<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นาอูรูสร้างสถิติโลก ฉีดวัคซีนโควิดให้ผู้ใหญ่ครบแล้วทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประเทศนาอูรู ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรแปซิฟิก ปลาบปลื้มกับการสร้าง &amp;quot;สถิติโลก&amp;quot; ในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดสแรกให้แก่ประชากรวัยผู้ใหญ่ครบแล้วทุกคน ส่วนปาเลา ประเทศเกาะขนาดเล็กอีกประเทศ ฉีดวัคซีนแล้ว 97%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาอูรูเป็นเพียงไม่กี่สถานที่บนโลกใบนี้ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และตอนนี้ก็กำลังเป็นประเทศแรกๆ ที่ประชากรวัยผู้ใหญ่ทุกคนได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธอ้างคำแถลงของรัฐบาลนาอูรูว่า โครงการฉีดวัคซีน 4 สัปดาห์สำเร็จเหนือความคาดหมาย โดยศูนย์ฉีดวัคซีนต้องเปิดเกินเวลาเพื่อรองรับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด ถึงตอนนี้ประชาชน 7,392 คนได้ฉีดวัคซีนโดสแรกแล้ว หรือคิด 108% ของประชากรวัยผู้ใหญ่เนื่องจากนับรวมชาวต่างชาติไว้ด้วย กำหนดการฉีดวัคซีนโดสที่ 2 คือประมาณกลางเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะทำงานเฉพาะกิจไวรัสโคโรนาแห่งชาติมีความยินดีอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่เป็นสถิติโลกครั้งนี้ และขอบคุณทุกคนในนาอูรูที่มีส่วนร่วม&amp;quot; แถลงการณ์ของรัฐบาลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนที่นาอูรูใช้เป็นของแอสตร้าเซนเนก้าที่ได้รับจากโครงการโคแวกซ์ ซึ่งมีเป้าหมายเสริมสร้างการสร้างภูมิคุ้มกันในประเทศยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คีแรน เคเค ประธานคณะทำงานเฉพาะกิจ กล่าวว่า นาอูรูโชคดีที่ได้รับวัคซีนมาเพียงพอกับจำนวนประชากรวัยผู้ใหญ่ แต่ก็ยังไม่อาจวางใจได้ โดยต้องมีการตรวจอย่างต่อเนื่องให้มั่นใจว่าเกาะนี้ยังคงปลอดไวรัสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความเสี่ยงที่ไวรัสโคโรนาจะเข้าสู่นาอูรูนั้นมาพร้อมกับการมาถึงของทุกคนที่เดินทางมาที่นี่ และเหตุการณ์ในปาปัวนิวกินี, ฟิจิ และอินเดีย แสดงให้เห็นแล้วว่า สถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแค่ไหน&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในประเทศปาเลา ที่เป็นเกาะห่างไกลในแปซิฟิกเช่นกัน กล่าวว่า พวกเขาก็ใกล้จะฉีดวัคซีนให้ผู้ใหญ่ในประเทศครบแล้วเช่นกัน โดยมี 97% ได้รับวัคซีนโดสแรกแล้ว พวกเขาหวังว่า 80% ของประชากรทั้งหมด 18,000 คนจะได้รับวัคซีนครบภายในสิ้นเดือนนี้ ด้วยความเชื่อว่าสัดส่วนดังกล่าวเพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนให้ผู้ใหญ่, นาอูรู, ปาเลา, วัคซีนโควิด, แอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609baa5a01290.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงปะการัง &#039;ปาเลา&#039; ผ่านกฎหมายห้ามใช้ครีมกันแดด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;ปาเลา&amp;quot; ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านกฎหมายห้ามใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องปะการัง โดยจะเริ่มมีผลในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MATT RAND (THE PEW CHARITABLE TRUSTS/AFP/File)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาเลาเป็นประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างไปทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ราว 500 กิโลเมตร ได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแหล่งดำน้ำสวยที่สุดในโลก แต่รัฐบาลปาเลากังวลว่า การมีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกับปะการัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประธานาธิบดีทอมมี เรเมเงเซา ของปาเลา เผยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า สารเคมีที่พบในครีมกันแดดส่วนใหญ่เป็นพิษต่อปะการัง แม้จะใช้ในปริมาณที่ไม่มาก เนื่องจากปาเลามีชื่อเสียงในเรื่องของแหล่งดำน้ำและการชมปะการังด้วยการใช้สน็อกเกิล การมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้กังวลในเรื่องสารเคมีจากครีมกันแดดมากมายที่จะปนเปื้อนในมหาสมุทร รัฐบาลปาเลาจำเป็นต้องป้องกันไม่ให้มลพิษเข้าสู่สิ่งแวดล้อมของประเทศ จึงได้ผ่านกฎหมายห้ามใช้ครีมกันแดด โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายห้ามครีมกันแดดที่ปาเลาประกาศใช้ ห้ามนำเข้าหรือขายครีมกันแดดทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวที่นำครีมกันแดดเข้าประเทศจะต้องโดนยึด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐฮาวายประกาศใช้กฎหมายห้ามครีมกันแดดที่เป็นพิษต่อปะการังเช่นกัน แต่กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครีมกันแดดส่วนใหญ่มีสารเคมี ได้แก่ ออกซิเบนโซน, ออกโตครายลีน และพาราเบนส์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อปะการัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2552 ปาเลาเป็นประเทศแรกของโลกที่ประกาศเขตอนุรักษ์ฉลามและห้ามทำประมงเชิงพาณิชย์ในน่านน้ำ และปีที่แล้วเริ่มใช้ &amp;quot;คำปฏิญาณปาเลา&amp;quot; ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องลงนามในหนังสือเดินทางว่าจะรักษาสิ่งแวดล้อมเมื่อเดินทางเข้าประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21194</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครีมกันแดด, ปะการัง, ปาเลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdb0de0834a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
