<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.ศธ. ลั่นไม่นิ่งนอนใจ  รร.เอกชนทยอยเลิกกิจการ ประสานคลัง หาแหล่งเงินกู้ให้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;6 ต.ค. 64- นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวถึงกรณีโรงเรียนเอกชนหลายแห่งได้ทยอยขอเลิกกิจการ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า เรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งตนในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ก็ได้มีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และจะมีการหารือร่วมกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิกาา (รมว.ศธ.) เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับกลุ่มโรงเรียนเอกชนในเบื้องต้นนั้น ขณะนี้ ศธ.ได้ประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงการคลัง (กค.) เพื่อขอให้โรงเรียนเอกชนสามารถกู้เงินจากสถาบันทางการเงินได้ ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ รวมทั้งยังได้มีการหารือถึงการนำเงินจากกองทุนของ สช.เข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้ด้วย อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ก็ยังร่วมมือกันบริหารจัดการให้การสอบ SAT (Scholastic Aptitude Test) เป็นการสอบวัดความรู้ความสามารถของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย สำหรับการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นได้ ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองที่จะส่งบุตร หลานให้ศึกษาต่อในโรงเรียนเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีการหารือร่วมกับนายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น กับกลุ่มโรงเรียนเอกชน นอกจากนี้ยังได้ติดตามปัญหาเรื่องน้ำท่วม ของโรงเรียนในสังกัด สช. ซึ่งดิฉันได้กำชับให้โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบเร่งส่งข้อมูลมาที่ส่วนกลาง เพื่อที่โรงเรียนทุกแห่งที่ได้รับผลกระทบจะเยียวยาต่อไป&amp;quot;รมช.ศธ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118973</URL_LINK>
                <HASHTAG>#รร.เอกชน, กนกวรรณ วิลาวัลย์, ปิดกิจการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d6ba7db926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีผล 23 กรกฎา &#039;กทม.&#039; ประกาศปิดสถานที่กิจการ 10 ประเภท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - กรุงเทพมหานคร แจ้งว่า สั่งปิดสถานที่หรือกิจการเพิ่มเติม 10 ประเภท เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. สนามกีฬาทุกประเภท&amp;nbsp;
2. สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ต่าง ๆ
3. ลานกีฬา&amp;nbsp;
4. ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม และสถานที่จัดนิทรรศการ&amp;nbsp;
5. ศูนย์การเรียนรู้ และหอศิลป์
6. ห้องสมุดสาธารณะ&amp;nbsp;
7. พิพิธภัณฑ์&amp;nbsp;
8. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
9. ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ร้านทำเล็บ และร้านสัก
10. สระน้ำเพื่อการเล่นกีฬา สระว่ายน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสถานที่ตามข้อ 1 - 8 &amp;nbsp;ให้ใช้เพื่อให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขอื่น ๆ ของภาครัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. 64 จนถึงวันที่ 2 ส.ค. 64 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
ประกาศ ณ วันที่ 21 ก.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110655</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, ปิดกิจการ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b48a1b66bb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ยังไม่ถกยกระดับ &#039;ชลบุรี&#039; หลังข่าวสะพัดจ่อปรับเพิ่มจังหวัดสีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า กรณีที่ ศบค.เตรียมยกระดับมาตรการเข้มข้นขึ้นและอาจมีการปิดบางกิจการเพิ่ม ตลอดจนมีกระแสข่าวว่า&amp;nbsp;ศบค.