<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เอาไงดี!เพื่อไทยค้านรัฐบาลงัดเคอร์ฟิวปิดทุกอย่างในประเทศหวั่นสร้างอีกปัญหาขึ้นมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;27 มี.ค.63- นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดการเคอร์ฟิวประเทศว่า เข้าใจความกังวลในมิติและมุมมองทางด้านสาธารณสุข ซึ่งเห็นพ้องและเคารพ แต่อีกมุมมองที่ควรพิจารณาคู่กันคือมิติด้านเศรษฐศาสตร์ เรากำลังมีอีกวิกฤติหนึ่งรออยู่ หากเราควบคุมวิกฤติทางโรคระบาดด้วยต้นทุนที่สูงเกินจริง มันเป็นการซื้อเวลาวิกฤติหนึ่ง ด้วยราคาของอีกวิกฤติหนึ่ง ซึ่งมีอันตรายไม่น้อยไปกว่ากันเลย สิ่งๆนั้น เรียกว่าวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการล้มตายของธุรกิจ การตกงาน และหากลามถึงปัญหาในระบบสถาบันการเงิน จะเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
&amp;nbsp;
นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า บางแนวคิดอาจมองว่าเจ็บแต่จบ แต่ภาวะ จบแต่เจ็บจนเกินเยียวยา ก็อาจจะเกิดขึ้น ปัจจุบันที่รัฐบาลทำคือการปิดไม่ให้คนเข้าออกประเทศ แต่ยังไม่ได้หยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด มีปิดห้าง ปิดโรงหนัง ร้านอาหารบ้าง ตามจำเป็น ฯลฯเห็นว่า ระดับนี้เป็นขั้นมากสุดที่เศรษฐกิจไทยจะรับไหวแล้ว หากเราเดินไปถึงขั้นหยุดทุกอย่างในประเทศ เรากำลังแก้ปัญหาหนึ่ง ด้วยการสร้างอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมา ญี่ปุ่น ใต้หวัน สิงค์โปร ก็ทำแบบเราที่ทำอยู่ในตอนนี้ เท่านั้น ไม่ได้ไปไกลแบบอู่ฮั่นโมเดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ละประเทศมีกลไก เงินกองทุนของธนาคาร และกันชนทางการเงินของประเทศและธุรกิจที่ต่างกัน เรียกว่า สายป่านของประเทศ อเมริกา จีน ยุโรป มีสายป่านที่ยาว มีธนาคารกลางที่สามารถทำนโยบายการเงินแบบไม่จำกัดได้ สายป่านของไทย ไม่ได้สั้นมาก แต่ไม่ยาวพอที่จะรองรับการหยุดทุกอย่างในประเทศ แบบที่อู่ฮั่นทำแน่นอน การหยุดทุกการเคลื่อนไหวหรือเคอร์ฟิว เป็นการใช้บ้าน เป็น เครื่องป้องกัน ไม่ให้มนุษย์สัมผัสกับมนุษย์ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือเกือบทุกอย่างในประเทศมันต้องหยุดลง เพราะบ้าน มันเคลื่อนที่ไม่ได้ จะดีกว่าไหม ถ้าเราใช้ เครื่องป้องกัน ที่สามารถเคลื่อนที่ไปทำงานได้บ้างตามจำเป็น คือการใช้ กฎหมายควบคุม ให้ผู้คน 1.ต้องใส่หน้ากาก 2.ต้องใส่แว่น 3.ห้ามทานอาหารร่วมกัน 4. Social Distancing แค่ในช่วง 30-60 วันนี้ ควบคู่ไปกับการหรี่ไฟประเทศแบบที่ทำอยู่ตอนนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผ่าภูมิ กล่าวอีกว่า มองไม่เห็นว่าถ้าเราควบคุมให้ทุกคนทำทั้ง 4 ข้อนี้ เราจะสามารถ แพร่เชื้อและติดเชื้อ ได้ในทางไหน และเรายังสามารถไปทำงาน ใช้ชีวิตตามปกติได้ เราทุกคนก็ไม่ต้องตกงาน ธุรกิจก็ไม่ต้องล้ม ไม่ต้องเดิมพันเศรษฐกิจประเทศทั้งประเทศ ฝากเป็นอีกหนึ่งความเห็นให้รัฐบาลพิจารณาว่า เราอย่าไปไกลจนถึงจุดนั้นเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61093</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, ปิดประเทศ, ป้องกันไวรัสโควิด, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37c5d0733a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวๆกล้าๆไม่ได้แล้ว! &#039;จาตุรนต์&#039;บี้รัฐบาลถึงเวลาล็อกดาวน์ทั้งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 63 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ&amp;rdquo;ล็อกดาวน์ทั่วประเทศ&amp;rdquo; โดยระบุว่า &amp;ldquo;รัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจแล้ว และจะทำแบบครึ่งๆ กลางๆ หรือกลัวๆ กล้าๆ ไม่ได้ ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าปล่อยไว้ต่อไป สถานการณ์จะเลวร้ายลงอีกมาก ผมเสนอความเห็นให้ &amp;ldquo;ปิดประเทศ&amp;rdquo; พร้อมทั้งเสนอนโยบายมาตรการต่างๆไปแล้ว ขณะนี้สถานการณ์ที่มาถึงจุดที่ต้องเสนอให้ใช้มาตรการเข้มข้นสูงสุดแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19แย่ลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยเพิ่มอย่างช้าๆ อยู่เป็นเดือน เมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปจากการแพร่ระบาดที่มาจากต่างประเทศเป็นหลักมาสู่การแพร่ระบาดภายในประเทศเองอย่างกว้างขวางและยังคงมีการนำเข้าผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่องด้วย จำนวนผู้ติดเชื้อจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมามีคุณหมอหลายท่านได้วิเคราะห์และคาดการณ์ไว้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในไทยจะสูงมาก ล่าสุดจากการคาดการณ์ด้วยโมเดลทางคณิตศาสตร์ผสมกับการเปรียบสภาพการณ์ในประเทศไทยกับประเทศอื่นคุณหมอบางท่านรวมทั้งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้คาดการณ์ว่าในวันที่ 15 เมษายนนี้คาดว่า คนไทยเป็นโควิด 351,948 ราย นอนโรงพยาบาล 52,792 ราย นอนไอซียู 17,597 ราย และเสียชีวิต 7,039 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงตัวเลขนี้คณะแพทย์ก็ได้รายงานให้นายกฯทราบตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว เมื่อสถานการณ์แย่ลง การคาดการณ์นี้จึงเป็นที่สนใจมากขึ้นและมีการนำเสนออีก ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในจังหวัดต่างๆ ดูจะยืนยันสมมติฐานและการคาดการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าพิจารณาจากสภาพความเป็นจริงในขณะนี้ ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าสถานการณ์อาจจะเลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ก็ได้ เนื่องจากสรรพกำลังและทรัพยากรทางด้านสาธารณสุขของเราไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้โรงพยาบาล เตียง ห้องไอซียู ห้องแยก เวชภัณฑ์ เครื่องช่วยหายใจ ฯลฯโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อของแพทย์พยาบาล ทุกอย่างล้วนขาดแคลนหมดแล้ว การรับมือกับการแพร่ระบาดนี้มีมาตรการหลายด้าน ทุกด้านต้องยกเครื่องทั้งสิ้น แต่ในสถานการณ์ขณะนี้หากปล่อยให้มีผู้ติดเชื้อมากขึ้นอย่างรวดเร็วไม่หยุดหย่อนเช่นที่เป็นอยู่ จะปรับปรุงอะไรก็ไม่ทัน ระบบสาธารณสุขของประเทศจะล่ม ไม่สามารถรับมือได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นด้วยว่าต้องหาทางจำกัดวงจรการแพร่ระบาดเพื่อให้มีผู้ติดเชื้อน้อยที่สุด จากเดิมที่มีการเสนอให้กำหนดจังหวัดเสี่ยง เพื่อใช้มาตรการเข้มเป็นจังหวัดๆ แต่ขณะนี้ดูจะกระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีการปิดห้างร้าน สถานที่ต่างๆในกรุงเทพฯและ 6 จังหวัดแล้ว คนออกต่างจังหวัดไปมาก มาตรการที่ใช้อยู่เช่นการขอให้คนกรุงเทพอยู่บ้านไม่เพียงพอแล้ว ต้องใช้มาตรการเข้มข้นสูงสุดอย่างที่มักเรียกกันว่า &amp;ldquo;ล็อคดาวน์&amp;rdquo; ทั้งประเทศ จำเป็นต้องใช้อำนาจตามกฎหมายให้คนอยู่บ้าน อนุญาตให้ออกได้เท่าที่จำเป็น จำกัดการเดินทางระหว่างพื้นที่ ที่ผ่านมามาตรการต่างๆ ตามหลังเหตุกาณ์หลายก้าวมาตลอด เรื่องนี้ควรจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเสนอให้รัฐบาลสรุปบทเรียนจากการประกาศปิดสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพและ 6 จังหวัดที่ต่างคนต่างทำและไม่มีมาตรการรองรับจนทำให้เกิดการเดินทางออกจากกรุงเทพฯครั้งใหญ่ ทำให้ปัญหาซับซ้อนยุ่งยากมากขึ้น ดังนั้นในครั้งนี้วางแผนมาตรการรองรับ เช่น คนยังออกจากบ้านได้ในกรณีใดบ้าง กิจการใดต้องหยุด กิจการใดต้องส่งเสริมให้ทำต่อไป การหยุดงาน การจำกัดการเดินทาง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม การจัดการเพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้ การเยียวยาและการดูแลผู้ที่ยากจนเดือดร้อนทั้งระบบและมาตรการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น เรื่องเหล่านี้หากสนธิกำลังตั้งทีมงานขึ้นมาวางแผนศึกษาจากหลายประเทศที่เขาทำกัน แล้วประสานร่วมมือกับทุกจังหวัดทั่วประเทศก็น่าจะทำให้รับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจแล้ว และจะทำแบบครึ่งๆ กลางๆ หรือกลัวๆ กล้าๆ ไม่ได้ ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าปล่อยไว้ต่อไป สถานการณ์จะเลวร้ายลงอีกมาก การใช้มาตรการเข้มข้นขั้นสูงสุดนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกหนีไม่พ้น จะต่างกันก็ตรงที่หากรอช้าไปความเสียหายจะใหญ่หลวงต่างกันอย่างไม่อาจจินตนาการได้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60715</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ปิดประเทศ, รัฐบาล, ล็อกดาวน์ประเทศ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e7980ae5d37e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพลระบุ คนไทยวิตกกังวลกับการระบาดโควิด-19 เสนอปิดประเทศ ปิดเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
22 มี.ค. 2563 สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ณ วันนี้ ทำให้ประชาชนต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกันก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของรัฐบาล และเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันที่จริงจัง ชัดเจน เข้มงวดให้มากขึ้น เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน &amp;ldquo;กรณี โควิด-19&amp;rdquo; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,457 คน ระหว่างวันที่ 17-21 มีนาคม 2563 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประชาชนคิดว่าสถานการณ์ โควิด-19 ของประเทศไทย ณ วันนี้ มีผลต่อคนไทยมากน้อยเพียงใด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผลอย่างมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;86.68%
เพราะ &amp;nbsp;ส่งผลกระทบทุกด้าน โดยเฉพาะการดำเนินชีวิตประจำวัน เสียสุขภาพจิต สุขภาพอนามัย เศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การท่องเที่ยว การค้าลงทุนเสียหายอย่างหนัก ประชาชนทำมาหากิน ค้าขายไม่ได้ ขาดรายได้ ถูกเลิกจ้าง ลดโอที ลดเงินเดือน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผลอยู่บ้าน 13.32%
เพราะ &amp;nbsp;เป็นเรื่องใกล้ตัว เกี่ยวข้องกับสุขภาพ แพร่เชื้อได้ง่าย &amp;nbsp;เมื่ออยู่ในที่สาธารณะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ไม่วิตกกังวลเกินไป ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จากข่าวโควิด-19 ที่สื่อนำเสนอ ณ วันนี้ &amp;nbsp;ทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวลมากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิตกกังวลอย่างมาก48.73%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ &amp;nbsp;ติดต่อง่าย แพร่ระบาดรวดเร็ว เป็นห่วงคนในครอบครัวว่าจะติดเชื้อโรคนี้ ยังไม่มียารักษา รัฐไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ รัฐชี้แจงข้อมูลยังไม่ชัดเจน ไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการของรัฐบาล ยอดผู้ติดเชื้อมีมากขึ้นทุกวัน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่อนข้างวิตกกังวล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;45.30%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ &amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายหลายจังหวัด กังวลว่าบุคลากรทางการแพทย์มีจำนวนไม่เพียงพอกับผู้ป่วยที่รักษา โรงพยาบาล อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ค่อยวิตกกังวล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.08%
เพราะ &amp;nbsp;ติดตามข่าวสารตลอด ศึกษาวิธีการป้องกัน ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ เป็นโรคที่รักษาหายได้ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่วิตกกังวล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;0.89%
