<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เร่งฟื้นฟูอนามัยสิ่งแวดล้อม23จังหวัดเจอพิษ&quot;ปาบึก&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;9ม.ค.62-นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมฟื้นฟูอนามัยสิ่งแวดล้อมในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกทั้งหมด 23 จังหวัด ขณะนี้ยังเหลือพื้นที่ประสบภัย 2 จังหวัดคือ จังหวัดนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ส่วนจังหวัดตรังยังคงเฝ้าระวังน้ำท่วมจากน้ำไหลหลากและมีแผนรองรับสำหรับสถานบริการในพื้นที่เสี่ยงแล้ว นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดแผนฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด 5 ด้าน ได้แก่ 1.การรักษาพยาบาล โดยฟื้นฟูสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 93 แห่ง ได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเข้าไปสำรวจ กู้ และซ่อมแซม ส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจากแรงลม เช่น หลังคาปริแตก และต้นไม้ล้มทับ ซึ่งสถานบริการที่ได้รับผลกระทบยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ &amp;nbsp;2.การฟื้นฟูสุขภาพจิตผู้ประสบภัย 3.ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและน้ำดื่ม 4.เฝ้าระวังป้องกันโรคติดต่อหลังน้ำลด ที่สำคัญเช่น โรคอุจจาระร่วง โรคฉี่หนู ไข้เลือดออก โรคตาแดง และ5.ฟื้นฟูด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ความสะอาดบ้านเรือน บ่อน้ำกินน้ำใช้ กำจัดขยะสิ่งปฏิกูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังน้ำลดอาจทำให้สิ่งสกปรก/เชื้อโรคแพร่กระจาย โดยเฉพาะแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคปนเปื้อน การทำความสะอาดบ้าน ให้ระวังสัตว์มีพิษและของมีคม ไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าช็อต ขยะภายในบ้านควรใส่ถุงดำแยกไว้ สำหรับห้องน้ำห้องส้วม ใช้อีเอ็มชนิดน้ำหรือชนิดผงละลายน้ำราดลงในโถส้วม เพื่อให้จุลินทรีย์ไปย่อยสลายสิ่งสกปรก ไม่ควรใช้น้ำยาล้างห้องน้ำหรือน้ำยาดับกลิ่นราดลงในโถส้วม หากเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ปาบึก, สธ.ฟื้นฟูอนามัยสิ่งแวดล้อม23จังหวัดที่เจอพายุปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfa79d457585.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ฉะพวกโจมตีรบ.แย่กว่าปาบึก วอนนึกถึงผู้ประสบภัยบ้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อน&amp;quot;ปาบึก&amp;quot;ว่า ต้องเข้าใจว่ามีคนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก หลายหมื่นครอบครัว หลายแสนคน การที่จะทำให้ทุกอย่างเร็วทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังวางแผนเข้าไปช่วยเหลือดำเนินการ ทั้งชุดซ่อมจากหน่วยงานทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่จะมีการบูรณาการร่วมกัน ซึ่งตนต้องการสร้างระบบการทำงานให้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่ช่วงแรกเราทำคือเรื่องประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ ทุกคนก็ลดความเสี่ยงลง ขั้นที่2 คือการช่วยเหลือระหว่างนั้น การฟื้นฟู เยียวยา ก็ต้องใช้งบประมาณมากพอสมควรในการดูแลเรื่องเหล่านี้ หลายคนต้องการให้รวดเร็ว แต่ต้องคำนึงถึงจำนวนคนที่เข้าไปช่วยเหลือ หากใครที่มีปัญหามากให้ไปที่ศูนย์ดำรงธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัด และศูนย์ที่จัดตั้งในพื้นที่ให้ไปบอกเขา เขาจะได้ชี้แจงทำความเข้าใจ ขอฝ่ายหน่วยงานข้างล่างทำความเข้าใจในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า ขอบคุณในการร่วมบริจาคที่ผ่านมา เราก็ใช้งบประมาณของภาครัฐ แต่ไม่ใช่ภาครัฐไม่มีสตางค์อย่างที่หลายคนพูดออกมาว่ารัฐบาลต้องออกมาเรี่ยไร พูดแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ เพราะเขาก็ต้องมาเป็นประเพณีอย่างนี้ตลอด ซึ่งวันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง และตนได้สั่งการให้มีครัวและอาหารให้กับชาวบ้านได้กิน เมื่อท้องเขาอิ่มจะได้มีกำลังใจที่จะรอทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นคือธรรมชาติ เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เราลดผลกระทบได้ ซึ่งเราก็ต้องมีกำลังใจ ไม่อยากให้ว่ากันไปว่ากันมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้มีหลายสื่อไปเจาะว่ามีคนลำบากตรงนั้นตรงนี้ คือรู้อยู่แล้วเพราะมีหน่วยงานในพื้นที่ดูอยู่แล้ว เพราะสื่อไปเจาะตรงนี้มาก็กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่ทำงาน ทำไม่ดีอะไรไม่ดีก็ต้องมาตั้งกองทุนเพื่อเรี่ยไรเงิน ผมไม่ขัดข้องตรงนั้นหรอก แต่ขอให้ใช้ประโยชน์ ไม่ใช่เอาอันนี้มาตีไอ้โน้นจนระบบเสียหายไปหมด ไม่มีใครทำคนเดียวได้หรอก หากมีใครอาสาว่าทำคนเดียวได้ให้มาบอกผม จะได้มอบหน้าที่นี้ให้ไปเลยไม่ว่าช่องไหนก็ตาม ขอฝากผู้สื่อข่าวเวลาเขียนข่าวก็ขอให้ระมัดระวัง เพราะจะทำให้สร้างความขัดแย้ง สร้างความไม่เข้าใจ ผมบอกแล้วว่าที่ผมลงพื้นที่เพราะเห็นใจเขา โดยเฉพาะชาวประมงที่อยู่ชายทะเลได้รับผลกระทบครั้งนี้ ไม่ใช่โดนพายุแล้วเสียหาย เขาแย่มาก่อนพายุอีก ไปดูบ้านช่องเขาอยู่ได้หรือเปล่า เราต้องไปดูมาตรการที่เหมาะสมจะดูแลเขาได้อย่างไร&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า วันนี้เราลดความเสียหายได้มาก เพราะมีการรับรู้ข่าวสารและเตรียมตัว สิ่งของที่แม้จะเก่าแก่ก็เป็นมูลค่าสำคัญ เพราะมีแค่นั้น ให้นึกถึงเขาอย่างนี้ไม่ใช่ตีกันไปตีกันมาแล้วทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด แทนที่จะเอาวิกฤติเป็นโอกาสสร้างความรักความสามัคคี กลายเป็นว่าเอาสิ่งเหล่านี้มาโจมตีกันไปกันมาก็ยิ่งหนักไปกว่าพายุที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนไทยควรมีจิตสำนึกที่ดี รวมถึงระมัดระวังการนำเสนอข่าวด้วย ตนเห็นแล้วก็ไม่สบายใจจะปกหน้าปกหลังก็แล้วแต่บางเรื่องไร้สาระ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26135</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, ปาบึก, พูดไม่สร้างสรรค์, เงินบริจาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c357976b9d44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษปาบึกคลายแล้ว21จ. &#039;เมืองคอน-สุราษฎร์&#039;ยังอ่วม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;9 ม.ค. 62&amp;nbsp;- นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 3 - 9 ม.ค.62 อิทธิพลจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; ส่งผลกระทบในพื้นที่ 23 จังหวัด รวม 109 อำเภอ 547 ตำบล 3,608 หมู่บ้าน 133 ชุมชน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 123 หลัง เสียหายบางส่วน 13,840 หลัง ประชาชนได้รับผลกระทบ 242,996 ครัวเรือน 879,838 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย ประชาชนกลับจากศูนย์อพยพแล้วทุกจังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 21 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี รวม 28 อำเภอ 194 ตำบล 1,833 หมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกเป็น นครศรีธรรมราช เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ ได้แก่ อ.หัวไทร อ.ปากพนัง อ.ขนอม อ.สิชล อ.ท่าศาลา อ.เมืองนครศรีธรรมราช อ.นบพิตำ &amp;nbsp; อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ทุ่งสง อ.ร่อนพิบูลย์ อ.ทุ่งใหญ่ อ.พิปูน อ.พรหมคีรี อ.ช้างกลาง อ.ถ้ำพรรณรา อ.ฉวาง อ.ลานสกา อ.พระพรหม อ.ชะอวด อ.จุฬาภรณ์ อ.เชียรใหญ่ อ.นาบอน และอ.