<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘รอง เค้ามูลคดี&#039;โต้ดราม่าทรมาน‘แม่ทุม’หลังรักษานานกว่า 8ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักแสดงอาวุโสมากฝีมือ พ่อรอง เค้ามูลคดี ควงลูกสาว ยุ้ย-ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี มาเผยความรู้สึกหลังครบรอบแต่งงาน 52 ปี กับ แม่ทุม-ปทุมวดี โสภาพรรณ พร้อมโต้ดราม่ายื้อแม่ทุมไว้ 8 ปี เป็นการทรมานแม่ทุม ผ่านทางรายการคุยแซ่บShow &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โควิด ครอบครัวเป็นยังไงบ้าง?
พ่อรอง : ไม่ได้ไปไหนเลย อยู่กับบ้าน จะไปไหนที จะไปเยี่ยมคุณทุมลูกก็บอกว่าพ่ออย่าไปเลย อายุพ่อเยอะแล้ว ออกไปไหนก็เสี่ยง
ยุ้ย : คือเราจะกังวลมากคนสูงอายุจะติดเชื้อง่าย เราก็จะระวังคุณพ่อมาก

พ่อรองไม่ได้เจอแม่ทุมนานเท่าไหร่แล้ว?
พ่อรอง : เป็นเดือน เริ่มโควิดใหม่ๆเราก็รู้มันอันตราย เราก็ไม่มั่นใจตัวเราเอง เราจะเอาอะไรไปติดเขาหรือเปล่า เพราะตอนนี้ทุมเขารับอะไรง่ายมาก หรืออีกทีเราไปโรงพยาบาลเราจะไปติดโรคกลับมาบ้านหรือเปล่า ก็ทนอยู่เดือนครึ่งมันไม่ไหวแล้ว คนที่เคยไปหากันประจำๆ หอมแก้มกันทุกวัน อยู่ดีๆมันก็ไปไม่ได้ ก็บอกยุ้ยพ่อจะไปเยี่ยมแม่ พ่อไปไม่ได้ อ้างเหตุผลสารพัด
ยุ้ย : ส่วนตัวยุ้ยกลัวมากจนพ่อแซว คือกลัวแล้วก็ระวังทุกคน แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาไม่ไหวแล้ว เขาจะต้องไป มันตรงกับใจเรา เราก็ไม่ไหวเหมือนกัน เราก็อยากจะไปแล้วเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเวลาที่พ่อไม่ได้เจอแม่เดือนกว่าๆ คิดถึงมากฝันถึงแม่เกือบทุกวัน?
พ่อรอง : ฝัน เราอาจจะพะวงถึงเขามาก นอนๆอยู่ตกใจตื่นมาตี3 ฝันว่าทุมมาเรียก เธอจะนอนอะไรนักหนา เธอมีงาน ฝันหลายครั้งมาก พ่อว่ามันเกิดจากความกังวล
ยุ้ย : ฝัน แต่ปกติไม่เคยฝัน อย่างที่พ่อบอก เราคิดมันอยู่ในหัวเราไม่ได้ไปหาเขานานแล้ว เราก็คิดถึง

พ่อกับแม่ครบรอบแต่งงาน 52 ปี ที่แต่งงานกัน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อรอง : ใช่ ตั้งแต่ 16 พฤษภาคม 2511
ยุ้ย : หลังจากที่ไม่เจอกันเดือนกว่า สำหรับยุ้ยมันยไม่ได้มีอะไรที่มากไปกว่าปกติ เพราะคุณพ่อเขาปฏิบัตเหมือนเดิมทุกครั้งที่เขาไปหาคุณแม่ เพียงครั้งนี้อาจจะหอมแก้มไม่ได้ เขาก็จับมือ พูดคุย ซึ่งเป็นภาพที่เราเห็นปกติอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาวันนี้พ่อรองไม่เคยทิ้งแม่ทุมเลย?