เพราะ &amp;nbsp;ไม่ได้อยู่ในพื้นที่แออัด มั่นใจว่าตนเองมีการระมัดระวังป้องกันอย่างดี ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประชาชนมีวิธีป้องกันที่จะไม่ให้ติดโรคโควิด-19 อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่ เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ ทำความสะอาดสิ่งของ เครื่องใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;62.56%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกจากบ้านหรือนอกสถานที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;54.44%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งดเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง งดร่วมกิจกรรม สังสรรค์ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;52.62%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูแลสุขภาพร่างกาย ทานอาหารสดใหม่ สะอาด ใช้ช้อนส่วนตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17.35%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เข้าใกล้คนป่วย อยู่ไกลผู้ที่ไอและจาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;12.81%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ประชาชนอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องโควิด-19 อย่างไร?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดประเทศ ปิดเมือง ไม่ให้คนเข้าออกประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;41.04%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ให้หมอและพยาบาลอย่างเพียงพอ มีเตียงรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;38.62%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควบคุมราคาสินค้า แจกหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ เจลล้างมืออย่างทั่วถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.03%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งติดตามผู้ที่ติดเชื้อและคนใกล้ชิด มีมาตรการเข้มงวด ใช้กฎหมายลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.08%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริง รายงานสถานการณ์ แนะนำวิธีการป้องกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;14.61%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60489</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ปิดประเทศ, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e76d8b074740.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตบกะโหลกพวกย้อนแย้งกดดันรัฐบาลปิดประเทศแต่ชม &#039;แอ๊ด คาราบาว&#039; ด่าหยาบปิดผับบาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.63 - รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้
จำเลยสังคม : คนที่ 2 แอ๊ด คาราบาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียกร้องให้ปิดประเทศ พอทางการแค่ปิดผับบาร์ สถานบันเทิงเท่านั้น ก็ด่ารัฐบาล เสียๆหายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปิดประเทศ หรือ lock down&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเป็นจริงคือ การ&amp;quot; ปิดร้านทุกอย่างที่ไม่จำเป็น แค่เดินออกมานอกบ้าน ยังต้องขออนุญาต &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะเอายังงั้นจริงๆหรือ ถ้ามันยังไม่ถึงเวลา เพราะนี่คือมาตรการเด็ดขาดขั้นสุดท้ายที่พึงกระทำเพราะสุดวิสัยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเป็นเรื่องย้อนแย้งเสียเหลือเกิน ... ที่มีพวกที่เรียกร้องให้ปิดประเทศบางส่วนกลับออกมาชื่นชมแอ๊ด คาราบาว ที่ด่ารัฐบาลเพราะดันสั่งปิดผับบาร์สถานบันเทิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากถึงคุณแอ๊ด คาราบาว คุณรู้ตัวมั้ยว่ากำลังพาผู้คนไปเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิดเป็นจำนวนมากเพราะอัตตาและความเห็นแก่ได้ของตัวคุณเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณแอ๊ด คาราบาว อยากให้เมืองไทยเป็นอิตาลี 2 มากนักใช่มั้ยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60437</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดประเทศ, สุวินัย, แอ๊ด คาราบาว, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f6e332e7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039; มาแล้วแพร่บทความ &#039;ปิดเมือง&#039;...