<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน ! ผู้ว่าฯภูเก็ตลงนามคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงผับ บาร์ สถานศึกษาฯ ตั้งแต่ 17-31 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 15 ส.ค.64 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ได้ขยายขอบเขตออกเป็นวงกว้าง ในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนในหลายพื้นที่ และพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดภูเก็ตจึงจำเป็นต้องกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการ เพื่อเร่งแก้ไขและระงับยับยั้งสถานการณ์ให้คลี่คลายลงโดยเร็ว โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 48/2564เมื่อวันที่14 สิงหาคม 2564
จึงลงนามคำสั่งที่ &amp;nbsp;4626/2564 ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2564 &amp;nbsp;เรื่อง มาตรการปิดสถานที่หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค
สาระสำคัญ &amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มาตรการปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานบันเทิง และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ทุกแห่งในท้องที่จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนามชนไก่ สนามกัดปลา สนามแข่งนก สนามแข่งไก่ สนามมวย หรือสถานที่จัดให้มีการเล่นการพนัน รวมถึง สนามฝึกซ้อมหรือกิจกรรมอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่จัดให้มีโต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด หรือโต๊ะพูล &amp;nbsp;ร้านเกมคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์ &amp;nbsp;โรงเรียนสอนมวย และโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ทุกประเภท (วูชู คาราเต้ เทควันโด มวยไทย
มวยสากล ยูโด ไอกิโด เป็นต้น)&amp;nbsp;
สระว่ายน้ำที่เปิดให้บริการประชาชนเป็นการทั่วไปทั้งในส่วนของราชการ และ
ผู้ประกอบการเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานศึกษาในระบบทุกแห่งทุกสังกัดในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน มหาวิทยาลัย และสถาบันกวดวิชา ทุกแห่ง งดการจัดการเรียนการสอนและงดการจัดกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องมีการรวมกลุ่มของนักเรียนนักศึกษา ยกเว้น โรงเรียนเอกชนนอกระบบที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนไม่เกิน 5 คน &amp;nbsp;โดยให้สถานศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาจัดการเรียนการสอนด้วยการไม่ต้องเข้าชั้นเรียนตามรูปแบบที่ตันสังกัดกำหนดหรือรูปแบบที่เหมาะสมตามที่กำหนด โดยปรับการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค &amp;nbsp; ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลซึ่งมีจำนวนรวมกันมากกว่า 50 คนแต่ เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถา
ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรม สังสรรค์ ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่
สาธารณะ ชายหาด สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ถนนริมคลอง ถนนรอบอ่างเก็บน้ำ ขุมน้ำสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ สถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค &amp;nbsp; ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะ
คล้ายกัน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ ยกเว้น ส่วนที่เป็นตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก ให้งดบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ตามปกติโดยงดการจำหน่าย และงดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในร้าน &amp;nbsp; ตลาดสด ตลาดนัด ถนนคนเดิน ให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามที่ทางราชการกำหนด และจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการตามขนาดของพื้นที่ 1คน ต่อ 4 ตารางเมตร
ร้านสะดวกซื้อ ให้เปิดดำเนินการได้ตามปกติตั้งแต่เวลา 04.00 นาฬิกา ถึงเวลา 23.00นาฬิกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายกลางแจ้ง สวนสาธารณะ ลาน พื้นที่กิจกรรมสาธารณะโล่งแจ้งและกีฬาในร่ม สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 นาฬิกา แต่ห้ามเล่นกีฬาที่มีการปะทะกันและต้องไม่มีผู้ชมหรือชุมนุมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่หรือสนามออกกำลังกายในร่ม โรงยิม ฟิตเนส โยคะ แอโรบิก คลาสออกกำลังกายแบดมินตัน สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 นาฬิกา โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการตามขนาดของพื้นที่และผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคชีนครบโดส และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่ทาง
ราชการกำหนด รวมถึงมาตรการ D-M-H-T-T-A&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การจัดกิจกรรมทางสังคม &amp;nbsp;ให้งดการจัดงานสังสรรค์ งานเลี้ยง งานรื่นเริง งานวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่ เลี้ยงรับ - ส่ง
