<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขา ก.ล.ต. ยันกระบวนการสอบข้อเท็จจริงวัคซีนไฟเซอร์ &#039;หมอบุญ&#039; ยึดตามหลักกฎหมายเคร่งครัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยผ่านห้องไลน์กรุ๊ป Press &amp;amp; SEC ถึงกรณีที่ ก.ล.ต. &amp;nbsp;ได้ออกเอกสารข่าวที่ 149/2564 ในหัวข้อ &amp;ldquo;ก.ล.ต. ให้ THG และนายบุญ วนาสิน ชี้แจงข้อมูลการให้ข่าวการเซ็นสัญญากับกระทรวงกลาโหมเพื่อนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์&amp;rdquo; ว่า จากนี้กระบวนการจะต้องดำเนินการตามขึ้นตอน โดยผู้บริหารของ THG จะต้องเข้ามาชี้แจงภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งรายละเอียดในการสอบสวนข้อมูล จะยึดตามหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;และยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า จะสวบสวนในประเด็นใดบ้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&amp;nbsp;
บุญไม่พอแล้ว!ก.ล.ต.จี้หมอบุญแจงซื้อวัคซีนไฟเซอร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;lsquo;THG&amp;rsquo;ปัดดีลวัคซีนไฟเซอร์ร่วมกห.แล้ว!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112157</URL_LINK>
                <HASHTAG>THG, ก.ล.ต., กลาโหม, บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG), ปั่นหุ้น, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059b00b3ab54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!&#039;พี่ศรี&#039;ร้องกลต.สอบ&#039;หมอบุญ&#039;ตีปี๊บวัคซีนทิพย์หวังปั่นหุ้นหรือไม่ โทษคุก5ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กลต. ถนนวิภาวดี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) เพื่อให้ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายกรณีการออกมาให้ข่าวของ นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เกี่ยวกับดีลการเจรจาจัดหาวัคซีนทางเลือก 20 ล้านโดส ซึ่งอาจเป็น &amp;ldquo;วัคซีนทิพย์&amp;rdquo; เพื่อหวังผลสร้างกระแสความนิยมในหุ้นของบริษัทหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นพ.บุญออกมาให้ข่าวอย่างต่อเนื่อง กำลังดำเนินการลงนามจัดซื้อวัคซีน BioNTech ของเยอรมัน ชนิด mRNA เป็นตัวเดียวกับไฟเซอร์ และ Novavax ของอเมริกา ซึ่งสร้างความดีใจและความหวังให้กับคนไทยเป็นจำนวนมากที่หวังจะได้ใช้วัคซีนชนิด mRNA เพื่อนำมาป้องกันเชื้อโควิด-19 โดย นพ.บุญ ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะลงนามจัดซื้อได้ภายในเย็นวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป ไม่มีคำตอบใดๆให้กับสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางกลับกัน สื่อมวลชนหลายแขนงได้รายงานข่าวว่าบริษัทเตรียมเซ็นสัญญาซื้อวัคซีน BioNTech ของเยอรมนี จำนวน 20 ล้านโดส ทำให้ช่วงเช้าวันที่ 15 ก.ค.64 ราคาหุ้นของธนบุรีเฮลท์แคร์กรุ๊ป จากราคา 29.75 บาทพุ่งขึ้นถึง 33.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 12.61 % เลยทีเดียว และสื่อต่างประเทศได้รายงานว่าการออกมาให้ข่าวดีลการซื้อวัคซีนดังกล่าวช่วยให้ราคาหุ้นของเครือธนบุรีเฮลท์แคร์กรุ๊ปดีดตัวขึ้น และมีมูลค่าด้านการตลาดเพิ่มขึ้นราว 1,500 ล้านบาทเลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน มีการเผยแพร่อีเมลอย่างเป็นทางการจากบริษัท Pfizer Deutschland GmbH เรื่องสิทธิ์การจัดจำหน่ายวัคซีน โดยระบุว่า &amp;ldquo;เรายังคงร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการจัดหาวัคซีน Pfizer-BioNTech COVID-19 ให้ใช้ได้ทั่วประเทศไทย และเรากำลังอยู่ในช่วงปรึกษาหารือกับกรมควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น&amp;rdquo; ส่วนผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐฯ ก็ยืนยันเช่นกันว่า ทางบริษัทมีการเจรจาเรื่องการส่งออกวัคซีนชนิด mRNA กับรัฐบาลไทยเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุปของการดีลเจรจาซื้อวัคซีนทางเลือกของ นพ.บุญ ยังไม่มีใครทราบว่าจะออกมาทางใด แต่ที่แน่ๆ การออกมาให้ข่าวอย่างต่อเนื่องดังกล่าว เป็นพฤติการณ์ที่น่าสงสัยว่าเป็นการสร้างกระแสความนิยมในหุ้นของบริษัทในเครือของตนหรือไม่ ทั้งที่กฎหมายห้ามมิให้บุคคลใดบอกกล่าวเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งมีโทษหนักทั้งทางอาญาและหรือทางแพ่ง คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1 ล้านถึง 5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ม.240 ม.242 ม.243 ประกอบ ม.296 วรรคสอง แห่งพรบ.