<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ก้อย รัชวิน&#039;น้ำตารื้น! กว่าจะได้น้ำนมแต่ละหยดไม่ใช่เรื่องง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาคุณแม่มือใหม่อย่าง ก้อย รัชวิน ภรรยาของ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย &amp;nbsp;ถึงกับน้ำตารื้น หลังจากที่สามารถปั๊มน้ำนมให้น้องทะเลลูกชายได้สำเร็จ &amp;nbsp;โดยก้อย รัชวิน ได้เผยเรื่องราวดีๆ นี้ผ่านอินสตาแกรมว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอบันทึกความสำเร็จของแม่ในเช้าวันนี้ #DAY6 ตอนเทนมออกมาจากขวดปั๊ม น้ำตาจะไหลลลล เรื่องนี้คนเป็นแม่มือใหม่จะเข้าใจค่ะ มันทั้งดีใจและภูมิใจอ่ะเนอะ เพราะกว่าจะได้มาแต่ละหยด มันไม่ได้มาง่ายๆ น้ำนมนี้จึงมีคุณค่ามากมายจริงๆ ... เป็นความสุขเล็กๆ ของคนเป็นแม่ที่ได้ทำให้ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากแชร์เรื่องน้ำนมเผื่อจะเป็นประโยชน์ให้คุณแม่หลายๆ คน ไว้มีโอกาสตอนลูกหลับแล้วแม่จะเขียนเล่าให้ฟังนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณแม่มือใหม่หัดปั๊มทุกคนค่ะ #KTsJourney #ก้อยตูนทะเล&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม rachwinwong&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119424</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้อย รัชวิน, ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย, น้องทะเล, ปั๊มน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163f6fd2f188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปั๊ม&#039; ปตท.-บางจาก -PT &#039;จัดโปร &#039;เติมน้ำมัน แจกมังคุด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ส.ค.64-เพจติดโปร -Pro Addict ได้โพสต์ข้อความ &amp;nbsp;&amp;quot;มังคุดล้นตลาด แค่เติมน้ำมันที่ PTT Station รับฟรี! มังคุด 1 กก.&amp;quot;
PTT Station ช่วยเหลือชาวสวนในภาคใต้ รับซื้อมังคุดจากสวนภาคใต้ 100 ตัน แล้วนำมาจัดโปร เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ ไม่มีขั้นต่ำ รับฟรี! มังคุด 1 กิโลกรัม งานนี้ใครอยากกินมังคุดอร่อยๆ แบบฟรี แล้วยังได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือเกษตรกร หยิบกุญแจ สตาร์ทรถ ไปเติมน้ำมันด่วนเลยย
&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 12 - 15 สิงหาคม 2564 หรือจนกว่าของจะหมด &amp;nbsp;เฉพาะสาขาในกรุงเทพฯ และนนทบุรีเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจาก PTT station แล้ว ยังมีปั๊มน้ำมันอื่นๆ ที่จัดโปรนี้เช่นกัน&amp;nbsp;
- PT Station สมาชิก PT Max Card เติมน้ำมันครบ 50 บาท แถมฟรี มังคุด 1 กิโลกรัม
- &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 9 - 15 สิงหาคม 2564 หรือจนกว่าของจะหมด
- เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ กรุงเทพฯ ปริมณฑล จังหวัดนครปฐม และจังหวัดสมุทรสาคร
- บางจาก เติมน้ำมันทุกชนิด ไม่มีขั้นต่ำ แถมมังคุดครึ่งกิโลกรัม
- ตั้งแต่วันที่ 9 - 13 สิงหาคม 2564 หรือจนกว่าของจะหมด
- เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการในกรุงเทพฯ เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวสวนมังคุดใต้, บมจ.บางจาก, บมจ.ปตท., ปั๊มน้ำมัน, ปั๋มพีที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a84ea06eb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เร่งล่าตัวคนร้ายบุกเข้าร้านค้าชักปืนจี้สาวเจ้าของปั๊มน้ำมันกลางวันแสกๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.63 - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง &amp;nbsp;ในหมู่บ้านกาเจาะ ต.