<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกระดับสกัดโควิด คุมพื้นที่‘กรุงเทพ-ปริมณฑล’ปิด14วันแหล่งรวมคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.แจงตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 30 ราย ทำยอดรวมขึ้นไปอยู่ที่ 177 ราย &amp;ldquo;หมอสุขุม&amp;rdquo; ย้ำยังติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนตามนิยามระยะที่ 2 อธิบดีกรมการแพทย์เผยวางแผนรองรับนาน 2 เดือนกรณีเลวร้ายที่สุดแล้ว &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะ ครม.เคาะมาตรการ 6 ด้าน สั่งสถานบริการที่จดทะเบียนกับ มท.ต้องปิด 14 วัน เริ่มตั้งแต่ 18 มี.ค. ทั้งโรงหนัง-ผับ-สนามม้าโดนหมด ลุงตู่ชูความรักสามัคคีพาชาติผ่านวิกฤติที่สำคัญเป็นอันดับแรก ส่วนมาตรการเยียวยารอสัปดาห์หน้า &amp;ldquo;สาธิต&amp;rdquo; เตรียมหารือเจ้าของโรงแรมเก่าๆ ทำเป็นที่พักคนไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศไทย ว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้น 30 ราย ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นผู้มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 11 ราย สถานบันเทิง 1 ราย และกลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วย 2 ราย ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ 16 ราย ได้แก่ ผู้กลับมาจากต่างประเทศ 9 ราย และคนขับแท็กซี่ที่ทำงานใกล้ชิดกับคนต่างชาติ 1 ราย โดยยังรอผลสอบสวนโรคเพิ่มเติมอีก 6 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ยังรอยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการ 22 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อรวม 177 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 135 ราย หายดีกลับบ้านแล้ว 41 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยมีผู้ป่วยอาการหนักต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 1 ราย &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ช่วงนี้จะพบว่ามีคนไข้เพิ่มขึ้น แต่ยังมีลักษณะเป็นกลุ่มก้อน ที่มาที่ไปชัดเจน การระบาดในไทยจึงยังเป็นระยะ 2 สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ผู้ป่วยในแต่ละวันลดน้อยลง จึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชน นั่งกินข้าวคนเดียว ไอจามต้องใช้หน้ากากอนามัย งดเดินทางไปยังสถานที่แออัดที่เสี่ยงต่อการฟุ้งกระจายของน้ำลาย หรือเหงื่อ แนะนำการทำงานที่บ้าน งดสังสรรค์กับเพื่อน ทั้งที่สนามกีฬาและสถานบันเทิง&amp;rdquo; นพ.สุขุมระบุ
ปลัด สธ.กล่าวอีกว่า ภายใน 2 สัปดาห์นี้ หากใครไปยังสถานบันเทิงหรือสนามกีฬา แล้วพบว่าตนเองมีอาการป่วย ไอเจ็บคอ ให้มารับการตรวจฟรี ส่วนกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าโรงพยาบาลไม่มีเตียงเพียงพอนั้น สธ.ได้ปรับมาตรฐานแล้ว นอกจากนี้ สธ.ยังได้ทำหนังสือถึงคณบดีแพทยศาสตร์ทุกแห่ง เจ้ากรมแพทย์ทหาร 3 เหล่าทัพ แพทย์ตำรวจ แพทย์ของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เพื่อทำจัดทำแผนร่วมกันรองรับหากมีผู้ป่วยเพิ่มจำนวน เตรียมระบบส่งต่อผู้ป่วย แม้แต่โรงพยาบาลที่รักษาอาการทางจิต อย่าง รพ.ศรีธัญญา หรือสมเด็จเจ้าพระยา จะปรับให้มีศักยภาพรับโรคโควิด-19 รวมถึงขอความร่วมมือสมาคมโรงแรมไทยให้ช่วยสนับสนุนหอพักและโรงแรมให้ใช้เป็นสถานที่ให้บริการกรณีมีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมากแล้ว
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีผู้ติดเชื้อจากสนามมวย 11 ราย การสอบสวนโรคยังไม่เห็นผู้ติดเชื้อในรุ่นถัดไป และหากสอบสวนได้ทั้งหมด จำนวนผู้ป่วยจะไม่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าเพศหญิง-ชายมีความเสี่ยงติดเชื้อเท่าเทียมกัน แต่กรณีสนามมวยและสถานบันเทิงพบผู้ป่วยเพศชายในวัยทำงาน เพราะเข้าไปใช้บริการมากกว่า ในขณะที่เด็กและคนแก่พบติดเชื้อน้อย ดังนั้นผู้รับเชื้อรุ่นแรกต้องระวังไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น&amp;nbsp;