ตลาดหลักทรัพย์ 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความมาร้องเรียนต่อ กลต.เพื่อขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังหากพบว่ามีการละเมิดกฎหมายของ กลต.เพื่อหวังผลการเพิ่มมูลค่าหุ้นของตนในตลาดหลักทรัพย์ บนความคาดหวังลมๆแล้งๆของคนไทยหรือไม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110415</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลต., นพ.บุญ วนาสิน, ปั่นหุ้น, วัคซีนทิพย์, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6556f3dfe1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ล.ต. เตรียมเรียก&#039;แอน JKN&#039;ชี้แจงใช้สื่อโซเชียลปั่นหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 2564 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า กรณีนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) (JKN) ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทร่วมมือกับคู่ค้าทำผลิตภัณฑ์กัญชง ซึ่งด้วยความสามารถด้านการตลาดจะทำรายได้มหาศาลนั้น เป็นการให้ข่าวที่มีผลต่อราคาหุ้น ซึ่งก.ล.ต.ได้มีการทำ mou แบ่งหน้าที่กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยตลท.ทำหน้าที่เฝ้าระวัง( surveillence) จะติดต่อ และให้บริษัทชี้แจงหรือปรามในเบื้องต้น &amp;nbsp;และหากมีประเด็นเรื่องปั่นราคา ตลท.จะประสานกับก.ล.ต.เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายจักรพงษ์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่า &amp;quot;กันชงแท้เจ้าแรก เจ้าเดียวของไทย +18 แบบ 24 ชั่วโมง = ตำนานรวยของโคตรรวย&amp;quot; นอกจากนี้ ยังโพสต์ข้อความอีกว่า &amp;quot;ถึงแม้อ่านไม่เข้าใจ...ก็แค่ไปซื้อหุ้นเจเคเอ็นเก็บไว้ก็พอ!!! (แม่บอกแล้วนะ...ปกติไม่เคยเชียร์หุ้นใครเลยด้วยซ้ำ)&amp;quot; ก่อนที่จะแก้ไขเป็น &amp;quot;พยายามเข้าใจกันเอง...แม่พูดมากไม่ได้!!!&amp;quot; และลบโพสต์ข้อความออกไปในท้ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95600</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ชี้แจง, ปั่นหุ้น, แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_604850cd08bc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันแพ่ง‘พิชญ-์ พวก’ปั่นหุ้น กลต.จี้จ่ายค่าปรับ160ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ก.ล.ต.เผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับ &amp;quot;พิชญ์ โพธารามิก&amp;quot; และผู้ร่วมกระทำความผิดอื่นอีก 4 ราย กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัท โมโนฯ และกับผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่นอีก 3 ราย กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนลฯ โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 44,236,447 บาท และ 115,875,094 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติม พบการกระทำความผิดฐานสร้างราคาหุ้น MONO และ JAS โดยทั้ง 2 กรณีมีนายพิชญ์เป็นตัวการทำหน้าที่แหล่งเงินทุน เพื่อใช้ในการสร้างราคาหุ้นดังกล่าวร่วมกับผู้กระทำความผิดอื่น ดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กรณีสร้างราคาหุ้น MONO&amp;nbsp;ช่วงระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม 2558 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2558 นายพิชญ์และบุคคลอื่นอีก 4 ราย ได้แก่ (1) นางเสาวนิตย์ ถนอมสุวรรณ์&amp;nbsp;(2) นางลลนา ธาราสุข&amp;nbsp;(3) นางสาวพร้อมศิริ สหบุญธรรม และ (4) นายพิรศักดิ์ เพิ่มบุญญรักษ์ ได้ร่วมรู้เห็นตกลงกันใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง และบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น จำนวน 1 บัญชี ซื้อขายหุ้น MONO ในลักษณะผลักดันราคา พยุงราคาและทำราคาปิด ซึ่งมีแนวโน้มลดต่ำลง ไม่ให้ลดลงไปมาก อันทำให้สภาพการซื้อขายหุ้น MONO ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด มีผลให้ราคาปิดหุ้น MONO ในแต่ละวันเพิ่มขึ้น 0.02 ถึง 0.74 บาท