บางขัน รวม 162 ตำบล 1,600 หมู่บ้าน 105 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 179,868 ครัวเรือน 679,257 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว และสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอนสัก อ.บ้านนาเดิม อ.บ้านนาสาร อ.พระแสง และอ.กาญจนดิษฐ์ รวม 32 ตำบล 233 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,607 ครัวเรือน 18,184 คน ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กอปภ.ก. โดย ปภ. ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์สถานที่ราชการ และซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเส้นทางคมนาคมให้ใช้งานได้ตามปกติ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีพ ชีวิตและทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และสิ่งสาธารณประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้วให้สำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26129</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลี่คลาย21จ., นครศรีธรรมราช-สุราษฎร์, น้ำท่วม, ปภ., ปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c35703f04765.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แหลมตะลุมพุกพิลาป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
การเคลื่อนตัวของพายุปาบึกจากอ่าวไทย ขึ้นสู่ชายฝั่งหลายจังหวัดในภาคใต้ โดยเฉพาะแหลมตะลุมพุก ช่วงวันที่ 3-5 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้หวนคิดถึงการเคลื่อนตัวของพายุแฮเรียตที่เข้าถล่มแหลมตะลุมพุกเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2505 เพราะเป็นการย่ำรอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหลมตะลุมพุกพิลาป โดย &amp;quot;ตรึก พฤกษะศรี&amp;quot; เล่าเหตุการณ์มหาวาตภัย ซึ่งเกิดลมพายุโซนร้อนเป็นพายุหมุนพัดเข้าเต็มพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีความเร็วประมาณ 90 กม.ต่อชั่วโมง ทั้งแรงลมที่พัดใส่อาคารบ้านเรือนโยกคลอน หลังคาหลุดปลิวและลอยทั่วไปทั้งจังหวัด แล้วแรงคลื่นยักษ์ซึ่งสูงกว่า 2-3 เมตร ยังโถมพัดเข้าใส่แหลมตะลุมพุกจนหมู่บ้านขนาดประชากร 4,000 คนราบเรียบเหลืออยู่เพียง 5 หลังเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พายุโซนร้อนแฮเรียตเริ่มพัดเข้าใส่จังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2505 ตั้งแต่ยังเป็นดีเปรสชันจนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในบ่ายวันที่ 25 ตุลาคมนั้น ประมาณ 16.00 น. ทางขอบฟ้าตะวันออกและทิศใต้ก็พลันมืดคลุ้มเหมือนอย่างผืนม่านกั้นแล้วเกิดเป็นสายๆ หลายสายแบบลมงวงช้างหรือลมป่องหรือลมหางหนู แต่ครั้งนี้มีเกิดหลายสายอย่างไม่เคยมีมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นฝนคงตกหนักต่อไปจนค่ำเวลาประมาณ 19.00 น. ก็เกิดมีลมพัดอู้แรงจากทางทิศเหนือ &amp;nbsp;บ้านหลายหลังเริ่มพังในขณะที่ทางทิศเหนือนั้นปรากฏเป็นเสียงดังลั่น เห็นแสงสว่างจ้าและน้ำก็ไหลเชี่ยวกรากเป็นฟองแตกพุ่งเข้าใส่แหลมตะลุมพุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ที่ปากพนังน้ำในแม่น้ำก็ล้นท่วมเมืองเช่นกัน ลม ฝนและน้ำคลื่นยักษ์จากทางทิศเหนือนี้พัดกระหน่ำอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วสงบลง โดยผู้คนเกิดสับสนอลหม่าน บ้านพังบ้างแล้ว ที่เจ็บตายก็ช่วยเหลือกันไป ที่ยังรอดอยู่ต่างก็อพยพไปอยู่บ้านหลังที่ใหญ่มั่นคงแข็งแรงกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางหลังอยู่กันเป็นร้อยคนเฉพาะที่โรงพระจีนนั้นอยู่กันถึง 300 คน แต่ลมพายุสงบเพียง 5 นาทีเท่านั้น น้ำที่ท่วมอยู่ประมาณ&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&amp;nbsp; 2-3 เมตร ลดลงเพียง 1 