<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลวิจัยชายแดนใต้ ถ้าเมินศึกษา&#039;แบ่งแยกดินแดน-เอกราช&#039;กระทบยุทธศาสตร์สร้างสันติสุข  </HEADLINE>
                <CONTENT>

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดเวทีสัมมนาวิชาการสาธารณะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชายแดนใต้ : พื้นที่ ผู้คน และข้อเสนอเชิงนโยบาย &amp;nbsp;รายงานวิจัยภายใต้ชุดโครงการงานวิจัยประเด็นวิจัยเชิงยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (SRI13)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ่านโครงการวิจัยชายแดนใต้เข้มข้นกว่า 9 โครงการ เพื่อนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายแก่หน่วยงานรัฐ และประชาชน

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ. ดร.มารค ตามไท สถาบันเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวว่า ด้วยตระหนักถึงความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง ชีวิตคนยังรู้สึกถูกคุกคาม จึงจำเป็นต้องหาวิธีจัดการแบบใหม่ รัฐมักจะตั้งคำถามว่าขบวนการปาตานีต้องการอะไร แต่ตั้งคำถามผิดหรือเปล่า หรือควรถามว่าขบวนการปาตานีสู้ไปเพราะอะไร มีคุณค่าอะไรอยู่เบื้องหลังการต่อสู้ การแบ่งแยกดินแดน และเอกราช เป็นคำที่ทำให้คนตกใจ แต่ถ้าไม่นำมาศึกษาจะกระทบประสิทธิภาพของทั้งการประเมินยุทธศาสตร์ปัจจุบันและการหายุทธศาสตร์สร้างสันติสุขที่เหมาะสมกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตนจึงทำโครงการสานฝันปาตานีโดยไม่ใช้ความรุนแรง : การวิเคราะห์จากบทสนทนา เพื่อสร้างจินตนาการใหม่ เพื่อหาเหตุผลของคนปาตานีที่ต้องการเอกราช โดยการสัมภาษณ์ชาวปาตานีที่สนับสนุนเอกราช 1,000 คน ทั้งนี้ มี ผู้ตอบคำถามที่น่าสนใจ โดยเห็นว่า ปาตานีมีความแตกต่างจากรัฐไทยโดยสิ้นเชิง ทั้งอัตลักษณ์ ภาษา วัฒนธรรม และความเชื่อ แม้รัฐไทยปกครองดีแค่ไหน ก็ไม่ตอบโจทย์อัตลักษณ์ของพวกเขา เพราะรัฐไทยไม่เคยเข้าใจ และไม่มีวันจะเข้าใจจึงเป็นเหตุผลของการต้องการเอกราช ขณะที่อีกส่วน มองว่า เพราะเอกราชเป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่รักษาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทยและชาวปาตานี ความขัดแย้งจะไม่ยุติลงได้ จนกว่าเจ้าของที่ดินจะได้ดินแดนของตนเองกลับคืนมา

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ศ.ดร.มารค กล่าวต่อว่า เราได้ค้นพบเหตุผลหลักที่ชาวปาตานีซึ่งสนับสนุนเอกราชให้ไว้คือ 1.ความเป็นเจ้าของดินแดน 2.การเป็นวิธีที่จะได้อนาคตที่ปรารถนา 3.การเป็นพันธะทางศาสนา และ 4. การเป็นวิธีจัดการกับความขัดแย้งกับรัฐไทยได้ดีที่สุด ทั้งนี้ ผลงานวิจัยได้มีข้อแนะนำสำหรับการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ คือ รัฐไทยควรเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้คนปาตานีถกกันเองอย่างเปิดเผยและกว้างขวางเกี่ยวกับอนาคตของปาตานีว่าจะเดินตามเส้นทางเอกราชหรือไม่ และรัฐไทยควรดำเนินการนี้ โดยมีวุฒิภาวะพอที่จะส่งเสริมการคุยกันครั้งนี้ระหว่างคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ด้วยกันเอง ด้วยความปรารถนาดีต่อความสุขใจของคนทุกคนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน รศ.