เตรียมเพิ่มจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้มจากที่มีประกาศไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัด โดยเพิ่ม จ.ชลบุรีเข้าไปนั้น พบว่า ในที่ประชุม ศบค.วันเดียวกัน ยังไม่ได้มีการเสนอให้ปรับระดับ จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่สีแดงเข้มตามที่เป็นข่าว มีแต่เพียงการหารือถึงการเฝ้าดูใกล้ชิดในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูงมากขึ้น โดยให้มีการเพิ่มการฉีดวัคซีนในจังหวัดที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดสูง และให้มีการเพิ่มการฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ขณะนี้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดยังเป็น&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109988</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ปิดกิจการ, พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, พื้นที่สีแดงเข้ม, ยกระดับมาตรการ, ล็อกดาวน์, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f1613877917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดทำพิษผู้ประกอบการรถเช่าปิดกิจการแล้วกว่า 30% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย. 2564 นายวสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) เปิดเผยว่า สปข.ในฐานะผู้ประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถ 30) หรือรถเช่าเหมา ได้เดินทางไปยื่นหนังสือที่ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อขอให้ช่วยเหลือสนับสนุนแหล่งเงินทุน มาใช้ในการซ่อมบำรุงรถที่จอดทิ้งไว้มานานกว่า 1 ปีครึ่ง ตั้งแต่การแพร่ระบาดข​องโควิด-19 รอบแรกจนถึงปัจจุบัน ทำให้รถถูกจอดทิ้งไว้ ไม่ได้มีการใช้งานมานานและไม่มีการดูแล ซึ่งไม่พร้อมนำมาให้บริการตามนโยบายการเปิดประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ล่าสุด​ มีผู้ประกอบการรถเช่าเหมาที่ต้องหยุดกิจการไปแล้วมากกว่า​ 30% จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนแหล่งเงินทุนในการซ่อมบำรุงรถจำนวน 25,000 คัน วงเงิน 7,500 ล้านบาท หรือคันละประมาณ 300,000 บาท ซึ่งอาจจะเป็นการใช้งบประมาณ หรือการหาแหล่งเงินกู้ จากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน​ (กปถ.)​ ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) มาปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการ .&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังขอให้พิจารณา​ยกเว้นการชำระภาษีประจำปี​ และขอเงินเยียวยาทะเบียนรถคันละ​ 5,000 บาท หรืออาจให้มีการนำรถมาตรวจเช็กสภาพ และซ่อมบำรุงฟรี​ด้วย อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ สปข.ยังต้องการให้ภาครัฐพิจารณาจัดให้มีโครงการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และทำให้รถเช่าเหมามีรายได้ เช่น ให้หน่วยงานท้องถิ่นมีการเช่ารถไปดูงาน ทัศนศึกษา เพื่อให้เกิดการเดินทางข้ามจังหวัดมากขึ้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สปข.ยังมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย เพราะนักท่องเที่ยวจีน ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก สามารถทำรายได้ให้ประเทศเป็นอย่างมาก โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวในไทยได้จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศมากขึ้นอีกทั้ง เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการรถเช่าเหมา ไม่ได้เดินรถเป็นเวลานาน ทำให้ไม่มีรายได้เข้ามา จึงต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ​ เพื่อให้รถมีสภาพดี พร้อมกลับมาใช้งานมีความปลอดภัยและพร้อมต่อการเปิดประเทศอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107529</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดกิจการ, วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร, สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d4873dcd1e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตฯยัน &#039;โรงงานน้ำตาลกุมภวาปี&#039;ปิดไม่กระทบภาพรวมอ้อยน้ำตาลในประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย. 2564 นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2564 กรณี บริษัท น้ำตาลกุมภวาปี จำกัด อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีมติหยุดกิจการน้ำตาลอย่างเป็นทางการ โดยบริษัทจะโอนย้ายสัญญาซื้อขายอ้อยไปยัง บริษัท น้ำตาลเกษตรผล จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเดียวกัน ที่มีกำลังการผลิตได้ถึง 30,000 ตันอ้อยต่อวัน เพื่อรองรับชาวไร่อ้อยคู่สัญญาจาก บริษัท น้ำตาลกุมภวาปี จำกัด และขอยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย เนื่องจากในฤดูการผลิตปี 2564/2565 มีแนวโน้มผลผลิตอ้อยและราคาน้ำตาลของตลาดโลกจะสูงขึ้นจากในฤดูการผลิตปี 2563/2564 &amp;nbsp;
นายเอกภัทร วังสุวรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) กล่าวว่า บริษัท น้ำตาลกุมภวาปี มีชาวไร่อ้อยคู่สัญญา จำนวน 1,195 ราย ในฤดูการผลิตปี 2563/2564 หีบอ้อยได้ 716,862.94 ตัน และผลิตน้ำตาลได้ 82,977.23 ตัน โดยการปิดโรงงานดังกล่าวจะไม่กระทบกับชาวไร่อ้อยคู่สัญญา ในขณะเดียวกัน สอน. ได้ประสานไปยัง บริษัท น้ำตาลกุมภวาปี ให้ดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเยียวยาช่วยเหลือแก่พนักงานประจำโรงงาน และจะดำเนินการติดตามการจ่ายเงินค่าอ้อยขั้นสุดท้ายให้กับชาวไร่อ้อยคู่สัญญาอย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศราคาอ้อยขั้นสุดท้ายในช่วงเดือนต.ค. 64 รวมไปถึงตรวจสอบภาระหนี้ของบริษัทฯ กับกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อไม่ให้กระทบกับระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกภัทร กล่าวยืนยันว่า ผลประกอบการโรงงานน้ำตาลที่เหลือ 56 แห่ง ยังมีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และขณะนี้ราคาน้ำตาลตลาดโลกมีแนวโน้มดีขึ้น จะยิ่งเป็นผลดีกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย และฤดูกาลผลิตปี 64/55 จะมีโรงงานน้ำตาลเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง คือ โรงงานน้ำตาลสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในเครือโรงงานน้ำตาละครบุรีอีกด้วย ส่งผลให้โรงงานน้ำตาลทรายจะกลับมามีจำนวน 57 แห่งเช่นเดิม หลังจากโรงงานน้ำตาลกุมภวาปี จ.อุดรธานี ได้ประกาศปิดตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวโน้มผลผลิตอ้อยฤดูการผลิตปี 64/65 คาดว่า มีอ้อยเข้าหีบประมาณ 80-90 ล้านตันอ้อย สูงขึ้นกว่าผลผลิตอ้อยปี 63/64 ที่ได้ปิดหีบไปแล้วเมื่อเดือนเม.ย. 64 มีปริมาณ 66.658 ล้านตันอ้อย ลดลงประมาณ 8.2% เมื่อเทียบกับผลผลิตปี 62/63 ส่งผลให้ราคาอ้อยขั้นต้นปี 64/65 คาดว่า อยู่ที่ 900 บาทต่อตัน ถือว่า ราคาอยู่ในระดับสูง เป็นประโยชน์กับชาวไร่อ้อย รวมทั้งยังมีข่าวดี ให้ชาวไร่อ้อยอีก หลังจากโรงงานน้ำตาล ได้ประกาศราคารับซื้ออ้อยสด ตันละ 1,000 บาท อีกด้วย เพื่อลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ และได้อ้อยที่มีคุณภาพสูง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105926</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์, ปิดกิจการ, โรงงานน้ำตาลกุมภวาปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1ca5876569.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัวร์นำเที่ยวเจ๊ง! ปิดแล้ว2หมื่นแห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;ทัวร์นำเที่ยว&amp;rsquo; ปิดกิจการแล้ว 20,000 บริษัท โควิดระลอก 3 ทำรายได้วูบ 95% เม็ดเงินหายไปแล้ว 5 หมื่นล้านต่อเดือน ส่วนอีก 10,000 แห่ง อาการร่อแร่ วอนรัฐช่วยให้นำทะเบียนรถแลกเงิน เผยแรงงานถูกเลิกจ้างเหลือไม่ถึง 20% ห่วงทุนต่างชาติฮุบธุรกิจหลังโควิดซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 6 พ.