<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตดุ!สั่งปิด’สถานบันเทิง-สนามชนไก่-สนามมวย’ไร้กำหนด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแถลงว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 &amp;nbsp;มีนาคม 2563 ซึ่งต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ออกไป จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และจังหวัดภูเก็ตได้มีคำสั่งที่ 5409/2564 ลงวันที่ 11 กันยายน 2564 &amp;nbsp;เรื่อง กำหนดมาตรการปิดสถานที่หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ตั้งแต่วันที่ 15 - 28 กันยายน 2564 ให้คำสั่งนี้ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 &amp;nbsp;เนื่องจากห้วงที่ผ่านมา จังหวัดภูเก็ตได้กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาแล้วระยะหนึ่ง ทั้งการตรวจคัดกรองแบบเชิงรุก การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจให้ประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงการเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้ประชาชน และ ศบค.ได้กำหนดพื้นที่สถานการณ์ให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว การกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคสามารถปรับมาตรการให้เป็นไปตามระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรตามพื้นที่เฝ้าระวังได้ ดังนั้น เพื่อให้มาตรการทางด้านสาธารณสุขควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตของประชาชนและการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 57/2564 &amp;nbsp;จึงลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ณ วันที่ 28 กันยายน 2564 คำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 5896/2564 จึงกำหนดมาตรการปิดสถานที่หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญ ดังนี้ ข้อ 1 มาตรการปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค 1. สถานบริการ สถานบันเทิง และสถานบริการอื่นในลักษณะคล้ายกัน และ 2. สนามชนไก่ สนามกัดปลา สนามมวย หรือสถานที่จัดให้มีการเล่นการพนัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ให้กิจกรรมดังต่อไปนี้ ปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค ตามที่ทางราชการกำหนดป้องกันการแพร่ะบาดของโรคโควิด-19 และปฏิบัติตามคู่มือและหลักเกณฑ์การปฏิบัติ Covid ตามผนวก แนบท้ายคำสั่งนี้
1.การซ้อมชนไก่ โดยไม่มีผู้เข้าชมในสนามและงดการจัดให้มีการเล่นการพนัน โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือและเกณฑ์การปฏิบัติของสถานที่และกิจกรรม 2.การจัดแข่งขันชกมวยในสนามมวยชั่วคราว เพื่อผลิตรายการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แบบไม่มีผู้ชมและงดจัดให้มีการเล่นการพนัน โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือและหลักเกณฑ์การปฏิบัติ 3.สถานที่จัดให้มีโต๊ะสนุกเกอร์บิลเลียด หรือโต๊ะพูล และ 4.ร้านเกมคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลซึ่งมีจำนวนรวมกันมากกว่า 200 คนและปฏิบัติตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ สถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค 1.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ 2. ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้บริโภคในร้านได้ตามปกติ โดยจำหน่ายและดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านได้ไม่เกิน 22.00 น. และสามารถเล่นดนตรีได้โดยจำกัดจำนวนนักดนตรีไม่เกิน 5 คน โดยนักดนตรีต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา นักร้องถอดหน้ากากอนามัยได้เฉพาะขณะร้องเพลงหรือแสดง ห้ามสัมผัสคลุกคลีกันระหว่างนักร้องนักดนตรีและลูกค้า และปฏิบัติตามคู่มือและหลักเกณฑ์การปฏิบัติCovid Free Setting ตามผนวกแนบท้ายคำสั่งนี้ 3. ตลาดสด ตลาดนัด ถนนคนเดิน ให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามที่ทางราชการกำหนด และจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการตามขนาดของพื้นที่ 1 คน ต่อ 4 ตารางเมตร 4.ร้านสะดวกซื้อ ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ 5.สถานที่เล่นกีฬาหรือแข่งขันกีฬา หรือสถานที่ออกกำลังกายให้เปิดบริการ และจัดการแข่งขันได้ทุกประเภท 6. สถาบันการศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก ตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด กรณี การจัดการศึกษาแบบนำร่องในการเปิดสถานศึกษารูปแบบใหม่ของการศึกษาเอกชนตามโครงการเปิดโรงเรียนอย่างปลอดภัย (Phuket Safety Schools Sandbox) ให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้โดยมติเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดภูเก็ต และปฏิบัติตามมาตรการ แนวทางปฏิบัติที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 มาตรการตรวจสอบเข้มงวดกับสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคแบบกลุ่มก้อน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายหรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เข้มงวดในการตรวจสอบสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เช่น โรงงาน สถานที่พักของแรงงานต่างด้าว หรือสถานที่อื่น ๆให้เป็นไปตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบ รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118173</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณรงค์ วุ่นซิ้ว, ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน, ปิดสถานที่, ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153c50794950.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เผยมาตรการเยียวยากิจการใน 10 จว.สีแดงเข้ม ช่วยผู้ประกันตน ลดค่าไฟค่าน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64 - ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha&amp;rdquo; ระบุว่า เรียนพี่น้องประชาชนทุกท่าน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เพิ่มสูงขึ้น จนทำให้ต้องมีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ที่ต้องปิดสถานที่และกิจการต่างๆ เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อพี่น้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมได้รับรู้ปัญหาของพี่น้องกลุ่มต่างๆ และไม่เคยหยุดคิดที่จะหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด โดยมาตรการล็อกดาวน์ในครั้งนี้ ผมได้สั่งการให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจเสนอมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด ซึ่งได้มีการประชุมไปแล้วเมื่อวานนี้ (12 ก.