<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รสนา&#039;คึกชิงผู้ว่ากทม.&#039;อดีตแกนนำพธม.&#039;ประกาศหนุนสุดตัว ลั่นอิสระจากทุกขั้วอำนาจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค 62 - นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) แชร์โพสต์ของนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ซึ่งโพสต์ไว้เมื่อวันที่ 7 ต.ค ที่ผ่านมาโดยมีเนื้อหาระบุว่า &amp;quot;วันนี้ทั้งคุณพิภพ ธงไชย และ ผม ตลอดจนพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ประกาศสนับสนุน คุณรสนา โตสิตระกูล ให้ลงสมัครชิงตำแหน่ง ผู้ว่า กทม. อิสระจากพรรค อิสระจากทุกขั้วอำนาจ อิสระจากกลุ่มทุน และอิสระจากการถอนทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และข้อสำคัญ เป็น &amp;ldquo;อิสระตัวจริง&amp;rdquo;!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประวัติของคุณรสนาที่พิสูจน์ตัวเองที่เสียสละต่อสู้เพื่อความถูกต้องมาหลายสิบปี (ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล) ถึงเวลาให้โอกาส &amp;ldquo;คนดีปกครองบ้านเมือง&amp;rdquo; เพื่อมาทำให้กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองเพื่อประชาชน ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ โปร่งใส น่าอยู่ สร้างโอกาสและให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร่วมกันเริ่มต้นเปลี่ยนจากกรุงเทพ เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47652</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ผู้ว่าฯกทม., พิภพ ธงไชย, รสนา โตสิตระกูล, เลือกตั้งผู้ว่ากทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9d45ef26fe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังแข็งแรงดี! &#039;สนธิ&#039; เลิกเป็นสิงห์อมควันแล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องสายตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.62 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;คุยทุกเรื่องกับสนธิ&amp;quot; โพสต์รูปภาพนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ถ่ายคู่กับนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต ซึ่งเป็นคนสนิทนายสนธิ หลังจากได้รับการปล่อยตัวพ้นจากเรือนจำ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อความระบุว่า&amp;nbsp;คุณสนธิ สุขภาพเเข็งเเรง มีปัญหาก็เเต่เรื่องตา เเต่ที่สำคัญคุณสนธิ เลิกสูบบุหรี่มาได้สักระยะเเล้วครับ หลังจากที่เมื่อก่อนสูบจัดมาก ลงภาพให้คลายคิดถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล่อยตัวสนธิ, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, พระราชทานอภัยโทษ, สนธิ ลิ้มทองกุล, สิงห์อมควัน, อดีตแกนนำพันธมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d70589c7566a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คณะอนุกรรมการยาเสพติดให้โทษ แบนน้ำมันกัญชาสูตร&#039;เดชา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 62 - นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด่วน! คณะอนุกรรมการยาเสพติดให้โทษแบนน้ำมันกัญชาสูตร อ.เดชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากการที่คณะกรรมการยาเสพติดให้โทษพิจารณาไม่รับน้ำมันกัญชาสูตร อ.เดชา ศิริภัทร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 โดยอ้างว่า &amp;ldquo;ตำรับน้ำมันกัญชา สูตร อ.เดขา ศิริภัทร ไม่มีปัญหา แต่ อ.เดชา ศิริภัทร ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นหมอพื้นบ้านตามวิชาชีพการแพทย์แผนไทย&amp;rdquo; ซึ่งได้มีการประกาศระเบียบกระทรวงฉบับใหม่ฉบับลงวันที่ 10 มิถุนายน 2562 อ.เดชา ศิริภัทร จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติที่จะยื่นคำขอครอบครองตำรับกัญชาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมในวันนั้น (วันที่ 19 กรกฎาคม 2562) ให้ความเห็นว่าแม้ อ.เดชา จะเป็นหมอพื้นบ้านตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ตามประกาศระบียบกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก พ.