เผยเตรียมแผนมา 2 เดือน
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า แผนการรักษาพยาบาลได้เตรียมตัวนาน 2 เดือนแล้ว โดยมีข้อตกลงร่วมกัน 7-8 เรื่อง คือ 1.ลดจำนวนผู้ป่วยไม่เร่งด่วนให้ไปรับยาที่ร้านขายยาหรือบริการใกล้บ้าน 2.จัดทีมคลินิกไข้หวัด 500-600 แห่งใน รพ.ทุกระดับ 3.จัดระบบแยกคนไข้เสี่ยงให้ไปรับการตรวจ 5.สำรวจและสำรองยา เวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง 6.เตรียมจัดตั้ง รพ.สนามในระยะถัดไป 7.สร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และ 8.สื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนให้ความร่วมมือป้องกันโรค
นพ.สมศักดิ์กล่าวอีกว่า เวลานี้ทุกคนต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่ง สธ.เองก็เตรียมความพร้อมทั้งยารักษาที่สำรองถึง 4 หมื่นเม็ด สำหรับรักษาคนไข้ได้ 500-600 คน และยังตั้ง รพ.สนามในบางขุนเทียน ทุ่งสีกัน ให้เป็นหอผู้ป่วยแยกโรค หรือโควิดหวอด แต่ไม่ถึงขั้น รพ.สนาม เป็นการเตรียมหอพักหรือโรงแรม แต่ในหลักการคือคนไข้ทุกคน เมื่อผลตรวจเป็นบวกต้องนอน รพ. 2 วัน หรือ 48 ชม. หากประเมินอาการดีขึ้น ไม่มีไข้ จะส่งไปนอนหอพักหรือโรงแรม ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นเตรียมการรับสถานการณ์ในเดือน เม.ย. ที่อาจมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนเข้าใจ
&amp;ldquo;เราชนะโควิดได้ ประชาชน 60 ล้านคนต้องช่วยกัน เพราะหมอเพียงไม่กี่แสนคนทำไม่ได้ ซึ่งแผนดังกล่าวเป็นการเตรียมการรับมือ หากสถานการณ์ข้างหน้ามีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น เป็นการตั้งสมมุติฐานเตรียมการล่วงหน้า ซึ่งเราเตรียมมาตั้งแต่เดือน ก.พ.&amp;rdquo;นพ.สมศักดิ์กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษก สตช. กล่าวว่า เบื้องต้นมีข้าราชการตำรวจที่มีผลการตรวจเป็นบวก เข้าข่ายเป็นผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 7 นาย อาการไม่น่าเป็นห่วง อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนตำรวจกลุ่มคนใกล้ชิด 102 นาย ได้กักตัว 14 วัน ตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค ซึ่งทุกส่วนไม่กระทบต่อการบริการประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าได้โพสต์ภาพการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ซึ่งนายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนต่างสวมหน้ากากอนามัย พร้อมข้อความว่า นำร่องใส่หน้ากากอนามัย นั่งเว้นระยะ 1 เมตร ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
และเมื่อเวลา 14.25 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงผลประชุม ครม.ถึงกรณีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ยกระดับ ไม่สะท้อนข้อมูลที่แท้จริง ว่าเรื่องนี้เราต้องฟังแพทย์ว่าสถานการณ์จะเข้าเกณฑ์เมื่อไหร่ อย่างไร แต่ยืนยันว่าเรามีมาตรการรองรับอยู่แล้วในทุกมิติ เราต้องเชื่อหมอ เชื่อสาธารณสุขของเรา และทำตามคำแนะนำมาตรการต่างๆ ของรัฐ ซึ่งปัจจุบันยังไม่เข้าสู่การระบาดในระยะที่ 3 แต่ว่ามีแนวโน้มการแพร่กระจายที่เพิ่มมากขึ้น และเพื่อลดการแพร่ระบาดจาก กทม.ไปสู่จังหวัดอื่นๆ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและหามาตรการรองรับ โดยทุกภาคส่วนต้องทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อบูรณาการความร่วมมือเพื่อหาแนวทางการรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