คืบก็บังเกิดลมจากทางทิศใต้พัดหวีดหวือเข้ามาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวนี้ทั้งแรงกว่าและระดับคลื่นก็สูงกว่า บ้านที่ถูกทิ้งโยกไว้นั้นพังในพริบตาขณะที่บ้านหลังมั่นคง จุดอพยพของคนนับร้อยๆ ค่อยๆ ถูกน้ำท่วมท้นจนมิด หรือไม่ก็หลุดลอยย้ายตำแหน่ง แตกรานกระทั่งไปกระทบต้นไม้ หลายหลังถูกคลื่นซัดพาลงไปกลางทะเล โดยทุกหลังล้วนแต่มีผู้คนแออัดยัดเยียดติดไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตจากบางหลัง หลังละเพียง 2-3 ชีวิต เล่าว่าต่างกระเสือกกระสนดิ้นรนไม่ผิดกับแมวที่ถูกจับใส่กล่องโยนน้ำ ระลอกหลังนี้พายุพัดอยู่อีก 1 ชั่วโมงจึงสงบ พร้อมกับระดับน้ำที่ลดลงทิ้งซากผู้คนสิ่งของที่ลอยไว้ตามยอดมะพร้าวและป่าแสม&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต รวมทั้งผู้ที่รอดชีวิตทั้งหลายด้วย ส่วนบนพื้นนั้น ซากศพ อาคารบ้านเรือนสิ่งของต่างๆ ระเกะระกะไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนที่รอดตายไปติดอยู่บนต้นไม้บ้าง ขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าง ส่วนที่ทนกับแรงน้ำ แรงลมไม่ไหวก็เสียชีวิต หายไปในทะเลบ้าง บ้านพักทับบ้าง ส่วนที่รอดตายบางคนเหลือแต่ร่างกาย เสื้อผ้าหายไปหมด &amp;nbsp;บางคนก็สติฟั่นเฟือน รุ่งเช้าผู้คนที่รอดตายก็พยายามช่วยเหลือกัน บ้างก็ร่ำร้อง ผู้ประคองตัวเองได้ก็ตามหาญาติ อาหารก็ไม่มีกิน ต้องหามะพร้าวอ่อนกินประทังชีวิตไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่แข็งแรงพอจะเดินได้ก็พยายามเดินมุ่งหน้าเข้ามาในอำเภอปากพนัง เพื่อแจ้งให้ทางการได้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 


respin88 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม. เมื่อทางอำเภอได้รับทราบก็ร่วมมือกับพ่อค้า ประชาชนช่วยเหลือถึงแม้นในตัวอำเภอเสียหายเหมือนกันแต่ยังน้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาวาตภัยที่แหลมตะลุมพุกคราวนั้น มีคนตายและสูญหายถึง 1,030 คน บาดเจ็บสาหัส 422 คน &amp;nbsp;ไร้ที่อยู่อาศัย 16,170 คน อาคารบ้านเรือนทั่วทั้งจังหวัดพังทั้งหลัง 22,296 หลัง ชำรุด 50,775 หลัง &amp;nbsp;สวนยางสวนผลไม้เสียหายประมาณ 791 ล้านต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ด้วยความโทมนัสพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต กระจายข่าวอย่างละเอียด เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคกับในหลวง รวบรวมสิ่งของ เครื่องใช้ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม &amp;nbsp;และเงินตามศรัทธา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพียงเวลาไม่นานนัก ประชาชนที่รับฟังข่าวจากวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต ต่างก็หอบหิ้วสิ่งของ ตามที่มีอยู่และซื้อหามาได้ ทั้งถุงข้าว เสื้อผ้า จอบ เสียม หม้อ กระทะ เข้าสู่พระราชตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นทิวแถว ได้ข้าวของมากมายกองเต็มไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมีพระบรมราชานุเคราะห์ผู้ประสบวาตภัยในครั้งนี้หลายๆ ประการ รวมทั้งการก่อกำเนิดของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ก็เกิดขึ้นในครั้งนี้เช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-----------