ศ. 2554 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2555 และสอบผ่านหลักสูตรการใช้กัญชาของกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกแล้ว แต่ อ.เดชา ศิริภัทรไม่ได้เป็นหมอพื้นบ้านตามระเบียบกระทรงสาธารณสุข ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพิ่งจะลงนามในประกาศกระทรวงที่ลงในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2562 ซึ่ง อ.เดชา ศิริภัทร ต้องไปเริ่มต้นสมัครและถูกรับรองให้เป็นหมอพื้นบ้านตามระเบียบกระทรวงใหม่เสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ภายหลังจากการพูดคุยกับ อ.เดชา ศิริภัทร และคณะ จึงให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ภายหลังจากการแถลงนโยบายแล้ว จะลงนามแก้ไขระเบียบกระทรวงให้ &amp;ldquo;หมอพื้นบ้านกว่า 3,000 คน&amp;rdquo; ตามระเบียบกรมฯตั้งแต่ปี 2554 สามารถนับอายุต่อเนื่องเป็นหมอพื้นบ้านต่อไปโดยทันทีจนหมดวาระโดยไม่ต้องกลับมาสมัครนับหนึ่งเป็นหมอพื้นบ้านใหม่ ซึ่งจุดยืนดังกล่าวทำให้ อ.เดชา ศิริภัทร มีความไว้วางใจประกาศยุติการแจกน้ำมันกัญชา โดยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขรับปากว่าจะรับคนไข้กว่า 40,000 คนที่ต้องการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์มาดูแลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่ง เมื่อเช้านี้ 24 กรกฎาคม 2562 มีการประชุมคณะอนุกรรมการยาเสพติดให้โทษ โดยมี น.พ.ชาตรี บานชื่น เป็นประธาน และ น.พ.นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เป็นรองประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมวันนี้ได้มีการประชุมพิจารณาน้ำมันกัญชาตำรับ อ.เดชา ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวรายงานว่า มีผู้ที่คัดค้านน้ำมันสูตร อ.เดชา โดยระบุว่าน้ำมันกัญชาสูตรอ.เดชาที่มีการปรับปรุงจอมถอยมาใช้น้ำมันมะพร้าวหุงสกัดน้ำมันกัญชาแทนการสกัดโดยแนพธา ซึ่งการปรับปรุงสูตรตำรับดังกล่าวก็เป็นไปตามคำแนะนำและผ่านความเห็นชอบของกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกนั้น สูตรการสกัดด้วยการหุงด้วยน้ำมันมะพร้าวนี้ไม่ใช่สูตรที่มีการสกัดโดยแนพธาตามที่เคยใช้มา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งสูตรที่ใข้น้ำมันมะพร้าวสกัดกัญชานี้ก็ไม่เป็นไปตามวิธีการของการแพทย์แผนไทย อีกทั้งไม่เคยมีการใช้สูตรที่เป็นน้ำมันมะพร้าวใช้ในผู้ป่วยมาก่อน 1,000 ราย และทักท้วงว่าชุดการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาตำรับ อ.เดชาของกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ควรจะเข้มงวดการพิจารณาตำรับยาดังกล่าวให้มากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมจึงไม่รับตำรับน้ำมันกัญชาสูตรอ.เดชาในวันนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41860</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาทางการแพทย์, กัญชาเสรี, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, อนุทิน ชาญวีรกูล, เดชา ศิริภัทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cadaa1d7d6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดันตั้งสภากัญชา เกษตรกรปลูกได้ หนุนสูตรอ.เดชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภากัญชาฯ ชงนายกฯ ตั้ง &amp;ldquo;สภากัญชาแห่งประเทศไทย&amp;rdquo;ภายใต้กฎหมาย ให้เกษตรกรมีสิทธิร่วมลงทุนหรือปลูกในนามสหกรณ์-วิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านละ 1-3 ไร่ หนุนตั้งศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยกัญชาทุกอำเภอ ขณะที่นักวิชาการร่วมจับมือเดินหน้าวิจัยตำรับกัญชาสูตร &amp;quot;อ.เดชา&amp;quot; หากผ่านการอนุญาตแจกผู้ป่วยทันที พร้อมดันแก้กฎหมายเอื้อผู้ป่วยเข้าถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (สำนักงาน ก.พ.) ข้างทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 เมษายน นายวัฒนา โมสิกมาศ ประธานสภากัญชาแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อขอบคุณที่นายกรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบร่างแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้กัญชาสามารถใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมยื่นข้อเสนอ 1.