ตลอดช่วงดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีสร้างราคาหุ้น JAS&amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 11 มีนาคม 2559 นายพิชญ์และบุคคลอื่นอีกจำนวนอย่างน้อย 3 ราย ได้แก่ (1) นายเกริกไกร ไตรบัญญัติกุล (2) นางเสาวนิตย์ และ (3) นายพิรศักดิ์ ได้ร่วมรู้เห็นตกลงกันใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนายเกริกไกร นางเสาวนิตย์ นายพิรศักดิ์ รวมทั้งบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคลอื่น จำนวน 1 บัญชี ซื้อขายหุ้น JAS ในลักษณะพยุงราคาและทำราคาปิด ซึ่งมีแนวโน้มลดต่ำลง ไม่ให้ลดลงไปมาก อันทำให้สภาพการซื้อขายหุ้น JAS ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด มีผลให้ราคาปิดหุ้น JAS ในแต่ละวันเพิ่มขึ้น 0.02 ถึง 1.57 บาท ตลอดช่วงดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 244 และมาตรา 243 (2) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะกระทำความผิด ซึ่งปัจจุบันการกระทำดังกล่าวยังคงเป็นความผิดตามมาตรา 244/3 และมีระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ฉบับที่ 5 พ.ศ.2559 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญาคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้ ก.ล.ต.นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้กับทั้ง 2 กรณีข้างต้น ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก.กรณีหุ้น MONO ให้นายพิชญ์ชำระค่าปรับทางแพ่งจำนวน 42,236,447 บาท และให้นางเสาวนิตย์ นางลลนา นางสาวพร้อมศิริ และนายพิรศักดิ์ ชำระค่าปรับทางแพ่งรายละ 500,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข.กรณีหุ้น JAS ให้นายพิชญ์ชำระค่าปรับทางแพ่งจำนวน 114,375,094 บาท และให้นายเกริกไกร นางเสาวนิตย์ และนายพิรศักดิ์ ชำระค่าปรับทางแพ่งรายละ 500,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้กระทำความผิดทั้ง 2 กรณีข้างต้น หากไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก.ล.ต.จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การที่ ค.ม.พ.ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด เป็นเหตุให้ผู้กระทำความผิดดังกล่าว เข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนด้วย ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 3/2560 ซึ่งมีกรอบระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 3 ปี และ ก.ล.ต.จะพิจารณาเมื่อบุคคลดังกล่าวจะเข้าไปเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายพิชญ์ โพธารามิก เป็นบุตรชายของนายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48656</URL_LINK>
                <HASHTAG>JAS, MONO, ก.ล.ต., ปั่นหุ้น, พิชญ์ โพธารามิก, สร้างราคาหุ้น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daf0826b4640.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 00:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “สมคิด” จี้ ก.ล.ต. ล้างบางคดีปั่นหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.2562 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่ามีนักลงทุนและบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีการกระทำผิดโดยการปั่นหุ้นอยู่จำนวนมาก จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วยดำเนินการปราบปรามการปั่นหุ้นอย่างจริงจังมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า นโยบายของนายสมคิด เป็นเรื่องที่ ก.ล.ต. ต้องรีบดำเนินการ โดยตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2562 ก็ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำความผิดปั่นหุ้นไปจำนวนหนึ่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้ ก.ล.ต. ได้ปรับการทำงานครั้งใหญ่ ให้ฝ่ายตรวจสอบของ ก.ล.ต. ร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตั้งเป็นคณะทำงานพิเศษขึ้นมาตรวจสอบเอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดปั่นหุ้นตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่ต่างฝ่ายต่างทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คดีปั่นหุ้นตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2562 ที่ทาง ตลท. ส่งมาให้ ก.ล.