<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์เรียนรู้ทางทะเลแห่งแรกบนเกาะพีพี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดอ่าวมาหยา อาจไม่เพียงพอที่จะรักษาธรรมชาติทางทะเลให้มีความสมบูรณ์และยั่งยืนได้ จึงต้องใช้ความพยายามอีกระดับเพื่อปลุกจิตสำนึกคนในสังคมให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลเป็นที่มาของการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ทางทะเล(Marine Discovery Center : MDC) บนเกาะพีพี บริเวณด้านหน้าโรงแรมพีพีไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์แห่งนี้ นับเป็นศูนย์เรียนรู้ทางทะเลของเอกชนแห่งแรกสำหรับให้ความรู้ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตทางทะเล เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ &amp;nbsp;ช่วงจังหวะการเปิดศูนย์แห่งใหม่นี้มีขึ้นพร้อมกับการฟื้นฟูปะการังในอ่าวมาหยา โดยชักชวนครู นักเรียน และน้องๆ บนเกาะพีพีเรียนรู้การฟื้นฟูปะการัง การอนุบาลสัตว์ทะเลที่ติดอวน และการดูแลปลาการ์ตูนเพื่อเตรียมปล่อยสู่ธรรมชาติ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มาศูนย์นี้เข้าใจทะเลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นริศ เชยกลิ่น ผู้บริหารสิงห์ เอสเตท เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ทางทะเลพร้อมนร.บนเกาะพีพี

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ได้สนับสนุนโครงการประชารัฐเพื่ออุทยานฯ หาดนพรัตน์ฯ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลต่อเนื่อง ปี 59 โครงการพีพีกำลังจะเปลี่ยนไป &amp;nbsp;ปี 60 สานต่อในโครงการโตไวไว ปลูกปะการังที่เกาะยูง ปีนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดศูนย์เรียนรู้ทางทะเล MDC ใช้งบประมาณ 10 ล้านในการก่อสร้างตัวศูนย์ อุปกรณ์ และรวบรวมองค์ความรู้ โดยเปิดให้เข้าศึกษาได้ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องปลาการ์ตูน มีLABเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปลาการ์ตูน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความน่าสนใจของศูนย์ MDC ประธานสิงห์ เอสเตท ระบุว่า &amp;nbsp;แบ่งออกเป็น 4 โซน &amp;nbsp;โซนที่ 1 ห้องฉลาม นอกจากให้ความรู้ทางชีววิทยาและนิเวศวิทยาของปลาฉลามพันธุ์ต่างๆ ยังมีบ่ออนุบาลฉลามที่ติดอวน ดูแลพักฟื้น ก่อนปล่อยสู่ทะเล โซนที่ 2 ห้องเรียนรู้เกี่ยวกับเกาะพีพี &amp;nbsp;จัดแสดงข้อมูลอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี จุดดำน้ำน่าสนใจ โซนถัดมา รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยรอบ &amp;nbsp;โซนที่ 3 ห้องปลาการ์ตูน แสดงพันธุ์ปลาการ์ตูนพบในไทย บอร์ดเกมส์ปลาการ์ตูนสำหรับเด็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เรียนรู้ทางทะเลจัดกิจกรรมปลูกปะการัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนั้น ภายในยังมีห้องแลปสำหรับเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปลาการ์ตูน &amp;nbsp;โดยทางศูนย์จะมีจัดกิจกรรมปลูกปะการัง กิจกรรมปล่อยปลาการ์ตูน ส่วนโซนที่ 4 ห้องออดิทอเรียม &amp;nbsp;ใช้สำหรับบรรยายความรู้ระบบนิเวศทางทะเล นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่เป็นห้องอบรมให้ นร.มาออกค่ายในเขตอุทยานฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องฉลาม มีเกมสำหรับเด็กๆ เรียนรู้อย่างสนุกสนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; &amp;nbsp;ที่นี่จะเป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้ มีการขยายผลในพื้นที่อื่นทั้งในไทยและทะเลทั่วโลกที่ สิงห์ เอสเตท เข้าไปพัฒนาธุรกิจ รวมถึงได้ร่วมสนับสนุนการปลูกปะการังบริเวณอ่าวมาหยา มุ่งให้พีพีเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;แล้วยังมีโครงการที่จะจัดทำต่อไป เป็นกิจกรรมรณรงค์การจัดการของเสียอย่างถูกวิธี แนวทางเหล่านี้เพื่อรักษาสมดุลความหลากหลายทางชีวภาพ &amp;quot; นริศ กล่าวโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนหมู่เกาะพีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

จัดแสดงพันธุ์ปลาการ์ตูนที่พบในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เรียนรู้ทางทะเล(Marine Discovery Center : MDC)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9494</URL_LINK>