ขอรับความสนับสนุนการจัดตั้งสภากัญชาแห่งประเทศไทย โดยให้ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ 2.ขอให้เกษตรกรและประชาชนมีสิทธิร่วมลงทุนหรือปลูกกัญชาในนามสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนจำนวนหมู่บ้านละ 1-3 ไร่ในปีแรก 3.ขอรับความสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บำบัดและรักษาผู้ป่วยและผู้ป่วยมะเร็งด้วยกัญชาในทุกอำเภอของประเทศ และ 4.ขอให้จัดตั้งคณะกรรมการกัญชาแห่งชาติ เพื่อควบคุมและดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการประชุมร่วมกันระหว่าง 11 องค์กร เพื่อหาแนวทางสนับสนุนการวิจัยน้ำมันกัญชาของนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ประกอบด้วย จุฬาฯ ม.ขอนแก่น ม.รังสิต กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี มูลนิธิข้าวขวัญ และภาคประชาสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการหารือ ผศ.ภญ.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ แถลงว่า ทั้งหมดเห็นตรงกันว่าจะร่วมกันขับเคลื่อนโครงการวิจัยน้ำมันกัญชาของ อ.เดชา โดยจะยื่นขออนุมัติโครงการจาก อย.ในช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้ และขออนุมัติคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ช่วงกลาง พ.ค. นอกจากนี้ จะเสนอคณะกรรมการการแพทย์แผนไทย พิจารณาให้น้ำมันกัญชาตำรับ อ.เดชา เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม สำหรับการผลิตน้ำมันกัญชาจะดำเนินการขอของกลางจาก ป.ป.ส. และจะประสานของบสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยความรู้ที่เกิดจากการวิจัยนี้จะมอบให้เป็นสมบัติสาธารณะ ส่วนในอนาคตจะเดินหน้าวิจัยองค์ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของสายพันธุ์กัญชา และสารออกฤทธิ์กัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวว่า มีอีก 3 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ อ.เดชา คือ 1.การพิจารณารับรองเป็นหมอพื้นบ้านของ สสจ.สุพรรณบุรี คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ 2.หลังอ.เดชาเป็นหมอพื้นบ้านจะเข้าอบรมหลักสูตรการใช้กัญชาทางการแพทย์ของกรม วันที่ 29-30 เม.ย.นี้ หากผ่านเกณฑ์การประเมิน ก็จะส่งเรื่องให้ อย.ออกใบอนุญาตเป็นหมอพื้นบ้านที่สั่งจ่ายกัญชาทางการแพทย์ได้ ตรงนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และ 3.หาก อ.เดชาจะใช้น้ำมันกัญชาสูตรของตนเอง ซึ่งนอกเหนือจากที่อนุญาตให้ใช้ 16 ตำรับ ก็ให้เอาสูตรมานำเสนอให้คณะกรรมการกรมการแพทย์แผนไทยฯ พิจารณาว่าเป็นไปตามภูมิปัญญาดั้งเดิมหรือไม่ ซึ่งไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็สามารถเอามาขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณกับ อย.ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากยื่นตำรับของ อ.เดชา เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม ตามข้อกำหนดองค์การอนามัยโลก กำหนดว่า ภูมิปัญญาดั้งเดิมไม่ต้องผ่านการศึกษาวิจัยในระดับหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ว่ามีสารอะไรบ้าง ก็จะเร่งพิจารณาตรงนี้ก่อน จากนั้นเมื่อยื่นคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ก็จะง่ายขึ้น&amp;quot; นพ.ปราโมทย์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภก.วชิระ อำพนธ์ ที่ปรึกษา อย. กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้ ทางจุฬาฯ จะเป็นผู้ดำเนินการยื่นวัตถุประสงค์การวิจัยต่อคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ซึ่งจะมีการประชุมทุกเดือน โดยอาจจะเป็นต้นเดือน พ.ค.นี้ แต่คาดว่าไม่น่ามีปัญหาในการอนุมัติดำเนินการ ส่วนข้อกังวลว่าหลังจากวันที่ 19 พ.ค.นี้ หรือหลังนิรโทษฯ จะมีกัญชาใช้หรือไม่ โครงการศึกษาวิจัยนี้จะตอบโจทย์ 2 ทาง คือ ได้การศึกษาวิจัยด้วย และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้และมาร่วมโครงการนี้ก็จะสามารถใช้กัญชาบำบัดรักษาตนเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต กล่าวว่า ปัจจุบันคนขึ้นทะเบียนครอบครองน้ำมันกัญชากับ อย. ประมาณ 1 พันคน แต่เท่าที่มีโอกาสพูดคุย อาจจะมีคนแอบใช้ 8 แสนคนถึง 2 ล้านคน ดังนั้นที่ขึ้นทะเบียนยังน้อยมาก สะท้อนว่าหากยังปล่อยให้ใช้ และมีขั้นตอนแบบนี้ จะยังมีคนใช้ใต้ดิน ไร้การตรวจสอบคุณภาพ และราคาแพงอีกจำนวนมาก จากการวิเคราะห์สถานการณ์ที่คนมาขึ้นทะเบียนน้อย เพราะไม่แน่ใจสถานภาพหลังพ้นช่วงนิรโทษกรรม 19 พ.