พ่อรอง : ไม่ทิ้ง จะบอกเลยว่าชีวิตนี้จะทิ้งกันก็ต่อเมื่อใครคนใดคนหนึ่งขึ้นไปตั้งอยู่บนเมรุ คำพูดนนี้เป็นคำพูดที่พ่อเคยบอกกับคุณพ่อแม่ทุมด้วย คือวันที่เราไปขอเขา พ่อเขาบอกว่าคุณมั่นใจได้มากแค่ไหนว่าคุณจะเลี้ยงลูกผม ผมบอกว่าผมมั่นใจครับ พ่อก็บอกว่าคุณมีสินสอดไหม ผมก็บอกว่าไม่มี ผมยังเป็นหนี้สโมสรด้วยซ้ำ แล้วเขาก็บอกว่าคุณมั่นใจได้ยังไงว่าคุณไม่ทิ้งลูกผม เราก็ก้มลงไปกราบเท้าแล้วบอกว่าพ่อครับ ผมให้สัญญากับพ่อว่า ผมกับทุมจะแยกจากกันก็ต่อเมื่อใครคนใดคนหนึ่งขึ้นไปตั้งอยู่บนเมรุแค่นั้น เราก็เลยรักษาสัญญานั้นมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนก็มองว่าการที่ยื้อแม่ไว้อยู่ รพ.ถึง 8 ปี ทำให้แม่ทรมานหรือเปล่า?
พ่อรอง : ต้องบอกว่าคนที่เขาคิดแบบนี้ เขาอาจจะคิดไปคนละด้านกับเรา เขาไม่เคยเห็นแม่ บางคนไม่เคยไปเยี่ยมแม่ก็ไม่รู้ว่าแม่มีสภาพเป็นยังไง เขาคงจะวาดภาพว่าแม่คงจะนอนเหมือนเจ้าหญิงนิทรา แล้วถ้าถอดสายออกซิเจนออกแม่ก็คงจะไปก็มีส่วนที่เขาคิดได้ แต่สภาพความเป็นจริงที่เราเห็นอยู่ทุกวัน แม่เขายังรับรู้ จริงๆ แล้วเขายังหายใจเองได้ แต่ออกซิเจนเป็นตัวช่วยเขา แล้วเราจะทนได้เหรอ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนบอกว่าไอ้รองถอดสายเถอะ เราก็ไม่อยากเถียง เพราะเขาไม่รู้ เราก็นึกในใจนี่เมียฉันนะ ถ้าถอดแล้วเมียฉันต้องทุรนทุรายเป็นชั่วโมงแล้วฉันต้องทำยังไง เราก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอก หมอบอกว่าโรคนี้มันไม่ทรมานหรอก ถึงเวลาเขาจะละสังขารเขา เขาก็จะหลับไปเอง ก็ปล่อยเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า สมมติว่าวันดีคืนดีเขารู้ว่าวันนี้เขายังดีๆอยู่ๆแล้วเห็นเราไปกับยุ้ย แล้วไปถอดออกซิเจนเขาออก เขาก็จะนึกว่าไหนว่ารักฉัน ทั้งเธอ ทั้งลูก รวมหัวฆ่าฉันทั้งเป็น มันยิ่งบาปกับเรา

แล้วมีอะไรจะบอกคนที่คิดแบบนี้ไหม?
พ่อรอง : ก็ต้องบอกว่าเขายังรับรู้ เราบอกให้เขายิ้มเขาก็ยิ้ม หมอบอกเป็นบางช่วงที่เขารับรู้ แต่เป็นบางช่วงถ้าเขาไม่รับรู้เขาก็จะมองเราแวบไปมองเพดาน มองไฟ แต่เขายังรับรู้อยู่ ความดัน ออกซิเจน หัวใจ ก็ยังปกติ ต้องบอกทุกคนว่าผมไม่ได้ยื้อ เราก็ดีใจที่เขาอยู่ในสภาพแบบนี้ เราก็มีความหวังว่าเขาจะอยู่กับเราตลอดไป
ยุ้ย : ก็อย่างที่พ่อพูดทุกคนก็สามารถคิดได้ ไม่ได้มีใครมาเห็นว่าคุณแม่เป็นยังไง แต่ทุกครั้งที่เราไปเวลามีคนถามว่าตอนนี้เรารู้สึกยังไง มีกำลังใจได้ยังไง คือยุ้ยบอกยุ้ยคิดวันต่อวัน ทุกครั้งที่ยุ้ยไปหาแม่ แล้วแม่ดูแบบสดใส ความดันอะไรต่างๆดีกว่าคุณพ่อด้วยซ้ำ คือไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะไม่ไหวแล้ว แต่ไม่ใช่เราไม่คิดเผื่อนะ คือเราคิดและมีการคุยกันอยู่แล้ว ถ้ามันถึงเวลานั้นจริงๆเราจะต้องทำยังไง แต่ ณ วันนี้มันยังไม่ถึง ยุ้ยก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรเลยใครจะคิดยังไง ทุกคนสามารถคิดได้ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าอาจจะเป็นห่วง กลัวคุณแม่ทรมาน ก็ต้องขอบคุณ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ได้ยินมาค่อนข้างเป็นไปในทางบวก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อรองกับพี่ยุ้ยมีความเชื้อไหมว่าสักวันแม่ทุมจะกลับมาเป็นปกติ?