และเลี้ยงฉลองแสดงความยินดีในโอกาสต่าง ๆ กรณีการจัดพิธีการตามประเพณีนิยมหากไม่สามารถเลื่อนได้ เช่น งานพิธีการศพ งานอุปสมบท งานมงคลสมรส วันสำคัญทางศาสนาหรืองานบุญ ให้สามารถดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคที่เพียงพอเพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. มาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการภาคเอกชน พิจารณาขยายการดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง เพื่อลดจำนวนการเดินทางของเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นระยะเวลาตามความจำเป็นเหมาะสม เพื่อป้องกันและลดโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งนี้ การปฏิบัติงานดังกล่าวให้เพียงพอต่อภารกิจให้บริการประชาชน
ห้ามมิให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารและพนักงานส่วนท้องถิ่นพนักงานราชการ ลูกจ้างส่วนราชการ เดินทางออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ยกเว้น มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน และต้องได้รับอนุญาตตามแบบที่กำหนดแนบท้ายคำสั่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งเมื่อรวมคนทำงานหน้าฉากและทุกแผนกแล้ว ต้องมีจำนวนไม่เกิน 50 คน และต้องไม่มีผู้ชม
เข้าร่วมรายการ การยกเว้นไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าในบางกรณีหรือบางช่วงเวลาของการถ่ายทำ
ต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ตามที่ได้รับอนุมัติจาก ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. มาตรการตรวจสอบเข้มงวดกับสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคแบบกลุ่มก้อน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้มงวดในการตรวจสอบสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เช่น โรงงาน สถานที่พักของแรงงานต่างด้าว หรือสถานที่อื่น ๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบ
รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 &amp;nbsp;สิงหาคม &amp;nbsp;ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113312</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ วุ่นซิ้ว, ปิดสถานที่เสี่ยง, ภูเก็ต, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60faa252a3b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอภ.นิคมคำสร้อย มอบปลัดแจ้งความจับเจ้าของบ่อนไก่ชน-นักข่าวถูกข่มขู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64 - เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. นายชายสิทธิ์&amp;nbsp;สุวรรณโชติ&amp;nbsp;นายอำเภอนิคมคำสร้อย ได้มอบหมายให้ นางสาวศศิพิญญานันท์ อาจวิชัย&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ร.ต.อ.อาคม วังคะฮาต&amp;nbsp;ร้อยเวรสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย&amp;nbsp;กรณีมีการจัดให้มีการเล่นพนันการพนันชนไก่ เอาผิดกับเจ้าของบ่อนไก่ชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตั้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหา ประกอบด้วย 1.จัดให้มีการเล่นการพนัน ซึ่งให้สัตว์ต่อสู้หรือแข่งกัน (ชนไก่) ของ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 โดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ตามมาตรา 34&amp;nbsp; 3. ร่วมกันชุมนุม ทำกิจกรรม หรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548&amp;nbsp;และ 4. ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดมุกดาหารที่ 1689/2564&amp;nbsp; เรื่องปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ของโรค และกำหนดเงื่อนไขการเปิดดำเนินการสำหรับกิจกรรม กิจการ บางประเภทเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากกรณีได้มีกลุ่มลักลอบเล่นพนันชนไก่ที่สนามชนไก่ชั่วคราว&amp;nbsp;มีนักพนันประมาณ 50 คนที่มาเล่นในวันนั้น ส่วนบ่อนตั้งอยู่ที่สวนยางพาราหลังบ้านเลขที่ 115 หมู่ 10 บ้านเกษตรสมบูรณ์ ต.นากอก อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;ซึ่งวันเวลาดังกล่าวไม่สามารถทำการเล่นและเปิดได้&amp;nbsp;เพราะเป็นคำสั่งของจังหวัด อยู่ในช่วงมีคำสั่งให้งดการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องการแพร่ระบาดโควิด-19 ตามมาตรการของ ศบค. จ.มุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.เกียรติศักดิ์&amp;nbsp;บำรุงสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้กำกับการ สภ.นิคมคำสร้อย&amp;nbsp;กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามระเบียบแล้ว โดยได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ส่วนหนึ่งแล้ว โดยในชั้นนี้ทราบตัวผู้ต้องหาส่วนหนึ่งแล้ว ซึ่งทั้งหมดมารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากทางการแล้ว และจะออกหมายเรียกผู้ต้องหาส่วนที่ทราบตัวนี้มารับทราบข้อกล่าวหา หลังจากพ้นระยะกักตัว 14 วัน ส่วนที่มีการโพสต์ในเฟสบุ๊คในลักษณะโชว์ปืน ข่มขู่นักข่าวที่มีการลงข่าวจับนักพนันชนไก่&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนไม่ได้นิ่งเฉย ขณะนี้ทราบตัวคนโพสต์แล้ว กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายจับเพื่อมาดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขู่นักข่าว, จังหวัดมุกดาหาร, บ่อนไก่ชน, ปิดสถานที่เสี่ยง, พรก.ฉุกเฉิน, พรบ.โรคติดต่อ, มั่วสุม, สภ.