<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่นส.ส.ปิดสภาหนีโควิดฝ่ายค้านย้ำซักฟอกแน่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดสภาหนีโควิด! &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo;หารือวิป 3 ฝ่าย มติเลื่อนประชุมสภา-กมธ.ออกไป 2 สัปดาห์ จนถึง 25 ก.ค. &amp;nbsp;ฝ่ายค้านยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี &amp;nbsp;แต่ยังขู่ฟ่อ เจอแน่ศึกซักฟอกรัฐบาล เตรียมยื่นเดือนสิงหา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล, ส.ส.ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการเลื่อนประชุมสภา ภายหลังจาก ศบค.ออกมาตรการคุมเข้มด้านต่างๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จนอาจมีผลกระทบต่อการประชุมสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวก่อนการประชุมว่า จากการหารือกับ ศบค.แต่ละครั้ง ศบค.อนุมัติให้สภาประชุมจนสิ้นสุดสมัยประชุมได้ อย่างไรก็ตาม สภาต้องให้ความร่วมมือในช่วงที่รัฐบาลประกาศคุมเข้ม 2 สัปดาห์ เรื่องการงดการเดินทาง จะหารือกันในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายว่าหากจะหยุดประชุมสภาจะใช้เวลากี่วันจึงเหมาะสม มาตรการความปลอดภัยในรัฐสภามีความเข้มงวดอยู่แล้ว โดยเฉพาะภายในห้องประชุมใหญ่ สมาชิกให้ความร่วมมือสวมใส่หน้า กากอนามัย และกำชับทุกฝ่ายไม่ให้หละหลวมต่อมาตรการต่างๆ ที่วางไว้ ขณะที่ส.ส.และบุคลากรที่ตรวจพบการติดเชื้อได้เข้ารักษาตัว และมีมาตรการทำงานที่บ้านอยู่แล้ว แต่หากต้องยกระดับสูงขึ้น จะต้องหารือทุกฝ่ายให้เข้าใจตรงกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังการประชุมว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรแจ้งงดการประชุมสภา 2 สัปดาห์ ให้มาประชุมสภาอีกครั้งวันที่ 29-30 ก.ค. และให้งดประชุมคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญทุกคณะ ยกเว้นคณะ กมธ.และ กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการประชุม กมธ.งบประมาณนั้น จะใช้การประชุมผ่านระบบซูมเกือบ 100%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ระหว่างงดประชุม 14วัน ต้องพิจารณาหามาตรการไปด้วยว่า หากครบ 14 วันแล้วสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะทำอย่างไร เพื่อพัฒนาให้สามารถอยู่กับโควิดให้ได้ ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น &amp;nbsp;การงดประชุมไม่ได้มีผลให้เปลี่ยนแปลงการยื่นอภิปรายไปได้ แม้สภาจะปิด แต่การตรวจสอบของฝ่ายค้านจะต้องดำเนินต่อ จะยื่นเมื่อใดยังบอกไม่ได้ แต่จะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะไม่เกินกลางเดือน ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง งดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน (จนถึงวันที่ 25 ก.ค.64) ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงเห็นสมควรร่วมกันในการรักษามาตรการดังกล่าวจึงให้งดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจนถึงวันที่ 25 ก.ค.64 ทั้งนี้ หากจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อใดจะแจ้งให้สมาชิกทราบต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ หัวหน้าพรรค แกนนำ ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ แกนนำพรรคเพื่อชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย เป็นต้น ร่วมประชุมผ่านระบบซูม เพื่อประเมินสถานการณ์รัฐบาล การแพร่ระบาดไวรัสโควิด และความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมเห็นว่า ประเทศเสียหายจากการระบาดของโควิด-19 ทั้งหมดเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดและล้มเหลวของรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เพื่อความรอบคอบและความครบถ้วนของประเด็นการอภิปราย และการมีส่วนร่วม ขอเชิญพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส่งข้อมูลความผิดพลาด ล้มเหลว รวมถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นมายังพรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็น การอภิปรายไม่ไว้วางใจร่วมกันระหว่างพี่น้องประชาชน ข้าราชการ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการหยุดยั้งรัฐบาลที่ล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ไม่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำงานอย่างต่อเนื่อง จะนำเสนอท่าทีและความเห็นต่อสถานการณ์ประเทศต่อไป จะมีการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 19 ก.