เคาะมาตรการ 6 ด้าน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้ ครม.ได้นำเรื่องและผลการประชุมของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาพิจารณา ซึ่ง ครม.มีมติเห็นชอบ 6 ด้าน 1.ด้านสาธารณสุข ยืนยันยังไม่มีการปิดเมืองหรือปิดประเทศ (การห้ามเข้า-ออก) แต่มีการป้องกันและสกัดกั้นการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทยจากชาวต่างชาติ ทั้งการยกเลิกฟรีวีซ่า วีโอเอ การใช้แอปพลิเคชันติดตามตัว รวมทั้งการจัดหาและเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็น ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับรับมือระยะที่ 3 2.ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน เร่งผลิตในประเทศและจากต่างประเทศให้เพียงพอกับความต้องการ 3.ด้านข้อมูลการสื่อสารข้อมูลต่างๆ ของรัฐบาลมาจากกระทรวงสาธารณสุข ที่เป็นการแถลงเฉพาะด้าน 4.ด้านต่างประเทศ การจัดตั้งทีมงานเพื่อดูแลคนไทยในต่างประเทศ&amp;nbsp;
5.ด้านมาตรการป้องกัน ลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่างที่มีความเสี่ยงสูง จะมีการปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสถานที่ซึ่งมีผู้คนมาร่วมเป็นกิจวัตรเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ได้แก่ มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ สถาบันกวดวิชา และทุกสถาบันให้ปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.นี้ เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ และให้สถานศึกษาป้องกันโรคตามมาตรฐานของ สธ.อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ต้องปิดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งสนามมวย สนามกีฬา สนามม้า ใน กทม.และปริมณฑล ขณะที่ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ และโรงมหรสพในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ปิดชั่วคราว 14 วัน พร้อมกันนี้ให้งดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คอนเสิร์ต การจัดงานแสดงสินค้าต่างๆ กิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม และกีฬา โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบและแจ้งให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทราบด้วย&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า ยังมีมาตรการเพิ่มการป้องกันสำหรับพื้นที่หรือสถานที่ที่ยังต้องเปิด ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานที่ราชการ และรัฐวิสาหกิจ ต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันที่ สธ.กำหนด ส่วนร้านค้าร้านอาหารต้องทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส การคัดกรองอุณหภูมิ การใช้หน้ากากอนามัย รวมทั้งต้องลดความแออัด
นายกฯ กล่าวว่า มาตรการลดความแออัดในการเดินทางนั้น ให้งดวันหยุดสงกรานต์ตั้งแต่ 13-15 เม.ย.นี้ โดยให้เลื่อนออกไปก่อน และจะชดเชยวันหยุดให้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะในประเทศต้องเพิ่มความถี่การเดินรถและมีมาตรการคัดกรองที่รัดกุม และงดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายคนข้ามจังหวัดของหน่วยงานที่มีคนจำนวนมาก เช่น ค่ายทหาร เรือนจำ โรงเรียน หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายต้องมีมาตรการป้องกัน รวมถึงการจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวด้วย และให้ทุกหน่วยงานพิจารณาเหลื่อมเวลาทำงาน หรือทำงานที่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ยังมีมาตรการกำกับดูแลในระดับพื้นที่ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ กทม. โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม.ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ เพื่อกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดหรือกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการกำกับพื้นที่เสี่ยง&amp;rdquo;