พ่อรอง : นั่นมันเป็นความหวังของเราอยู่แล้ว ในโลกของความเป็นจริงมันจะเป็นยังไง ก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามนั้น แต่ในเรื่องส่วนตัวของเรา เราก็หวังเสมอว่าแม่จะต้องดีขึ้น แม่จะต้องมีโอกาสกลับมาอยู่กับเรา เราอยู่ด้วยความหวัง แล้วเราก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่คนที่เข้มแข็งที่สุดในบ้านเป็นยุ้ยนะ คนที่เครียดและคิดเรื่องนี้มากที่สุดน่าจะเป็นพ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาพ่อเคยร้องไห้บ้างไหม บ่อย เวลานอนบางทีเขาขึ้นนอนกันแล้วแต่พ่อยังนอนไม่หลับ ทุกวันนี้พ่อต้องเปิดพระสวดมนต์ เพื่อให้พ่อหลับ ไม่งั้นพ่อจะไม่หลับคิดเรื่อยๆ น้ำตาก็จะไหลเอง ทำไมเราต้องมาเป็นอย่างนี้ ชีวิตเรากำลังจะมีความสุขอยู่แล้ว ทำไมเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขออนุญาตถามเรื่องค่ารักษาได้ไหม?
พ่อรอง : มีคนถามพ่อหลายคน พ่อบอกว่าพ่อไม่เคยคิด เพราะว่าเรา 3 คน พ่อ ลูกชาย แล้วยุ้ย เนี่ยเท่าไหร่คือเท่านั้น แล้วไม่มีการคิดว่าหมดเท่าไหร่ จะหมดเท่าไหร่ให้มันหมดไปเพื่อรักษาชีวิตคนที่เรารักเอาไว้ เงินฉันหาได้ แต่ชีวิตเธอฉันหาไม่ได้ ถ้าเธอเป็นอะไรไปฉันจะทำยังไง แต่งานฉันยังทำได้ ฉันยังหาเงินได้ พอได้เงินมาก็เก็บไว้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เก็บไว้ดูแลเธอให้ดีที่สุด

พ่อเคยบอกถ้าวันไหนพ่อไปก่อน ทุกอย่างที่เป็นของพ่อให้พี่ยุ้ยเอาไปทุ่มรักษาแม่ให้หมด?
พ่อรอง : ถูกต้อง ก็เคยคิดว่าเราอายุมากกว่าเขา เราทำงานหนักพอสมควร ถ้าวันหนึ่งฉันอาจต้องไปก่อนเธอก็จะบอกลูกไว้ว่าตังค์พ่อมีนะลูกเอาไปดูแลแม่แล้วกัน สำหรับพ่ออะไรก็ได้ที่มันเรียบง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66539</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปทุมวดี โสภาพรรณ, ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี, ยุ้ย ปัทมวรรณ, รอง เค้ามูลคดี, แม่ทุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec641efc51ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุ้ย&#039;อัพเดทอาการ&#039;แม่ทุม&#039; เผยยายดีใจน้ำตาไหลเจอหน้าหลาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการคุณแม่ตอนนี้เป็นยังไง
ยุ้ย : ก็ถือว่าทรงๆ ถ้าไม่ได้ติดเชื้ออะไรเพิ่มเติมก็จะยังทรงๆอยู่แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีติดเชื้อก็จะมีทรุดลงไปแต่ด้วยระยะของโรคที่คุณแม่เป็นมันก็ค่อนข้างนานมากแล้วก็อาจจะมีค่อยๆอ่อนแรงลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ทุมป่วยมานานเท่าไหร่แล้ว
ยุ้ย :&amp;nbsp; นานมาก เฉพาะตั้งแต่รู้ว่าเป็นโรค ALS ก็ 7 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นที่เรายังไม่ทราบอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเห็นโพสต์รูปที่เป็นการจับมือเป็นมือของแม่ทุมเหตุการณ์นั้นเป็นยังไง
ยุ้ย : คือจริงๆยุ้ยโพสต์รูปจับมือคุณแม่บ่อย แต่ว่าวันนั้นเหมือนเป็นวันที่พาน้องพริมเข้าไป แล้วพริมเขาไม่ค่อยได้เข้าไปหาคุณแม่เพราะในไอซียูเขาไม่ค่อยให้เด็กเข้าไปเท่าไหร่ พอพริมเข้าไปเหมือนแม่ทำหน้าจะร้องไห้หลายรอบมาก เวลาน้องพริมพูดกับคุณแม่ก็เหมือนคุณแม่รับรู้จากที่ทุกคนถามว่าคุณแม่ยังรับรู้ไหม เราก็มั่นใจว่าคุณแม่ยังรับรู้ แต่พอวันนั้นเรามั่นใจได้เลยว่าคุณแม่ยังรับรู้อยู่ แล้วก็ให้คุณแม่ดูรูปในโทรศัพท์ตอนที่น้องพริมเล็กๆนั่งตักคุณแม่คุณแม่เขาเห็นรูปแล้วเขาก็เหมือนมีปฏิกิริยาแล้วน้องพริมก็พูดอีกว่าตอนนีน้องพริมโตแล้วนะคะ ตอนนี้น้องพริมอยู่นี่นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเป็นคุณแม่ด้วยแล้วก็เป็นคุณลูกของแม่ทุมด้วยรู้สึกยังไง
ยุ้ย : วันนั้นยุ้ยคือกลั้นมาก กลั้นแล้วรู้สึกว่าแม่หนูอยากคุยกับแม่เยอะมาก คือถ้าแม่อยู่ที่บ้านเหมือนเดิมแข็งแรงเหมือนเดิมช่วยกันเลี้ยงน้องพริมมันคงสนุกมากกว่านี้ ขนาดน้องพริมไม่ได้เจอคุณยายนานแล้วน้องพริมก็ยังคิดถึงคุณยายอยู่ ปกติเวลาใครไปหาคุณแม่จะบอกทุกคนว่าอย่านำ เพราะว่าเราเก็บอยู่ข้างในไม่ค่อยอยากร้องไห้ให้แม่เห็น ครั้งนั้นก็คือกลั้นสุดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนั้นคุยอะไรกับคุณยายทุมหนูจำได้มั้ย
พริมมี่ : หนูจำได้แค่หนูบอกว่าหนูโตแล้วนะคะ คุณยายกลับมาเร็วๆนะคะ คุณยายยิ้มค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีใจมั้ยที่เห็นรอยยิ้มของคุณยาย
พริมมี่ : ดีใจมากเลยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องถามย้อนไปว่าคุณแม่ป่วยเป็น ALS กล้ามเนื้ออ่อนแรงอาการของโรคเป็นยังไง