ปิดไปทำไม?..ปิดเมื่อใด ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;ldquo;ปิดเมือง&amp;rdquo;...ปิดไปทำไม?..ปิดเมื่อใด ?&amp;quot; ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 20 มี.ค. 2563 โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นข่าววันนี้ว่า ผู้ยิ่งใหญ่บางจังหวัดเขาผลักดันและเป็นผู้นำให้ประกาศ &amp;ldquo;ปิดจังหวัด&amp;rdquo; กันแล้วก็ตกใจ ครั้นตรวจทานดูก็พบว่าเป็นเพียงการตั้งด่านตรวจวัดปรอทหาผู้ป่วยตามเส้นทางหลักที่เข้าสู่จังหวัดของตนเท่านั้นเอง หาได้มีอะไรในกอไผ่ไม่ ในไม่ช้าก็คงมีปิดอำเภอ ปิดตำบล ปิดหมู่บ้านกันอีกก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการ &amp;ldquo;ปิดเมือง&amp;rdquo; ที่แท้จริงในทางระบาดวิทยานั้น คือมาตรการเข้มข้นที่ใช้จัดการกับพื้นที่ระบาดเข้มข้น โดยสั่งปิดเมืองห้ามเข้าออกก่อน แล้วจึงปิดประตูบ้านคือให้ผู้คนทั้งเมืองช่วยกันอยู่กับบ้าน เพื่อตัดหนทางติดต่อระหว่างคนต่อคนให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับเร่งตรวจสอบค้นหาผู้ป่วยมารักษา พร้อมทั้งเก็บตัวผู้ต้องสงสัยมาอยู่ในที่จำกัดให้ทั่วถึงที่สุด ซึ่งหากทำได้จริงจนเจ้าไวรัสหมดเหยื่อคนใหม่ ส่วนคนเก่าก็ถูกเก็บไปหมดแล้ว เมืองนั้นก็จะหมดผู้ติดเชื้อหน้าใหม่ไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการปิดเมืองเช่นนี้ แม้ธุรกิจจะเสียหาย ผู้คนจะเดือดร้อนกันสาหัส แต่ถ้าทำได้สำเร็จก็คุ้มค่า พาชีวิตตนเองและบ้านเมืองให้ปลอดโรคกลับสู่ปกติได้ ดังความสำเร็จของเมืองอู่ฮั่นเป็นตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเมืองไทยนั้นคณะแพทย์ที่มีส่วนรับผิดชอบนโยบาย ท่านบอกว่าควรจะใช้เมื่อมีการระบาดในเมืองใดถึงขั้นระยะที่ ๓ แล้วเท่านั้น ระยะนี้คืออะไร ท่านก็เฉลยว่าพื้นที่นั้นต้องมีการแพร่เชื้อลามถึงมือที่ ๔ แล้ว และมีการกระจายตัวเพิ่มตัวจนกราฟพุ่งสูงชันด้วย เช่นนี้จึงจะกำหนดให้พื้นที่ระบาดเข้มข้นต่อเนื่องนี้เป็นเขตปิดเมือง และปิดประตูบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไขที่ท่านเฉลยมานี้ เมื่อซักกันจริงๆก็มีหมอใหญ่ท่านอื่นชี้ให้เห็นว่าเป็นเงื่อนไขที่กำหนดขึ้นเองในทางนโยบายเท่านั้น หากจะนำมาใช้ในกรุงเทพเสียแต่บัดนี้ เพื่อให้ปลอดโรคไปเลย ก็ทำได้และควรจะทบทวนเสียใหม่ได้แล้ว ดีกว่าให้เจ็บนานและเจ็บขึ้นเรื่อยๆ ตื่นมาตกใจล้างมือใส่หน้ากากไปวันๆ ไม่เห็นที่จะสิ้นสุด อย่างเช่นทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการตัดสินใจปิดเมืองเช่นข้างต้นนี้ เป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องจัดลำดับความสำคัญของข้อพิจารณา และของมาตรการต่างๆให้จงได้ เพราะงานสู้วิกฤตครั้งนี้เป็นการเดินทางที่ต้อง หยุด แล้วประเมินปัจจุบัน แล้วปรับปรุงแผนงานเดินต่อไปอีกจนสุดทาง จะตื่นตกใจกับเมื่อวานจนเวอร์ไปก็ไม่ได้ จะจมอยู่กับแผนงานเดิมทำซ้ำไปวันๆ ก็ไม่ถูก ต้องประเมินอนาคตไปด้วยตลอดเวลา ความจำเป็นที่ต้องใช้ทั้งวิชาการ ประสบการณ์ และข้อมูลที่ครบถ้วน ปรับการรบให้เท่าทันกับศึกที่ยืดเยื้อ ซับซ้อน ไม่แน่นอนอย่างนี้จึงชัดเจนยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการที่รัฐบาลดึงผู้รู้มาประกอบกำลังกันในโครงสร้างการจัดการกับวิกฤต CORONA -19 จึงถูกต้องแล้ว แต่จะให้ท่านเหล่านี้เป็นเพียงคณะที่ปรึกษาเท่านั้นไม่ได้ ต้องให้เป็นคณะเสนาธิการ มีสำนักงานรองรับทำงานเต็มเวลา จนตื่นตัวตื่นรู้ พร้อมประชุมปรับแก้แผนงานในทุกก้าว แล้วป้อนการตัดสินใจให้ฝ่ายปฏิบัติรับไปปฏิบัติให้เป็นจริงตลอดเส้นทางเลยทีเดียว ถ้าทำได้เช่นนี้จริงๆ แล้ว วิกฤตระยะที่ ๓ และการปิดเมืองจะมาเมื่อใด หรือไม่ อย่างไร เราก็สามารถจะวางใจฝากไว้กับโครงสร้างการทำงาน ด้วยสติปัญญาและข้อมูลจริงอันเป็นปัจจุบันเช่นนี้ได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนท่านผู้นำนั้น เมื่อได้ที่ยืนที่เหมาะสมเช่นนี้แล้ว ท่านก็จะมีเวลาฟื้นฟูจิตใจและสุขภาพ รวมทั้งปรับปรุงการนำของตนให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูสิครับ..