<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงสะท้อนจาก&#039;รพ.สนามมธ.&#039; ใกล้ปิดฉากหลังรบโควิดมากว่า100วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 64 - เพจ&amp;quot;โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรารบมากว่าร้อยวันแล้ว มีบุคลากรแนวหน้าล้มหายตายจากและบาดเจ็บไปกักตัวมากกว่าสามร้อยคน มีความอ่อนล้า มีความเหน็ดเหนื่อย มีหยาดเหงื่อและน้ำตาของผู้คนมากมายที่มาช่วยกันรบ กับศัตรูที่มองไม่เห็น ทั้งที่มีหน้าที่และไม่มีหน้าที่ และที่ทำเกินกว่าหน้าที่มากมายมหาศาล เพราะเพื่อบางสิ่งบางอย่างที่พวกเรายึดมั่น เพราะอุดมการณ์ เพราะสำนึกและเพราะเพื่อปกป้องพี่น้องชาวไทยที่ฝากความหวังไว้กับพวกเรา พวกเรารบ รอความหวังและเชื่อว่า ถ้าประวิงสถานการณ์ไว้ให้ได้นานที่สุด เราจะได้รับความช่วยเหลือ เราจะหน่วงเวลาไว้จนกว่าผู้คนของเราจะได้รับการปกป้อง โดยการให้วัคซีนอย่างกว้างขวางและทั่วถึง และทุก ๆ คนจะปลอดภัย สามเดือนเศษมาแล้วที่เราทำงานต่อเนื่องไม่มีวันหยุด และจะทำต่อไปเรื่อย ๆ จนเราอาจจะจำต้องหยุดไปเอง เพราะไม่มีกำลังคนเหลือพอ เพราะไม่มีการสนับสนุนจากผู้คนที่รับผิดชอบบริหารประเทศและเพราะไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ในทางนโยบายที่จะทำให้พวกเราไม่แพ้ในสงครามครั้งนี้ได้
&amp;nbsp;
ในสถานการณ์ที่คับขันและในวันที่มีผู้ป่วยใหม่วันละกว่าหมื่นคน และจะมีเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย ๆ จำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มจากร้อยคนไปที่สองร้อยคนในอีกไม่นาน เราก็คงยังรบอยู่ในแนวตั้งรับของพวกเรา&amp;nbsp; แต่เราคิดว่า ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ยังคงเป็นไปอย่างที่เป็นมา เราคงจะมีกำลังสู้รบต่อไปได้อีกเพียงสัปดาห์เดียว ก่อนที่ระบบทั้งหมดของเราจะพังทลายลง พวกเราคงจะเสียใจมากหากว่าพวกเราจะไม่สามารถทำงานช่วยชีวิตผู้คนต่อไปอีกได้ แต่ว่าจนถึงขณะนี้ พวกเราก็ได้ช่วยเหลือปกป้องผู้คนกันมาจนถึงที่สุดแล้วจริง ๆ เข้าใจพวกเรานะ
&amp;nbsp;
ในสัปดาห์ที่อาจจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของพวกเราที่จะมาถึงนี้ เราอยากจะบอกเล่ากับผู้คนในรุ่นต่อไปให้ได้รู้ว่า พวกเราที่ธรรมศาสตร์ได้ทำอะไรลงไปบ้าง ในระหว่างวิกฤตร้ายแรงของสังคมไทย เพื่อจะบอกเล่าสิ่งที่พวกเราได้ทำมาด้วยกำลัง ด้วยแรงกาย ด้วยหัวใจและด้วยสองมือของคนธรรมศาสตร์ที่นี่เอง เพื่อเป็นประวัติศาสตร์อีกส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยนี้ในการช่วยประคับประคองสังคมไทย ดังที่มีมาในอุดมการณ์ตั้งแต่ตันของธรรมศาสตร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เริ่มแต่เมื่อมีวิกฤตร้ายแรงของการระบาดของไวรัสโควิด พวกเราที่นี่ได้ร่วมกันลงมือลงแรงเพื่อช่วยดูแลรักษาสังคมและผู้คนชาวไทยในเรื่องใหญ่ๆอย่างน้อยสี่เรื่องด้วยกัน
&amp;nbsp;