ค.) และคณะรัฐมนตรีได้ให้การเห็นชอบมาตรการที่นำเสนอในวันนี้(13 ก.ค.) โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ สำหรับลูกจ้างและกิจการใน 10 จังหวัดสีแดงเข้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 ขอบเขตของกิจการที่ได้รับการเยียวยา กลุ่มที่ 1: 9 หมวดกิจการ (เพิ่มเติมจากเดิม 4 หมวด) ประกอบด้วย 1) ก่อสร้าง 2) ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 3) ศิลปะ บันเทิงและนันทนาการ 4) กิจกรรมการบริการด้านอื่น ๆ 5) ขายส่งขายปลีกและซ่อมยานยนต์ 6) ขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 7) กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุนกิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และกิจกรรมทางวิชาการ 9) ข้อมูลข่าวสารและสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2: 5 กิจการของถุงเงิน (เพิ่มเติมจากเฉพาะร้านอาหารและเครื่องดื่ม) ประกอบด้วย 1) ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 2) ร้าน OTOP 3) ร้านค้าทั่วไป 4) ร้านค้าบริการ 5) กิจการขนส่งสาธารณะ (ไม่รวมกิจการขนาดใหญ่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 ระยะเวลาในการให้ความช่วยเหลือ: 1 เดือน (อาจมีการขยายต่อตามสถานการณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3 รายละเอียดของการเยียวยา แบ่งตามกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ลูกจ้าง ม.33 ในกิจการ 9 หมวด รัฐจะจ่ายเงินเยียวยาให้ 50% ของรายได้ (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท) และจ่ายสมทบให้ลูกจ้างสัญชาติไทยอีก 2,500 บาทต่อคน รวมแล้วได้สูงสุด 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นายจ้าง ม. 33 ในกิจการ 9 หมวด รัฐจะจ่ายให้ตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาทต่อราย สูงสุดไม่เกิน200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สำหรับผู้ประกันตนตาม ม. 39 และ 40 รัฐบาลจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้ 5,000 บาทต่อคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ผู้ประกอบอาชีพอิสระ (freelance) ให้ขึ้นทะเบียนตาม ม. 40 ภายในเดือน ก.ค. นี้ เพื่อรับค่าช่วยเหลือ 5,000 บาท (ตามข้อ 3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างแต่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ให้ขึ้นทะเบียนตาม ม.33 ภายในเดือนก.ค. นี้ เพื่อรับเงินช่วยเหลือตามข้อ 1 และ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ผู้ประกอบการที่ไม่มีลูกจ้าง และไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ให้ขึ้นทะเบียนตาม ม. 40 ภายในเดือน ก.ค. นี้ เพื่อรับค่าช่วยเหลือ 5,000 บาท (ตามข้อ 3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ผู้ประกอบการในระบบ &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; 5 หมวด ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; และโครงการ &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; ที่ &amp;ldquo;มีลูกจ้าง&amp;rdquo; ให้ขึ้นทะเบียนตาม ม.33 ภายในเดือน ก.ค. นี้ เพื่อรับเงินช่วยเหลือตามข้อ 1 และ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ผู้ประกอบการในระบบ &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; 5 หมวด ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; และโครงการ &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; ที่ &amp;ldquo;ไม่มีลูกจ้าง&amp;rdquo; ให้ขึ้นทะเบียนตาม ม. 40 ภายในเดือน ก.ค. นี้ เพื่อรับค่าช่วยเหลือ 5,000 บาท (ตามข้อ 3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งสิ้นภายใต้กรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน สำหรับประชาชนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 ค่าไฟฟ้า ให้มีการลดค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เฉพาะอย่าง องค์กรไม่แสวงหากำไร และการสูบน้ำเพื่อการเกษตร (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) เป็นเวลา 2 เดือน คือ ก.ค. และ สค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้คิดดังนี้ 1) หากใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าไฟเดือน ก.พ. 64 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้จริง 2) หากใช้ไฟฟ้ามากกว่าค่าไฟเดือนก.พ. 64 หากไม่เกิน 500 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 3) หากใช้ 501 - 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 บวกด้วยหน่วยที่มากกว่าหน่วยของเดือนก.พ. 64 ในอัตราร้อยละ 50 4) หากใช้มากกว่า 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 บวกด้วยหน่วยที่มากกว่าหน่วยของเดือน ก.พ. 64 ในอัตราร้อยละ 70 ทั้งนี้ให้เป็นส่วนลดก่อนการคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สำหรับกิจการขนาดเล็ก &amp;nbsp;ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 100 หน่วยแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สำหรับกิจการขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เฉพาะอย่าง องค์กรไม่แสวงหากำไร และการสูบน้ำเพื่อการเกษตร ให้ยกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) ไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 ค่าน้ำประปา ลดร้อยละ 10 สำหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก ระยะเวลา 2 เดือน(ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) เป็นเวลา 2 เดือน คือ ก.