ต. ดำเนินการในรูปของคณะทำงานร่วมกับตัวแทนของดีเอสไอและ ปปง. จะทำการสอบสวนคดีดังกล่าวไปพร้อมกันเลย ส่วนคดีก่อนที่เข้ามารับตำแหน่ง หากพบว่าเป็นคดีสำคัญไม่มีการดำเนินการให้คืบหน้าก็จะดึงเข้ามาให้คณะทำงานนี้ทำการสืบสวนเอาผิดเช่นกัน&amp;quot; นางสาวรื่นวดี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รื่นวดี กล่าวอีกว่า ก.ล.ต. จะมีการลงบันทึกข้อตกลงกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในการเข้ามาส่วนหนึ่งของคณะทำงานสอบสวนคดีปั่นหุ้น เพราะมีเรื่องการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน เอกสาร ลายนิ้วมือ ลายเซ็นต์ ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับกระทำผิดปั่นหุ้นต่อไปนี้จะรวดเร็ว และเป็นระบบมากขึ้น เป็นเรื่องที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญ เพราะเป็นการหาผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย ส่วนจะมีการดำเนินคดีกี่ราย ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของ ตลท. ที่จะส่งเรื่องมาให้ ก.ล.ต. ดำเนินการเอาผิดต่อไป&amp;quot; น.ส.รื่นวดี กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39570</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปั่นหุ้น, รื่นวดี สุวรรณมงคล, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, เลขาธิการ ก.ล.ต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce6659d93240.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 07:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 07:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอเสริฐ-ลูกสาว ยอมจ่าย 500 ล้านเคสปั่นหุันบีเอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ.62 ที่ผ่านมา นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ, น.ส.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ และนางนฤมล ใจหนักแน่น ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง โดยชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 499.45 ล้านบาทแล้ว และ ก.ล.ต. มีคำสั่งห้ามนายปราเสริฐ เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.62 ถึงวันที่ 8 ก.พ.64 ส่วนน.ส.ปรมาภรณ์ มีคำสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบจ. เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.62 ถึงวันที่ 8 ก.พ.63 และมีคำสั่งห้ามนางนฤมล เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบจ. เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.62 ถึงวันที่ 8 ก.พ.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าช่วงระหว่างวันที่ 13 พ.ย.58 ถึงวันที่ 12 ม.ค.59 นายปราเสริฐ, น.ส.ปรมาภรณ์ และนางนฤมล ร่วมกันซื้อขายหุ้นบมจ. การบินกรุงเทพ &amp;nbsp;(บีเอ) อย่างต่อเนื่องและจับคู่ซื้อขายหลักทรัพย์บีเอ ระหว่างกันเองในลักษณะอำพรางการซื้อขาย ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และส่งผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นบีเอผิดไปจากสภาพปกติของตลาด ก.ล.ต.จึงดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ โดยเรียกชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 499.45 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งว่า บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (บีดีเอ็มเอส) ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่านายปราเสริฐ, น.ส.ปรมาภรณ์ ขอลาออกจากตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.62 ส่วน บมจ.การบินกรุงเทพ ทำหนังสือถึง ตลท. ว่า นายปราเสริฐ และนางนฤมล ขอลาออกจากตำแหน่ง &amp;nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.62 เป็นต้นไป และเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการบีดีเอ็มเอส มีมติแต่งตั้ง นางนฤมล น้อยอ่ำ ดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และกรรมการบริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.62 ที่ผ่านมา และยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ส่วนที่ประชุมคณะกรรมการบีเอ มีมติแต่งตั้ง นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.62 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;และยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ก.