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า 6.มาตรการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มธุรกิจ โรงงาน สถานประกอบการ โรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการรองรับ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะเสนอมาตรการนี้เข้ามา รวมถึงกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ โดยจะพิจารณามาตรการเพื่อนำเสนอเป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะที่ 2 ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สรุปแล้วขณะนี้ประเทศไทยควบคุมสถานการณ์และจะชะลอระยะ 2 ให้ได้นานที่สุด จะพยายามอย่างเต็มที่ โดยถือว่าการแก้ไขปัญหาโควิด-19 มีความสำคัญเป็นอันดับ 1&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า ความรัก ความสามัคคีเป็นสิ่งหนึ่งที่จะสามารถเอาชนะโควิด-19 ได้ คำว่าเอาชนะคือสถานการณ์คลี่คลายเป็นปกติ ซึ่งทุกคนก็ต้องการตรงนี้ ขอฝากทุกคนให้ช่วยกันด้วย โดยเฉพาะสื่อโซเชียลต่างๆ ขอให้ทุกคนร่วมมือกันทุกอย่าง
เมื่อถามว่าจะปิดกรุงเทพฯ ชั่วคราวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ได้พูดว่าปิด เมื่อกี้ผมพูดหรือเปล่า ผมไม่ได้พูดว่าปิด-เปิด ประเทศ ไม่ได้พูดเลย ผมพูดถึงว่าหลายอย่างในกรุงเทพฯ ต้องมีการควบคุม ผู้สื่อข่าวถามย้ำ โฆษกเป็นคนพูดว่าปิด กทม. นายกฯ เดินออกจากโพเดียมพร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;แล้วใครแถลงล่ะ ผมไม่ได้พูด&amp;rdquo; (อ่านรายละเอียดหน้า 4)&amp;nbsp;
หมอหนูชี้ฟิตเนสเข้าข่าย
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวเสริมถึงกรณีที่มีข่าวแพร่ตามสื่อโซเชียลว่ามีการประกาศปิด กทม.และปริมณฑลจนแตกตื่นกันไปทั่วว่า ไม่ได้ใช้คำว่าปิด แต่เป็นการควบคุมระดับที่เข้มข้น มีวิธีการ ซึ่งการปิดสถานที่ต่างๆ ตามที่กำหนดมานั้นบางอย่างก็ 14 วัน บางอย่างก็จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เป็นการที่เราคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชน ความถูกสุขอนามัยของประเทศเป็นหลัก
นายอนุทินกล่าวว่า หลังจากวันนี้อธิบดีกรมควบคุมโรคมีอำนาจในฐานะเจ้าพนักงานในการออกคำสั่งให้ฝ่ายปกครองพิจารณาแล้วดำเนินการตามเหตุการณ์ที่สมควรของแต่ละจังหวัด หากตนเองหรืออธิบดีกรมควบคุมโรคลงพื้นที่พบเห็นสถานที่ใดไม่ปลอดภัย สามารถสั่งการและสั่งปิดสถานที่นั้นได้เลย และขอยืนยันว่าไม่ได้มีการปิด กทม. แต่ปิดสถานที่ เช่น ผับ บาร์ ใน กทม.และปริมณฑล ส่วนสาเหตุที่ต้องปิดสถานที่ต่างๆ ใน กทม.และปริมณฑล 14 วันนั้น เพื่อให้เจ้าของสถานที่ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวทำบิ๊กคลีนนิง&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าฟิตเนสจะปิดด้วยหรือไม่ นายอนุทินย้อนถามว่าแล้วเป็นสถานบริการหรือไม่ ทั้งนี้ในทางปฏิบัติ การออกกำลังกายจะมีละอองฝอยและสารคัดหลั่งทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ จึงบอกว่าต้องทำความสะอาดตลอดเวลาในสถานที่ที่มีการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลออกมาตรการให้สถานบันเทิง สนามมวย อาบอบนวด สนามม้า โรงภาพยนตร์ ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปิดการให้บริการเป็นเวลา 14 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.นี้ ว่าไม่ถึงขั้นชัตดาวน์ ส่วนสถานบริการที่เข้าข่ายมาตรการนี้คือกิจการที่ไปขอจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยเป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาทิ อาบอบนวด ร้านบริการนวดแผนโบราณ ร้านบริการนวดตัวหรือนวดฝ่าเท้า และสถานที่เหล่านี้มีโอกาสเกิดการแพร่เชื้อโรคได้ และมาตรการนี้ยังครอบคลุมไปถึงสถานบันเทิง ผับ บาร์ หรือร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีสด ส่วนโรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร คลินิกเวชกรรม สถานเสริมความงาม ไม่ใช่สถานบริการ จึงไม่ต้องปิด 14 วัน รวมถึงผู้ประกอบอาชีพรับจ้างนวดแผนโบราณตามบ้าน สามารถดำเนินการต่อไปได้ ส่วนโรงแรมที่มีอาบอบนวดหรือแผนกนวดแผนไทย ก็ต้องปิดการให้บริการ ส่วนที่เป็นห้องพักยังทำการตามปกติ สำหรับกรณีของสถานที่ออกกำลังกายและฟิตเนสนั้น ต้องไปดูตามนิยามใน พ.ร.บ.สถานบริการ&amp;nbsp;
