<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือลอยเคว้งกลางแปซิฟิก 32 วัน  รอดตาย 4 แต่อีก 8 ดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเกาะบูเกนวิลล์ 4 ชีวิตรอดตาย หลังจากเรือลอยเคว้งคว้างในมหาสมุทรแปซิฟิกนาน 32 วัน กินมะพร้าวและน้ำฝนประทังชีวิต แต่ผู้โดยสารบนเรือลำเดียวกันตายไป 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนังสือพิมพ์สตาร์นิวส์ของหมู่เกาะโซโลมอนรายงานเมื่อวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ว่า คนกลุ่มนี้ใช้เรือบดที่มีเครื่องยนต์ติดด้านหลังเรือ เดินทางจากเกาะบูเกนวิลล์ของปาปัวนิวกินี เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยตั้งใจไปฉลองวันคริสต์มาสที่หมู่เกาะคาร์เทเร็ต ซึ่งห่างออกไปราว 100 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดมินิค สตอลลี หนึ่งในผู้รอดชีวิต เผยว่า เรือบดของพวกเขาล่มระหว่างทางและมีบางคนจมน้ำ คนที่เหลือช่วยกันพลิกเรือและวิดน้ำออกจากเรือ ต่อมาสามีภรรยาคู่หนึ่งเสียชีวิต โดยฝากฝังลูกที่ยังเป็นทารกให้พวกเขาช่วยดูแล จากนั้นทารกตายไปอีก พวกเขาทำอะไรไม่ได้ ต้องนำศพลอยทะเลไป ผู้โดยสารบนเรือตายไปทั้งหมด 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตอลลีเล่าว่า มีเรือประมงหลายลำผ่านเรือของพวกเขา แต่อยู่ไกลเกินไป ทำให้ไม่สามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ พวกเขาใช้ภาชนะใส่ของที่ใช้วิดน้ำออกจากเรือรองรับน้ำฝนนำมาดื่ม และกินมะพร้าวที่ลอยทะเลมา ความกระหายน้ำเป็นเรื่องยากที่สุดที่จะเอาชนะ แต่โชคดีที่มีฝนตกอยู่ตลอด ในที่สุดได้รับความช่วยเหลือจากเรือประมงลำหนึ่งเมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่นอกฝั่งนิวแคลิโดเนีย หลังลอยคว้างอยู่ 32 วัน ห่างจากบูเกนวิลล์มาราว 2,000 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตาร์นิวส์รายงานว่า ชาวเกาะบูเกนวิลล์ผู้รอดชีวิตทั้งหมด 4 คน เป็นชาย 2 คน คือ สตอลลี และชายวัยราว 20 ปี, ผู้หญิงและลูกสาววัย 12 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังอยู่บนเรือประมงราว 1 สัปดาห์ วันเสาร์ที่ผ่านมาเรือลำนี้นำพวกเขามาส่งที่กรุงโฮนีอาราของหมู่เกาะโซโลมอน ที่อยู่ใกล้กับเกาะบูเกนวิลล์ พวกเขาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในกรุงโฮนีอารา พยาบาลเวรเผยว่า พวกเขาทั้ง 4 คนอยู่ในภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57032</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูเกนวิลล์, ปาปัวนิวกินี, ลอยกลางทะเล, แปซิฟิก, โซโลมอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e44020685c0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บูเกนวิลล์&#039;ลงมติท่วมท้นหนุนแยกเอกราชจากปาปัวฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บูเกนวิลล์เผยผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันพุธ ประชาชนถึง 98% สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชจากปาปัวนิวกินี เตรียมเป็นประเทศใหม่ล่าสุดของโลก แม้กระบวนการนี้ยังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จอห์น โมมิส ประธานรัฐบาลปกครองตนเองบูเกนวิลล์ (ซ้าย), เบอร์ตี อาเฮิร์น ประธานคณะกรรมการประชามติ (กลาง) และปูกา เตมู รัฐมนตรีกิจการบูเกนวิลล์ของปาปัวนิวกินี แสดงผลการลงประชามติเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เบอร์ตี อาเฮิร์น ประธานคณะกรรมการประชามติบูเกนวิลล์ ประกาศผลการนับคะแนนเมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคมว่า มีประชาชน 176,928 คน หรือประมาณ 98% ของผู้ลงคะแนน สนับสนุนการแยกเอกราช โดยมีเพียง 3,043 คนที่สนับสนุนการเป็นส่วนหนึ่งของปาปัวนิวกินีต่อไปโดยมีอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น สิ้นเสียงประกาศชาวบูเกนวิลล์พากันปรบมือไชโยโห่ร้อง