอง และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยและการรักษา โดยได้นำมาแสดงให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจได้สัมผัสกันในงาน &amp;quot;มุ่งมั่นสู่ความเชี่ยวชาญ ดูแลมากกว่าการรักษา&amp;quot; ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งงานนี้มี คุณลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน คุณแม่สายรักสุขภาพและรักครอบครัว มาเป็นตัวแทนของครอบครัวยุคใหม่ที่พร้อมดูแลครอบครัว 3 วัย ทั้งคุณสามีและลูกน้อย และยังไม่ละเลยที่จะใส่ใจถึงสุขภาพคุณพ่อคุณแม่ ผู้สูงอายุในครอบครัว ได้ร่วมเสวนาและขอคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันโรงทางสมอง กับแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทถึง 4 ท่าน จากโรงพยาบาลนครธน ได้แก่ นพ.ทรงกิตต์ ศุภกรนำพร, นพ.ชาญวิทย์ อนุเคราะห์วิทยา และ พญ.รุ่งทิพย์ ชัยธีรกิจ อายุรแพทย์โรคระบบประสาทและสมอง ร่วมด้วย ผศ.นพ.ชัย กอบกิจสุขสกุล รังสีวิทยาร่วมรักษาระบบประสาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยแพทย์เฉพาะทางได้ให้คำแนะนำว่า ปัญหาเรื่องโรคสมองของผู้สูงอายุที่พบส่วนใหญ่ คือ เรื่องความเสื่อมของสมอง สำหรับอาการที่แสดงออกมาขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เสื่อมในสมอง เช่น ในตำแหน่งความทรงจำ ผู้ป่วยก็จะเกิดอาการหลงลืม แต่ถ้าเป็นตำแหน่งควบคุมการเคลื่อนไหว ก็จะเป็นโรคพาร์กินสัน เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันโรงพยาบาลนครธนมีเทคโนโลยี TMS การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่สามารถใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคทางสมองได้หลากหลาย ช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมองของผู้ป่วยที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นถึงระยะกลาง อีกทั้งโรคสมองเสื่อมด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนวิธีป้องกันปัญหาสมองเสื่อมในผู้สูงอายุเบื้องต้นง่ายๆ คือ ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และปลา ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย และพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเป็นประจำ เป็นต้น สุดท้ายหากต้องการป้องกันแบบเชิงลึก แนะนำให้มาพบแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท เพื่อตรวจสุขภาพสมองเป็นประจำทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่พบบ่อยที่สุด คือ กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองที่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน อาจมีอาการลิ้นแข็ง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาซีกใดซีกหนึ่งชาหรืออ่อนแรง ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้หลักๆ คือเรื่องของอายุ นอกจากนี้คือโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน ไขมันสูง และโรคหัวใจ ซึ่งต้องคอยสังเกตอาการคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิด หากเกิดอาการต้องรีบส่งตัวมารักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์สมองตาย โดยเบื้องต้นจำเป็นต้องมีการตรวจวินิจฉัยก่อน ว่าเป็นอาการหลอดเลือดสมองอุดตัน หรือหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งการรักษาสองอาการนี้มีความแตกต่างกัน หากเป็นอาการหลอดเลือดสมองแตกก็อาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่หากเป็นหลอดเลือดสมองอุดตันก็ต้องแก้ไขอาการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งโดยปกติแล้วอาการหลอดเลือดอุดตันจะมีการรักษาอยู่ 2 วิธี คือ ให้ยาลดการอุดตันของหลอดเลือดเฉียบพลันภายใน 4.5 ชั่วโมง อีกวิธีคือการลากลิ่มเลือดที่อุดตันภายในหลอดเลือดสมองออกมา เป็นการรักษาที่ต้องใช้เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของแพทย์สูง และต้องเป็นโรงพยาบาลที่มีศักยภาพพร้อม ซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนในด้านการฟื้นฟูสภาพสมองนั้น เทคโนโลยี TMS สามารถใช้ในการรักษาได้เช่นกัน โดยจะใช้วิธีกระตุ้นเซลล์ประสาท เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต จากหลอดเลือดสมองอุดตัน ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด ส่วนคำแนะนำในการป้องกันสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน แพทย์จะตรวจวินิจฉัยโรคก่อน เพื่อให้ทราบว่ามีไขมันอุดตันในเส้นเลือดอยู่ในระดับไหน ซึ่งต้องใช้เครื่องมือในการตรวจเส้นเลือดโดยเฉพาะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38873</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ปัญหาเรื่องโรคสมอง  ต้องเริ่มจากเข้าใจดูแล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08fc137a074.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