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า สถานที่ที่ถูกปิด 14 วันนี้ต้องหยุดการให้บริการ แล้วไปทำความสะอาดครั้งใหญ่ ภายในสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ ในสถานประกอบการ จากนั้นจะพิจารณากันอีกครั้งว่าควรจะขยายมาตรการนี้ไปใช้กับจังหวัดอื่นๆ เมื่อไหร่ อย่างไร ขณะเดียวกันจะพิจารณาว่าควรขยายจำนวนวันปิดการให้บริการไปอีกกี่วัน ซึ่งการพิจารณาเรื่องดังกล่าวต้องมีการพิจารณาตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน ส่วนในช่วงนี้ถ้ามีจังหวัดใดที่อยากดำเนินการมาตรการเช่นนี้บ้าง ผู้ว่าฯ มีอำนาจพิจารณาตัดสินใจ ตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558&amp;nbsp;
นัดคุยเจ้าของโรงแรม
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการการรักษาในโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลทหาร โรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ว่าได้หารือและสรุปมาตรการในทุกโรงพยาบาลที่รับรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะต้องรักษาให้หาย เพราะในอนาคตจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีมาตรานี้ออกมา จึงต้องเตรียมห้องรองรับผู้ป่วยหนัก และเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ โดยในวันที่ 18 มี.ค. จะมีการประชุมเพื่อหารือเรื่องการบริหารจัดการผู้ป่วยติดเชื้อ แต่ขอย้ำว่าผู้ป่วยติดเชื้อ 80% มีอาการไม่รุนแรง มีเพียง 10% เท่านั้นที่มีอาการหนัก แต่ขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกายและโรคประจำตัวของผู้ป่วย ซึ่งอัตราการเสียชีวิตของเรายังไม่ถึง 1%&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เรากำลังประสานไปยังเจ้าของโรงแรมเก่าๆ หรือโรงแรมที่บริหารไม่สำเร็จ ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ประมาณ 2,000 ห้อง เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรง กรณีมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากขึ้น หากโรงแรมใดต้องการเข้าร่วมโครงการโรงแรมช่วยชาติช่วยวิกฤติโควิด-19 สามารถมาสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยภาครัฐจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย&amp;rdquo; นายสาธิตกล่าว
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์และอุทัยธานี สั่งปิดเมืองสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ในเบื้องต้น สธ.ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคระบาด โดยมีผู้ว่าฯ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงส่วนปกครองทั้งประเทศ ยืนยันว่าผู้ว่าฯ มีอำนาจเต็มที่ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดในการออกมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องปรึกษาใคร แต่มาตรการดังกล่าวจะต้องผ่านคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดที่มีแพทย์และส่วนเกี่ยวข้องหลายหน่วยงานช่วยพิจารณา
&amp;ldquo;ผมได้ดูในเนื้อหาของคำว่า ปิดเมือง คือมีมาตรการคัดกรองคนเข้าเมือง และไม่ให้คนรวมกลุ่มกันจัดกิจกรรม ซึ่งก็ถือว่าตรงตามมาตรการที่ควรจะทำ ซึ่งคำพูดดูเหมือนว่าปิดเมือง แต่หลักการปฏิบัติเป็นการสกรีนคนทั้งเมือง ยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมาย และไม่ต้องมาหารือหรือปรึกษาผม เพราะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดมีอำนาจโดยชอบธรรมอยู่แล้ว&amp;rdquo;พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายประเทศพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ว่าสหรัฐอเมริกาและจีนประสานมาว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยเป็นลักษณะการเสนอตัวช่วยจัดหาหรือช่วยเราติดต่อการซื้อสินค้าในราคาที่เหมาะสม
ต่อมาในช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และมาตรการที่ได้ผ่าน ครม.แล้ว ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.).
