<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>1967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2018 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2018 22:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปั่นไปไม่ทิ้งกัน&#039; วันที่สอง  สุพรรณ-ชัยนาท 96 กม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ No One Left Behind &amp;rdquo; วันที่สอง เริ่มปล่อยตัวจากลานมังกรสวรรค์ หน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี โดยมีนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปะอาชา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด ร่วมปล่อยตัวคณะนักปั่นจักรยานสามัคคี &amp;ldquo;คนตาดีช่วยคนตาบอด&amp;rdquo; พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์สิทธิ์ของผู้พิการในจังหวัดสุพรรณบุรี บรรยากาศในช่วงเช้าเต็มไปด้วยความคึกคักโดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากปล่อยตัวนักปั่นจักรยานสามัคคีคนตาดีช่วยคนตาบอดไปแล้ว ได้มีการปั่นจักยานเพื่อรณรงค์สิทธิผ่านไปในพื้นที่ต่างๆ ภายในตัวจังหวัด โดยได้รับการต้อนรับจากประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรีตลอดสองข้างทางอย่างอบอุ่น มีการนำเงินบริจาคมามอบให้กับคณะนักปั่นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีตัวแทนนักปั่นจากกลุ่มและชมรมต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรีมาร่วมปั่นจักรยานเพื่อให้กำลังใจและรณรงค์สิทธิ์ของผู้พิการมากกว่า200 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้พิการด้านต่างๆ ที่สามารถปั่นจักรยานได้ อาทิ นายมงคล พันธุ์แตง ผู้พิการที่แขนขาดทั้งสองข้าง แต่ใช้เชือกผูกที่ไหล่เพื่อควบคุมจักรยานมาร่วมปั่นในขบวนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งขณะนี้ขบวนคณะนักปั่นตาบอดกำลังมุ่งหน้าเข้าเขตจังหวัดชัยนาท โดยมีนักปั่นจักรยานจากชมรมและกลุ่มต่างๆ มารอต้อนรับ และสลับผลัดเปลี่ยนเข้ามาร่วมขบวนเพื่อให้กังลังใจอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตลอดเส้นทาง โดยสภาพอากาศในวันนี้อุปสรรคยังคงเป็นเรื่องของสภาพอากาศที่ยังคงร้อนอบอ้าว มีแดดแรงเหมือนวันแรก แต่นักปั่นทั้ง 40 คนก็ยังมีกำลังกายและกำลังใจที่เข้มแข็ง และยังอยู่ในขบวนปั่นครบทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศที่จังหวัดสุพรรณบุรีตั้งแต่เมื่อวานนี้ที่คณะนักปั่นจักรยานสามัคคี &amp;ldquo;คนตาดีช่วยคนตาบอด&amp;rdquo; ปั่นจักยานเข้ามาในเขตพื้นที่ของจังหวัด สองข้างทางและจุดพักต่างๆ ได้มีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธามารอต้อนรับ และมอบเงินสนับสนุนกิจกรรมนี้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปั่นในวันนี้ตลอดเส้นทางจากจังหวัดสุพรรณบุรีมุ่งหน้าสู่จังหวัดชัยนาท ได้มีนายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ และประชาชนในพื้นที่ ทำป้ายมาต้อนรับและให้กำลังใจกับนักปั่น พร้อมมอบเงินบริจาคให้กับโครงการปั่นไปไม่ทิ้งกันตามจุดพักต่างๆ และระหว่างทางที่ขบวนผ่านไป นอกจากนี้มีนักเรียนจากโรงเรียนศึกษาพิเศษและโรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบเรียนร่วม มาคอยให้กำลังใจกับนักปั่นทั้ง 40 ชีวิตตามจุดต่างๆ ที่ขบวนจักรยานปั่นผ่านไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางปั่นวันที่สาม จะเริ่มต้นจากหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท โดยมีจุดหมายที่จังหวัดนครสวรรค์ รวมระยะทาง 68 กิโลเมตร โดยจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อระดมพลังการสนับสนุนจากภาคประชาชนด้วยการตั้งต้นผ้าป่าตามจุดต่างๆ เพื่อหาเงินสบทบทุนมอบให้กับนักปั่นตาบอด นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้คนในสังคมไทยเห็นศักยภาพ และให้โอกาสผู้พิการในการพัฒนาตนเองในอีก 6 จังหวัดที่เหลือที่ขบวนนักปั่นจักรยานตาบอดปั่นผ่านไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน สานต่องานที่พ่อทำ No One Left Behind ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ผู้พิการตาบอดจำนวน 20 ชีวิต ร่วมกับนักปั่นจิตอาสาปั่นนำอีก 20 ชีวิต จะรวมพลังสามัคคีปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ เป็นระยะทางรวมกว่า 867 กิโลเมตร 9 วัน 9 จังหวัด ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม ถึงวันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดแพร่ จังหวัดลำปาง และจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหาทุนสนับสนุนการก่อสร้าง ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้พิการอย่างยั่งยืนยั่งยืน และยังเป็นการสานต่องานที่ &amp;ldquo;พ่อ&amp;rdquo; ทำด้วยการเปลี่ยน &amp;ldquo;ภาระ&amp;rdquo; ให้กลายเป็นอีกหนึ่ง &amp;ldquo;พลัง&amp;rdquo; ในการพัฒนาและสร้างสรรค์สังคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปั่นไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6f559028026.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2018 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2018 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปั่นไปไม่ทิ้งกัน..คนตาดีคู่คนตาบอด ระดมทุนจากกทม.-ชม.เพื่อผู้พิการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เช้าวันที่ 28 มกราคม 2561 ถือเป็นวันแรกของการเริ่มภารกิจการปั่นจักรยานสามัคคีอาสาคนตาดีคู่กับคนตาบอดไปเชียงดาว 9 วัน ใน&amp;quot;โครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน&amp;quot; โดยตั้งต้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีนักวิชาการชื่อดัง อาทิ ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ปั่นจักรยานคู่กับ ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ &amp;nbsp;ร่วมขบวนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการปั่นไปไม่ทิ้งกัน บริหารจัดการโดยมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ซึ่งจัดกิจกรรม ครั้งแรกในประเทศไทยกับขบวนจักรยานสามัคคี ที่คนตาดีช่วยคนตาบอดปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ &amp;ndash; เชียงใหม่ บนเส้นทางพิสูจน์ศักยภาพ 9 วัน 9 จังหวัด ระยะทาง 867 กม.เพื่อระดมทุนสร้าง &amp;#39;&amp;#39;ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน เชียงดาว&amp;#39;&amp;#39; พื้นที่แห่งโอกาสสู่อาชีพที่ยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนพิการทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1887</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนพิการ, ปั่นไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180128/image_big_5a6d8b398b9f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