(1)โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 800 เตียง ของเราเริ่มรับมือกับการระบาดของโควิดด้วยห้องความดันลบที่มีเพียงสองห้องเมื่อปีเศษที่แล้ว เราขยายหอผู้ป่วยและเตียงโควิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก 24 เตียงในสองเดือนแรก ไปเป็น 42 เตียง ไปเป็น 55 เตียง ไปเป็น 65 เตียง ไปเป็น 77 เตียง ไปที่ 101 เตียง และไปจนถึง 109 เตียงในวันนี้ โดยมีเตียงผู้ป่วยวิกฤตรวมอยู่ถึง 55 เตียง เราระดมสรรพกำลังทุกสิ่งอันที่มีอยู่มาเพื่อทำงานที่เสี่ยงภัย งานที่ต้องการอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อความปลอดภัยอย่างสูงมาก และใช้ทรัพยากรของเราเองบริหารจัดการโรงพยาบาลที่มีคนไข้นอกวันละกว่า 4,000 คน เพื่อให้ดูแลผู้ป่วยโควิดได้ ด้วยการลดการนัดหมายผู้ป่วย ลดการตรวจที่ไม่จำเป็น และปรับลดการดูแลผู้ป่วยปกติไปกว่า 70% เราเหลือคนไข้ที่นัดหรือจำเป็นต้องมาเพียงพันคนต่อวัน และปิดห้องผ่าตัด 28 ห้องของเราให้เหลือเพียง 6 ห้อง และจัดการหอผู้ป่วยที่อาจยุบรวมกันได้ให้ยุบรวมไปทั้งหมด เพื่อเอาแพทย์ พยาบาล และบุคลากรมาช่วยกันรับมือผู้ป่วยโควิด แพทย์ทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็น สูติ ศัลย์ Med เด็ก ออร์โธรังสี วิสัญญี ถูกขอร้องให้มาช่วยผลัดกันมารับมือกับโควิด และหยุดการเรียนการสอนทางคลินิกทั้งหมดมาเพื่อการนี้&amp;nbsp; เพราะเรามีบุคลากรที่บาดเจ็บจากการรบ ที่ติดเชื้อจากผู้ป่วย หรือที่ต้องกักตัวกันวันละหลายสิบคนเกือบทุกวันจนแทบจะดูแลระบบงานปกติไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
วันนี้ ห้องเก็บศพของโรงพยาบาลเต็มแล้ว เราเติมคอนเทนเนอร์เก็บศพเพิ่มมาอีกสองตู้เพื่อให้เรามีศักยภาพเก็บร่างผู้เสียชีวิตได้เพิ่มอีกสามเท่า วันนี้เริ่มเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือทุกอย่างครบแล้วที่จะทำ ER ให้มีโซนNegative Pressure ขนาด 150 ตรม. เพื่อจะให้รับมือสถานการณ์ของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติได้ดีขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และการปรับปรุงนี้จะเสร็จใช้งานได้ในวันพุธ จากนั้นปลายสัปดาห์นี้เราจะทำห้อง Negative Pressure อีกสามห้อง สำหรับ&amp;nbsp; &amp;nbsp;Palliative care ผู้ป่วยโควิดระยะสุดท้าย ซึ่งเป็น service ที่พวกเราในวงการสาธารณสุขไม่อยากทำ แต่ก็คงต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อม ๆ กับการทำห้องคลอดที่เป็น Negative Pressure อีกสองห้อง เพื่อให้ใช้ได้ในปลายอาทิตย์นี้ เพื่อรองรับผู้คลอดซึ่งในขณะนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็น PUI หรือเป็น + เราเพิ่งจัดตั้ง ICU โควิดสำหรับเด็กและทารกเพิ่มอีก 8 เตียง เพื่อพยายามช่วยเหลือรักษาชีวิตเด็กและทารกแรกคลอดเอาไว้ให้ได้ เราใช้ทรัพยากรของเราเองที่มีจากการบริจาคสนับสนุนของผู้คนในสังคมไทยไปเพื่อการนี้หลายสิบล้านบาท และต้องใช้กำลังบุคลากรของเราเองเพิ่มขึ้นในทุก ๆ งานที่พวกเราคิดอ่านและตัดสินใจทำกันขึ้นเองทั้งหมด
&amp;nbsp;