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60102</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กักตัว 14 วัน, ติดเชื้อเป็นกลุ่ม, นิยามระยะที่ 2, ปิด 14 วัน, มาตรการเยียวยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนรองรับนาน 2 เดือน, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70dda394868.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;แจง โรงแรม-ภัตตาคาร-สถานเสริมความงาม ไม่เข้าข่ายปิด 14 วัน ส่วน&#039;ฟิตเนส&#039;ยังพลิกตำราไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.62- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลออกมาตรการให้สถานบันเทิง สนามมวย อาบอบนวด สนามม้า โรงภาพยนตร์ ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ปิดการให้บริการเป็นเวลา 14 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.นี้ ว่า มาตรการที่รัฐบาลเพิ่งออกมานี้ไม่ถึงขั้นปิดชัตดาวน์ ส่วนสถานบริการที่เข้าข่ายมาตรการนี้คือกิจการที่ไปขอจดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยเป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาทิ อาบอบนวด ร้านบริการนวดแผนโบราณ ร้านบริการนวดตัวหรือนวดฝ่าเท้า และสถานที่เหล่านี้มีโอกาสเกิดการแพร่เชื้อโรคได้ และมาตรการนี้ยังครอบคลุมไปถึงสถานบันเทิง ผับ บาร์ หรือร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีสด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร คลีนิกเวชกรรม สถานเสริมความงาม ไม่ใช่สถานบริการ จึงไม่ต้องปิด 14 วัน รวมถึงผู้ประกอบอาชีพรับจ้างนวดแผนโบราณตามบ้านสามารถดำเนินการต่อไปได้ โรงแรมที่มีอาบอบนวดหรือแผนกนวดแผนไทย ก็ต้องปิดการให้บริการอาบอบนวดหรือแผนกนวดนั้น ส่วนที่เป็นห้องพักยังสามารถทำการตามปกติ สำหรับกรณีของสถานที่ออกกำลังกายและฟิตเนสนั้น ต้องไปดูตามนิยามในพ.ร.บ.สถานบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานที่ที่ถูกปิด 14 วันนี้ต้องหยุดการให้บริการ แล้วไปทำความสะอาดครั้งใหญ่ ภายในสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆในสถานประกอบการ จากนั้นจะมีการพิจารณากันอีกครั้งว่าควรจะขยายมาตรการนี้ไปใช้กับจังหวัดอื่นๆเมื่อไหร่ อย่างไร ขณะเดียวกันจะพิจารณาว่าควรขยายจำนวนวันปิดการให้บริการไปอีกกี่วัน ซึ่งการพิจารณาเรื่องดังกล่าวต้องมีการพิจารณาตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงนี้ถ้ามีจังหวัดใดที่อยากดำเนินการมาตรการเช่นนี้บ้าง ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจพิจารณาตัดสินใจ ตามมาตรา 35 แห่งพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งโดยปกติ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะฟังนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก พร้อมกับพิจารณาตามคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดด้วย ทั้งนี้ ตนเข้าใจว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข จะมีการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เพื่อออกคำแนะนำไปยังจังหวัดต่างๆซึ่งจะกำหนดว่าขนาดและประเภทของสถานบริการและสถานบันเทิงที่จะต้องใช้มาตรการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสถานประกอบการที่ถูกสั่งปิดการให้บริการจะได้รับผลกระทบในหลายเรื่อง นายวิษณุ กล่าวว่า ที่จริง ตอนนี้มีการแพร่ระบาดของโรค จึงทำให้สถานประกอบการหลายแห่งไม่ค่อยมีลูกค้าไปใช้บริการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ไปสำรวจข้อมูลครบถ้วนและพิจารณาผลอย่างรอบด้านแล้ว จึงกล้าออกคำสั่งมาตรการดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60074</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิษณุ เครืองาม, ปิด 14 วัน, โควิด-19, โรงแรม-สถานเสริมความงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70bb0944a65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