บ้างก็หลั่งน้ำตา บรรดาผู้ที่มีชื่อเสียงพากันร้องเพลงประจำเกาะแห่งนี้ &amp;quot;บูเกนวิลล์ของฉัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายนและสิ้นสุดในวันที่ 7 ธันวาคม เป็นผลจากกระบวนการสันติภาพยาวนานหลายทศวรรษ ภายหลังฟื้นตัวจากสงครามกลางเมืองระหว่างกบฏบูเกนวิลล์, กองกำลังความมั่นคงปาปัวนิวกินี และทหารรับจ้างชาวต่างชาติ ที่คร่าชีวิตผู้คนถึง 20,000 คน หรือราว 10% ประชากร ก่อนที่สงครามโหดร้ายนี้จะยุติลงเมื่อปี 2541&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น โมมิส อดีตบาทหลวงที่ผันตัวมาเป็นผู้นำรัฐบาลเขตปกครองตนเองแห่งนี้กล่าวว่า อย่างน้อยในทางจิตใจตอนนี้ พวกเรารู้สึกเป็นอิสระแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เอกราชไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่ยังต้องมีกระบวนการทางการเมืองอีกยาวไกลและพวกผู้นำยังต้องเผชิญปัญหาท้าทายทั้งด้านการเงินและการบริหารเพื่อเปลี่ยนหมู่เกาะยากจนในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ให้เป็นประเทศโดยสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไป ผลประชามตินี้จะต้องได้รับการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎรของปาปัวนิวกินี ที่ยังมีเสียงคัดค้านการแยกตัวด้วยเกรงว่าจะจุดชนวนขบวนการแยกเอกราชขึ้นในประเทศนี้ซึ่งมีหลายชนเผ่าและพูดกันต่างภาษา กระนั้นนักวิเคราะห์เชื่อว่า ด้วยผลคะแนนที่หนุนเอกราชอย่างท่วมท้นจะบีบให้ปาปัวนิวกินีต้องให้การรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชน แม็กลาวด์ จากสถาบันโลวีในออสเตรเลีย กล่าวว่า ผลที่ออกมาไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่น ชาวบูเกนวิลล์ต้องการเอกราช คะแนนที่ท่วมท้นทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ และปาปัวนิวกินีต้องยอมรับผลประชามติโดยเร็วและพร้อมเจรจาเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการแยกประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52280</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูเกนวิลล์, ปาปัวนิวกินี, ลงประชามติ, แยกเอกราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df0f5368c2cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บูเกนวิลล์&#039; จัดลงประชามติแยกเอกราชจากปาปัวนิวกินี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเกาะบูเกนวิลล์ต่างร้องเต้นอย่างร่าเริงระหว่างการออกมาใช้สิทธิลงประชามติว่าต้องการแยกเอกราชจากปาปัวนิวกินีหรือไม่เมื่อวันเสาร์ ลุ้นเป็นประเทศล่าสุดของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบูเกนวิลล์มารอใช้สิทธิลงคะแนนประชามติแยกเอกราชเมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ประชาชนกว่า 1,000 คน รอหน้าหน่วยลงประชามติแห่งหนึ่งที่เมืองบูกาซึ่งเป็นเมืองหลักของเกาะบูเกนวิลล์ บางคนสวมพวงมาลัยทำจากหญ้า, ร้องเพลงเต้นรำบนท้องถนน, โบกธงเขตปกครองตนเองบูเกนวิลล์, เป่าปี่ไม้ไผ่ และมีเรือลำเล็กๆ หลายลำติดธงบูเกนวิลล์นำชาวบ้านจากเกาะเล็กๆ หลายแห่ง มาลงประชามติที่เมืองบูกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงประชามติครั้งนี้มีหน่วยลงประชามติทั้งหมด 21 หน่วย ผู้มีสิทธิ์ในการลงประชามติราว 207,000 คน เปิดให้ลงประชามติ 2 สัปดาห์ ผลการลงประชามติจะประกาศราววันที่ 15 ธันวาคม โดยคาดว่าฝ่ายสนับสนุนการแยกเอกราชจากปาปัวฯ จะชนะอย่างง่ายดาย แต่ก่อนการลงประชามติไม่มีผลโพลที่น่าเชื่อถือ ผลการลงประชามติอาจพลิกจากการคาดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงประชามติแยกเอกราชเกิดขึ้นตามข้อตกลงสันติภาพเมื่อปี 2544 หลังเกิดการสู้รบ 10 ปีระหว่างกองกำลังกบฏแบ่งแยกดินแดนบูเกนวิลล์กับกองกำลังความมั่นคงปาปัวฯ ที่ร่วมกับทหารรับจ้าง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผลการลงประชามติฝ่ายสนับสนุนแยกเอกราชเป็นผู้ชนะ ขั้นตอนจากนี้ต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภาปาปัวฯ ท่ามกลางความกังวลว่าการแยกเอกราชของบูเกนวิลล์จะเป็นแบบอย่างและกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวแยกเอกราชในดินแดนอื่นของปาปัวฯ ด้วย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของเผ่าพันธุ์ แต่ถ้าผลการลงประชามติแยกเอกราชถูกปฏิเสธ อาจทำให้เกิดความบาดหมางขึ้นอีกและทำลายกระบวนการสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น โมมิส ประธานาธิบดีภูมิภาคบูเกนวิลล์ กล่าวที่หน่วยลงประชามติแห่งหนึ่งในเมืองบูกาเมื่อวันเสาร์ว่า การเริ่มลงประชามติวันนี้เป็นเพียงก้าวแรกของกระบวนการที่ยาวนาน และขอให้ทุกคนมีความอดทน ไม่ควรรีบร้อน ต้องใช้เวลาเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดี โดยผลลัพธ์สุดท้ายอาจต้องรออีก 5 ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51019</URL_LINK>
                <HASHTAG>บูเกนวิลล์, ปาปัวนิวกินี, ลงประชามติ, แยกเอกราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda936095848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาปัวนิวกินียกรถหรู &#039;เบนท์ลีย์&#039; งานเอเปกให้นายกฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีได้รับรถเบนท์ลีย์เป็นรถประจำตำแหน่ง และ ส.ส. 111 คนได้รถหรูคันอื่นที่ใช้ในการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) เมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีกระทรวงการคลังปาปัวนิวกินี เคน เอ็นกันกัน ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์โพสต์เคอเรียร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคมว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อเร็วๆ นี้ให้ยกรถยนต์หรูยี่ห้อเบนท์ลีย์ 1 คัน จากทั้งหมด 3 คันที่ใช้ในการประชุมเอเปก ซึ่งปาปัวนิวกินีเป็นเจ้าภาพเมื่อปีที่แล้ว เป็นรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม ส่วนสมาชิกรัฐสภาทั้ง 111 คนจะได้รถยนต์หรูคันอื่นที่ใช้ในการประชุมเอเปก เพื่อใช้ในกรุงพอร์ตมอร์สบีในการทำหน้าที่ซึ่งได้รับจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถยนต์ที่ปาปัวนิวกินีซื้อมาเพื่อใช้ในการประชุมเอเปกราว 300 คัน สูญหายไปหลังจบการประชุม ต่อมาตำรวจติดตามพบรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปาปัวนิวกินีชุดที่แล้วซื้อรถยนต์หรูหลายคันมาใช้ในการประชุม รวมถึงรถซูเปอร์คาร์ยี่ห้อมาเซราติ รุ่นควอทโทรปอร์เต คันละมากกว่า 150,000 ดอลลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.52 ล้านบาท สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนในประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ยากจนที่สุดชาติหนึ่งของโลกแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลก่อนยืนยันว่า รถยนต์หรูที่นำมาใช้ในการประชุมเอเปก หลังจบการประชุมจะขายให้กับภาคเอกชนเพื่อนำเงินมาหักกลบลบหนี้ค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกราว 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐมนตรีคลังคนปัจจุบันของปาปัวนิวกินีเผยว่า รัฐบาลใหม่ตัดสินใจเก็บรถยนต์หรูบางส่วนเอาไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48874</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมเอเปก, ปาปัวนิวกินี, ยกรถให้นายกฯ, รถเบนท์ลีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาปัวนิวกินีออกหมายจับอดีตนายกฯ คดีคอร์รัปชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจปาปัวนิวกินีเผยเมื่อวันอังคารว่า ศาลออกหมายจับปีเตอร์ โอนีล อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาคอร์รัปชันแล้ว ขณะเจ้าตัวโวยเป็นคดีการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดวิด