<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนยึดสถานกงสุลสหรัฐประจำเฉิงตู เอาคืนโดนปิดสถานกงสุลฮุสตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แลกคนละหมัด รัฐบาลจีนยึดสถานกงสุลสหรัฐประจำเฉิงตูเมื่อวันจันทร์ หลังสั่งเจ้าหน้าที่อเมริกันย้ายออกภายใน 72 ชั่วโมง ตอบโต้ที่สหรัฐทำในแบบเดียวกันกับสถานกงสุลจีนประจำฮุสตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนงานปลดป้ายสถานกงสุลใหญ่สหรัฐประจำเฉิงตูลงเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ภายหลังเจ้าหน้าที่สหรัฐย้ายออกตามคำสั่งของรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจเลวร้ายลงในช่วงหลายสัปดาห์มานี้และบานปลายจนถึงขั้นสั่งปิดและยึดสถานกงสุลของอีกฝ่าย ซึ่งเริ่มต้นเมื่อสหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนประจำนครฮุสตัน รัฐเทกซัส ภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อวันอังคารที่แล้ว และทำให้ในวันศุกร์ รัฐบาลจีนประกาศว่า จีนได้ขอให้สหรัฐปิดสถานกงสุลประจำนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยขีดเส้นตายไว้ 72 ชั่วโมงเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทูตจีนชุดสุดท้ายออกจากสถานกงสุลประจำฮุสตันเมื่อวันศุกร์ ต่อมาในวันเสาร์ จีนออกแถลงการณ์กล่าวหาเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า &amp;quot;ใช้กำลัง&amp;quot; บุกเข้าสถานกงสุลฮุสตันซึ่งเคยเป็นทรัพย์สินของประเทศจีน พร้อมเตือนว่า จีนจะตอบโต้ตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่าสถานกงสุลสหรัฐปิดแล้วเมื่อเวลา 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับ 09.00 น.วันเดียวกันของไทย และเจ้าหน้าที่ของจีนได้เข้าไปภายในทางประตูหน้าแล้วยึดสถานที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพวิดีโอที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีนเผยแพร่ทางเว่ยป๋อในเวลาต่อมาเผยให้เห็นนาวิกโยธินอเมริกันในเครื่องแบบลดธงชาติอเมริกาลงจากเสาเมื่อเวลา 06.18 น. จากนั้นได้พับธงแล้วส่งมอบต่อจิม มุลลิแน็กซ์ กงสุลใหญ่ ส่วนวิดีโอจากสื่อของทางการจีนเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่หลายนายเดินทางด้วยรถตู้มายังสถานกงสุลที่เฉิงตู แล้วเดินผ่านประตูหน้าเข้าไปภายใน จากนั้นก็มีคนงานทำความสะอาดพร้อมชุดป้องกันเชื้อโรคและอุปกรณ์ทำความสะอาดตามเข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด้านนอกสถานกงสุลภายหลังถูกปิดตัวลง ตำรวจจีนได้เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางถนน และประชาชนหลายสิบคนมารวมตัวกันถ่ายรูปและวิดีโอ ชายคนหนึ่งถูกตำรวจพาตัวออกไปภายหลังชูป้ายและถือธงชาติจีนแล้วร้องตะโกนว่า &amp;quot;พรรคคอมมิวนิสต์จีนจงเจริญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานกงสุลเฉิงตูเปิดทำการเมื่อปี 2528 ข้อมูลในเว็บไซต์เผยว่าที่นี่มีลูกจ้างเกือบ 200 คน โดยราว 150 คนเป็นชาวจีน ยังไม่ชัดเจนว่า ณ เวลาปิดสถานกงสุลมีเจ้าหน้าที่หลงเหลืออยู่เท่าใด การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สหรัฐอพยพเจ้าหน้าที่ทูตออกจากจีนจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของกงสุลใหญ่สหรัฐกล่าวว่า สถานกงสุลประจำเฉิงตูได้ให้บริการผู้คนในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนและทิเบตมากกว่า 200 คน และแต่ละวันได้ออกวีซ่าแก่นักศึกษาและนักท่องเที่ยวชาวจีนหลายพันราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนกล่าวว่า การปิดสถานกงสุลสหรัฐเป็นการตอบโต้ที่จำเป็นและชอบด้วยกฎหมายต่อมาตรการที่ไร้เหตุผลของสหรัฐ พร้อมกับกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลสหรัฐแห่งนี้ว่าก้าวก่ายกิจการภายใน เป็นอันตรายต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝ่ายสหรัฐนั้นกล่าวหาสถานกงสุลจีนในฮุสตันว่าดำเนินความพยายามที่ยอมรับไม่ได้ เพื่อโจรกรรมความลับของบริษัทอเมริกันและขโมยทรัพย์สินทางปัญญางานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72660</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนยึดสถานกงสุล, ปิดสถานกงสุล, สถานกงสุลจีนประจำฮุสตัน, สถานกงสุลสหรัฐประจำเฉิงตู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1ecd56cdb82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 22:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 22:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อทางการจีนจวก &#039;ทรัมป์&#039; ปิดสถานกงสุลฮุสตันหวังกู้คะแนนนิยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อทางการจีนตอบโต้สหรัฐ ชี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปิดสถานกงสุลจีนประจำฮุสตันเพื่อป้ายสีจีนเป็นผู้ร้าย หมายกู้คะแนนนิยมที่ตามหลังคู่แข่งในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน อีกด้านสหรัฐเผยนักวิจัยจีนหนีคดีไปหลบซ่อนในสถานกงสุลที่ซานฟรานซิสโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐมีคำสั่งให้จีนปิดสถานกงสุลใหญ่ประจำฮุสตันภายใน 72 ชั่วโมง โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูลส่วนตัวของคนอเมริกัน ทำให้รัฐบาลจีนขู่ว่าจะตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐกล่าวถึงคำสั่งดังกล่าวว่าเป็น &amp;quot;การยั่วยุทางการเมือง&amp;quot; และเรียกร้องให้สหรัฐเพิกถอนการตัดสินใจทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน เขียนลงทวิตเตอร์ว่า จีนจะโต้ตอบสหรัฐอย่างแน่นอนด้วยมาตรการตอบโต้อย่างหนักแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของทางการจีนก็ตอบโต้สหรัฐอย่างพร้อมเพรียง