ค. ดังนั้นต้องทำกรณี อ.เดชาให้ชัดเรื่องการเข้าสู่กระบวนวิจัย และอีกทางคือรัฐต้องแก้กฎหมายอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยใช้ได้คล่อง ยืดหยุ่น โดยเฉพาะช่วงที่ภาครัฐสามารถอำนวยความสะดวกในการให้ยาผู้ป่วยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเดชากล่าวว่า ความตั้งใจของตนคือให้ผู้ป่วยได้รับยาเร็วที่สุด โดยเฉพาะผู้ป่วย เดิมกว่า 5 พันคนที่กำลังรอยาอยู่ เพราะขาดยามาตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. รวมถึงผู้ป่วยใหม่ ดังนั้นให้ตนเป็นอะไรก็ได้ ให้เป็นหมอ ให้เป็นนักวิจัยก็ทำ ส่วนของกลางที่ ปปส.จับไปนั้น ใช้ไม่ได้ เพราะเป็นต้นกัญชา และน้ำปลา 25 ลิตร ดังนั้นที่จะต้องมาใช้สำหรับการวิจัยจะไปขอคัดของกลางที่ ปปส.จับมา ซึ่งทราบว่ามีหลายเกรด เกรดเป็นยาก็มี แต่เอามาแล้วก็ จะต้องตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย เรื่องการปนเปื้อนอีกครั้ง สำหรับการวิจัยนี้เป็นการให้ยากับผู้ป่วยไปเรื่อยๆ และบันทึกเอาไว้ว่าสามารถรักษาอะไรได้บ้าง ทำไปเรื่อยๆ ผลที่ได้ก็จะยกประโยชน์ให้กับสังคม อย่างไรก็ตาม เมื่อทำเรื่องการให้ยากับผู้ป่วยแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือผลักดันกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้กัญชาทางการแพทย์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า หลังพ้นวันนิรโทษฯ คือวันที่ 19 พ.ค. ปัญหาคือผู้ป่วยที่ใช้ยาที่มีส่วนประกอบของกัญชาจะทำอย่างไร เมื่อไม่พอใช้ หรือหาไม่ได้ เพราะเชื่อว่ารัฐไม่สามารถตอบสนองตรงจุดนี้ได้เพียงพอ เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบ ทางผู้ป่วยทุกคนต้องช่วยกันออกมาเรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงการรักษา ขณะเดียวกันต้องเปิดโอกาสให้คนที่อยู่ใต้ดิน หรือผู้ที่มีความรู้ในการใช้กัญชารักษาโรคที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาบนดิน เพื่อให้มาช่วยเหลือในการใช้กัญชารักษาโรค เพราะเขามีองค์ความรู้ เพื่อมาช่วยหรือเสริมแพทย์แผนปัจจุบันที่จะอบรมการใช้กัญชารักษาโรคจำนวน 200 คน ซึ่งไม่มีทางพอ และไม่อาจยังไม่มั่นใจกับการใช้กัญชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เท่าที่หารือเสนอว่าจะมีสถาบันหนึ่งเป็นองค์กรกลาง ประสานกลุ่มคนใต้ดินเหล่านี้ขึ้นมา ให้มั่นใจว่าจะไม่มีโทษ เพื่อให้เกิดการเข้าถึงการรักษาด้วยกัญชาให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดการใช้แบบแอบๆ ซ่อนๆ เช่นเดิม จึงต้องรีบเตรียมพร้อมก่อนจะพ้นกำหนด 90 วันนิรโทษฯ ครอบครองกัญชา&amp;quot; ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่และทีมงานจากหลายภาคส่วนได้เร่งจัดเตรียมสถานที่ในการจัดงาน &amp;ldquo;พันธุ์บุรีรัมย์&amp;rdquo; มหกรรมความรู้เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์และความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ ในระหว่างวันที่ 19-21 เม.ย.นี้ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ต.อิสาณ อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ เพื่อหวังสร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ที่แท้จริงของกัญชาให้ประชาชนรับทราบอย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายในงานจะมีการจัดเสวนาจากแพทย์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักกฎหมายระดับประเทศ ถ่ายทอดความรู้การนำกัญชาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน นิทรรศการการใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย, จำลองการปลูกจนถึงกระบวนการสกัดเป็นน้ำมันกัญชา, ชมกัญชาสายพันธุ์ต่างๆ, กิจกรรมเวิร์กช็อปวิธีปลูกและแปรรูปนิทรรศการอาหารจากกัญชารักษาโรค, บูธขายสินค้าสมุนไพรไทยและสุขภาพ, กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงเปิดให้จดแจ้งครอบครองกัญชาแก่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ เปิดลงทะเบียนและรับรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มหกรรมอาหารร้านอร่อยจากภาคอีสาน และคอนเสิร์ตศิลปินฮิปฮอป-เร็กเก้-อิเล็กทรอนิกส์ ชื่อดังกว่า 70 วงด้วย ซึ่งคาดว่าตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน จะมีประชาชนทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ นักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัด รวมถึงชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 100,000 คน. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33941</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, วัฒนา โมสิกมาศ, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb88ce0d4949.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ม.รังสิต&quot; เอาจริง ลั่นฟ้องกรมทรัพย์สินฯ เดือนม.ค.ปีหน้า เพิกเฉยไม่ถอนคำขอสิทธิบัตรกัญชา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;27 ธ.ค.61- &amp;nbsp;ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย นายคมสันต์ โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) และศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และเครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์สำหรับประชาชนกว่า 100 คน ร่วมแสดงจุดยืนเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีสิทธิบัตรกัญชาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย และทวงถามความรับผิดชอบของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายปานเทพ กล่าวว่า จากการที่สนช.ผ่านร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ซึ่งให้กัญชาและกระท่อมใช้ทางการแพทย์ได้นั้น จริงๆ ไม่ได้ก่อประโยชน์กับคนไทย แต่เป็นการเอื้อประโยชน์นายทุน เนื่องจากปัญหาสิทธิบัตรที่ยังค้างอยู่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งๆที่ภาคประชาสังคมมีการเรียกร้องขอให้ยกเลิกสิทธิบัตรก่อนที่จะผ่านร่างกฎหมาย ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็นิ่งเฉย เพราะในวันนี้ (27 ธ.ค.) ได้ครบกำหนดที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าไปยื่นหนังสือและขอให้ยกเลิกสิทธิบัตรที่เป็นปัญหาทั้งหมดภายใน 15 วัน แต่ก็ไร้คำตอบ ดังนั้น ในวันที่ 28 ธ.ค. เวลา 10.00 น.พวกตนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจะรวมตัวกันไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดด้านจริยธรรมกับ นายทศพล ทังสบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่สำคัญไม่ปกป้องคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปานเทพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแม้จะมีข่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) จะมีการชะลอการจดสิทธิบัตรกัญชาออกไปก่อน แต่จริงๆไม่เป็นผล เพราะต้องยกเลิกสิทธิบัตรเลย รวมถึงหากจะใช้ม.44 ก็ไม่เหมาะสม เพราะไม่เป็นการยอมรับในระดับโลก และจะกลายเป็นปัญหาในการต่อสู้หากไปถึงศาลอนุญาโตตุลาการ แต่ที่เป็นปัญหาตอนนี้ ทราบมาว่ามีความขัดแย้งภายในครม.เกี่ยวกับเรื่องกัญชา เนื่องจากมีกลุ่มที่อยากให้คำขอสิทธิบัตรกัญชาของต่างชาติผ่าน และอีกกลุ่มอยากสนับสนุนนายทุนภายในประเทศ ซึ่งอยากให้เลิกขัดแย้งกัน อยากให้มองที่ประชาชนคนไทยมากกว่า ไม่ใช่มองที่นายทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปานเทพ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามทางกลุ่มได้เคยไปเรียกร้องและสอบถามนโยบายของ 6 พรรคการเมือง คือ พรรคเพื่อไทย(พท.)พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พรรคอนาคตใหม่ พรรคภูมิใจไทย พรรคสามัญชน พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ซึ่งได้รับการตอบกลับแค่ ปชป.เท่านั้นสำหรับพรรคการเมืองที่ยังไม่ตอบรับ เราถือว่าไม่มีนโยบายกัญชาเพื่อประชาชน ขอย้ำว่า ไม่มีสีเสื้อ เพราะเป็นของประชาชนภาพรวม เป็นประโยชน์โดยแท้ ดังนั้น หากพรรคใดไม่สนับสนุน ขอให้ประชาชนตัดสินว่า ไม่ควรเลือกพรรคนั้น แม้แต่พปชร. ก็ยังไม่ตอบรับ ขนาดไปยื่น ก็ไม่มีตัวแทนมาเลย ขอให้ประชาชนทุกคนไปร่วมตัดสินกันในวันเลือกตั้ง ว่าควรเลือกใครอย่างไรก็ตาม หากต้องไปพรรคพปชร.