ค. เวลา 10.00 น. รูปแบบการประชุมนั้นจะเป็นไปตามกฎหมายกำหนด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลว่า ถ้ารัฐบาลยังล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพแบบนี้ 120 วันเปิดประเทศคงไม่สำเร็จ แม้แต่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ก็จะล้มเหลว สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งทำคือให้ความสำคัญกับชุดตรวจ Rapid Antigen Test ที่เพิ่งคิดจะมาปลดล็อก แม้รัฐบาลจะผิดพลาดล้มเหลวซ้ำซากในการบริหารจัดการวัคซีน แต่วัคซีนคุณภาพคือทางออก &amp;nbsp;และการเยียวยาต้องรวดเร็วตรงจุดและเพียงพอแก่ประชาชนที่เผชิญความทุกข์ยากมาแล้วกว่า 18 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พลเอกประยุทธ์และพวกพ้ององคาพยพทั้งหมดต้องลาออก ยุติการสืบทอดอำนาจเพื่อเปิดโอกาสให้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชนได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การล็อกดาวน์จะทำให้รัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อเยียวยา ซึ่งจะทำให้หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้นทะลุเกินเพดานไปอีกมาก อีกทั้งจะทำให้การจัดเก็บรายได้ที่ลดลงพลาดเป้าอยู่แล้วยิ่งลดลงไปอีก &amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้การจัดงบประมาณในปีต่อไปต้องลดลงไปอีก แต่จะออก พ.ร.ก. เงินกู้เพิ่มไม่ได้แล้ว หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90.5% แล้วจะยิ่งพุ่งขึ้น คนจะจมหนี้ &amp;nbsp;บริษัท ห้างร้าน จะปิดตัวกันอีกมาก คนตกงานจะพุ่งสูง หนี้เสียธนาคารจะกระฉูด แล้วไม่มีทางที่พลเอกประยุทธ์จะแก้ไขได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลไร้ความสามารถ ทอดทิ้งให้ประชาชนต้องเผชิญกับการระบาดของไวรัสร้าย รัฐบาลไม่เคยยื่นมือเข้ามาช่วย ภาพของประชาชนจำนวนมากต้องนอนรอที่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขนนาน 2 วัน เพื่อรอโอกาสในการตรวจหาเชื้อ อีกส่วนที่ป่วย ก็นอนรอความตายอยู่ที่บ้านโดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่แม้แต่จะเหลียวมามอง การกระทำคือการทอดทิ้งประชาชน ไม่ต่างจากฆาตกร ที่เห็นคนตายทุกวันโดยไร้ความรู้สึกรับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าระบบสาธารณสุขดีเป็นอันดับ 6 ของโลก แต่วันนี้ถูก พล.อ.ประยุทธ์ทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่รวบอำนาจทั้งหมดไว้ในมือ มีเครื่องมือมากมาย แต่คิดไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ได้ ส่งผลให้ประชาชนต้องทนทุกข์โดยที่รัฐบาลไม่เคยแสดงออกถึงความห่วงใยใดๆ การประกาศล็อกดาวน์ 14 วัน ไม่เกิดประโยชน์ เพราะยังไม่สามารถที่จะตรวจหาเชื้อได้เลยว่าใครบ้างที่มีการติดเชื้อ เพื่อแยกคนติดเชื้อออกไปรักษา กักกันคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงเวลานี้หากพรรคร่วมรัฐบาลยังคงร่วมพายเรือที่ใกล้อับปางลำนี้ต่อไป ไม่รับรู้และไม่รู้สึกถึงความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ จะยังคงนั่งในเรือนี้ต่อไป ขอให้พี่น้องประชาชนจงจำไว้ว่าใครบ้างที่ร่วมกันทำร้ายท่าน แต่หากอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และมีโอกาสที่ประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงการรักษาที่ดีขึ้น หาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เพียง 30 เสียง &amp;nbsp;ประกาศเป็นสัญญากับประชาชนว่าจะไม่สนับสนุน ไม่ลงมติในสภาให้กับรัฐบาลชุดนี้ทุกกรณี แค่นี้ก็ช่วยชาติได้ และเป็นโอกาสที่จะนำพาประชาชนฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109498</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, ปิดสภาหนีโควิด, ศึกซักฟอกรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc67cdc46e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