หนองกี่ &amp;nbsp;อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อหาข้อมูลเบาะแสในการติดตามตัวคนร้าย หลังเกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย ขับขี่รถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน &amp;nbsp;สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบปิดใบหน้า &amp;nbsp;สวมกางเกงยีนส์ขายาว และเสื้อคลุมแจ็ตแก๊ตแขนยาว สีดำ &amp;nbsp;เข้าไปใช้อาวุธปืนจี้ น.ส.ทรายทอง &amp;nbsp;สงครามรอด &amp;nbsp;อายุ &amp;nbsp;24 &amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็นเจ้าของปั๊ม ตอนกลางวันแสกๆ เวลาประมาณ 12.30 น.เมื่อวานนี้ &amp;nbsp;แล้วขู่บังคับให้ น.ส.ทรายทอง &amp;nbsp;ปลดกระเป๋าคาดเอวที่ไว้สำหรับใส่เงินจากการเติมน้ำมันและขายของให้กับลูกค้า &amp;nbsp;โดยภายในกระเป๋ามีเงินประมาณ 2,500 บาท &amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายก็ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วงจรปิดที่ทางปั๊มน้ำมันติดตั้งไว้สามารถบันทึกภาพรูปพรรณและพฤติการณ์ของคนร้ายได้อย่างชัดเจน &amp;nbsp;โดยในภาพวงจรปิดจะเห็นคนร้ายขับรถจักรยานยนต์เข้ามาภายในปั๊มช่วงที่ไม่มีลูกค้า แล้วขับตรงเข้าไปจอด บริเวณหน้าบ้านที่เปิดเป็นร้านขายของชำภายในปั๊ม จากนั้นคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมถือปืนเดินตรงไปหาผู้เสียหายที่นั่งอยู่บนโซฟาภายในร้าน แล้วใช้ปืนขู่บังคับเอากระเป๋าเงิน ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดติดเครื่องไว้ ขับหลบหนีไป โดยใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกี่ ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด &amp;nbsp;เร่งติดตามล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57970</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ปั๊มน้ำมัน, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e52740eed1a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แบงก์รัฐบุกปั๊ม! เตรียมเปิดบริการฝาก-ถอน-กู้เงินเบ็ดเสร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบงก์รัฐบุกปั๊ม! &amp;quot;สมคิด&amp;quot; เตรียมนั่งหัวโต๊ะลงนามความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินของรัฐ - ปั๊ม ปตท. พัฒนาเป็นปั๊มน้ำมันชุดชน เพิ่มบริการ ฝาก-ถอน-กู้เงินได้เบ็ดเสร็จ ชงตั้งเป็นศูนย์กระจายสินค้าร้านธงฟ้า เปิดโชว์รูปสินค้าโอท็อปดันยอดขายรับเทศกาลท่องเที่ยว

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ร่วมมือกับ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในการคัดเลือกสถานีบริการน้ำมันที่ ปตท.บริหารเอง ซึ่งปัจจุบันมี 1.4 พันแห่ง มาพัฒนาเป็นปั้มน้ำมันเพื่อชุมชนเต็มรูปแบบ โดยภายในปั๊มน้ำมันมีจุดให้บริการที่หลากหลาย ประกอบด้วย การสร้างให้ปั๊ม ปตท.กลายเป็นจุดกระจายสินค้าสำหรับร้านธงฟ้าประชารัฐให้แก่ผู้มีรายได้น้อย เปิดจุดจำหน่ายสินค้าโอท็อประดับชั้นนำของประเทศ รวมถึงการจัดพื้นที่ให้มีจุดหรือสาขาให้บริการแก่ประชาชนเข้ามาใช้บริการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคารรัฐภายในปั้ม ตลอดจนเป็นคลังกระจายสินค้าชุมชนผ่านการซื้อขายทางอีคอมเมิร์ซ

ทั้งนี้ ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ นายสมคิด จะเป็นประธานการลงนามความร่วมมือ ระหว่างผู้บริหาร บมจ. ปตท. และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 8 แห่ง กับทั้ง บมจ.ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าประเทศไทย (ธสน.) , ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และสถานีบริการน้ำมัน ปตท.