แมนนิง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจปาปัวนิวกินี กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 15 ตุลาคมว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาศาลเขตของประเทศได้ออกหมายจับปีเตอร์ โอนีล อดีตนายกรัฐมนตรีในข้อหาคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้นำประเทศรายนี้ถูกบังคับให้ลงจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังครองอำนาจอยู่ถึง 8 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมนนิงเผยว่า ตำรวจพบตัวโอนีลที่โรงแรมคราวน์พลาซาซึ่งเป็นโรงแรมหรูในกรุงพอร์ตมอร์สบี แต่เขาปฏิเสธที่จะไปสถานีตำรวจ ในขณะนี้เขาไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของข้อกล่าวหาในคดีนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีผลต่อการสืบสวนสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอนีลแถลงเมื่อวันอังคารว่า ข้อกล่าวหาที่เขาถูกแจ้งเป็นเรื่องทางการเมือง เป็นข้อกล่าวหาเท็จและปลอมแปลงขึ้น และอ้างด้วยว่าเขาไม่ได้รับแจ้งหรือแสดงหมายจับในทุกที่ที่เขาปรากฏตัวในวันนี้ และเตือนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะบังคับใช้หมายจับ ว่าควรคิดให้รอบคอบก่อนทำตามคำสั่งของรัฐมนตรีกระทรวงตำรวจ ไบรอัน คราเมอร์ ซึ่งเป็นผู้วิจารณ์เขามาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ โอนีลโดนข้อกล่าวหาคอร์รัปชันมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงกรณีซื้อรถหรูมาเซราติ 40 คันมาใช้ในการประชุมเอเปกที่ปาปัวนิวกินีเป็นเจ้าภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาถูกบังคับให้ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากพันธมิตรของเขาคัดค้านการตัดสินใจลงนามข้อตกลงแก๊สธรรมชาติเหลวมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐกับบริษัทโททาลของฝรั่งเศส และบริษัทเอ็กซอนโมบิลของสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48113</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ปาปัวนิวกินี, ปีเตอร์ โอนีล, อดีตนายกฯ ปาปัวนิวกินี, ออกหมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผ่าปาปัวนิวกินีชิงเหมืองทอง ฆ่าหมู่อริ 24 ศพ ไม่เว้นคนท้อง-เด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชนเผ่าในปาปัวนิวกินีคู่อริแย่งชิงเหมืองทองคำเปิดศึกนองเลือดนาน 3 วัน มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 24 คน รวมถึงเด็กและหญิงท้อง นายกรัฐมนตรีลั่นล่าตัวคนผิดมาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 แผนกสาธารณสุขจังหวัดเฮลาเผยแพร่ภาพถ่ายเหยื่อการสังหารถูกเรียงไว้ข้างถนน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุฆาตกรรมหมู่เกิดขึ้นที่หมู่บ้าน 2 แห่งในจังหวัดเฮลา ซึ่งอยู่ในเขตที่ราบสูงชนบทห่างไกลทางตะวันตกของปาปัวนิวกินี ระหว่างเผ่าที่เป็นคู่อริกันและปะทะกันบ่อยครั้ง สาเหตุมาจากการแย่งกันครอบครองเหมืองทองคำท้องถิ่น แต่ความรุนแรงทวียิ่งขึ้นภายหลังการแพร่หลายของปืนอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลเลียม บันโด นักปกครองจังหวัดเฮลา เผยเมื่อวันพุธที่ 10 กรกฎาคมว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุสังหารหมู่ใน 2 หมู่บ้าน มีอย่างน้อย 24 คน และอาจมีมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีเอ็มทีวี สื่อท้องถิ่น รายงานว่า เหตุสังหารหมู่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ 2 แห่งในเขตทารี-โพรีของจังหวัดเฮลา โดยในวันอาทิตย์ ชาย 4 คนและหญิง 3 คนถูกฆ่าในหมู่บ้านมูนิมา และในวันจันทร์มีผู้หญิงและเด็ก 16 คนถูกฟันเสียชีวิตที่หมู่บ้านคาริดา หญิงที่เสียชีวิต 2 คนกำลังตั้งครรภ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนังสือพิมพ์โพสต์เคอเรียร์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น