<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.ประกาศปิดใช้ถนนเชื่อม เชียงใหม่-เชียงราย-พะเยา และจ.ร้อยเอ็ด เชื่อม จ.ยโสธรป้อง COVID-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เมษายน 2563 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่าโดยแขวงทางหลวงชนบทเชียงรายและแขวงทางหลวงชนบทพะเยา ดำเนินการระงับใช้ถนนทางหลวงชนบทที่เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงรายไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และเส้นทางที่เชื่อมจังหวัดเชียงรายไปยังจังหวัดพะเยา ตามคำสั่งการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 3 สายทาง ดังนี้

1.ถนนทางหลวงชนบทสาย ชร. 3037 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 118 &amp;ndash; บ้านใหม่หมอกจ๋าม อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย (ช่วง กม.64+700) ซึ่งมีแนวเขตเชื่อมต่อกับ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
2. ถนนทางหลวงชนบทสาย พย.4024 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1126 บ้านบัวค่ำ อำเภอสันมะค่า อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย (ช่วง กม.1+500) ซึ่งมีแนวเขตเชื่อมต่อกับ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
3. ถนนทางหลวงชนบทสาย พย.4025 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1021 บ้านห้วยหลวง หมู่ 13 ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย (ช่วง กม.17+500) ซึ่งมีแนวเขตเชื่อมต่อกับอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยได้ระงับใช้เส้นทางตั้งแต่ วันที่ 9 เมษายน 2563 ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 หรือจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นแขวงทางหลวงชนบทเชียงรายและแขวงทางหลวงชนบทพะเยาได้ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจให้แก่ผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ พร้อมติดตั้งป้ายบอกทางลัด-ทางเลี่ยง ให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้รับทราบแล้ว

นอกจากนี้แขวงทางหลวงชนบทร้อยเอ็ด หมวดบำรุงทางหลวงชนบทอาจสามารถ ร่วมกับ ปกครองท้องถิ่นอำเภอพนมไพร และสถานีตำรวจภูธรพนมไพร ดำเนินการปิดถนนเชิงสะพานแสนสุข/ยโสธร ช่วงบ้านท่าเสียว ตำบลแสนสุข อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดกับจังหวัดยโสธร

ทั้งนี้ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในเรื่องมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามบุคคลในจังหวัดร้อยเอ็ดเดินทางเข้า-ออก ระหว่างจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 10 &amp;ndash; 17 เมษายน 2563 ยกเว้นแต่บุคคลที่มีความจำเป็นในการพบแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ การขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภค การประกอบอาชีพในจังหวัดใกล้เคียง และยานพาหนะทางราชการเท่านั้นที่จะสามารถผ่านได้เป็นกรณีพิเศษซึ่งจะต้องมีหลักฐาน ใบนัด หรือหนังสือรับรอง มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดคัดกรอง จึงจะสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้

นอกจากนี้ ในส่วนของการเดินทางภายในจังหวัดสามารถทำได้ปกติ เช่นการเดินทางระหว่างอำเภอ แต่ประชาชนต้องกลับถึงเคหสถานก่อนเวลา 22.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62817</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ปิดจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e91551c6a7a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุพงษ์&#039;ยืนยันปิดจังหวัดเป็นอำนาจเต็มของ&#039;ผู้ว่าฯ&#039; ดีใจที่ได้เห็นไม่ใช่ความลักลั่นในการทำงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17 มี.ค.63- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยกล่าวถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และอุทัยธานี สั่งปิดเมืองสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 น้อง ว่า ในเบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคระบาด โดยมี ผวจ.และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงส่วนปกครองทั้งประเทศ ยืนยันว่า ผวจ. มีอำนาจเต็มที่ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดในการออกมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องปรึกษาใคร แต่มาตรการดังกล่าวจะต้องผ่านคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดที่มีแพทย์ และส่วนเกี่ยวข้องหลายหน่วยงานช่วยพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้ดูในเรื่อหาของคำว่า ปิดเมือง คือมีมาตรการคัดกรองคนเข้าเมืองและไม่ให้คนรวมกลุ่มกันจัดกิจกรรม ซึ่งก็ถือว่าตรงตามมาตรการที่ควรจะทำ ซึ่งคำพูดดูเหมือนว่าปิดเมือง แต่หลักการปฏิบัติเป็นการสกรีนคนทั้งเมือง ยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ตามกฎหมาย และไม่ต้องมาหารือหรือปรึกษาผม เพราะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด มีอำนาจโดยชอบธรรมอยู่แล้ว&amp;rdquo;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถาม หากแต่ละจังหวัดต่างประกาศปิดเมือง จะทำให้ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละจังหวัด เรามีมาตรการที่เป็นกรอบให้ผวจ. แต่ละจังหวัด รวมถึงกทม. นำไปปฏิบัติ โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่าการปิดเมือง จุดประสงค์หลักคือ ไม่ให้คนมารวมกลุ่มกัน เพราะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายของคน แต่ต้องยอมรับว่าคนในจังหวัดนั้นจะต้องได้รับผลกระทบในการประกอบอาชีพ ดังนั้น ผวจ.จะต้องวางมาตรการเรื่องระบบขนส่ง เช่น การขนส่งสิ่งอุปโภค บริโภค ที่จะต้องดูให้เพียงพอกับคนในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ดีใจที่มีการปิดจังหวัด ไม่ได้มองว่าเป็นความลักลั่นในการทำงาน แต่ละจังหวัดก็มีแผนการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของแต่ละพื้นที่ ตนเชื่อว่าขณะนี้มีหลายจังหวัดคิดอยากจะปิดเมือง เพียงแต่ต้องไปหามาตรการรองรับปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อประชาชน ส่วนกรณีที่จะห้ามไปถึงการร่วมในกิจกรรม งานบุญ งานบวช เรื่องนี้ต้องรอ ครม. หารืออนุมัติกรอบหลักเกณฑ์ก่อน อย่างไรก็ตามมาตรการที่ออกมาถือว่าเป็นคุณ และถ้าทำเช่นนี้เหมือนกันหมดถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ส่วนแนวโน้มการปิดกทม. นั้น ให้รอคณะกรรมการควบคุมโรคเสนอมา แต่ยอมรับว่ามีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าวนี้อยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดจังหวัด, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่สจินดา, รมว.มหาดไทย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e7041b676b78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