สำหรับแนวทางการพัฒนาปั๊มน้ำมัน ปตท.จะมีการคัดเลือกสาขาที่มีขนาดใหญ่ มีทำเลที่เหมะสม&amp;nbsp; การเดินทางสะดวก เพื่อนำมาปรับปรุงพื้นที่จัดตั้งปั๊มน้ำมันเพื่อชุมชน กระจายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะสามารถเริ่มเปิดได้ภายในปีนี้ เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว และเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศ เดินทางแวะซื้อโอทอปเป็นของขวัญ ของฝากช่วงปลายปีจำนวนมาก

นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้ปั๊มน้ำมัน ปตท. กลายเป็นจุดกระจายสินค้าสำหรับร้านธงฟ้าประชารัฐรองรับความต้องการซื้อสินค้าผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของชาวบ้าน รวมถึงการเป็นคลังสินค้ากระจายสินค้าไปสู่ชุมชน มีการสร้าง อี-แคตาล็อก เพื่อส่งเสริมการค้าสินค้าชุมชนในรูปแบบแคตตาล็อกสินค้าออนไลน์ หรือแบบอีคอมเมิร์ซ ที่มีทั้งรูปภาพ รายละเอียด สินค้าพร้อมที่อยู่เบอร์โทรติดต่อ จากนั้นให้สามารถ จ่ายเงินสั่งซื้อผ่านออนไลน์ และให้ส่งสินค้าชุมชนตรงถึงบ้านผู้ต้องการซื้อ เพื่อกระตุ้นยอดขายโทอปและสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตมากขึ้น หลังจากสินค้าโอทอปเงียบหายไปนาน ในช่วงที่ผ่านมา

&amp;quot;ต่อไปภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. จะกลายเป็นศูนย์บริการทางการเงินของสถาบันการเงินรัฐ โดยจะมีการเปิดพื้นที่ให้ธนาคารออมสิน ธอส. ธ.ก.ส. หรือธนาคารอื่นๆ เข้าไปตั้งสาขาหรือเพิ่มจุดบริการ เพื่อให้ประชาชนสามารถแวะไปฝาก ถอน กู้ยืม ขอคำปรึกษาสินเชื่อ ภายในปั๊มน้ำมันได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวก เนื่องจากปกติการให้บริการของสถาบันการเงินรัฐบางแห่ง เช่น ไอแบงก์ เอสเอ็มอีแบงก์ บสย. มีสาขาน้อย จึงใช้ช่องทางปั๊มของ ปตท. ช่วยกระจายบริการถึงประชาชน&amp;quot; รายงานข่าว ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18980</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, บริษัท ปตท., ปั๊มน้ำมัน, สถานีบริการน้ำมัน, แบงก์รัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac5e138d67b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปั๊มน้ำมันเดือด  PT รุกธุรกิจอาหารเต็มสูบ ประเดิมซื้อหุ้น  จิตรมาส แคเทอริ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;PTG ทุ่ม 31.50 ล้านบาท ถือหุ้นบริษัท จิตรมาส แคเทอริ่ง จำกัด สัดส่วน 70% ดันเป็นครัวกลางเพื่อผลิตอาหาร เบเกอรี่ รวมถึงเครื่องดื่ม สนับสนุนธุรกิจอาหารในเครือ หวังปี 65 รายได้แตะ 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เปิดเผยว่า บริษัทได้อนุมัติให้บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของพีทีจี เข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท จิตรมาส แคเทอริ่ง จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการด้านอาหารครบวงจร วงเงิน 31.5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 70% โดยตั้งเป้าหมายให้จิตรมาสเป็นครัวกลางเพื่อผลิตอาหาร เบเกอรี่ รวมถึงเครื่องดื่ม เพื่อสนับสนุนธุรกิจอาหารในเครือของบริษัท รองรับการขยายตัวของสถานีบริการน้ำมันพีทีทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แผนการดำเนินงาน 5 ปี บริษัทจะใช้เงินลงทุนรวม 360-400 ล้านบาท เพื่อขยายครัวกลาง หรือร้านอาหาร ทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมันพีที ภายใต้แบรนด์ครัวบ้านจิตร พร้อมตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการสาขากว่า 150 แห่ง และมียอดขายไม่ต่ำกว่า 900-1,000 ล้านบาท ภายในปี 65 เนื่องจากธุรกิจอาหารยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ถือเป็นไปตามแผนงานของบริษัทที่จะขยายธุรกิจนอนออยล์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากธุรกิจน้ำมันทางเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คาดว่าครัวบ้านจิตรจะสามารถเปิดให้บริการสาขาแรกในเดือน พ.ค.นี้ โดยปีนี้จะขยายร้านอาหารได้ 8-10 สาขา และปี 62 จะอยู่ที่ 30 สาขา เบื้องต้นจะเน้นขยายสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก ก่อนขยายไปตามหัวเมืองใหญ่ในแต่ละภูมิภาค รวมทั้งปัจจุบันบริษัทกำลังศึกษาการเข้าซื้อกิจการ หรือการร่วมลงทุน ประเภทธุรกิจบริการ 1 แห่ง คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 3 ปี 61&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับยอดขายน้ำมันปีนี้ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดว่าจะเติบโต 20-25% หลังไตรมาสแรก ปี 61 ยังเห็นทิศทางเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ในปีนี้ยังมั่นใจจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 115,000 ล้านบาท จากปี 60 มีรายได้อยู่ 84,600 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจพลังงานเติบโตได้ดีกว่าที่คาดไว้ และบริษัทยังเดินหน้าเพิ่มจำนวนสมาชิกบัตรแมกซ์ การ์ด ในปีนี้เป็น 10 ล้านสมาชิก จากปัจจุบันที่มีอยู่ 8 ล้านสมาชิก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6506</URL_LINK>