ข้อมูลจาก, ภาพ: เว็บไซต์เมืองคอน.com, เว็บไซต์เทศบาลเมืองทุ่งสง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26082</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, ปาบึก, วาตภัย, แหลมตะลุมพุก, แหลมตะลุมพุกพิลาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c34a3f51c2a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>679 แห่ง ตัวเลขล่าสุดโรงเรียนได้รับผลกระทบ&quot;ปาบึก&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ม.ค.62-นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้มีการรายงานปฏิบัติการช่วยเหลือโรงเรียนประสบภัยพิบัติ พายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; (PABUK) ว่า ตามที่ สพฐ.ได้มีการแจ้งเตือนการเฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าว และได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังช่วยเหลือโรงเรียนและนักเรียนที่ประสบอุทกภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ของจังหวัดที่ได้รับผลกระทบนั้น เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน รวมถึงรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัย อีกทั้ง สพฐ. ก็ได้เปิดบัญชีชื่อ &amp;ldquo;รวมน้ำใจสู่อุทกภัยโรงเรียน&amp;rdquo; เพื่อรับบริจาคด้วย&amp;nbsp;
โดยขณะนี้ได้มีการรายงานจำนวนโรงเรียนที่ได้ผลกระทบ จำนวน 679 โรง แบ่งเป็น 630 โรง ใน 16 สพป. ได้แก่ สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1 จำนวน 47 โรง สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 จำนวน 80 โรง สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3 จำนวน 185 โรง สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4 จำนวน 45 โรง สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 จำนวน 49 โรง สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 จำนวน 15 โรง สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 3 จำนวน 16 โรง สพป.ชุมพร เขต 1 จำนวน 2 โรง สพป.ชุมพร เขต 2 จำนวน 11 โรง สพป.ตรัง เขต 1 จำนวน 1 โรง สพป.ตรัง เขต 2 จำนวน 7 โรง สพป.สงขลา เขต 1 จำนวน 128 โรง สพป.สงขลา เขต 3 จำนวน 7 โรง สพป.ปัตตานี เขต 1 จำนวน 35 โรง สพป.ปัตตานี เขต 2 จำนวน 1 โรง และสพป.ยะลา เขต 1 จำนวน 1 โรง และ 49 โรง ใน 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ได้แก่ สพม. เขต 11 จำนวน 1 โรงและ สพม.เขต 12 จำนวน 48 โรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีโรงเรียนที่ยังไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ จำนวน 24 โรง และในวันที่ 9 มกราคม คาดว่าจะมีโรงเรียนที่ไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้เพียง 1 โรง ซึ่งขณะนี้ สพฐ. ได้แต่งตั้งคณะทำงาน 6 คณะ นำโดยผู้บริหารระดับสูงเพื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติ ในระหว่างวันที่ 10-11 มกราคมนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ทางโรงเรียนจะต้องเร่งรายงานความเสียหายในส่วนที่จะต้องดำเนินการซ่อมแซมไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยด่วนที่สุด เพื่อที่จะไม่กระทบต่อการเปิดการเรียนการสอน และจากนั้น สพฐ.จะช่วยจัดสรรงบประมาณลงไปช่วยเหลือเยี่ยวยา โดยงบประมาณในส่วนนี้จะมีใน 2 ส่วน คือ งบฯ ที่ได้รับบริจาคและงบฯ ก่อสร้าง ซ่อมแซมหลังจากเกิดภัยพิบัติ ซี่งเป็นงบฯ ปกติของ สพฐ. ทั้งนี้สำหรับโรงเรียนใดที่มีการปิดการเรียนการสอน ก็จะต้องมีการสอนชดเชยเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการจัดการเรียนการสอนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26044</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), ปาบึก, โรงเรียนได้รับผลกระทบปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c345e2225543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยห่วงใยชาวใต้เปิดบัญชีรับบริจาคช่วยเหยื่อ&#039;ปาบึก&#039;จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.62-นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า แม้ว่าขณะนี้พายุโซนร้อน ปาบึก จะพัดผ่านประเทศไทยไปแล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้แก่ทรัพย์สินและบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคใต้ ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยนำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยอดีต ส.ส.จากกรุงเทพและสมาชิกพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ ภาคใต้ ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้กำลังใจและมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้นมาแล้วนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ล่าสุดพรรคเพื่อไทยได้เปิดบัญชีเงินฝาก เป็นพิเศษเพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการให้ประชาชนทั่วไปที่ต้องการแสดงความห่วงใยและความช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากพายุ ปาบึก ดังกล่าว โดยร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชื่อบัญชี ส่งน้ำใจ เพื่อชาวใต้ เลขที่บัญชี 493-1-07754-9&amp;rdquo; นางลดาวัลลิ์ กล่าว
&amp;nbsp;
นางลดาวัลลิ์กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยจะติดตามการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยรวมทั้งการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานอำนวยการการเลือกตั้งภาคใต้พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงานข่าวสารกับสมาชิกพรรคในภาคใต้อยู่ตลอดเวลาเหมือนที่ผ่านมา ในส่วนของสมาชิกพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ประสบภัยพายุปาบึกก็จะยังคงทำหน้าที่ประสานความช่วยเหลือให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไปจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยชาวใต้, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ปาบึก, เปิดบัญชี, โฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a1f5c38eee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปาบึก&quot;ถล่มโรงเรียน435โรง อยู่ในนครศรีมากสุด 63โรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
7 ม.ค.62-นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (รองปลัด ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo;(PABUK) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานข้อมูลสถานการณ์ผลกระทบและความเสียหายจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติในส่วนภูมิภาคทั้ง 3 ศูนย์ พบว่ามีสถานศึกษาได้รับผลกระทบ จำนวน 833 โรง ขณะที่ได้รับความเสียหาย 435 โรง เป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 374 โรง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 9 โรง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 35 โรง และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 17 โรง ประมาณการความเสียหายของสถานศึกษา เป็นเงินเกือบ 110 ล้านบาท โดยความเสียหายส่วนใหญ่เป็นกระเบื้องหลังคา ฝ้าเพดาน กระจกหน้าต่างของอาคารเรียน โรงอาหาร บ้านพักครูชำรุดเสียหาย และวัสดุอุปกรณ์ อาทิ หนังสือเรียน คอมพิวเตอร์ โต๊ะเกาอี้พังเสียหาย สำหรับโรงเรียนที่ปิดการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 4 มกราคมและยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ในวันที่ 7 มกราคม จำนวน 81 โรง และยังมีโรงเรียนที่ต้องปิดต่อเนื่องไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอน ในวันที่ 8 มกราคม ได้ จำนวน 63 โรง เป็นโรงเรียนในสังกัด สพฐ. 62 โรงและ สอศ. 1 โรง &amp;nbsp;โดยเป็นโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งสิ้น ซึ่ง ศธ.จะเร่งให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเพื่อให้สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาบึก, โรงเรียนได้รับผลกระทบปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c329e872c39f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