หนังสือพิมพ์ไชน่าเดลีกล่าวถึงการสั่งปิดสถานกงสุลว่าเป็นกลเม็ดใหม่ของรัฐบาลสหรัฐที่พยายามป้ายสีจีนว่าเป็นผู้ร้ายในเวทีโลก ดังนั้น จึงทำให้เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมายต่อประชาคมระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการนี้แสดงให้เห็นว่า การมีคะแนนในโพลตามหลังคู่แข่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ผู้นำสหรัฐจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อวาดภาพจีนเป็นตัวแทนของความชั่วร้าย&amp;quot; บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับนี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจความเห็นคนอเมริกันชี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังมีคะแนนตามหลังอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนยังไม่เปิดเผยชัดเจนว่าจะตอบโต้อย่างไร แต่หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์รายงานว่า จีนอาจปิดสถานกงสุลสหรัฐในนครเฉิงตู ขณะที่รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวรายหนึ่งว่าจีนกำลังพิจารณาปิดสถานกงสุลสหรัฐในเมืองอู่ฮั่น ที่สหรัฐถอนเจ้าหน้าที่ออกไปแล้วเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหู ซีจิน บรรณาธิการโกลบอลไทมส์ หนังสือพิมพ์แทบลอยด์ของพีเพิลส์เดลี กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวไว้ในคอลัมน์ว่า การปิดสถานกงสุลสหรัฐที่อู่ฮั่นยังไม่ก่อความยุ่งเหยิงมากพอ สหรัฐมีสถานกงสุลขนาดใหญ่อยู่ที่ฮ่องกง และเห็นได้ชัดแจ้งว่าสถานกงสุลแห่งนี้เป็นศูนย์กลางข่าวกรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐยังมีสถานกงสุลประจำจีนอยู่ที่เมืองกวางโจว, เซี่ยงไฮ้ และเสิ่นหยาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหสบดี กล่าวหาสหรัฐว่าเสกสรรปั้นแต่งเรื่องราวอย่างไร้เหตุผลเกี่ยวกับการกระทำของสถานที่ตั้งทางการทูตของจีน และเรียกร้องให้สหรัฐเพิกถอนการตัดสินใจที่ผิดพลาดโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่า เอกสารที่สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐยื่นต่อศาลกล่าวหาว่า นักวิจัยหญิงชาวจีนรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตวีซ่าและปกปิดเรื่องความสัมพันธ์กับกองทัพจีน กำลังซุกซ่อนตัวอยู่ในสถานกงสุลจีนที่นครซานฟรานซิสโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยจีนอีก 2 รายในมหาวิทยาลัยสหรัฐที่ถูกจับกุมในแคลิฟอร์เนียช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ฐานโกหกเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับกองทัพเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72350</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปิดสถานกงสุล, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f09f2ba150d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 23:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 23:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนประจำฮุสตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐมีคำสั่งให้จีนปิดสถานกงสุลของตนในเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส และกล่าวหาว่าจีนปฏิบัติการสอดแนม ขณะที่จีนแถลงตอบโต้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของสหรัฐที่ทำลายความสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์แกน ออร์เทกัส โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคมว่า ทางการสหรัฐมีคำสั่งให้ปิดสถานกงสุลใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีนในเมืองฮุสตัน เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐและข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออร์เทกัสกล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนา รัฐต่างๆ มีหน้าที่ที่จะไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐผู้รับ แต่เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดถึงการตัดสินใจสั่งปิดสถานกงสุลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์เรื่องนี้ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวหาจีนว่า ทำการสอดแนมอย่างขนานใหญ่และปฏิบัติการที่สร้างอิทธิพลในสหรัฐมาแล้วหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสหรัฐรายงานว่า ก่อนการประกาศปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและตำรวจได้รับแจ้งเมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา ให้มาที่สถานกงสุลจีนในเมืองฮุสตัน เนื่องจากมีการเผาเอกสารที่ถังขยะที่สนามหญ้าของสถานกงสุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเมืองฮุสตันโพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า พบควันไฟลอยออกมาจากสถานกงสุลแห่งนี้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสถานกงสุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงในกรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธว่า จีนได้รับแจ้งเมื่อวันอังคารเรื่องให้ปิดสถานกงสุลของตนในเมืองฮุสตัน คำสั่งนี้เป็นสิ่งที่ฝ่าฝืนและไม่ถูกต้อง และจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ จีนขอให้สหรัฐถอนการตัดสินใจที่ผิดพลาดโดยทันที มิเช่นนั้นจีนจะตอบโต้อย่างเหมาะสมและจำเป็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72257</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ปิดสถานกงสุล, สหรัฐ, ฮุสตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f1868406b2a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
