<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ! BBL ประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 1 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค. 2564 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 8/2564 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2564 ได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก ปี 2564ในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 9 ก.ย. 2564และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 ก.ย. 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกรุงเทพ, ปันผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128593aef72b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC โชว์กำไร ปี 63 โต 85% พร้อมปันผลเพิ่ม 1.50 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ. 2564 นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้า กลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ สำหรับปี 2563 มีจำนวน 7,508 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 3,447 ล้านบาท หรือร้อยละ 85 โดยมีสาเหตุหลักเนื่องมาจากการรับรู้ผลประกอบการจาก GLOW เต็มปี 2563 ประกอบกับต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด ทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) มี margin จากการขายไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลงจากการปรับโครงสร้างเงินทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้ดำเนินการเพิ่มทุนแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2562 และปรับโครงสร้างเงินกู้ยืมจากการเข้าซื้อ GLOW แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2563 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นจากเงินปันผลรับ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า รวมถึงการรับรู้มูลค่า Synergy จากการควบรวม GLOW จำนวน 701 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าและโครงข่ายร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 4/2563 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ จำนวน 1,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินลดลง ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ ลดลง 43% สาเหตุหลักจากกำไรขั้นต้นของโรงไฟฟ้า IPP ลดลง เนื่องจากรายได้ค่าความพร้อมจ่ายส่วนที่อ้างอิงกับดอลลาร์สหรัฐฯ (USD-linked AP) ลดลงจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท อีกทั้ง โรงไฟฟ้าโกลว์ไอพีพีเดินเครื่องครบชั่วโมง Contracted Available Hours (CAH) ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2563 นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุงตามแผนงานของโรงไฟฟ้าโกลว์ เอสพีพี 3 และ 11 และการหยุดเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าโกล์ว พลังงาน ระยะที่ 5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้เสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละประมาณ 56 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม แบ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 จึงยังคงเหลือส่วนเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2563 ที่จะต้องจ่ายในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท โดยบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 4 มีนาคม 2564 (หรือ XD วันที่ 3 มีนาคม 2564) และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2563 หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแพร่ระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่ปลายปี 2563 ถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาเสถียรภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงต่อระบบการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยให้กับบุคลากร โดยเฉพาะหน่วยควบคุมการผลิตและปฏิบัติการ กระทั่งสามารถผลิตเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูปโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; นายวรวัฒน์กล่าว
สำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจในปี 2564 บริษัทฯ มุ่งเน้นขยายการลงทุนทางด้านนวัตกรรมพลังงาน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ New S Curve ในฐานะแกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้สามารถรองรับการการเปลี่ยนแปลงธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในอนาคต สะท้อนจากความสำเร็จในการผลิตแบตเตอรี่ G-Cell ด้วยเทคโนโลยี Semi-Solid จากบริษัท 24M Technologies เป็นเซลล์แรกของประเทศไทยเมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงานขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง จะพร้อมดำเนินการผลิตภายในไตรมาส 2 ของปี 2564 นี้
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92812</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), บอร์ด GPSC, ปันผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_602624998ecb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> IRPC โชว์Q4/63 กำไร 1,608 ล้านบาทเตรียมจ่ายปันผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ. 2564 นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า &amp;ldquo;บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2563 ที่ 40,661 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้สุทธิ 37,671 ล้านบาท เป็นผลมาจากราคาขายที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยมี Market GIM อยู่ที่ 6,144 ล้านบาท (11.01 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเวชภัณฑ์ กลุ่มบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มเครื่องใช้ในบ้าน รวมทั้งต้นทุน Crude Premium ที่ปรับตัวลดลง มี Accounting GIM จำนวน 7,507 ล้านบาท หรือ 13.45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,608 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อนที่มีผลกำไรสุทธิ 1,556 ล้านบาท &amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ 3&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานปี 2563 เทียบกับปี 2562 บริษัทฯ มี Market GIM และ Accounting GIM ลดลง ซึ่งเป็นผลจากหลายปัจจัย ได้แก่ ราคาและปริมาณการขายลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้ง สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในปี 2563 ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปีจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงสงครามราคาระหว่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย โดยราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงต่ำสุดอยู่ที่ 13.55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในเดือนเมษายน และเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากผู้ผลิตน้ำมันดิบร่วมมือปรับลดกำลังการผลิต เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมัน ประกอบกับหลายประเทศ มีรายงานความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 6,152 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2563 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินกลยุทธ์ ด้านการเติบโต (Growth) เทคโนโลยีดิจิทัลและกระบวนการทำงาน (Digital &amp;amp; Process) และทรัพยากรมนุษย์ (People) ควบคู่กับการสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี โดยการเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วยความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม และขยายขอบเขตการลงทุนเพื่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรและการพัฒนาธุรกิจ ให้พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เช่น โครงการ IRPC 4.0 นำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กร และพัฒนาการบริการลูกค้าสู่ความเป็นดิจิทัลทั้งระบบ โครงการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงผ่านกระบวนการทำงานแบบ Cross Function หรือ Agile New Way of Working Team (ANT) เพื่อช่วยขับเคลื่อนให้บรรลุวัตถุประสงค์ รวมทั้งโครงการ New Organization Agile Human (NOAH) พัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคล เพิ่มศักยภาพของพนักงาน สร้างแรงจูงใจในการทำงาน พัฒนาภาวะผู้นำ นำไปสู่วัฒนธรรมองค์กรที่ดี และสอดรับกับการเติบโตของบริษัทฯ ต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการช่วยเหลือสังคมจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดระยอง &amp;nbsp; ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง ที่ศูนย์ตรวจโรคทางเดินหายใจความดันลบแบบ &amp;ldquo;One Stop Service&amp;ldquo; หรือ &amp;ldquo;อาคารระยองรวมใจพัฒน์&amp;rdquo; ที่บริษัทฯ มอบให้กับโรงพยาบาลระยอง ได้ถูกใช้เป็นอาคารหลักในการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งของบุคลากรทางการแพทย์ และผู้เข้ารับการตรวจได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2564 บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ตามแผนกลยุทธ์การมุ่งสู่ปิโตรเคมีปลายน้ำเพื่อใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยได้ร่วมมือกับ ปตท. ในการศึกษาการลงทุนผลิต Melt Blown ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตหน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 และ Nitrile Butadiene Latex ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงมือทางการแพทย์ตามแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จัดตั้งห้องปฏิบัติการกลางเพื่อตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น หน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 และชุดกาวน์ เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตให้ได้ตามมาตรฐาน ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มเสถียรภาพด้านสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืน และจะสร้างการเติบโตให้กับ IRPC ในอนาคต&amp;rdquo; นายชวลิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเห็นชอบการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานปี 2563 ในอัตรา 0.06 บาทต่อหุ้น โดยจะเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 31 มีนาคม 2564 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92577</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไร, ชวลิต ทิพพาวนิช, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด, ปันผล, ผลประกอบการไตรมาส 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d376aab6b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชาเฟอร์รี่&#039;จ่ายปันผลหุ้นละ 0.0556 บาท ไฟเขียวออกหุ้นกู้ 800 ล้านบาท ขยายธุรกิจมั่นใจโควิดจบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31 ก.ค.63-นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) หรือ RP กล่าวภายในงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ณ โรงแรมเวโรนิก้าเรสซิเด้นท์ ว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.0556 บาท โดยจ่ายเป็นหุ้นสามัญในอัตรา 20 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล คิดเป็นอัตรา 0.05 บาท และจ่ายปันผลเป็นเงินสด อัตรา 0.0056 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) 10 ส.ค.63 และกำหนดจ่ายวันที่ 28 ส.ค.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาและอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท โดยมีวงเงินไม่เกิน 800 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินงานและลงทุนขยายธุรกิจในอนาคต รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท แก่บุคคลทั่วไปและสถาบันการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชาติ ยังได้ให้ความมั่นใจกับผู้ถือหุ้นว่า ผลประกอบการปีหน้าจะมาปกติและดีขึ้นแน่นอน เพราะเชื่อว่าหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) จบลง สามารถเปิดน่านฟ้าได้ จะทำให้มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) มาลงที่ จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้จำนวนและรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น และช่วยเติมเต็มรายได้ที่หายไปในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการพัฒนาและปรับกลยุทธ์ธุรกิจอยู่ตลอดเวลา เช่น ปรับระบบการบริการ (เทียบท่า) เพื่อให้การเข้าและออกของเรือเร็วขึ้น ลดการจราจรหน้าท่าลง และเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการปีหน้าจะกลับมาดีขึ้น เพราะจากสัญญาณที่เห็นในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเกาะสมุยและพะงันจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่ายังมีความต้องการอยู่ ประกอบกับภายในเกาะยังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐทั้ง การขุดลอกและการสร้างถนน ทำให้เกิดการจ้างานในพื้นที่&amp;rdquo; นายอภิชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การตั้งจุดตรวจคัดกรอง ตั้งจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์และอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ การกำหนดระยะห่างทางสังคม เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด การกำหนดให้มีการเช็คอิน-เช็คเอาท์บนแอพพลิเคชันไทยชนะ การกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประชุมต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่บริเวณที่จัดประชุม และใช้เวลาประชุมไม่เกิน 2 ชั่วโมง ซึ่งนับได้ว่าบริษัทฯ มีความพร้อมในการปรับตัว และตอบสนองเทรนด์ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเรือราชาเฟอร์รี่, ปันผล, อภิชาติ ชโยภาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23a212ac290.