อีก ก็อยากขอพบทั้งนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขานุการพปชร. รวมทั้งนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ว่าจริงๆ เรื่องไปเยี่ยมบริษัทต่างชาติที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทยื่นขอจดสิทธิบัตรในไทยมากที่สุด แท้จริงคืออะไรกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสันต์ กล่าวว่า จากนี้กระบวนการทางกฎหมายจะเริ่มในเดือนมกราคม โดยจะฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ และศาลปกครองกลาง และอาจจะขอให้พิจารณาไต่สวนฉุกเฉินเร่งด่วน เพื่อให้คุ้มครองคนไทย โดยยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาจากต่างชาติทั้งหมดประมาณ 32 คำขอ เพราะเข้าข่ายผิดพ.ร.บสิทธิบัตร พ.ศ.2522 ทั้งเรื่องการผลิตที่ไม่ใช่สิ่งใหม่ และยังเป็นสารธรรมชาติที่ไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ ที่สำคัญคือยังเป็นยาเสพติดอยู่ ซึ่งผิดกฎหมาย ไม่ควรมีการยื่นขอตั้งแต่แรก แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญากลับผ่านการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.พิเศษ วิชา กล่าวว่า สิ่งสำคัญต้องเซ็ตซีโร่คำขอสิทธิบัตรกัญชาทั้งหมด โดยต้องให้เริ่มนับหนึ่งใหม่เหมือนนักวิจัยไทย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเอื้อต่างชาติ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การออกฎกระทรวงที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะจะมีการเข้มงวด เพราะไม่ให้ผู้ป่วยปลูกใช้ในการรักษาโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.สมยศ กิตติมั่นคง อดีตแพทย์ประจำกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้อย.ได้จัดทำประกาศกระทรวงฯ ซึ่งมีความเข้มงวดมากในเรื่องการปลูกกัญชา โดยให้ปลูกแต่ในโรงเรือนระบบปิดและต้องมีการขออนุญาตขณะที่แคนาดาเปลี่ยนการปลูกแล้วให้เป็นการปลูกกลางแจ้ง เนื่องจากแสงแดดมีผลต่อสารและสรรพคุณสำคัญของกัญชา ที่สำคัญลดต้นทุนได้ ดังนั้น เรื่องประกาศกระทรวงฯต้องจับตามองให้ดี เพราะจะไม่ให้ผู้ป่วยได้ปลูกใช้ในการรักษาเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25241</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กม.กัญชา, กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ฟ้องกรมทรัพย์สินทางปัญญา, ม.รังสิต, วิชา มหาคุณ, สิทธิบัครกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c0516112b3eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ม.รังสิต&quot;จ่อฟ้องกรมทรัพย์สินฯหลังปีใหม่เหตุไม่ยกเลิกคำขอชึ้นทะเบียนกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25ธ.ค.61-นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณีที่กรมทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ยกเลิกคำขอจดสิทธิบัตร ว่า ในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ มหาวิทยาลัยรังสิตจะดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบจากการขอจดสิทธิบัตรของต่างชาติ และหลังปีใหม่ทางมหาวิทยาลัยรังสิตก็จะนำข้อมูลจากการรวบรวมของฝ่ายกฎหมายทั้งหมด ยื่นฟ้องกรมทรัพย์สินทางปัญญาทันที เพื่อให้กรมทรัพย์สินทางปัญญายกเลิกคำขอจดสิทธิบัตรก่อนที่กฎหมายจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25036</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กัญชา, ป.ป.ช., ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ม.รังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c05162e83b76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รังสิต ขีดเส้นก้กม. ปลดล็อกกัญชา ไม่งั้นจะคว่้ำบาตรไม่เลือกพรรคพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19 ธ.ค.61-ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิต แถลงข่าวว่า ก่อนหน้านี้เราได้เรียกร้องให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาแก้ไข ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาของบริษัทต่างประเทศภายใน 15 วัน และจะครบกำหนดตามข้อเรียกร้องในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ แต่กรมทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ดำเนินการใดๆ เลย หากถึงวันที่ 27 ธ.