<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุฬาฯ&#039; ประกาศปิดต่อจนถึง 4 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;จุฬาฯ&amp;#39; ประกาศปิดต่อจนถึง 4 ก.ค.นี้
8 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกประกาศเรื่อง&amp;quot;ประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการชั่วคราว การจัดการเรียนการสอน และการปฏิบัติงานในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 (ฉบับที่ 3) ความว่า
ตามที่มหาวิทยาลัยได้มีประกาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการชั่วคราวการจัดการเรียนการสอน และการปฏิบัติงาน ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ &amp;nbsp;17 พฤษภาคม พ.ศ.2564 โดยขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการชั่วคราวทั้งที่ตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และนอกเขตกรุงเทพมหานคร ออกไปจนถึงวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2564 รวมทั้งให้นักเรียน นิสิต และบุคลากรปฏิบัติตามประกาศจุฬลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การปิดสถานที่ทำการชั่วคราว การจัดการเรียนการสอน และการปฏิบัติงานในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2564 ต่อไปนั้น&amp;nbsp;
เนื่องจากปรากฏว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดและลดโอกาสติดเชื้อโรค COVID-19 แก่นักเรียน นิสิตและบุคลากร รวมทั้งให้การดำเนินงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551 จึงเห็นสมควรให้ดำเนินการ ดังนี้&amp;nbsp;
1.ให้ขยายเวลาการปิดสถานที่ทำการที่ตั้งทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและนอกเขตกรุงเทพมหานครออกไป ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2564 จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2564
2.ขอให้นักเรียน นิสิต และบุคลากรปฏิบัติตามประกาศจุฬลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง การปิดสถานที่ทำการชั่วคราว การจัดการเรียนการสอน และการปฏิบัติงานในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2564 ต่อไปอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
หากสถานการณ์เลี่ยนแปลงเป็นประการใด มหวิทยาลัยจะประกาศให้ทราบโดยเร็วต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2564
(ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์)
อธิการบดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105679</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จุฬาฯ, #โควิด19, ปิดมหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf2f88b2f74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.ประกาศ เลื่อนพิธีรับปริญญา - มหา&#039;ลัย ต้องจัดสอบทางออนไลน์ เท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ปิดมหาวิทยาลัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 นั้น เมื่อเร็วๆ นี้ อว. ได้ดำเนินการออกประกาศ อว. เรื่อง มาตรการและการฝาระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ฉบับที่ 3, 4 และ 5 ดังนี้ ฉบับที่ 3 การปฏิบัติการของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 มีแนวโน้มที่จะเกิดการระบาดรุนแรงในวงกว้างขึ้นและยืดเยื้อยาวนาน เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ให้สามารถปฏิบัติงานเพื่อป้องกัน ชะลอ และบรรเทาผลจากการระบาด ลดความตื่นตระหนกของคนในสังคม และสร้งความเชื่อมั่นโดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน
&amp;nbsp;อว. จึงได้ดำเนินการและกำหนดมาตรการ เพื่อสนับสนุนการจัดการวิกฤตในครั้งนี้ของประเทศในการดูแลนิสิต นักศึกษาและบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ภายในสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน โดยความตกลงร่วมกับที่ประชุมอธิการบดี ทั้ง 4 ภาคส่วน ได้แก่ ที่ประชุมอธิการบตีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) และที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) ขอความร่วมมือสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งพิจารณาดำเนินการ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการแพร่กระจายการติตเชื้อ ลดการเดินทาง ลดกิจกรรมที่มีคนอยู่ร่วมกันในที่เดียวกันจำนวนมาก ดังนี้&amp;nbsp;