(2)เราประกาศและได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งแรกและเป็นโรงพยาบาลสนามที่ดีที่สุดของประเทศขึ้นในมหาวิทยาลัยตั้งแต่เป็น 307 เตียงในเดือนมีนาคม 2563 จนมาถึงเวฟที่ 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ และเวฟที่ 3 &amp;ndash; 4 ในเดือนเมษายน ที่ขยายเป็น 470 เตียง เราช่วยดูแลผู้ป่วยโควิดจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เข้าตาจน ไม่มีเตียงคนไข้ใหม่เพิ่มและช่วยแก้ปัญหาเตียงไม่พอในรพ.หลักโดยทรัพยากร วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือและกำลังบุคลากรของเราเองทั้งหมด วันนี้ รพ.สนามธรรมศาสตร์มีผู้ป่วยที่เรารับมาดูแลสะสมมากกว่า 3,200 คนแล้ว และเรายังไม่หยุดรับ ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น และผู้ป่วยซึ่งควรจะเป็นเคสเขียวไม่มีอาการเปลี่ยนเป็นเคสเหลืองที่ต้องใช้ยาต้านไวรัส ยารักษาปอดอักเสบที่นี่หลายสิบคน จนโรงพยาบาลสนามของเราคล้าย รพ.หลักเข้าไปทุกที แต่ที่ต่างก็คือมีอัตรากำลังแพทย์พยาบาลน้อยกว่าโรงพยาบาลหลักเกือบสิบเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
(3)เราประกาศจัดตั้งศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนเพียงแห่งเดียวในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 64 และฉีดวัคซีนต่อเนื่องมา 41 วันแล้ว และมีศักยภาพในการฉีดวัคซีนไม่น้อยกว่าวันละ 2,000 คน และปลายเดือนนี้เราจะเพิ่มศักยภาพการฉีดวัคซีนเป็นวันละ 3,000 คนโดยใช้ทรัพยากรและบุคลากรของ รพ.ธรรมศาสตร์และอาสาสมัครทั้งหมด ขณะนี้เราฉีดวัคซีน Astra Zeneca&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้กับผู้ที่รอโอกาสและความหวังในการได้รับภูมิคุ้มกันไปได้กว่า 73,000 คน และตั้งใจจะฉีดไปเรื่อย ๆ ทุกวันจนกว่าไม่มีวัคซีนจะให้ฉีดอีก เพราะพวกเราเชื่อว่า การมีวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้คนเป็นทางรอดเดียวของสังคมไทยจากสงครามโควิดนี้ น่าเศร้าใจที่เราคงจะฉีดต่อเนื่องไปได้อีกเพียง 4 วัน และวันที่ 23 กรกฎาคมก็จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะมีโอกาสช่วยเหลือผู้คนได้ เพราะไม่มีวัคซีนส่งมาให้เราฉีดอีกแล้ว อาสาสมัครและบุคลากรวันละ 150 คน ที่ทำงานติดต่อกันมาจนครบ 45 วันคงจะเศร้าใจที่ประเทศไม่มีวัคซีนให้กับประชาชนอีกแล้ว แต่ผู้คนที่ลงทะเบียนรอวัคซีนอยู่อีกกว่าห้าหมื่นคนไว้ที่เราที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลยคงจะรู้สึกเหมือนกับฟ้าถล่มลงต่อหน้าต่อตา ที่โอกาสของพวกเขาที่จะได้รอดพ้นจากการคุกคามของโรคระบาดนี้ จะสูญสลายไปในทันที เมื่อได้รับทราบข่าวการปิดศูนย์รับวัคซีน เพราะไม่มีวัคซีนอีกแล้วจากพวกเรา
&amp;nbsp;
(4)นอกจากการขยายเตียงโควิดและเพิ่ม Negative Pressure อย่างไม่หยุดหย่อนแล้ว เราก็ได้วางแผนจัดเตรียมสถานที่และเตรียมแพทย์ พยาบาลเฉพาะทางสำหรับดูแลผู้ป่วยโควิดในลักษณะ Palliative Care&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขึ้นที่โรงพยาบาล เราคงเป็นโรงพยาบาลไม่กี่แห่งในประเทศนี้ที่เตรียมทีมแพทย์ พยาบาล และจัดสถานที่ทำเป็น Negative Pressure สำหรับการดูแลผู้ป่วยโควิดแบบประคับประคองในประเทศ บุคลากรทางการแพทย์ทราบดีอยู่แล้วว่า Palliative Care สำหรับโควิดคืออะไร แต่สำหรับบุคลากรภายนอก