ปัญญา เทพสิงห์ ภาควิชาสารัตถศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ตนได้จัดทำงานวิจัยกิจกรรมที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชาวมุสลิมและชาวพุทธภายใต้บทบาทผู้นำศาสนาของชุมชนหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ความคิดของพระสงฆ์และผู้นำศาสนาอิสลามมีอิทธิพลต่อการเข้าร่วมกิจกรรมของชาวมุสลิมและชาวพุทธ ประกอบด้วยความคิดที่เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ความสามัคคีของคนในชุมชน คือ พลัง และความคิดด้านเมตตาธรรมตามที่ยึดตามแบบอย่างศาสดา ขณะที่กิจกรรมที่เสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาวมุสลิมและชาวพุทธภายใต้บทบาทพระสงฆ์และผู้นำศาสนาอิสลาม ประกอบด้วย 1.การจัดงานฉลอง มีพิธีการแสดงมุทิตาจิต และมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนทั้งพุทธและมุสลิม 2.การจัดตลาดนัดในเขตวัดมีผู้นำศาสนาร่วมกิจกรมของโรงเรียน พร้อมนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างพระสงฆ์และอิหม่าม 3.การช่วยเหลือเด็กกำพร้า ทั้งชาวพุทธและมุสลิมที่ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ทั้งนี้ แม้มีการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนสองศาสนา แต่ก็มีเสียงวิพากษ์แต่ละกิจกรรมส่งผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิดของสังคมภายนอก ดังนั้น ควรดำเนินกิจกรรมที่เหมาะสม โดยเลือกสถานที่เป็นกลาง ไร้พิธีการ และเกิดจากความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79903</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานวิจัยชายแดนใต้, นสพ.ไทยโพสต์, ปาตานี, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), สันติสุขจังหวัดชายแดนใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7f1cd5874b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BRNใช้โซเชียลขู่ชรบ. คือกองกำลังติดอาวุธของสยาม &#039;ปาตานี&#039;จำต้องสังหารท่านโดยไม่ละเว้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่ก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นมา ได้ส่งสารถึง ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านทางช่องทางโซเชียล &amp;nbsp;โดยเน้นไปยัง กองกำลังติดอาวุธภาคประชาชน ดังข้อความต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารถึง &amp;nbsp;ชรบ. อรบ. อรม. ทสปช. และกองกำลังประชาชนในภาคส่วนอื่นและผู้ช่วยเหลือทางราชการงานความมั่นคงฝ่ายพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BRN ในสถานะที่เป็นกองกำลังหลักในพื้นที่ยึดครองของสยามไทย ที่พยายามปกป้องและสร้างสถานะต่อตัวตนของชาติพันธุ์มลายูให้คงอยู่ในแผ่นดินปาตานี ในขณะที่สยามพยายามสลายความเป็นมลายูให้หายไปจากหน้าแผ่นดิน อย่างที่กระทำสำเร็จต่อชาติพันธุ์อื่นในเขตยึดครองอย่างอาณาจักรล้านนาฯลฯ และมลายูในพื้นที่อาณาจักรศรีวิจายา(ศรีวิชัย)อย่าง จ.นครศรีฯ,สุราษฯ,พัทลุงฯลฯ เหตุเพราะพื้นที่เหล่านี้นับถือศาสนาพุทธและไม่มีการเปลี่ยนนับถือศาสนาอิสลาม &amp;nbsp; นับจากการเข้ารับอิสลามของเจ้าผู้ครองอาณาจักรปาตานี ชาวปาตานีมีความเป็นอาณาจักรที่มีทั้งศาสนาอิสลาม,พุทธ และอื่นๆอยู่ร่วมกันตามปกติสุข จนการเข้ามาของชาติพันธุ์สยามและนำนโยบายสลายชาติพันธุ์ด้วยวิธีการนำประชาชนชาวสยามเข้ามาตั้งถิ่นฐานโดยการเปิดนิคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสยามสามารถสลายชาติพันธุ์ประชาชนชาวมลายูที่นับถือศาสนาพุทธสำเร็จจนหลงลืมความเป็นมลายูหมดสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับประชาชนชาวมลายูที่นับถือศาสนาอิสลามยังคงยึดมั่นในสถานะความเป็นชาติพันธุ์มลายูอย่างมั่นคงและเหนียวแน่น