<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บังกลาเทศสั่งระงับสัญญาณมือถือในค่ายลี้ภัยโรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการบังกลาเทศอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง ออกคำสั่งให้บริษัทโทรศัพท์มือถือระงับการให้บริการกับผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในค่ายผู้ลี้ภัยต่างๆ ในประเทศที่มีเกือบ 1 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 23 สิงหาคม 2562 ค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา กูตูปาลอง ในเขตอูเกียของบังกลาเทศ / MUNIR UZ ZAMAN / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งนี้เกิดขึ้นหลังจากช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดความรุนแรงขึ้นหลายครั้งในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาหลายแห่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ และเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ความพยายามส่งชาวโรฮีนจากลับพม่า ต้องล้มเหลว เพราะไม่มีชาวโรฮีนจาสมัครใจกลับไปรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซากีร์ ฮุสเซน ข่าน โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการโทรคมนาคมบังกลาเทศ (บีทีอาร์ซี) เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายนว่า บีทีอาร์ซีให้เวลาบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 7 วัน เพื่อส่งมอบรายงานว่าได้ดำเนินการปิดเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของตนในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาต่างๆ เรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากมีผู้ลี้ภัยจำนวนมากใช้โทรศัพท์มือถือในค่ายผู้ลี้ภัย เราจึงขอให้บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือหยุดให้บริการกับผู้ลี้ภัย เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้นำชาวโรฮีนจารายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า คำสั่งปิดบริการโทรศัพท์มือถือส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา ทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ลี้ภัยที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งอื่นในเมืองค็อกซ์บาซาร์ รวมถึงไม่สามารถติดต่อกับญาติพี่น้องที่ยังอยู่ในพม่าหรือในประเทศอื่น ชาวโรฮีนจาจำนวนมากจำเป็นต้องได้รับเงินที่ญาติพี่น้องที่เป็นชาวโรฮีนจาพลัดถิ่นส่งมาให้ ส่วนใหญ่หลังจากโอนเงินมาให้แล้วก็มักจะโทรศัพท์แจ้งให้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กบัล ฮุสเซน โฆษกตำรวจบังกลาเทศ เห็นด้วยกับคำสั่งห้ามผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะพบว่าผู้ลี้ภัยใช้โทรศัพท์มือถือทำผิดกฎหมาย เช่น ค้ายาเมทแอมฟีตะมีนหรือยาบ้าที่มาจากพม่า การห้ามผู้ลี้ภัยใช้โทรศัพท์มือถือจะทำให้คดีอาชญากรรมลดลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายผู้ลี้ภัย, บังกลาเทศ, ปิดบริการโทรศัพท์มือถือ, ระงับสัญญาณ, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e6e0d7a83b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