1) หยุดการดำเนินงานด้นการเรียนการสอนทุกรูปแบบยกเวันการสอนแบบออนไลน์ (online) เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนจากแบบปกติเป็นแบบออนไลน์โดยสมบูรณ์ครบทุกหลักสูตรภายในวันที่ 1 เมษายน 2563 ยกเว้นบางหลักสูตรที่ต้องมีการปฏิบัติการ ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละสถาบันอุดมศึกษาโดยให้บริหารจัดการให้สมารถเรียนและปฏิบัติการที่บ้านให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้มอบหมายให้อธิการบดีของแต่ละสถาบันอุดมศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการ&amp;nbsp;
2)สำหรับการฝึกงานทุกรูปแบบ ขอให้พิจารณายกเลิก หรือปรับเปลี่ยนกำหนดระยะเวลาและกิจกรรมอื่นที่เหมาะสมทดแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ปรับรูปแบบการสอบและการประเมินผล ที่มีประสิทธิภาพทดแทนการดำเนินการแบบเดิม โดยให้สอดคล้องกับรูปแบบการสอนแบบออนไลน์ที่ได้ดำเนินการไปโดยสำนักงานปลัดกระทรวง อว. จะดำเนินการปรับแก้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4) สำหรับภารกิจด้านการบริการประชาชนบริการสาธารณะและการบริหารจัดการตามภาระหน้าที่ของสถาบันอุดมศึกษา เช่น โรงพยาบาล ให้ดำเนินการได้ โดยมีมาตรการความปลอดภัยสูงสุดสำหรับบุคลากรจึงประกาศมาเพื่อพิจารณาปฏิบัติต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับ ฉบับที่ 4 การพิจารณาเลื่อนพิธีประสาทปริญญาบัตร ขอความร่วมมือให้สถาบันอุดมศึกษา ทุกแห่งพิจารณาเลื่อนพิธีประสาทปริญญาบัตรออกไปก่อน ตั้งแต่วันนี้เป็นตันไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง จึงประกาศมาเพื่อพิจารณาปฏิบัติต่อไป
&amp;nbsp;และฉบับที่ 5 การปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) อว. ขอความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดทุกแห่งพิจารณาดำเนินการดังนี้ 1) มาตรการการทำงานสำหรับบุคลากรในสังกัด อว.ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. วางแผน ซักซ้อมและเตรียมการให้เกิดการทำงานที่บ้าน (Work from Home) เพื่อลดการเดินทางและลดการสัมผัสเชื้อให้มากที่สุด โดยสำรวจงานที่ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติที่สถานที่ทำงาน เช่น งาน back office ให้ทำงานที่บ้าน การใช้ระบบประชุมทางไกล โดยให้มีผลสัมฤทธิ์ในการทำงานเท่ากับการมาปฏิบัติงานที่สำนักงาน สำหรับงานที่ต้องมีการปฏิบัติการเช่น การทดสอบในห้องปฏิบัติการ การให้บริการประชาชน ให้ปฏิบัติงานโดยมีประสิทธิภาพ แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือบริหารจัดการให้มีความเหมาะสมตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ เช่น การจัดให้มีจุดคัดกรองอาการ วัดอุณหภูมิและติดป้ายสัญลักษณ์แสดการผ่านจุดคัดกรอง จัดให้มีแอลกอฮอลเจสำหรับล้างมือ พร้อมทั้งจัดให้มีการบันทึกข้อมูลผู้เข้าร่วมอย่างครบถ้วน จัดหาหน้ากากอนามัยตามความเหมาะสม และการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานในแต่ละรอบ เป็นต้น ขอให้ทุกหน่วยงานพิจารณาการเหลื่อมเวลาทำงาน และเวลาพักกลางวัน เพื่อลดความหนาแน่นของการอยู่ร่วมกันในระบบขนส่ง หรือในร้านอาหาร &amp;nbsp;งดกิจกรรมของหน่วยงานได้แก่ กิจกรรมที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
กิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันกิจกรรมที่มีชาวต่างชาติจากหลากหลายประทศเข้าร่วม หรือกิจกรรมอื่นที่มีความเสียงในการแพร่เชื้อ เป็นต้น ปรับรูปแบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน ภาระงาน และเกณฑ์การปฏิบัติงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับรูปแบบการสอนออนไลน์ การปฏิบัติงานที่บ้าน รวมทั้งการปฏิบัติงานในรูปแบบต่าง ๆ ของบุคลากรโดย คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(กพอ.) และคณะกรรมการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง จะประสานการปรับแก้กฎระเบียบต่าง ๆ ต่อไป&amp;nbsp;
2) ด้านการจัดเตรียมทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นกำหนดมาตรการควบคุมดูแลกาผ่านเข้า-ออกหน่วยงานอย่างเคร่งครัด ทั้งยานพาหนะ และบุคคลทั่วไป โดยจัดให้มีจุดคัดกรองอาการเพื่อวัดอณหภูมิและติดป้ายสัญลักษณ์แสดงการผ่านจุดคัดกรอง พร้อมจุดติดตั้งแอลกอฮอล์เจลสำหรับล้างมือในบริเวณพื้นที่ที่มีคนเดินผ่านจำนวนมาก รวมทั้งกำหนดให้เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่ปฏิบัติงานเป็นประจำมีปายแสดงตนเพื่อคัดแยกบุคคลภายนอกให้ซัดเจน กำหนดศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยด่วน สำหรับเป็นศูนย์แจ้งเหตุและทำหน้าที่ประสานงานทั้งภายในหน่วยงาน และประสานงานกับ อว. พร้อมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรภายในหน่วยงานได้รับทราบ โดยให้แจ้งรายละเอียดการติดต่อและผู้รับผิดชอบรายงานต่อ อว.