ล.ต. สั่งฟันหมอเสริฐ, จ่าย 500 ล้าน, บีเอ, ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ, ปั่นหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08a6ca5d720.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบสถิติ! ปรับเฉียดพันล้านปั่นหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.2561 - ข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ฉบับที่ 26/2561 ซึ่งได้ดำเนินการกับผู้กระทำผิด 25 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ หรือปั่นหุ้น NEWS, MILL, POLAR, NBC, NINE และ NINE-W1 โดยให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางแพ่ง &amp;nbsp;890,789,424 บาทนั้น ถือเป็นการลงโทษทางแพ่งที่สูงที่สุดรับตั้งแต่ก่อตั้ง ก.ล.ต.เมื่อปี 2535 เลยทีเดียว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากสำรวจจากเว็บไซต์ของ ก.ล.ต.ที่เปิดเผยข้อมูลคดีการเปรียบเทียบปรับนั้นจะเห็นส่วนใหญ่อยู่ในระดับแสนถึงระดับหลายสิบล้านบาทเท่านั้น แต่กรณีนี้เป็นครั้งแรกในยุค 4.0 ที่เฉียดระดับพันล้านบาทโดยทีเดียว ซึ่งข้อมูลการเปรียบเทียบปรับที่มีทั้งสิ้น 178 รายการนั้น รายการแรกคือ &amp;nbsp;รายการเมื่อปี 2552 ที่มีการปรับนายศิริชัย รัศมีจันทร์ ในวงเงิน 5 แสนบาทจากกรณีอินไซเดอร์หุ้น ASCON ในขณะที่ปี 2552 ผู้ที่มีถูกปรับมากที่สุด คือ นายเอก พุทธาโกฐิรัตน์ ในกรณีสร้างราคาหุ้น TWZ โดยถูกเรียกปรับ 14,430,242.68 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในปี 2553 นั้น ตามข้อมูลของ ก.ล.ต.เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบปรับนายอานนท์ชัย วีระประวัติ จำนวน 5 แสนบาทในกรณีสร้างราคา SINGHA ซึ่งก็ถือว่ามากที่สุดของปีด้วย ในขณะที่ 2554 นั้นเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบปรับ นายชัชพงศ์ มัญชุภา จำนวน 685,785.60 บาท ในการอินไซเดอร์หุ้น SLC &amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ก.ล.ต.เปรียบเทียบปรับหลายบุคคลในระดับหลายสิบล้านบาท โดยที่มากที่สุดคือ นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา ที่ถูกเปรียบเทียบ 48,127,389.54 บาทในการปั่นหุ้น ASCON&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2555 ปรับสูงสุดคือ นายประสงค์ สุวิวัฒน์ธนชัย จำนวน 80,995,415.67 บาทในการปั่นหุ้น UNIQ ปี 2556 ปรับสูงสุดคือ นายศิริวัฒน์ อนันต์คูศรี ในข้อหาอินไซเดอร์ในหุ้น STPI โดยปรับ 15,861,919.29 บาท ในขณะที่ปี 2557 นั้นปรับสูงสุด คือ นายสมเดช ลีสวัสดิ์ตระกูล และน.ส.อังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ วงเงิน 25,665,197.13 บาท ในการปั่นหุ้น RICH ซึ่งทั้งคู่ไม่ชำระค่าปรับ ก.ล.ต.จึงได้ร้องต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2558 ที่ถือเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เมื่อเปรียบเทียบปรับ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในกรณีอินไซเดอร์หุ้น MAKRO ซึ่งมีการปรับถึง 30,228,000 บาท ส่วนในปี 2559 นั้นที่เป็นข่าวดังและมีมูลค่ามากที่สุด คือ การสั่งเปรียบเทียบ 9 รายในกรณีปั่นหุ้น UMI โดยเปรียบเทียบปรับถึง &amp;nbsp;447,263,780.45 บาท ซึ่งมี 4 รายที่ไม่ยอมชำระค่าปรับและต้องส่งให้ดีเอสไอดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาถึงกรณีล่าสุดที่ปรับถึง 890,789,424 บาทในผู้เกี่ยวข้อง 25 ราย &amp;nbsp;ที่สำคัญการลงโทษครั้งนี้ยังรุนแรงอย่างยิ่ง เพราะเมื่อคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ปรับทางแพ่งกับผู้กระทำผิดแล้ว ยังมีผลทำให้ผู้กระทำผิดทั้งหมดเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน หรือผู้ง่ายๆ คือ ทั้ง 25 รายดังกล่าวจะไม่สามารถนั่งบริหารบริษัทในตลาดหุ้นได้เลย นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังได้รายงานการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 อีกด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ค่าปรับ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ปั่นหุ้น, ปี2552, ปี2561, สร้างราคา, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, อินไซเดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c5742b088.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