เพราะความเป็นมุสลิมที่ต้องยึดถือและศรัทธามั่นว่าไม่มีผู้ใดที่จะนำความยุติธรรมอย่างเสมอภาคได้นอกจากอัลเลาะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายนี้จึงไม่อาจสลายความเป็นปาตานีลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเข้านโยบาย &amp;quot;พหุวัฒนธรรม&amp;quot; เพื่อสลายความเป็นมุสลิมจึงถูกรังสรรค์ขึ้น เพื่อสร้างวัฒนธรรมของความเคยชินให้กลายเป็นศาสนาและพยายามสลายความแตกต่าง &amp;nbsp;ให้ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามเห็นว่าอิสลามไม่ได้มีความแตกต่างจากพุทธ นโยบาย &amp;quot;พหุวัฒนธรรม&amp;quot; ประสบผลสำเร็จใน อ.เบตง ทุกวันนี้ในบ้านแต่ละหลังเรามิอาจตัดสินได้ว่าเป็นมุสลิมอย่างเต็มที่ เหตุเพราะพ่อแม่มุสลิม บุตรกลายเป็นพุทธ,คริสเตียน และไม่มีศาสนาด้วยซ้ำ &amp;quot;ในอิสลามได้เน้นถึงความเสมอภาคเท่าเทียมกันโดยที่ไม่มีการยกเว้นว่าใครเป็นใครมีตำแหน่งสูงหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำของประชาชนเริ่มสูงขึ้น ผู้มีอำนาจต่างแก่งแย่งภาษีประชาชนเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้อง &amp;nbsp;ไร้ซึ่งสิทธิความเท่าเทียมตามรัฐธรรมนูญที่สวยหรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ BRN ขอให้ประชาชนที่สมัครใจในการช่วยเหลือทางการสยามตามที่อ้างถึง ท่านจงหยุดการกระทำเหล่านี้ทันที ณ ที่นี้ยกเว้นให้กับผู้ที่ไม่สมัครใจช่วยเหลือโดยถูกบังคับด้วยตำแหน่งจากทางการสยาม แต่ก็อยากให้บุคคลเหล่านี้พยายามทำเท่าที่กระทำได้ ทั้งนี้เราได้เฝ้าติดตามท่านอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดเพียงแค่การกระทำของท่านยังไม่ถึงสิ้นสุด การตัดสินจึงมิอาจกระทำลงไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับกองกำลังทหารอาชีพ,ตร.,อส.ทพ.,อส.รักษาดินแดน,อส.นย และอส.ต่างๆ และสายลับ(ผู้ที่ทำงานสองหน้าในบุคคลเดียว)ที่สมัครใจปฏิบัติงานความมั่นคงต่างๆ #ท่านคือเป้าหมายของกองกำลังของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่าท่านคือกองกำลังติดอาวุธของสยาม ซึ่งเราในฐานะกองกำลังป้องกันตนเองปาตานีจำต้องสังหารท่าน โดยไม่มีการละเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ สารของ บีอาร์เอ็น ได้ถูกนำเสนอในพื้นที่ ได้สร้างความวิตกกังวลให้เกิดขึ้น กำลังภาคประชาชน ที่ติดอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง และป้องกันหมู่บ้าน ชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะเหมือนกับ บีอาร์เอ็น ได้ส่งสารแจ้งเตือนว่า จะมีการปฏิบัติการกับ ชรบ. อรบ. และ อาสาสมัครในรูปแบบอื่นๆ รวมทั้งต้องการให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ มีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่า สารดังกล่าวที่อ้างว่าเป็น บีอาร์เอ็น เป็นของจริง หรือมือที่สามเป็นผู้สร้างขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่ผ่านมา บีอาร์เอ็น ไม่เคยอ้างความรับผิดชอบ ในสถานการณ์ความรุนแรง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสารดังกล่าว เป็น ฉบับที่ 2 หลังเกิดการละลายฐาน ชรบ. ที่ทางลุ่ม หมู่ 5 บ้านทุ่งสะเดา ต.ลำพยา อ.เมือง จ.ยะลา ที่ทำให้ ชรบ. เสียชีวิตถึง 15 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 คน และต่อด้วยการฆ่าโหด คนไทย 2 &amp;nbsp;ที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50662</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จว.ชายแดนภาคใต้, กลุ่มบีอาร์เอ็น, ปาตานี, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3c9c2987af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