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผู้ถือหุ้น TWPC ยกมือโหวตปันผลงวดปี62 อัตรา 0.134 บ./หุ้น-เตรียมรับเงินสด 25พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 เมษายน 2563 นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (TWPC) &amp;nbsp;เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 มีมติอนุมัติให้บริษัทฯจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ &amp;nbsp;0.134 บาท สำหรับ 880,420,930 หุ้นรวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 117,976,404.62 ล้านบาท โดยบริษัทฯได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นมีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาพรวมของการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส1/2563 แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคไวรัสโควิด-19 ระบาด ทำให้ธุรกิจแป้งมันสำประหลัง ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนแผนการสั่งซื้อจากประเทศจีนในช่วงไตรมาส 1 &amp;nbsp;แต่หลังจากสถานการณ์ในประเทศจีนเริ่มคลี่คลาย แนวโน้มคำสั่งซื้อจากประเทศจีนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ในด้านธุรกิจอาหารซึ่งขายในประเทศในช่องทางหลัก ยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่มีคุณภาพของบริษัทฯทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจให้การสนับสนุน ดังนั้นมั่นใจว่าจะสามารถนำพาให้บริษัทฯผ่านวิกฤติเศรษฐกิจในรอบนี้ไปได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวอีกว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2563 แม้จะได้รับผลกระทบจากสถาณการณ์โรคโควิด-19 ระบาดทั่วโลก บริษัทคาดว่า รายได้ปีนี้ยังสามารถเติบโตได้ในอัตรา high single digit &amp;nbsp;จากยอดขายทุกผลิตภัณฑ์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;การเติบโตของรายได้ในกลุ่มแป้งสำมันปะหลัง HVA จากการเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้น ATP เป็น 99.50% และการขยายกำลังการผลิตมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังมีเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเพิ่มการเติบโตของปริมาณการขายอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาไบโอพลาสติก (Bioplastic) หรือพลาสติกที่ย่อยสลายผลิตจากแป้งมันสำปะหลังซึ่งเป็นวัสดุฐานชีวภาพ (bio-based) ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน &amp;nbsp;(Circular economy) ล่าสุดบริษัทฯได้จัดตั้งบริษัท ไทยวา อินโดนีเซีย จำกัด เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าว และอาหารจากแป้งอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนรวมไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ภายในอีก 2 ปี เพื่อรองรับการขยายธุรกิจหรือต่อยอดจากธุรกิจเดิม การเติบโตจากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมทั้งรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในอัตราที่สูง รวมถึงการซื้อกิจการ หรือ M&amp;amp;A ธุรกิจต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับ Core Business ของบริษัทฯ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น ผู้นำธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและอาหารจากแป้งระดับภูมิภาคเอเชียในอนาคตได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64490</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (TWPC), ปันผล, โฮ เรน ฮวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7b06e173c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC ประกาศรายได้ 66,562 ล้านบาท กำไรโต 21% ลุยจ่ายปันผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ. 2563 นายชวลิต &amp;nbsp;ทิพพาวนิช &amp;nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ &amp;nbsp; บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานบริษัทฯ ปี 2562 &amp;nbsp;มีรายได้รวมทั้งสิ้น 66,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 41,682 ล้านบาท หรือคิดเป็น 168% มีกำไรสุทธิ จำนวน 4,061 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 จำนวน 702 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21% ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้รายได้จากการควบรวมบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW และมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบเพิ่มขึ้น และการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินตามแผนการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินต่ำลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้เสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.30 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละประมาณ 74 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม แบ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2562&amp;nbsp;ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2562 จึงยังคงเหลือส่วนเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2562 ที่จะต้องจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท โดยบริษัทฯ กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 (หรือ XD วันที่ 26 กุมภาพันธ์) และกำหนดจ่ายเงินปันผลประจำปีที่อัตราหุ้นละ 0.80 บาทต่อหุ้นในวันที่ 17 เมษายน 2563 โดยจะจ่ายเมื่อได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2562 จำนวน &amp;nbsp;4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ผลิตสาธารณูปการแห่งที่ 4 จังหวัดระยอง (CUP-4) &amp;nbsp;โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำลิก 1 (NL1PC) &amp;nbsp;โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (XPCL) และโครงการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมของบริษัท ชลบุรี คลีนเอ็นเนอร์ยี จำกัด (CCE) รวมถึงการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าของ GLOW ภายหลังการควบรวมกิจการแล้วเสร็จในปี 2562 ซึ่งเป็นผลทำให้รายได้ และกำไรของบริษัทฯ มีทิศทางที่เติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปรับโครงสร้างทางการเงินตามแผนการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งได้จากการเพิ่มทุนจำนวน 74,000 ล้านบาท และการออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 35,000 ล้านบาทแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 ปี 2562 เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น (Bridge Financing) ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายและต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลงกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ ที่ไม่รวมค่าตัดจำหน่ายมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่ได้จากการเข้าซื้อกิจการ GLOW (Adjusted Net Income) มีจำนวนทั้งสิ้น 5,177 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,818 &amp;nbsp;ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 54% ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงผลกำไรจากการดำเนินงานของ GPSC ได้อย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากเหตุผลข้างต้นแล้ว GPSC ยังมีผลการดำเนินการที่ดีจากโรงไฟฟ้าศรีราชา ซึ่งมีค่าความพร้อมจ่ายและชั่วโมงความพร้อมจ่ายตามสัญญาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการสัญญาค่าซ่อมบำรุงทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิตกล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2563 ว่า บริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2562 เนื่องจากการรับรู้ผลประกอบการจาก GLOW ที่เข้ามาแบบเต็มปี รวมไปถึงรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้านวนคร ส่วนขยาย (NNEG Expansion) กำลังการผลิตตามสัดส่วน 18 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ กำลังการผลิต 9 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ของปี 2563 และไตรมาส 2 ปี 2564 ตามลำดับ
ในส่วนของสถานการณ์น้ำแล้งนั้น บริษัทฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และได้เตรียมมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภคได้อย่างเพียงพอและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทฯ มั่นใจว่าโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ จะสามารถดำเนินงานและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงแสวงหาโอกาสในการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปการเข้าการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศอาเซียน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ (Gas to Power) ที่ประเทศเมียนมาร์ พร้อมทั้งการศึกษาและลงทุนในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการกักเก็บพลังงาน &amp;nbsp;และโครงการพลังงานทดแทน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในแถบภูมิภาคอาเซียนและเอเชียตะวันตก เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57059</URL_LINK>
                <HASHTAG>GPSC, ชวลิต  ทิพพาวนิช, ปันผล, ผลประกอบการปี 62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44bf17bbbd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 23:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท. ประกาศจ่ายปันผลที่อัตรา 0.9 บาท   ต่อหุ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย. 2562 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กล่าวว่า ในวันนี้ ( 27 กันยายน 2562 ) คณะกรรมการ ปตท. มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2562 พร้อมขานรับนโยบายภาครัฐแบ่งเบาภาระต้นทุน &amp;nbsp; ค่าครองชีพของประชาชน แม้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ ปตท. ยังมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ผ่านการลงทุนในโครงการที่สำคัญตามแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนนโยบายรัฐในการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการได้เห็นชอบจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น ที่อัตรา 0.9 บาท &amp;nbsp; ต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ประมาณร้อยละ 47.1 ของกำไรสุทธิงวดครึ่งแรกของปี 2562 &amp;nbsp;และอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนต่อปี (Dividend Yield) ร้อยละ 4.3 ซึ่งเป็นไปตามความคาดหวังของนักลงทุน โดยกระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ปตท. จะได้รับเงินปันผลคิดทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านกองทุนวายุภักษ์คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 16,000 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นทั้งสถาบันและ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายย่อยกว่า 100,000 คน จะได้รับเงินปันผลกว่า 10,000 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 26,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ ทั้งนี้กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD (Exclude Dividend) วันที่ 10 ตุลาคม 2562 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปตท. ยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการที่สำคัญตามแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามกลยุทธ์การสร้างสมดุลใน 3 มิติ (People Planet Prosperity : 3P) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการ ปตท. ยังมีมติให้การสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการแบ่งเบาภาระต้นทุน &amp;nbsp; ค่าครองชีพของประชาชน โดยให้ความช่วยเหลือค่าก๊าซหุงต้ม แก่ร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน &amp;nbsp;88,189 ราย เป็นจำนวนเงินส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อเดือน สำหรับใช้สิทธิ์ซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าก๊าซที่ลงทะเบียนกับกรมบัญชีกลาง ผ่านอุปกรณ์รับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Capture : EDC) ของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ โดยมีระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม 2562 &amp;nbsp;ในวงเงินรวม 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการ &amp;nbsp; &amp;nbsp;นำร่องของ ปตท. ร่วมกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง ในการปรับฐานข้อมูลผู้สมควรได้รับการสนับสนุนโดยตรง ให้สอดคล้องกับข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการให้ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; มติของคณะกรรมการ ปตท. แสดงให้เห็นถึงการดูแลประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้น้อย เพื่อให้มีอาชีพที่มั่นคงขึ้น อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยผ่านเงินปันผลให้กับกระทรวงการคลังและผู้ถือหุ้นกว่า 100,000 ราย เป็นเงินประมาณ 26,000 ล้านบาท ในเดือนตุลาคม 2562 เพื่อสร้างการเติบโตและความยั่งยืนของเศรษฐกิจและสังคมไทย โดย ปตท. ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการในทุกมิติเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มั่นคงต่อไป&amp;rdquo; นายชาญศิลป์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46784</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ปันผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5682050623e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