ค. นายวสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไป (สปข.) รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมธุรกิจทัวร์นำเที่ยวได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ตั้งแต่รอบแรก ช่วงเดือนมีนาคม 2563 ก่อนจะทำท่าฟื้นตัวได้บ้างในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2563 และทรุดตัวลงอีกครั้ง หลังจากเกิดการระบาดระลอก 2 ช่วงปลายปี 2563 ต่อเนื่องจนถึง 2 เดือนแรก (มกราคม-กุมภาพันธ์) ปี 2564 โดยผลกระทบจากการระบาดโควิดระลอก 2 ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจไม่สามารถฟื้นตัวได้ แม้จะเห็นการเดินทางทยอยกลับมาในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และสถานการณ์การระบาดไวรัสดูดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจทัวร์นำเที่ยวยังไม่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาเดินทางเพิ่มขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของคนไทยไม่นิยมเดินทางท่องเที่ยวผ่านทัวร์ เพราะสามารถพูดคุยสื่อสารด้วยตัวเองได้ รวมถึงนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรียกได้ว่า ตั้งแต่เริ่มต้นปี 2564 มาจนถึงปัจจุบัน ธุรกิจทัวร์นำเที่ยวแทบไม่เหลืออะไรแล้ว ขณะนี้รายได้หายไปกว่า 95% หรือคิดเป็นเม็ดเงินที่หายไปไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาทต่อเดือน&amp;ldquo; นายวสุเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไปกล่าวต่อว่า แม้ธุรกิจทัวร์นำเที่ยวจะได้รับผลกระทบจากโควิดมากว่า 1 ปีเต็มแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากมาตรการของรัฐบาล ขออะไรไปไม่เคยได้ ต้องการให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการทัวร์นำเที่ยวเพิ่มเติม แม้จะยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถออกมาตรการอะไรมาช่วยเหลือภาครถขนส่งโดยสารบ้าง ทั้งจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม หรือกระทรวงการคลัง เนื่องจากข้อเรียกร้องที่เคยขอไปยังไม่ได้รับการตอบรับกลับมาจากภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวสุเชษฐ์กล่าวต่อว่า มองว่ามาตรการโกดังเก็บหนี้ หรือ Asset Warehousing ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หากสามารถนำทะเบียนรถที่มีอยู่ ซึ่งยังไม่ได้ติดภาระหนี้สินต่างๆ นำเข้าเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยไม่ต้องประเมินราคาในระดับสูงมากนักก็ได้ เบื้องต้นขอแค่ 7-8 แสนบาทต่อคันเท่านั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเงินสดออกมาใช้หมุนเวียนในธุรกิจก่อน รวมถึงการซ่อมบำรุงรถที่จอดสนิทอยู่ร่วม 1 ปีเต็มด้วย เพราะรถที่จอดอยู่นิ่งๆ ไม่สามารถนำมาใช้งานทันทีได้ ราคาในการซ่อมบำรุงรถแต่ละคัน ตกอยู่ประมาณ 2-3 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผู้ประกอบการทัวร์นำเที่ยวในตลาดรวม มีจำนวนประมาณ 50,000 ราย ขณะนี้เหลืออยู่เพียง 40% หรือ 20,000 รายเท่านั้น หากมีงานกลับมาก็สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ในภาวะที่เกิดวิกฤติขึ้น แต่ยังไม่มีมาตรการออกมาช่วยเหลือจากรัฐบาล ส่วนอีก 40% หรือ 20,000 ราย ปิดธุรกิจแบบถาวรไปแล้ว ส่วนอีก 20% หรือ 10,000 ราย อยู่ก้ำกึ่งระหว่างการปิดชั่วคราวและปิดถาวร&amp;ldquo; นายวสุเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธาน สทท.กล่าวต่อว่า เมื่อธุรกิจทัวร์นำเที่ยวปิดตัวลงจำนวนมาก ส่งผลให้แรงงานในธุรกิจทัวร์นำเที่ยวถูกเลิกจ้างไปจำนวนมาก จากทั้งระบบมีประมาณ 1 แสนคน ขณะนี้คาดว่าเหลือไม่ถึง 20% เพราะการช่วยเหลือต่างๆ อาทิ สำนักงานประกันสังคม ยังไม่สามารถช่วยเหลือในการพยุงการจ้างงานได้ ที่ผ่านมาได้เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือในเรื่องการพักต่อทะเบียนรถ พักการตรวจสภาพรถ รวมถึงการขอวงเงินในการซ่อมแซมบำรุงรักษารถขนส่งที่มีอยู่ ทุกอย่างถือเป็นค่าใช้จ่ายหมด แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาและตอบรับในการช่วยเหลือแม้แต่รายการเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากเรียกร้องให้รัฐบาลหันมามองธุรกิจนี้บ้าง เนื่องจากหากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ระบบขนส่งจะมีปัญหาแน่นอน เพราะผู้ประกอบการไม่เหลือรอดรอให้บริการในวันที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาแล้ว จะเป็นการเปิดโอกาสให้นายทุนต่างชาติเข้ามาฮุบธุรกิจ และควบรวมธุรกิจในหลายบริการ เกิดเป็นผู้เล่นรายใหญ่กินส่วนแบ่งในตลาดที่ผู้เล่นเดิมไม่สามารถแข่งขันด้วยได้&amp;rdquo; นายวสุเชษฐ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102033</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทัวร์นำเที่ยว, ปิดกิจการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โควิดระลอก 