รายงานว่า เหตุฆ่าหมู่เกิดขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในวันเสาร์มีผู้เสียชีวิต 6 รายและวันอาทิตย์ 16 ราย รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิป อันไดลู ผู้ว่าฯ จังหวัดเฮลา เผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การสังหารหมู่ที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าที่ดำเนินมาหลายสิบปี โดยเป็นการแก้แค้นของเผ่าที่โดนโจมตีก่อน&amp;nbsp; เหตุรุนแรงทั้งสองครั้งกระทำกับชุมชนที่บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป ของปาปัวฯ ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ในจังหวัดที่เกิดเหตุ เผยว่า เหตุฆ่าหมู่นำโดยมือปืนจากเผ่าฮากุย, โอกิรู และลิวี เขาให้คำมั่นว่าจะต้องนำผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้ หมดเวลาของพวกอาชญากรพกปืนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่, จังหวัดเฮลา, ชนเผ่าคู่อริ, ปาปัวนิวกินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d25e6ccb7475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาปัวนิวกินีเจอแล้ว 40 คัน &#039;มาเซราติ&#039; หายปริศนาหลังเสร็จประชุมเอเปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปาปัวนิวกินีเจอแล้ว รถมาเซราติ 40 คันที่มีรายงานว่าสูญหายภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเอเปกเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังมีรถสูญหายอีกจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(Photo: AFP/Marco Bertorello) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารของรัฐบาลปาปัวนิวกินี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ แสดงภาพของรถมาเซราติ ควอทโทรปอร์เต หลายสิบคัน ที่ซื้อมาใช้รับส่งผู้นำชาติต่างๆ ในการประชุมเอเปกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา นำมาจอดเรียงกันอยู่ที่ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่งในกรุงพอร์ตมอร์สบี รถมาเซราติรุ่นนี้ราคาคันละอย่างต่ำ 135,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.23 ล้านบาท รัฐบาลปาปัวนิวกินีจะนำมาประมูลในวันที่ 18 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากรถมาเซราติแล้ว ในวันเดียวกันจะนำรถเบนท์ลีย์ ฟลายอิง สเปอร์ รุ่นวี 8 ทั้งหมด 3 คัน ที่ใช้ในการประชุมเอเปกนำมาประมูลด้วย รถรุ่นนี้ราคาอย่างต่ำคันละ 410,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12.86 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ตำรวจได้รับแจ้งความให้ช่วยค้นหารถจำนวนหนึ่งที่สูญหายไป แต่ไม่ได้ระบุว่าหายไปกี่คัน จากรถทั้งหมด 1,500 คัน ที่รัฐบาลปาปัวนิวกินีซื้อมาหรือได้รับบริจาคเพื่อนำมาใช้ระหว่างการประชุมเอเปก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปาปัวนิวกินีระบุว่า จำเป็นต้องซื้อรถหรูเหล่านี้ ซึ่งใช้ได้กับถนนไม่กี่แห่งของกรุงพอร์ตมอร์สบี เนื่องจากต้องการให้สมเกียรติการประชุมเอเปก แม้จะโดนวิจารณ์อย่างหนักว่าควรนำเงินที่ซื้อรถหรูไปใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคมด้านอื่น เช่น การระบาดของโรคโปลิโอและวัณโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสโตเฟอร์ ฮอว์คินส์ ซีอีโอการประชุมเอเปก 2018 เขียนรายงานแจ้งตำรวจว่า พบรถยนต์ที่ฝ่ายจัดการประชุมครอบครองอยู่ทั้งหมด 5 คัน แต่ยังมีรถอีก 4 คันที่ยังสูญหาย ได้แก่ รถโตโยต้า พราโด 3 คัน และรถแวนฮุนไดอีก 1 คัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29161</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาปัวนิวกินี, มาเซราติ, รถหาย, เอเปก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c6579fe0b7fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