                <HASHTAG>PTG, จิตรมาส แคเทอริ่ง, ธุรกิจอาหาร, ปั๊มน้ำมัน, พิทักษ์ รัชกิจประการ, พีที, พีทีจี เอ็นเนอยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac585570baca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปั๊มน้ำมัน-มอเตอร์ไซค์ เจอเก็บภาษีคาร์บอนฯ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ปั๊มน้ำมัน&amp;rdquo; เตรียมซวย &amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;quot; ถก &amp;quot;พลังงาน&amp;quot; จ่อรีดภาษีปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำลายสิ่งแวดล้อมเพิ่ม แต่ &amp;ldquo;พน.&amp;rdquo; เตรียมอุ้ม ชงเสนอลดการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาจ่ายแทน &amp;ldquo;มอเตอร์ไซค์&amp;rdquo; จ่อคิวถูกหางเลขด้วย คาดขึ้นแค่ 150-250 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมได้หารือกับกระทรวงพลังงาน (พน.) เพื่อหาแนวทางในการขยายฐานการจัดเก็บภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) กลุ่มสินค้าที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำลายสิ่งแวดล้อมเพิ่ม โดยกรอบการหารือได้พูดถึงชนิดของสินค้า และปริมาณที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงรูปแบบการเก็บภาษี เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าสินค้าใดควรเข้าข่ายการเสียภาษีเพิ่มบ้าง และอัตราภาษีที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไร แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าจะเก็บภาษีดังกล่าวเพิ่มจากสินค้าชนิดใด
&amp;quot;กรมยืนยันว่าการเก็บภาษีคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเก็บภาษีจากสินค้าบางประเภทไปแล้ว เช่น รถยนต์ และที่สำคัญการเก็บภาษีจะไม่สร้างภาระให้กับผู้บริโภคให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบบมีนัย เพราะกรมต้องการแค่ขยายฐานการเก็บภาษีให้กว้างขึ้น สอดคล้องกับมาตรฐานการเก็บภาษีสากลที่หลายประเทศก็มีการเก็บภาษีในสินค้าที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม&amp;quot; นายกฤษฎากล่าว
รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิตแจ้งว่า ในการหารือของกรมสรรพสามิตและกระทรวงพลังงาน ได้พิจารณาเตรียมเก็บภาษีคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งกลุ่มเบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอล์ ที่จำหน่ายตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวกลางที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก่อให้เกิดมลพิษอย่างมาก แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเก็บภาษีในอัตราเท่าไร แต่หลักการคือไม่กระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในปัจจุบัน และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
&amp;ldquo;กระทรวงพลังงานได้เสนอให้ลดการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จากเชื้อเพลิงที่ใช้ภายในประเทศ &amp;nbsp;เพื่อนำเงินส่วนต่างที่ลดลงจากการส่งเข้ากองทุนมาจ่ายเป็นค่าภาษีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทน โดยเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้ไม่เป็นภาระแก่ผู้บริโภค เพียงแต่เป็นการปรับการบริหารจัดการ โดยโยกจากเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันบางส่วนมาแบ่งจ่ายภาษีแก่สรรพสามิตแทน ซึ่งแนวทางทั้งหมดคาดว่าจะสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา&amp;rdquo; รายงานข่าวแจ้ง
มีรายงานอีกว่า กรมสรรพสามิตยังอยู่ระหว่างศึกษาจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งคาดว่าจะเก็บภาษีเพิ่มเพียงคันละ 150-250 บาท จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการเพิ่มราคาขายปลีกรถจักรยานยนต์ และทำให้ผู้บริโภค ผู้มีรายได้น้อยได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากผู้ผลิตอาจเลือกรับภาระภาษีไว้เอง
&amp;ldquo;การศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พบว่าปัจจุบันรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในประเทศ 80% เป็นรถจักรยานยนต์มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 150 ซีซี มีราคาขายปลีกประมาณ 3-5 หมื่นบาทต่อคัน ซึ่งมีภาระภาษีสรรพสามิต 750-1,250 บาทต่อคัน แต่หากจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.5% ของราคาขายปลีก หรือมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 150-250 บาทต่อคัน&amp;rdquo; รายงานข่าวระบุ&amp;nbsp;
ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตมีการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามหลักการความฟุ่มเฟือย โดยแบ่งประเภทของอัตราภาษีตามขนาดความจุของกระบอกสูบ แต่เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนั้น จึงมีแนวคิดในการจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นไปตามหลักการจัดเก็บภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม และจะส่งผลดีต่อการสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบอุตสาหกรรมในประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5764</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพสามิต, กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง, ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ปั๊มน้ำมัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab7af41cdd7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