นิคมคำสร้อย, อำเภอนิคมคำสร้อย, เล่นการพนัน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_60954670dc795.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับบิ๊กตู่ไม่ใส่แมสก์ ‘อัศวิน’นำแจ้งความ ขณะประชุมที่ทำเนียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; สังเวยไม่ใส่แมสก์ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; นำทีมแจ้งความพร้อมเปรียบเทียบปรับ 6,000 บาท ส่วนกรณีขับรถคนเดียวยังมึน! ฝ่ายกฎหมาย กทม.บอกไม่ผิด แต่ ผบช.ภ.1 มองว่าผิด หลายจังหวัดเข้มมาตรการไม่สวมใส่หน้ากาก พร้อมปิดสถานที่เสี่ยง ยอดรายวันติดเชื้อใหม่ยังพุ่งในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 26 เมษายน ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ได้รวบรวมจังหวัดที่มีคำสั่งกำหนดมาตรการให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าเมื่ออยู่นอกเคหสถาน หากฝ่าฝืนจะต้องโทษปรับเป็นเงินจำนวน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 นั้น ล่าสุดพบว่ามี 50 จังหวัดแล้ว ส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของ กทม.ชี้แจงว่า กรณีขับรถหรืออยู่ในรถคนเดียวไม่ใส่หน้ากากอนามัยได้ แต่ถ้ามีคนอื่นนั่งมาด้วยต้องใส่หน้ากากอนามัย ฝ่าฝืนจะถูกโทษปรับตามกฎหมายสำหรับผู้ไม่ใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในโลกโซเชียลได้เกิดกระแสโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยในระหว่างการประชุมทีมที่ปรึกษาเรื่องการจัดหาวัคซีนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่ผู้ร่วมประชุมทุกคนสวมใส่ จนเกิดคำถามจากสังคมว่าประกาศของ กทม.เลือกปฏิบัติหรือไม่อย่างไร และเมื่อเวลา 15.43 น. เพจเฟซบุ๊กประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ซึ่งก่อนหน้านี้ได้โพสต์ข้อความและภาพการประชุมดังกล่าว ล่าสุดได้ลบภาพออกไปแล้ว เนื่องจากเป็นภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยจนเกิดคำถามจากสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนี้ว่า หลังจากการประชุม นายกฯ ได้แจ้งมาให้ตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดหรือไม่ ซึ่งได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน หรือสถานที่พำนัก เป็นความผิดตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งความผิดดังกล่าว พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ โดยมีอัตราการเปรียบเทียบปรับตามบัญชีท้ายเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อมาผมพร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต จึงเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล โดยผมได้กล่าวหาในฐานความผิดดังกล่าว ซึ่งนายกฯ ยินยอมให้ทำการเปรียบเทียบปรับ จึงได้ให้พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ทำการเปรียบเทียบปรับตามอัตราดังกล่าว&amp;rdquo; พล.ต.อ.อัศวินโพสต์ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในรถจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบกับ สภ.บางปะหัน ยืนยันว่าการจับกุมตำรวจมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติและบังคับใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ยังกล่าวถึงการขับรถมาคนเดียวไม่สวมหน้ากากอนามัยว่า ฝ่ายกฎหมายของ กทม.เห็นว่ายังไม่ชัดเจน ซึ่งตำรวจก็เห็นสอดคล้อง เพราะไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 ก็อาจพิจารณาหรืออนุโลม ซึ่งต้องใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งประชาสัมพันธ์และแจ้งการรับรู้ให้ประชาชน หากผ่านช่วงนี้ไปแล้วยังพบว่าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามก็จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) แถลงชี้แจงการปรับ 500 บาทของ สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ในความผิดฐานไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่นอกเคหสถาน ว่าพนักงานสอบสวนเข้าใจไปว่ามีอำนาจตามกฎหมายควบคุมโรคสามารถเปรียบเทียบปรับได้เอง จึงสั่งปรับเป็นเงิน 500 บาท ซึ่งได้แย้งไปว่ากรณีนี้พนักงานสอบสวนต้องปรับในอัตราขั้นต่ำเป็นเงิน 6,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาขอให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนส่งฟ้องศาลแขวง เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจ?ในการสั่งปรับแทน โดยเชื่อว่าน่าจะปรับได้ต่ำกว่าเงิน 6,000 บาท ดังนั้นจึงใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งเพิกถอนการเสียค่าปรับ 500 บาทไปแล้ว โดยให้ส่งศาลพิจารณา พร้อมตำหนิพนักงานสอบสวนที่ทำไปโดยพลการ ซึ่งจากนี้จะกำชับไปยังตำรวจภูธรจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางเดียวกันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลยังชี้แจงถึงการขับรถยนต์คนเดียวโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยเข้าข่ายความผิดกฎหมายหรือไม่ ว่า หากตีความตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดถือว่าผิด เพราะแม้ว่าจะอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว แต่คำสั่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตาม เพื่อให้เป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงไม่ต้องการให้ประชาชนตีความเป็นอย่างอื่น เพราะหากมีความผิด ตำรวจก็จำเป็นต้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.1 ยืนยันว่าตำรวจมีการใช้ดุลยพินิจ ไม่ใช่จ้องที่จะเข้าไปจับปรับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยอย่างเดียว แต่ดูที่เจตนา หรือกรณีมีการกระทำความผิด หรือได้รับการร้องเรียน ว่ามีการฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยบ่อยครั้งในพื้นที่สาธารณะ ตำรวจจึงจะเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการบังคับใช้เรื่องดังกล่าวในพื้นที่ต่างๆ และตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดนั้น ที่ จ.ปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ได้แถลงคำสั่งจังหวัดปทุมธานีที่ 3927/2564 ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว และกำหนดมาตรการควบคุมป้องกันโรคเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.สมุทรปราการ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อจำนวน 110 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.จนถึงปัจจุบัน 1,176 ราย อยู่ในพื้นที่ 662 ราย และนอกพื้นที่ 514 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐ 191 ราย, โรงพยาบาลเอกชน 278 ราย และรักษาใน Hospitel 275 ราย ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้มีคำสั่งให้สถานีตำรวจภูธรทุกแห่งในจังหวัดสมุทรปราการ กวดขันจับกุมผู้ที่ไม่ใส่แมสก์หรือหน้ากากอนามัยที่สัญจรไปมาทั้งในรถยนต์และที่เดินตามถนนหนทาง ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่? สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานผู้ป่วยโควิด-19? รายใหม่ลดลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดมี 78 ราย ส่งผลให้ยอดสะสมอยู่ที่ 3,302 ราย ขณะที่จังหวัดได้ออกมาตรการเพิ่มเติมในมาตรการควบคุมการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ อ.เกาะช้าง จ.ตราด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย ส่งผลให้ทาง อ.เกาะช้าง และสำนักงานสาธารณสุข พร้อมผู้ประกอบการได้ร่วมประชุมหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งมีความเห็นตรงกันที่จะให้มีการปิดเกาะช้างเป็นระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ หรือประมาณ 21 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ที่ จ.นครราชสีมา ได้มีการกำชับถึงการเอาจริงในการสวมใส่แมสก์ เพราะล่าสุดพบผู้ติดเชื้อใน 26 อำเภอ จาก 32 อำเภอแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20 ราย รวมมียอดผู้ป่วยสะสม 467 ราย รักษาหาย 88 ราย ยังรักษาอยู่ 378 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 12 ราย ทำให้จำนวนยอดผู้ป่วยสะสมรวม 325 ราย รักษาหายขาดแล้ว 44 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลต่างๆ ทั้ง 26 อำเภอมี 281 ราย และได้รับข่าวดีเมื่อรัฐบาลได้พิจารณาให้ขอนแก่นได้รับวัคซีนซิโนแวครอบพิเศษที่จะส่งมายังจังหวัดในช่วงปลายเดือนนี้ โดยยังคงรอข้อสรุปว่าจะได้จัดสรรมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครพนม พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 7 ราย รวมยอดสะสม 84 ราย แต่ที่จังหวัดกังวลคือการป้องกันกลุ่มคนที่หนีจากพื้นที่เสี่ยง เช่น กทม.มารักษาที่นครพนม เพราะมีรายงานข่าวว่าเตียงสนามไม่เพียงพอ และล่าสุดพบแล้ว 2 เคส คือสาวไปทำงานที่ จ.ปัตตานี และชายชาวจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.หนองคาย พบมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 10 ราย ยอดสะสม 40 ราย รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 6 ราย ขณะที่ จ.อำนาจเจริญนั้น รายงานว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย ผู้ป่วยยืนยันระลอก 3 สะสม 32 ราย ส่วน จ.บุรีรัมย์ได้ออกมาตรการเข้ม โดยหากมีครอบครัวมาจากพื้นที่สีแดงจะกักตัว 14 วัน และครอบครัวสีเหลืองจะมีป้ายแยกในรายครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพื้นที่ในภาคใต้นั้น จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่ม 24 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 239 ราย รักษาหายแล้ว 13 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 226 ราย เช่นเดียวกับที่ จ.ปัตตานี ที่พบผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีก 4 ราย ยอดรวมพุ่งเป็น 50 ราย ไม่ต่างจากที่ จ.พัทลุง ที่มีพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีก 7 ราย ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 115 ราย โดยได้มีการหารือและอาจมีการล็อกดาวน์หมู่บ้านที่มีผู้ติดเชื้อสูงด้วย ส่วนที่ จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 38 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1-26 เม.ย. รวม 492 ราย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100836</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ปรับบิ๊กตู่, ปิดสถานที่เสี่ยง, มาตรการไม่สวมใส่หน้ากาก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ใส่หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086cdb1d06a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