ทรุดโทรมจริงๆ...ท่านต้องพักผ่อนมากๆ และอย่าพึ่งแต่งเพลงนะครับ ผมดูฉากหลังแล้วมันฟุ้งซ่านเหลือเกิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60425</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดประเทศ, แก้วสรร, โควิด19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08f3712fab5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; ไม่ทราบกระแสข่าวล็อกดาวน์ประเทศ รัฐบาลเตรียมการมา 2 สัปดาห์แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวรัฐบาลจะประกาศล็อคดาวน์ประเทศไทยเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดว่า&amp;nbsp;ไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ คิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ สมควรที่จะประกาศได้หรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องแล้วแต่การพิจารณาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามทุกวันนี้แม้ว่าจะไม่ได้ประกาศ แต่เขาก็เตรียมการมา 2 สัปดาห์แล้ว &amp;nbsp;เพราะเขาก็ต้องเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60370</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดประเทศ, วิษณุ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70bb0944a65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;ให้คำแนะนำว่าด้วยเรื่องการปิดประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.63- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ว่า การปิดประเทศ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้พวกเราได้รับฟังข้อเสนอปิดประเทศบ่อยขึ้น ทั้งจากแพทย์ที่รักษาโรค โดยให้เหตุผลการขาดแคลนบุคคลากร และเวชภัณฑ์กรณีถ้าป่วยพร้มกันจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางรายขอให้ปิดประเทศถ้ามีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกินวันละ 100 คน บางรายขอปิดประเทศโดยเอาตามกระแสไม่มีเหตุผล ที่สำคัญบางรายขอปิดประเทศแต่ขอเปิดประชุมสภา จนคิดว่าถ้าปิดประเทศแล้วทุกอย่างจะจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มที่คิดว่ายังไม่จำเป็น มองว่าวันนี้เกณฑ์เข้าออกประเทศเรื่องวีซ่า การตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด รวมทั้งการต้องมีใบรับรองแพทย์ก่อนผ่านตม. ก็ถือว่ามีประชาชนผ่านเข้าออกจนสนามบินแทบร้าง และไม่มั่นใจว่าสังคมประชาธิปไตยของเรา ถ้าปิดจะปิดยาวแบบจีนได้ไหม ที่สำคัญอาจมีระบาดซ้ำได้ถ้ายังไม่มีวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงมีแนวคิดแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจาก 80%ของผู้ติดเชื้อนี้แทบไม่ต้องนอนร.พ. และเพียง 4%จะมีภาวะวิกฤติ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หลังจากนั้นประชาชนที่ติดเชื้อ ตลอดจนผู้ที่ได้รับเชื้อไม่มาก ก็จะมีภูมิต้านทาน และหยุดการระบาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญมองว่าการปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ ยกเลิกกิจกรรมที่รวมคน และให้ประชาชนปฏิบัติตนเองอย่างเข้มงวด งดร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก ใส่หน้ากาก และล้างมือบ่อยๆ จะทำให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องปิดประเทศ รัฐบาลจึงน่าจะรวบรวมความคิดเห็นเหล่านี้ มาพูดคุยให้ประชาชนฟังถึงข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้น และสรุปทางเลือก ตลอดจนแผนการของรัฐบาลในแต่ละสถานการณ์ โดยเฉพาะถ้าทุกอย่างเลวร้าย ในแต่ละแผน ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมให้ไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60326</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ปิดประเทศ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e741e6d2a03a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