ยุ้ย : จริงๆแล้วกล้ามเนื้ออ่อนแรงมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบประสาทที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนจะมีอาการแสดงออกเริ่มต้นแตกต่างกันไป อาการก็จะค่อยๆอ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ คุณหมออธิบายว่าตรงนี้มันเป็นเซลส์ประสาทตัวแม่มันตายแล้วเซลส์เล็กเซลส์น้อยมันก็ต้องตายตามเหมือนโรงไฟฟ้าโรงใหญ่ที่ดับไฟดวงเล็กดวงน้อยสุดท้ายก็ต้องทยอยดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการแรกเริ่มของแม่ทุมก่อนไปพบคุณหมอส่งสัญญาณอะไรบ้าง
ยุ้ย : คุณแม่ไม่ค่อยมีแรง คุณแม่จะอ่อนแรงขาแล้วก็จะเรียกคนนวดทั้งวัน ตอนนั้นลูกๆก็ยังไม่เข้าใจว่าแม่ทำไม่ต้องเรียกเขานวดบ่อยขนาดนี้คือข้างในแม่เขาคงจะอ่อนแรงมาก แล้วพอหนักๆก็จะเรื่องของการหายใจ คือจริงๆก่อนที่จะรู้ก็ป่วยมาตลอดเราคิดว่ามีแค่ไทรอยด์เวลาไปรักษาไทรอยด์แล้วเหมือนมันไม่จบมันมีอะไรอีกจนมาเจอว่าเป็นอันนี้ได้คุยกับคุณหมอก็อธบายให้เข้าใจว่าโรคนี้มันเป็นยังไงระยะเวลาโดยเฉลี่ยแล้ว 3-5 ปี เพราะว่าโรคนี้ไม่มีสาเหตุไม่มีทางรักษา วันนั้นเราฟังกับคุณพ่อแล้วรู้สึกว่าคือมันแย่มากในใจเรา แต่เรายังไม่ได้มาคุยเรื่องนี้กันต่อ เราก็ต้องทำให้คุณพ่อมีความสุขด้วย ก็ค่อยๆคิดค่อยๆหาทางกันต่อไป ยังโชคดีที่เรามีความเข้าใจกับโรคที่คุณแม่เป็นว่ามันจะเป็นแบบนี้นะ แล้วมันจะมีระยะเวลาอยู่เท่านี้ คุณหมอบอกว่าไมมีการรักษาต้องประคับประคอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ทุมรู้ไหม
ยุ้ย : รู้ค่ะ เพราะตอนแรกๆคุณแม่ยังปกติยังคุยได้แต่ด้วยความค่อยๆอ่อนแรงลงไปเริ่มหายใจเองไม่ได้ เริ่มขยับไม่ได้ซึ่งตอนนี้ขยับไม่ได้แล้วก็ได้แต่มอง ยิ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ปีแล้วคนในครอบครัวให้กำลังใจกันยังไง
ยุ้ย : คืออย่างที่บอกว่าเรารู้อยู่แล้วว่าแต่ละคนหนักแค่ไหน ทุกคนก็ไม่อยากจะเอาเรื่องแย่ๆออกมาพูดกัน แต่อยายามสร้างพลังบวกให้แก่กัน เพราะยุ้ยรู้สึกว่าทุกคนขาดพลังบวกมากๆเพราะฉะนั้นอะไรที่สร้างได้ก็สร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อรองน่าจะเป็นคนที่ใกล้ชิดที่สุด
ยุ้ย : ตอนแรกคุณพ่อก็เป๋เหมือนกันคือยังโชคดีที่มีน้องพริม คุณพ่ออยู่บ้านเดียวกับยุ้ยเวลาที่น้องพริมไม่อยู่บ้านคุณพ่อก็มีช่วงเหม่อ แต่พอน้องพริมมาก็ไม่มีเวลาเหม่อเพราะว่าน้องพริมชอบเล่นกับคุณตามากจนคุณตานอน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจ สำหรับยุ้ยมันค่อนข้างยากเหมือนกันในการที่จะทำทุกอย่างให้มันสมดุล เรามีเรื่องเครียดแต่เราก็ต้องสร้างความสุขคนนี้(พริมมี่) เขาควรที่จะได้ความสุข คุณพ่ออีก บางทีมันก็ยากสำหรับเรา ถ้าเป็นเมื่อก่อนเหมือนคุณแม่จะเป็นคนบอกเราได้ทุกเรื่อง เรารู้สึกว่าเราอยากคุยกับแม่มาก
พริมมี่ : หนูเคยเห็นคุณแม่นั่งเศร้าแล้วหนูก็ถามคุณแม่ว่าร้องไห้ทำไมแล้วแม่ก็บอกว่าแม่เหนื่อย หนูก็ไปกอดแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่ารักษา 7 ปีน่าจะสูงพอสมควร