ค.จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ทั้งการฟ้องกรมทรัพย์สินทางปัญญา และฟ้องร้องยกเลิกคำขอรับสิทธิบัตรเหล่านั้น ในขณะที่การพิจารณาแก้ไขกฎหมายปลดล็อคกัญชาทางการแพทย์ 2 ฉบับคือ ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่...) พ.ศ...และ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้อง แทนที่จะให้ประชาชนได้รับสิทธิ แต่กลับเป็นการผูกขาดโดยกลุ่มทุน จากนี้หากรัฐบาลยังไม่แก้ไขตามที่เราเรียกร้องถือว่าไม่มีความจริงใจกับประชาชนก็ขอให้ประชาชนคว่ำบาตร ง่ายๆ คืออย่าเลือกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นรัฐบาลต่อ อย่าเลือกพรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุนกัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันการแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เครือข่ายประชาสังคมกัญชาเพื่อการแพทย์สำหรับประชาชน ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 มีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 6 ข้อคือ 1.ยกเลิกคำขอจดสิทธิบัตรกัญชาที่เกี่ยวข้องกับสารสกัดกัญชาทั้งหมด 2.ถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษทุกประเภท และให้เป็นพืชสมุนไพรควบคุมทางการแพทย์ 3.ให้ผู้ป่วยที่ได้รับใบรับรองจากแพทย์ แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนไทยประยุกต์ สามารถเพาะปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ตามจำนวนที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย 4.ให้แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์สามารถขึ้นทะเบียนขอเพาะปลูก ผลิต ปรุงยา ที่เข้ากัญชาตามภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยได้ 5.ให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกตามคำสั่งซื้อหรือสัญญาการเพาะปลูกของสัญญาสถานประกอบการทางการแพทย์ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ เภสัชกรรมทั้งรัฐและเอกชนที่ขึ้นทะเบียนเพื่อให้ในทางการแพทย์อย่างถูกต้อง รวมถึงให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกในต่างประเทศได้ และ 6.ยกเลิกบทเฉพาะกาล 5 ปีที่ให้รัฐผูกขาดหรือบังคับให้เอกชนต้องร่วมกับรัฐในการเพาะปลูกหรือผลิตเพื่อจำหน่ายกัญชาในทางการแพทย์ เพื่อทำให้เกิการแข่งขันทั้งคุณภาพและราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปานเทพ กล่าวว่า หากไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้อง ก็ขอให้เห็นแก่ประชาชนขอให้ยุติการเดินหน้าออกกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไว้ก่อน และปล่อยให้พรรคการเมืองได้เสนอนโยบายกัญชาต่อประชาชน ให้ตัดสินใจในวันเลือกตั้ง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะเดินสายพบพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งเท่าที่ดูมีพรรคการเมืองใหญ่ไม่กี่พรรคที่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังไม่ชัดเจน ดังนั้นเราจะขอรับฟังให้ชัดพรรคไหนที่ใช้กญชากู้ชาติก็ให้เลือก ถ้าพรรคไหนใช้กัญชาขายชาติก็อย่าไปเลือก หากกฎหมายจะต้องล่าช้าออกไปก็ไม่เป็นไร ดีกว่าปล่อยออกมาแล้วแฝงด้วยกลุ่มทุนผูกขาดสัมปทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การปลดล็อคครึ่งๆ กลางๆ จะทำให้ยาฝรั่งที่ทำจากกัญชาไหลเข้าประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเมืองไทยยังกฎหมายยังไม่อนุญาตทำการวิจัยอย่าลึกซึ้ง &amp;nbsp;มีเพียง องค์ความรู้แพทย์แผนไทยที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน ดังนั้นต้องปลดปล่อยให้ใช้องค์ความรู้การแพทย์แผนได้ได้ ไม่อย่างนั้นการปลดล็อคก็ไม่มีค่าอะไรเลย ยิ่งทำให้ถูกมองว่าทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24607</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, ปลดล็อกกัญชา, ปลดล็อกกัญชาให้เกษตรกร คนป่วยปลูกได้, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ม.รังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c1a0d103ee57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