เราคงอธิบายได้เพียงว่าการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองนี่คือสิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์มีความยากลำบากใจที่จะดำเนินการ เพราะมันคือการดำเนินการบริหารจัดการเตียง ICU โควิดที่มีความจำเป็นสูงสุดในภาวะนี้ โดยพยายามบริหารจัดการเตียง ICU โควิดที่มีจำนวนจำกัดให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยพูดคุยกับญาติของผู้ป่วยที่มีโอกาสรอดชีวิตต่ำมากหรือไม่มีเลย ให้ยอมรับการดูแลแบบประคับประคองโดยไม่มีการ CPR หรือเจาะเส้นเลือดดำที่คอเพื่อช่วยยืดชีวิตอีก เพื่อให้เวลาอีกสามสี่วันที่จะยืดชีวิตของผู้ป่วยรายนั้นไว้ชั่วคราว กลายเป็นสามสี่วันที่อาจจะช่วยผู้ป่วยวิกฤตรายอื่นให้ได้มีโอกาสรอดชีวิตไปได้ เป็นเรื่องเศร้าถ้าจะบอกว่าเราจะต้องขอให้อาจารย์แพทย์ทางด้าน Palliative Care มาดูแลผู้ป่วยโควิดวิกฤตไปหลายรายแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งหมดที่บอกเล่ามาโดยสังเขปนี้ คืองานที่พวกเราชาวธรรมศาสตร์ช่วยกันแบกหามทำกันมาเอง ด้วยกำลังบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือและทรัพยากรของพวกเราเองทั้งหมด ปีนึงมานี้เราใช้งบประมาณของเราเองไปแล้วมากกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทสำหรับโควิด ถ้าไม่มีศิษย์เก่าและผู้สนับสนุนที่เห็นคุณค่าของงานของเรามาช่วยบริจาคสบับสนุนให้ โรงพยาบาลคงล้มละลายไปนานแล้ว และที่สำคัญก็คือพวกเราทำเรื่องเหล่านี้มาได้ด้วยความเชื่อมั่น ในสิ่งที่ใครบางคนที่พวกเรารักและศรัทธา เคยบอกไว้ว่า ให้ทำหน้าที่ของพวกเราต่อไปในภาวะวิกฤติ และให้คิดเอาเองว่าหน้าที่ของพวกเราคืออะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พวกเราต่างล้วนเชื่อว่าหน้าที่ของพวกเราคือการดูแลพี่น้องประชาชนคนไทยที่เจ็บป่วยทุกข์ทรมานด้วยโรคร้ายนี้ ให้ดีที่สุด ให้มากที่สุด และพวกเราจะทำจนเต็มกำลังความสามารถ&amp;nbsp; และแล้วพวกเราก็ได้ทำเต็มกำลังความสามารถในรอบนี้มากว่าสามเดือนติดต่อกันโดยไม่หยุดเลย ด้วยความเชื่อมั่นว่า การรบหน่วงเวลาช่วยดูแลผู้คนที่ทุกข์ทรมานอยู่ในแนวรบของเรา จะช่วยทำให้ประเทศและประชาชนไม่แพ้สงครามนี้ในท้ายที่สุด ด้วยนโยบายของรัฐบาลเรื่องการจัดสรรและกระจายวัคซีนอย่างกว้างขวางและเร่งด่วนให้แก่ผู้คนทั้งประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เราเพิ่งได้ทราบว่าวัคซีนจะไม่มีมาอีกแล้ว และอีกนานจนกำหนดไม่ได้ที่ผู้คนที่พวกเราดูแลอยู่จะได้รับภูมิคุ้มกันเพียงพอ จะต้องรอคอยวัคซีนต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราร้องขอมากเกินไปหรือเปล่านะ ที่จะขอให้รัฐบาลรับประกันสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปของคนไทย โดยการจัดหาวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย มาฉีดให้คนไทย ตามที่รัฐบาลสัญญาไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราได้แต่ถามตัวเองว่าทำไม! ทำไมรัฐบาล ทำไมกระทรวงซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในเรื่องนี้หลอกลวงเรา หลอกลวงผู้คนทั้งประเทศให้อดทน รอคอยและมีความหวัง ซึ่งท้ายที่สุดก็ปรากฎว่าไม่มีทางเป็นจริงได้เลย!?