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093f91625f00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2020 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2020 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แกรมมี่&#039;ปรับใหญ่ ปิด&#039;จีเอ็มเอ็ม แชนแนล&#039;คนตกงานนับร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกได้ว่าเป็นข่าวช็อควงการสื่อส่งท้ายปีก็ว่าได้ เมื่อบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด เตรียมที่จะหยุดดำเนินกิจการในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน ด้าน ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 นับจากนี้จะมีไว้สำหรับให้บริษัทในเครือเช่าเวลา เพื่อผลิตรายการต่างๆ ส่วนรายการข่าวจะมีทีมจากช่องวันมาผลิตแทน ซึ่งงานนี้ส่งผลทำให้พนักงานกว่า 190 ชีวิต โดยเฉพาะฝ่ายข่าวต้องพ้นสภาพ และจะมีพนักงานประมาณ 50 คน ที่จะย้ายไปทำงานต่อกับบริษัทในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย เฟซบุ๊ก Preeya Luck โพสต์ว่า &amp;ldquo;แถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่องที่มาและเหตุผลในการไม่ได้ทำงานต่อ&amp;hellip;เรื่องก็คือ บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงแบบใหญ่มาก นั่นคือ ยุบบริษัท !! หมายความว่าหลังจากวันที่ 31 ธ.ค.63 บริษัท GMM Channel ที่เราสังกัดอยู่ก็จะหยุดดำเนินกิจการ ส่วนช่อง GMM25 ก็จะเหลือไว้สำหรับให้ทางบริษัทในเครือเช่าสถานีเพื่อผลิตรายการต่างๆ ซึ่งในส่วนของข่าวก็จะเป็นทีมช่องวันมาผลิตแทน ดังนั้นฝ่ายข่าว GMM25 ก็จะต้องพ้นสภาพไป พนักงานประจำก็ได้ค่าชดเชยตามกฎหมาย ส่วนฟรีแลนซ์ก็ตามสภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สอบถามทาง HR ทราบว่าพนักงานประมาณ 190 ชีวิตของบริษัท ก็จะได้ทำงานต่อประมาณ 50 คน ซึ่งก็กระจายไปตามบริษัทต่างๆ ในเครือแกรมมี่ จริงๆ มีน้องๆ ในทีมประมาณ 2-3 คนถูกออฟเฟอร์ให้ทำงานต่อที่ช่องวัน แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธกันไป อาจเพราะไม่สะดวกใจที่จะทำต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเรื่องนี้ก็ยอมรับว่าส่งผลกระทบทางด้านจิตใจกับเราพอสมควร เพราะทีมงานทุกคนก็เป็นน้องๆ ที่ชวนกันมาจากที่เก่าบ้าง หรือชวนๆ กันมาเพิ่มเป็นทอดๆ แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างระหว่างการทำงาน แต่พูดได้เลยว่าทีมงานที่เราเลือกมาตั้งใจ ทุ่มเท และสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างดีเยี่ยม ดังจะเห็นได้จากเรตติ้งก่อนมาหลักหมื่นก็พุ่งทะยานไปเป็นหลักหลายแสนในเวลาอันรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เอาล่ะ เมื่อในท้ายที่สุดจะต้องแยกย้ายกันไป ก็ต้องยืดอกยอมรับ มันเป็นเรื่องที่เหนือการควบคุมจริงๆ สำหรับคนที่คอยเอาใจช่วย คอยถามไถ่แนะนำงานใหม่ให้ก็ขอกราบขอบคุณมา ณ ที่นี้ ส่วนคนที่จะสมน้ำหน้าหรือสะใจก็เรื่องของมึงค่ะ 555 &amp;nbsp;จบแถลงการณ์ 25 / 11 / 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล.รอบนี้เราไม่ฟ้องนะ เพราะมีการบอกกล่าวอย่างอารยะชน ปฏิบัติกับเราอย่างให้เกียรติ ไม่ทำเหมือนเป็นความผิดเราที่ต้องออก ไม่ตอแหลว่าเพราะบริษัทขาดทุนแต่จริงๆ อยากเอาพวกตัวเองไว้เหมือนบางที่ และมีการชดเชยอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปล. 2 ท่านผู้ชมที่ยังเมตตาจะดูข่าวเราต่อไปจนถึง 31 ธ.ค.63 นี้ก็ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูง ส่วนหลังจากนี้เราจะไปทำที่ไหน ขอให้รอติดตามแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ที่จะตามมาเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบและขอมูลจากเฟซบุ๊ก Preeya Luck&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85107</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ, จีเอ็มเอ็ม แกี, จีเอ็มเอ็ม แชนแนล, จีเอ็มเอ็ม25, ช่องวัน31, ตกลง, ปิดกิจการ, เลิกจ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbf30473f332.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