ค. และ สค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรวมทั้งสิ้นภายใต้กรอบวงเงิน 12,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการความช่วยเหลือบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชนด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1 มาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. เห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หารือกับสถานศึกษาในสังกัดเพื่อกำหนดแนวทางลดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่างๆ ในภาคเรียนที่ 1 /2564 และให้จัดทำโครงการที่รัฐร่วมสมทบส่วนลดบางส่วนให้แก่สถานศึกษา ให้เสนอครม. ภายใน1 สัปดาห์ รวมถึงแนวทางการช่วยเหลือปัญหาทางการเงินแก่สถานศึกษาเอกชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2 มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ครม. มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยหารือกับธนาคารพาณิชย์ ดำเนินมาตรการผ่อนปรนการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย หรือเลื่อนงวดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ให้แก่ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการอย่างจริงจัง และกำหนดมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนสำหรับผู้ให้บริการนอกระบบการกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย และกำหนดมาตรการจริงจังสำหรับผู้ทวงถามหนี้ที่ดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรมกับประชาชนด้วย และให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเยียวยาในครั้งนี้ แม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณพอสมควร แต่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และมีความจำเป็น เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนได้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ ผมขอให้พวกเราทุกคนไม่ยอมแพ้ต่อช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมและรัฐบาลจะหาทางช่วยทุกท่านให้ได้มากที่สุด และจะไม่มีวันยอมแพ้ต่อสงครามครั้งนี้ ไม่ลดละเลิกล้มความพยายาม ไม่ว่าจะมีอุปสรรคหรือปัญหาใดๆ และจะสู้จนกว่าเราจะเอาชนะได้ครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดสถานที่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม, ล็อกดาวน์, เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3cdd4019aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มวันนี้ &#039;กทม.&#039;สั่งปิดโรงเรียน-สถานบันเทิง และกำชับเวลาเปิดปิดห้าง-ร้านอาหารอย่างเคร่งครัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เมษายน 2564 &amp;nbsp;พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวฉบับที่ 24&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 20 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2564 กำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด ซึ่งกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 จึงมีประกาศ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้ปิดสถานที่เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
-อาคารสถานที่ของโรงเรียน สถาบันกวดวิชา และสถาบันการศึกษาทุกประเภท ห้ามใช้เพื่อจัดการเรียน การสอน การสอบ การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก โดยให้สามารถใช้เป็นสถานที่เพื่อให้ความช่วยเหลืออุปการะ สงเคราะห์ การเรียน การสอน หรือกิจกรรมเพื่อการสื่อสารแบบทางไกลหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการจัดกิจกรรมของทางราชการหรือกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้คำสั่งปิดสถานที่ดังต่อไปนี้ ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป เพื่อประเมินสถานการณ์และดำเนินการตามมาตรการหรือแนวทางปฏิบัติที่นายกรัฐมนตรีกำหนด
2.1 สถานบริการ สถานประกอบการ ที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานประกอบกิจการอาบน้ำ สถานประกอบกิจการอาบอบนวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
2.2 สนามชนไก่และสนามซ้อมชนไก่ สนามชนโค สนามกัดปลา หรือสนามแข่งขันอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ
3.1 ร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ รถเข็น หาบเร่ แผงลอยภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ซึ่งไม่รวมถึงสถานบริการผับบาร์ ให้เปิดดำเนินการได้และสามารถบริโภคในร้านได้จนถึงเวลา 21.00 น. และให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มได้จนถึงเวลา 23.00 น. ในลักษณะของการนำไปบริโภคที่อื่น ห้ามการบริโภคสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน โดยจัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำกัดจำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน และการจัดสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคเพื่อเก็บยังการแพร่ระบาดของโรค3
3.2 ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้น ๆ จนถึงเวลา 21.00 น. โดยให้จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ และงดเว้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ยกเว้นส่วนที่เป็นตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม และสวนสนุก ให้งดการให้บริการ
3.3 ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้น ๆ แต่ไม่เกินเวลา 23.00 น. สำหรับร้านหรือสถานที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้เริ่มเปิดได้ในเวลา 04.00 น.
3.4 สนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกิน 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้โดยจำกัดจำนวนผู้ชมในสนาม
3.5 การจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค เช่น การประชุมสัมมนา จัดเลี้ยง แจกอาหารหรือสิ่งของต่าง ๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการโดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เกิน 50 คน กรณีเกิน 50 คนแต่ไม่เกิน 1,000 คน ให้ขออนุญาตโดยยื่นแผนการจัดงานและมาตรการควบคุมโรคต่อสำนักงานเขตพื้นที่ก่อนจัดงาน
กรณีเกิน 1,000 คนให้ขออนุญาตโดยยื่นแผนการจัดงานและมาตรการควบคุมโรคต่อ สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ก่อนจัดงาน เว้นแต่เป็นการดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นกิจการในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรค โดยดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคเพื่อยับยั้งการแพทยระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม อาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศกทม., ปิดสถานที่, พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606b0a1e578a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