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทำไมนะ รัฐบาลของเรา จึงไม่สามารถจัดหาวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย โดยเงินที่จ่ายจากภาษีของคนไทยมาช่วยป้องกันชีวิตและดูแลรักษาผู้คนร่วมแผ่นดินเอาไว้ก่อน ให้ได้ภายในสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ข้างหน้าที่เหตุการณ์จะวิกฤติร้ายแรงที่สุดนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เราอดรำพึงรำพันกับตัวเองอีกไม่ได้ว่า ถ้ารัฐบาลไม่มีสติปัญญาและไม่มีความสามารถที่จะช่วยรักษาชีวิตของคนไทยไม่ให้ล้มตายเป็นใบไม้ร่วงอย่างที่เป็นมาตลอดสัปดาห์ด้วยการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะไว้วางใจได้ และเป็นวัคซีนที่ผลิตในประเทศ บนแผ่นดินไทย และอยู่ในเขตอธิปไตยของชาติเราเองแล้วรัฐบาลจะยังคงจากหน้าเป็นรัฐบาลอยู่ต่อไปเพื่ออะไร!? แต่ช่างเถอะ พวกเราเป็นเพียงบุคลากรด่านหน้า&amp;nbsp; เป็นมดงานตัวเล็กๆที่จะยอมเสียสละตัวเองเพื่อดูแลประชาชน และคงต้องก้มหน้า กัดฟันและยืนหยัดทำภารกิจที่พวกเราคิดเอาเองว่าเป็นความรับผิดชอบของเราต่อไป โดยไม่มีสิทธิตั้งคำถาม&amp;nbsp; แม้จะรู้ว่าอาทิตย์นี้ อาจจะเป็นการรบป้องกันครั้งสุดท้าย ก่อนที่พวกเราและระบบสาธารณสุขของเราจะหมดกำลังและล่มสลายลงก็ตาม #เราจะสู้จนวันสุดท้ายมาถึง #อนาคตจะต้องมีประเทศไทย??.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110262</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดฉาก, รพ.สนามมธ., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4d7b83cecc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 22:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 22:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า! &#039;โรเบิร์ต สายควัน&#039; สิ้นใจแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.63 - บอล เชิญยิ้ม เพื่อนคนสนิทจากรายการฮาไม่จำกัด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หลับให้สบายนะพี่&amp;nbsp;โรเบิร์ต สายควัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ดาวตลกชื่อดัง &amp;quot;โรเบิร์ต สายควัน&amp;quot; เข้ารับการรักษามะเร็งปอดมานานหลายเดือน และกลับเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกครั้งเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมาหลังมีอาการน้ำท่วมปอด โดยล่าสุดทางครอบครัวโรเบิร์ต พร้อมด้วยเพื่อนศิลปินตลก บอล เชิญยิ้ม, นุ้ย เชิญยิ้ม, ค่อม ชวนชื่น, แจ๊ส ชวนชื่น และ ตั๊ก บริบูรณ์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงอาการป่วยว่า ตอนนี้แพทย์ตรวจชิ้นเนื้อไม่พบเชื้อมะเร็งปอดแล้ว แต่พบว่า โรเบิร์ตป่วยเป็นวัณโรคปอดแทน