<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมดเวลาโหนประชาชน!หมอวรงค์ซัดอนาคตใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2562 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ต้องแก้ปัญหาประชาชนก่อน&amp;rdquo; ระบุว่า พรรคอนาคตใหม่กำลังจะรณรงค์ แคมเปญแก้รัฐธรรมนูญ ท่ามกลางที่ปัญหาของประชาชน ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาปากท้องและราคาสินค้าเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถือว่าการแอบอ้างประชาธิปไตย โดยไม่สนใจปัญหาพื้นฐานของประชาชน นี่คือความเห็นแก่ได้ของนักการเมือง โดยเอาประชาชนมาบังหน้า เพราะการเอาประชาชนมาอ้าง แต่ปัญหาเร่งด่วนของเขา กลับถูกละเลย เพียงเพื่อผลประโยชน์ คือการช่วงชิงอำนาจของนักการเมืองเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องไม่ลืมว่า เราเคยมีรัฐธรรมนูญที่อ้างว่า มาจากประชาชนในปี 2540 แต่ต้องตอบคำถามว่า ทำไมรัฐธรรมนูญที่คิดว่า ดีที่สุดจึงอยู่ไม่ได้ เราไม่ควรไปโทษทหารหรอก ปัญหาทุกอย่างจึงเกิดจากนักการเมืองกระทำในสิ่งไม่ชอบทั้งสิ้น จึงเกิดการปฏิวัติที่มีประชาชนสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้านักการเมืองมีความบริสุทธิ์ใจจริง เพื่อประโยชน์ของประชาชนจริงๆ นักการเมืองต้องใจเย็นอีกนิด ให้ประชาชนสัมผัสได้ว่า ทุกฝ่ายกำลังเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน และแสดงให้ประชาชนเชื่อใจ ว่าทุกอย่างนี้เพื่อประชาชน ประชาชนก็จะออกมาสนับสนุน แต่ถ้าไม่ได้เพื่อประชาชน แต่เป็นการแก้ปัญหาให้ตนเองก่อน สร้างความวุ่นวายให้ประเทศ ประชาชนก็จะออกมาต่อต้าน.........หมดเวลาแอบอ้างประชาชน #เราเป็นไทย #Thainess
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42666</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ปชป., ประชาชน, ปากท้อง, พรรคประชาธิปัตย์, รัฐธรรมนูญ, เฟซบุ๊ก, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d4678f41ceb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2018 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2018 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนหวังรัฐบาลหลังเลือกตั้งเน้นแก้ปัญหาปากท้องและหนี้สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สำรวจความคิดเห็นประชาชนวัย 40 อัพ กับการเลือกตั้งปี 62 พบให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้อง หนี้สิน และเศรษฐกิจมากที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค. 2561 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;40+ กับการเลือกตั้ง 2562&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11 &amp;ndash; 12 ธันวาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป กับการเลือกตั้ง 2562 ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงนโยบายที่คน 40+ อยากเห็นจากพรรคการเมือง ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.56 ระบุว่า นโยบายแก้ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 37.60 ระบุว่า นโยบายการควบคุมราคาสินค้าลดการผูกขาด ร้อยละ 30.16 ระบุว่า นโยบายป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ ผู้มีอิทธิพล ร้อยละ 27.44 ระบุว่า นโยบายแก้ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ ร้อยละ 19.60 ระบุว่า นโยบายพัฒนาด้านการศึกษา และยกระดับมาตรฐานการศึกษา ร้อยละ 15.20 ระบุว่า นโยบายการกระจายอำนาจ กระจายงานและรายได้ ไม่ให้กระจุกตามเมืองใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้อยละ 14.96 ระบุว่า นโยบายด้านสุขภาพ &amp;nbsp;การรักษาพยาบาล และการคุ้มครองความเสี่ยงของผู้บริโภค ร้อยละ 11.12 ระบุว่า นโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ระหว่างคนจนกับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนรวย ร้อยละ 2.88 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนาประเทศ FinTech , Big DATA , Blockchain ร้อยละ 1.28 ระบุว่า นโยบายการลดงบประมาณของทหาร ยกเลิกเกณฑ์ทหาร และร้อยละ 0.08 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นโยบายการจัดการด้านคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องที่คน 40+ คิดว่าไม่ถูกต้องหรือรับไม่ได้มากที่สุด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.76 ระบุว่า เป็นเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ รองลงมา ร้อยละ 16.24 ระบุว่า เป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ผู้มีอิทธิพล ร้อยละ 11.52 ระบุว่า เป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองของคนในประเทศ ร้อยละ 10.88 ระบุว่า เป็นเรื่องปัญหาสังคม (ความยากจน การกระจายรายได้ อาชญากรรม ยาเสพติด) ร้อยละ 4.56 ระบุว่า เป็นเรื่องระบบการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ ร้อยละ 4.08 ระบุว่า เป็นเรื่องการปฏิวัติ/การทำรัฐประหาร ร้อยละ 3.76 ระบุว่า เป็นเรื่องการไม่มีการเลือกตั้ง ร้อยละ 1.12 ระบุว่า เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และร้อยละ 0.08 ไม่ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสิ่งที่คน 40+ คาดหวังมากที่สุด หลังการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 62.64 ระบุว่า เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศที่ดีขึ้น รองลงมา ร้อยละ 10.16 ระบุว่า ประเทศมีความเป็นประชาธิปไตย ร้อยละ 8.80 ระบุว่า ส่งเสริมการเพิ่มอาชีพ ลดการว่างงาน พัฒนาให้แรงงานให้มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 6.00 ระบุว่า พัฒนาด้านการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้น ร้อยละ 5.68 ระบุว่า ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาของต่างชาติ ร้อยละ 3.28 ระบุว่า ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในประเทศและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 2.48 ระบุว่า การบริการและการได้รับสวัสดิการของรัฐด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และเท่าเทียมกัน ร้อยละ 0.16 ระบุว่า สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็น เช่น อินเทอร์เน็ต น้ำประปา ไฟฟ้า ถนน รถไฟ การคมนาคม ฯลฯ ร้อยละ 0.56 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่คาดหวังสิ่งใด ร้อยละ 0.16 ไม่แน่ใจและร้อยละ 0.08 ไม่ระบุ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการขับเคลื่อนประเทศไทยที่คน 40+ อยากเห็นในอนาคต พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.20 ระบุว่า แก้ปัญหาการขัดแย้ง สร้างความสามัคคี สร้างจิตสำนึกในการใช้เสรีภาพส่วนบุคคล รองลงมา ร้อยละ 31.20 ระบุว่า การทำนโยบายสาธารณะที่มาจากประชาชนร่วมกันคิด ร้อยละ 24.00 ระบุว่า ยกระดับคุณภาพการบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพ ร้อยละ 17.36 ระบุว่า ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ร้อยละ 12.00 ระบุว่า การแก้ไขปัญหาการเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ ร้อยละ 11.28 ระบุว่าแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงในจังหวัด 3 ชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 3.36 ระบุว่า ส่งเสริมด้านกีฬาให้กับประชาชน เช่น อุปกรณ์กีฬา สนามกีฬา เป็นต้น ร้อยละ 3.12 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น และการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 0.32 ไม่แน่ใจและร้อยละ 0.24 ไม่ระบุ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24857</URL_LINK>
                <HASHTAG>40+ กับการเลือกตั้ง 2562, การเลือกตั้งปี 62, การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, นิด้าโพล, ปากท้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1eff8d7188b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