&amp;nbsp;3) การปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ฉุกเฉินใช้แผนปฏิบัติการเพื่อความต่อเนื่องของการปฏิบัติงาน (Business Continuity Plan) ที่ได้จัดทำไว้แล้ว เพื่อให้สามารถให้บริการ นิสิต นักศึกษา และประชาชน รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดการหยุดชะงักและไม่มีผลเสียต่อการปฏิบัติงาน ดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของนิสิต นักศึกษาและบุคลากรทั้งในสถานที่และนอกสถานที่ รวมทั้งมีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งในเชิงบริหารและเชิงการดูแลบุคลากร ดูแลความปลอดภัยของอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของหน่วยงานให้ความร่วมมือ จัดบุคลากรเข้าร่วมการปฏิบัติงานทั้งในระดับกระทรวงและระดับประเทศ หากมีการร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อว. จะร่วมมือกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพื่อคัดกรองโรคและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยให้หน่วยงานในสังกัด อว. รายงานข้อมูลหรือเหตุการณ์ผิดปกติโดยด่วน เพื่อร่วมกันควบคุมสถานการณ์นี้ โดยขอให้จัดส่งข้อมูลได้ที่กลุ่มกิจการพิเศษ สำนักส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา โทร 0 2039 5562-3 หรือ กลุ่มงานอำนวยการสำนักอำนวยการโทร 02 3545568 โทรสาร 08 5488 7051 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงประกาศมาเพื่อพิจารณาปฏิบัติต่อไป โดยทั้ง 3 ฉบับ ประกาศ ณ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60061</URL_LINK>
                <HASHTAG>#มหา&#039;ลัย, #อว., ปิดมหาวิทยาลัย, สอบทางออนไลน์, เลื่อนรับปริญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26c2c027857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.สั่งมหา&#039;ลัย ทะยอยปิด ภายในสองสัปดาห์ เริ่มเรียนออนไลน์ภายใน 1เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ อว.ได้เสนอ 6 มาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คือ มาตรการแรก ได้แก่ มาตรการการบริหารจัดการดูแลนิสิต​นักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยให้มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนจากระบบปกติเป็นระบบออนไลน์และให้ปิดมหาวิทยาลัยภายใน 2 สัปดาห์ โดยใช้การเรียนการสอนออนไลน์ ภายในวันที่ 1 เมษายนนี้ และให้ปรับ เลื่อนหรือยกเลิกการสอบ การฝึกงาน งดกิจกรรมเพื่อลดการสัมผัสเชื้อ มาตรการที่สอง ให้มีการทำงานที่บ้านสำหรับบุคลากรของ อว.เพื่อลดการเดินทางและลดการสัมผัสเชื้อให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานที่ต้องมีการปฏิบัติการ ให้ปฏิบัติการด้วยประสิทธิภาพเท่าเดิม แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการหรือ บริหารจัดการให้มีความเหมาะสมตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ และงดกิจกรรมของทุกหน่วยงานที่ต้องมีคนจำนวนมาก มาตรการที่สาม เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์ โดยสั่งการให้เครือข่ายโรงพยาบาล กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ประสานงานกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องขั้นตอนและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม ตั้งแต่ผู้ป่วยเข้าสู่โรงพยาบาลไปจนถึงการรักษา แผนการส่งต่อผู้ป่วย การดูแลผู้ป่วย การลดผู้ป่วยที่สามารถรอการรักษา การเตรียมหอผู้ป่วย การเตรียมไอซียู(ICU) เครื่องช่วยหายใจ จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ และห้องแยกพิเศษ พร้อมเตรียมการรองรับกรณีเกิดการระบาดในวงกว้าง เตรียมพื้นที่รองรับเพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เช่น โรงยิม และหอประชุมของมหาวิทยาลัย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า มาตรการที่สี่ จัดทำระบบบริหารความเสี่ยงด้วยนวัตกรรม เพื่อรองรับสถานการณ์ในระยะยาว อาทิ การพัฒนาระบบการติดตามและตรวจสอบ การใช้ระบบการแพทย์และสุขภาพทางไกล การจัดทำระบบแสดงตำแหน่งและจัดส่งสิ่งจำเป็นทางการแพทย์ มาตรการที่ห้า การสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับโควิด &amp;ndash; 19 โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดเตรียมกรอบงบประมาณ 250 ล้านบาท ในการจัดสรรทุนวิจัยใน 4 ประเด็นสำคัญเร่งด่วน ตั้งแต่ การศึกษาทางพันธุกรรมและทางชีววิทยาของไวรัสเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของเชื้อ การใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อวิเคราะห์การแพร่กระจายของเชื้อ การผลิตชุดตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ รวดเร็ว โดยขณะนี้ ร่วมกับบริษัทสยามไบโอไซน์ ในการผลิตชุดตรวจโควิด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจง่ายขึ้นและเพียงพอต่อความต้องการ โดยจะส่งมอบทั้งหมด 1 ล้านชิ้น ภายในระยะเวลา 6 เดือน จากปัจจุบันที่มีความต้องการในการใช้เฉลี่ย จำนวน 4,000 ชิ้น/วัน และคาดว่าจะสามารถลดต้นทุนการผลิตเฉลี่ยประมาณร้อยละ 40 เหลือเพียงประมาณ 1,000 บาท จากเดิมราคาประมาณ 4,000 บาท เป็นต้นและมาตรการที่หก การสนับสนุนในด้านอื่นๆ โดยมุ่งเน้นในการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก เช่น หน้ากากอนามัยจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5, หน้ากากผ้าแบบซักได้, หุ่นยนต์ช่วยประเมินผู้ป่วย เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60054</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., #โควิด-19, ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, ปิดมหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5ce8fe09211.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อจีนทำตื่นตูม หลุดทวีตฮ่องกงเตรียม &#039;เคอร์ฟิว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงฝ่ายประชาธิปไตยทำให้หลายพื้นที่ของฮ่องกงเป็นอัมพาตต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 เมื่อวันพฤหัสบดี โรงเรียนถูกสั่งปิดยาวถึงวันอาทิตย์ นักศึกษาสร้างป้อมปราการในมหาวิทยาลัยหลายแห่งพร้อมเสบียงและอาวุธ สื่อทางการจีนทำตื่นตูม ทวีตฮ่องกงจะประกาศเคอร์ฟิวสุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงก่อกำแพงปิดถนนที่มหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ว่าฮ่องกงเผชิญการประท้วงในวันทำงานติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ถนนสายหลักหลายสายถูกปิด รถไฟหยุดเดินรถ โรงเรียนปิด พนักงานบริษัทออกมาร่วมการชุมนุมประท้วงในย่านธุรกิจช่วงพักกลางวัน สำนักงานการศึกษาฮ่องกงประกาศให้โรงเรียนทุกแห่งในฮ่องกงพักการเรียนต่อไปตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ผู้ประท้วงไม่มีทีท่าจะยอมรามือ ตำรวจฮ่องกงซึ่งมีกำลังพลเกือบ 30,000 คนประกาศเรียกเจ้าหน้าที่ทัณฑสถาน 100 นายมาเสริมกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์แทบลอยด์โกลบอลไทมส์ของจีน ซึ่งอยู่ในเครือของพีเพิลส์เดลี กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน โพสต์ข้อความในบัญชีทวิตเตอร์โกลบอลไทมส์ภาษาอังกฤษว่า รัฐบาลฮ่องกงกำลังเตรียมประกาศเคอร์ฟิวช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่ทวีตดังกล่าวถูกลบทิ้งอย่างรวดเร็ว บรรณาธิการของโกลบอลไทมส์อ้างว่า ไม่มีข้อมูลที่มีนัยสำคัญเพียงพอสนับสนุนเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์ของสื่อจีนที่เผยแพร่ช่วงสั้นๆ โดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่ระบุนาม ตอกย้ำข่าวลือที่แพร่สะพัดทางออนไลน์เรื่องการประกาศเคอร์ฟิว นักศึกษามหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคชื่ออเล็กซ์ อายุ 19 ปี กล่าวกับรอยเตอร์ว่า พวกตนไม่อยากเห็นเคอร์ฟิว แต่ก็คิดว่าจะมีประกาศเคอร์ฟิวไม่ช้าก็เร็ว และเชื่อว่าน่าจะมีออกมาควบคู่กับการประกาศเลื่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต ซึ่งเดิมกำหนดไว้วันที่ 24 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักศึกษาหลายพันคนปักหลักอยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยหลายแห่งมาตั้งแต่วันอังคาร พร้อมกักตุนอาหาร, ก้อนอิฐ, ระเบิดขวด, คันธนูและลูกศรหุ้มปลาย, เครื่องยิงกระสุน และอาวุธประดิษฐ์เองหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจฮ่องกงกล่าวว่า มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกงซึ่งอยู่ในเขตนิวเทอร์ริทอรีส์ กลายเป็น &amp;quot;โรงงานอาวุธและคลังแสง&amp;quot; ที่มีทั้งคันธนูและลูกศร และเครื่องยิงกระสุน &amp;quot;และยังมีหลักฐานด้วยว่า ที่นี่กลายเป็นฐานผลิตระเบิดขวด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายวันมานี้ ผู้ประท้วงวางเพลิงรถยนต์และอาคาร, ขว้างปาระเบิดขวดโจมตีสถานีตำรวจหลายแห่งและรถไฟ, ทิ้งวัตถุสิ่งของจากสะพานลอยใส่รถยนต์ด้านล่าง, ทำลายทรัพย์สินในศูนย์การค้าและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ก่อคำถามว่าเหตุการณ์ไม่สงบในฮ่องกงที่ยาวนานกว่า 5 เดือนจะจบลงได้อย่างไรและเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดี ยังคงเกิดการปะทะหลายจุด ผู้ประท้วงยึดถนนหลายสายในเขตธุรกิจ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงชุดดำและนักศึกษาที่ปิดกั้นทางเข้าอุโมงค์ข้ามอ่าวเชื่อมเกาะฮ่องกงกับเกาลูน และบนทางหลวงระหว่างเกาลูนกับเขตนิวเทอร์ริทอรีส์ ด้านนอกมหาวิทยาลัยหลายแห่งมีตำรวจปราบจลาจลคุมเชิงอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์กลับมารุนแรงขึ้นนับแต่วันจันทร์ ที่เกิดเหตุตำรวจใช้กระสุนจริงยิงผู้ประท้วงคนหนึ่งในระยะกระชั้นบริเวณช่องท้อง เขาบาดเจ็บแต่อาการทรงตัวแล้ว วันเดียวกันนั้นชายสูงวัยที่นิยมจีนคนหนึ่งโดนผู้ประท้วงราดน้ำมันจุดไฟเผา ระหว่างการทุ่มเถียงกับฝ่ายประชาธิปไตย เขาโดนไฟลวกบริเวณลำตัวและศีรษะ อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยหลายแห่งประกาศหยุดการเรียนการสอนไปตลอดทั้งปีนี้ ส่วนที่มหาวิทยาลัยแบปติสต์ ซึ่งเป็นสถานที่หนึ่งที่นักศึกษาปักหลักอยู่ภายในและอยู่ใกล้ฐานทัพของกองทัพจีนในย่านเกาลูนท่ง ผู้บริหารออกคำวิงวอนเร่งด่วนให้นักศึกษาออกจากมหาวิทยาลัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50297</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักศึกษาฮ่องกง, ประกาศเคอร์ฟิว, ปิดมหาวิทยาลัย, สื่อจีน, ฮ่องกง, โกลบอลไทมส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd59de0b2d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