ซึ่งได้รับการรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู หายใจผ่านท่อ ให้อาหารทางสายยาง และหมอได้มัดมือมัดเท้า เพราะคนไข้ดื้อ&amp;nbsp;ร่างกายอ่อนแอมากและปอดเหลือเพียงข้างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเบิร์ต สายควัน&amp;nbsp;มีชื่อจริงว่า &amp;ldquo;ไพฑูรย์ พุ่มรัตน์&amp;rdquo; เกิดเมื่อวันที่ 7&amp;nbsp;พฤศจิกายน 2508&amp;nbsp;อาศัยอยู่ในสลัมคลองเตย จนกระทั่งปี 2520&amp;nbsp;&amp;ldquo;โรเบิร์ต&amp;rdquo; ในวัย 12&amp;nbsp;ปีจึงเริ่มต้นประกอบอาชีพอย่างจริงจังด้วยการเป็นกระเป๋ารถสองแถวสาย สะพานใหม่-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนทำให้ได้สนิทกับวันชาติ พึ่งฉ่ำ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ &amp;ldquo;หนู คลองเตย&amp;rdquo; ดาวตลกระดับตำนานผู้ล่วงลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรเบิร์ต&amp;rdquo; เริ่มต้นอาชีพในวงการเนื่องจากน้าสาวซึ่งมีสามีเป็นเจ้าของโรงลิเกคือ บุญชู แสงเพชร โดยทำหน้าที่เล่นเครื่องดนตรีอย่างระนาด และกลอง ได้ชักชวนให้เขามาเป็นมือระนาดและมือกลองในคณะลิเกของบุญชูต่อมาจึงได้เลื่อนขึ้นเป็นตัวโจ๊กประจำคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น &amp;ldquo;โรเบิร์ต&amp;rdquo; ได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการตลกอย่างเต็มตัวเมื่อ &amp;ldquo;โจ้ สายัณห์ ดอกมะดัน&amp;rdquo; รุ่นพี่ในวงการลิเกซึ่งตอนนั้นได้ไปอยู่ในคณะของ &amp;ldquo;ดี๋ ดอกมะดัน&amp;rdquo; ได้ชักชวนให้เขาไปอยู่กับคณะ มันจะฮา ของ ชา ฉิ่งฉับ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อคณะเป็น &amp;ldquo;บิ๊กแชมป์&amp;rdquo; เนื่องจากในคณะตัวตลกไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา &amp;ldquo;โรเบิร์ต&amp;rdquo; ได้ย้ายมาอยู่กับคณะ &amp;ldquo;ดี๋ ดอกมะดัน&amp;rdquo; ในตำแหน่ง &amp;ldquo;ตัวปู&amp;rdquo; จนเริ่มมีชื่อเสียงและเงินทอง แต่เพราะถูกชักชวนจากเพื่อนที่ติดยาเสพติดทำให้เขาติดยา จนทำให้อนาคตในวงการบันเทิงของเขาแทบจะจบสิ้นลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรเบิร์ต&amp;rdquo; จึงตัดสินใจเลิกยาอย่างเด็ดขาดประกอบกับได้รับโอกาสจาก &amp;ldquo;บอล เชิญยิ้ม&amp;rdquo; ให้กลับเข้าสู่วงการตลกด้วยการให้เข้าร่วมคณะตลกของเขาจนกลับมามีงานและมีชื่อเสียงอีกครั้ง ในนาม &amp;ldquo;โรเบิร์ต สายควัน&amp;rdquo; อย่างที่เรารู้จักกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาราเสียชีวิต, ดาวตลก, ปิดฉาก, โรเบิร์ต สายควัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200919/image_big_5f6622e3c15d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