ยุ้ย : เราได้ผ่านจุดที่มันหนักหนามากมาแล้วเพราะก่อนที่จะ 7&amp;nbsp; ปี คุณแม่ก็ป่วยมาหลายปีเหมือนกันแล้วอยู่โรงพยาบาลเอกชนข้างเยอะ ซึ่งมันก็หนักมากแต่ไม่เคยคิดว่ามันเป็นจำนวนเท่าไหร่ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาคิดเท่าไหร่ก็คือเท่านั้น จะต้องเสียอะไรยังไงเท่าไหร่ก็สร้างใหม่แต่โชคดีที่พี่ชายสามารถเบิกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยท้อไหม
ยุ้ย : ไม่ค่ะ ไม่เคย เห็นว่าเราเข้มแข็งแค่ไหน คนที่เข้มแข็งสุดคือแม่ แม่ไม่ยอมแพ้เราก็ยอมไม่ได้ จะยอมแพ้ได้ยังไงทุกครั้งที่เราไปหาคุณแม่จนถึงวันที่โพสต์รูปคุณแม่ คุณแม่ยังอ้วนท้วน ขาวผ่อง คุณแม่ไม่ได้มีวี่แววไม่ไหวแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าคุณแม่ยังสู้ยังยิ้มขนาดนี้เราก็สู้ถึงบอกว่าเวลาไปเยี่ยมพยายามอย่านำเพราะไม่อยากให้ใครร้องไห้ให้คุณแม่เห็นเลย คือไม่เอาเรื่องไม่สบายใจไปให้คุณแม่เลย ไปถึงก็ยิ้มกอดหอม มีแต่พลังบวก คือยุ้ยเป็นคนเก็บแล้วอยู่คนเดียว ไม่ได้ร้องไห้บ่อยด้วยแต่บังเอิญวันนั้นรู้สึกว่ามันเหนื่อยมากแล้วลูกก็เห็นคือจะไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็นน้อยมากจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าหนูโตขึ้นมาจะดูแลแม่ยังไง
พริมมี่ : หนูจะดูแลคุณแม่เหมือนที่แม่ดูแลหนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนึงถ้าคุณแม่หายดีแล้วออกมาดูรายการย้อนหลังอยากจะบอกอะไรแม่ทุม
ยุ้ย : มันยากมากเลย คือมันเยอะมาก อยากให้แม่กลับบ้าน อยากให้แม่คุยกับเราเหมือนเดิมมันไม่มีใครแล้วที่เราพูดอะไรไปแล้วพร้อมจะให้คำปรึกษาได้โดยไม่ต้องมาแคร์ความรู้สึกเรา ให้คำปรึกษาที่มันใช่เลยโดยที่บางคนจะแคร์ความรู้สึกเราจะไม่พูดตรงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณย่า(คุณแม่พี่โด่ง) ก็ป่วยเหมือนกัน
ยุ้ย : เป็นหลายโรค หลักๆที่ต้องทำเป็นประจำคือฟอกไต ซึ่งเขาก็จะค่อนข้างหนัก ไปส่งลูกที่โรงเรียนก็ต้องไปรับแม่ไปฟอกไต แล้วก็ไปรับลูกที่โรงเรียนแล้วก็ไปรับคุณแม่จากโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้ให้กำลังใจคนที่เจอปัญหาเหมือนกับเรา
ยุ้ย : อย่างที่บอกมันค่อนข้างยากที่เราจะบาลานซ์ทุกอย่างในขณะที่เราต้องสร้างความสุขด้วยแต่เราก็เครียด แต่สิ่งที่จะช่วยเราได้จริงๆก็คือพยายามอยู่ในจุดที่ทำให้เรามีความสุข อะไรก็ตามหรือใครก็ตามที่เราไปอยู่กับเค้าหรือไปอยู่ตรงที่นั้นแล้วเรายิ่งทุกข์ ยิ่งลบ พยายามอย่าไปอยู่ตรงนั้น พยายามอยู่กับคนที่ทำให้เรายิ้มได้ บางทีทำให้เราลืมเรื่องทุกข์ๆไปได้ ตอนนี้ยุ้ยโชคดีที่มีน้องพริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพเมื่อครั้งพ่อรองเข้าเยี่ยมแม่ทุมเมื่อสองปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม &lt;/p&gt;

rong_kao


yuipattamawan


&amp;nbsp;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53319</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปทุมวดี เค้ามูลคดี, ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี, ยุ้ย ปัทมวรรณ, รอง เค้ามูลคดี, แม่ทุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e047ced8af35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
