<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มท.1สั่งปิดสถานบริการผับ-บาร์ทั่วประเทศ14วันวอนปชช.อยากชนะโควิด-19ต้องร่วมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20มี.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการบัญชาการสถานการณ์เกี่ยวกับการป้องกันถ้าระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้สั่งการไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมใกล้ชิด รวมถึงสั่งการให้สถานบันเทิง สถานบริการ สนามมวย ใน กทม.ปิดเวลา 14 วัน สำหรับต่างจังหวัดให้คณะกรรมการจังหวัดที่มี ผวจ.เป็นประธาน เป็นผู้พิจารณาปิดหรือไม่ปิดสถานที่ยกตัวอย่าง จ.พิษณุโลก คณะกรรมการแจ้งว่ายังไม่พบการแพร่ระบาด ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปถึงทุกจังหวัดตามข้อพิจารณาเรื่องการปิดผับและสถานบันเทิงไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนและคาดว่านับตั้งแต่วันนี้ทุกจังหวัดจะปิดสถานบริการผับบาร์ทั้งหมดทั่วประเทศ14วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศไปแล้ว มี 68 ด่านชายแดน ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ขาดเพียงด่านชายแดนถาวร 5 แห่ง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะไปพิจารณาประกาศปิดเพิ่ม รวมทั้งหมดเป็น 73 แห่ง นอกจากนั้นได้ปิดจุดผ่อนปรน 51 แห่ง สำหรับจุดผ่านแดนถาวรจะพิจารณาเท่าที่จำเป็นต่อการสัญจรระหว่างแดนเหลือจังหวัดละหนึ่งแห่ง หรือถ้ามีความจำเป็นผู้ว่าราชการสามารถสั่งปิดได้ทั้งหมด ส่วนจังหวัดเชียงรายที่มีพรมแดนติดกับ 3 ประเทศ จะยกให้เป็นกรณีพิเศษ สำหรับมาตรการที่จะดำเนินการกับผู้ผ่านเข้าออกต้องพิจารณาอย่างรัดกุมทั้งกับคนไทยและชาวต่างชาติ ที่มาจาก 4 ประเทศกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งบุคคลมาจากประเทศที่มีการระบาดต่อเนื่องจำนวน 11 ประเทศ ต้องกักตัว14 วัน ซึ่งกำชับให้ทุกจังหวัดดำเนินการอย่างรัดกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะขอร่วมมือประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการ โดยเฉพาะในจุดที่มีการตั้งศูนย์ระดับอำเภอ อย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนนี้คงหมายรวมถึงทั้งประเทศ จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ทำตามมาตรที่เจ้าหน้าที่กำหนด เช่น หากใครไปในพื้นที่เสี่ยง มาต้องกักตัวเองในที่พัก หากทุกคนช่วยกันจะลดการระบาดของโรคได้ เราเน้นย้ำทุกพื้นที่ทั่วประเทศติดตามผู้ที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ถ้ากำหนดพื้นที่ได้จะดูแลในพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ได้ หากพบการแพร่ระบาดมากอาจจะมีมาตรการพิเศษในพื้นที่นั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รัฐบาลจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนอย่างไรในการรับมือสถานการณ์ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า หากประชาชนทำตามที่กระทรวงสาธารณสุขแจ้งไว้ และร่วมมือช่วยกัน เช่น คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ใน กทม.และปริมณฑล ก็ไม่ควรเดินทางไปต่างจังหวัด ถ้าช่วยกันมั่นใจว่าจะควบคุมได้ และคนในต่างจังหวัดต้องป้องกันอย่างรัดกุม ไม่มีที่ไหนทำสำเร็จถ้าประชาชนไม่ร่วมกัน หากจะรอแต่รัฐมาตรวจแล้วจับไปรักษาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะคนที่จะพาเชื้อโรคไปได้คือประชาชน ถ้าลดโอกาสนำพาเชื้อ แพทย์จะดูแลคนเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่ถามว่ารัฐพร้อมแค่ไหน อยากให้เหตุการณ์สงบต้องร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60340</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดสถานบริการ14วัน, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สะกัดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e744664229bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