                <HASHTAG>นริศ เชยกลิ่น, ปิดอ่าวมาหยา4เดือน, ศูนย์เรียนรู้ทางทะเล(Marine Discovery Center : MDC), สิงห์เอสเตท, แหล่งเรียนรู้ทางทะเล, โรงแรมพีพีไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afec9298a5cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิด&#039;อ่าวมาหยา&#039; เปิดฉากฟื้นฟูใต้ทะเล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่าวมาหยาปิด 4 เดือน เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติทั้งใต้ทะเลและบนบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นครั้งแรก ที่อ่าวมาหยา แหล่งท่องเที่ยวสวยติดอันดับโลกในเขตอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ จะต้องปิด 4เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้พักและฟื้นตัวจากการถูกใช้งานอย่างหนัก หลังจาก 10 ปีที่ผ่านมาอ่าวมาหยาต้องรองรับนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปชื่นชมและเล่นน้ำในอ่าวแห่งนี้ 3,000- 4,000 คนต่อวัน &amp;nbsp;นับว่าเกินขีดความสามารถในการรองรับได้ของพื้นที่ ทำลายปะการัง สัตว์น้ำ &amp;nbsp;ระบบนิเวศ อีกทั้งการเหยียบย่ำทรายบริเวณชายหาด เรือท่องเที่ยวหลายร้อยลำจอดเกยหน้าหาดก่อปัญหาทรายทรุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวเหยียบย่ำอ่าวมาหยาไม่ต่ำกว่า 3-4 พันคนต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศฟื้นฟูอ่าวมาหยา เรียกง่ายๆ ว่า &amp;quot;ปิด&amp;quot;อ่าวมาหยาและอ่าวโล๊ะซามะด้านหลัง &amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย.2561 &amp;nbsp;ยอมวางผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงินมหาศาลจากกิจกรรมท่องเที่ยว เลือกรักษาธรรมชาติทั้งบนบกและในทะเลก่อนสายเกินไป โดยในช่วงเวลาปิดอ่าวมาหยา ห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นอ่าวทั้งด้านหน้าและด้านหลังเด็ดขาด อนุญาติให้ผู้ประกอบการนำเรือเข้ามาลอยลำนอกบริเวณแนวทุ่นไข่ปลาที่กั้นเขตห้ามเข้าไว้ นักท่องเที่ยวชมอ่าวมาหยาจากบนเรือในทะเลเท่านั้น เมื่อก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือแห่งใหม่และทางเดินบริเวณอ่าวโล๊ะซามะที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง อช.พยายามเร่งให้เสร็จภายในปีนี้ จะปิดไม่ให้เรือวิ่งเข้าออกอ่าวมาหยาถาวร พร้อมทำระบบ E-ticket เพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหลือเพียง 2,000 คนต่อวันด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นำพ่อแม่พันธุ์ของปะการังมาจากเกาะยูงมาฟื้นฟูอ่าวมาหยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ การฟื้นฟูแนวปะการังที่เสื่อมโทรมบริเวณอ่าวมาหยา ได้เริ่มขึ้นแล้วในโครงการติดตามและฟื้นฟูปะการังในพื้นที่บริเวณอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนและการปลูกปะการังด้วยวิธี Coral Propagation บริเวณอ่าวมาหยา &amp;nbsp; นับเป็นโครงการนำร่องฟื้นฟูอ่าวมาหยา ซึ่งบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำขึ้นตามแผนยุทธศาสตร์ปะการังแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเริ่มลงมือปลูกปะการังเพื่อช่วยธรรมชาติฟื้นฟู โดยนำพ่อแม่พันธุ์ของปะการังมาจากเกาะยูงไปสดๆร้อนๆ เมื่อวันที่ &amp;nbsp;17 พ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มก. &amp;nbsp;ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ กล่าวว่า แผนปฏิรูปประเทศจะลดความเสียหายของปะการังให้ได้ร้อยละ 50 จากร้อยละ 77 ภายใน 5 ปี ขณะนี้เหลือเวลาอีก 3 ปีเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการ สำหรับอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีการนำร่องฟื้นฟูด้วยการรักษาแนวปะการังเกาะยูง ห่างจากอ่าวมาหยาแค่ 10 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่มีแนวปะการังเสื่อมโทรมมากจากกิจกรรมท่องเที่ยว &amp;nbsp; &amp;nbsp;นำมาสู่ อช.ประกาศปิดเกาะยูง เพื่ออนุรักษ์ปะการัง กำหนดเป็นเขตหวงห้าม ไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมท่องเที่ยวทุกรูปแบบเมื่อปี 2559 ให้ธรรมชาติฟื้นตัวเองและปลูกปะการังด้วยวิธี Reef Propagation อีกทาง จากการติดตามสถานภาพพบปะการังน้ำตื้นฟื้นตัวชัดเจน &amp;nbsp;เดิมพบน้อยกว่า 5% ปัจจุบันสมบูรณ์ดีมาก บางพื้นที่หนาแน่นมากกว่า 80% &amp;nbsp;กลายเป็นแนวปะการังที่สวยที่สุดอีกแห่งในไทย โดยสิงห์ เอสเตท สนับสนุนเรือตรวจการณ์เจ้าหน้าที่ และทุ่นจอดเรือ &amp;nbsp;30 ทุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพแนวปะการังเกาะยูงสมบูรณ์หลังปิดเกาะ ขยายผลที่มาหยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เมื่อปิดเกาะยูง พบปะการังฟื้นตัวโดยสามารถเห็นได้ด้วยตาภายใน 2 ปี เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จได้อย่างดี &amp;nbsp;นำมาสู่ความมั่นใจขยายผลที่อ่าวมาหยา ถ้าไม่มีการวิจัยที่เกาะยูง อุทยานฯ ก็ไม่กล้าลงมติปิดอ่าวมาหยา การปฏิรูปทะเลไทยเริ่มต้นขึ้น &amp;nbsp;ปะการังน้ำตื้นสำคัญสุดเป็นดัชนีบ่งบอกความสมบูรณ์ของทะเล ปี 60 มีนักท่องเที่ยว 2 ล้านกว่าคนเข้ามาท่องเที่ยวหมู่เกาะพีพี เฉพาะอ่าวมาหยามีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 3,800 คนต่อวัน มีเรือวิ่งเข้าวิ่งออกเหนือแนวปะการังกว่า 200 ลำต่อวัน เป็นเรือเร็ว บรรทุกคน 30-40 คน &amp;nbsp;ตะกอนทรายฟุ้งกระจายตกทับปะการังตายหมด ปลูกยังไงก็ไม่ฟื้น ถ้าไม่ห้ามเรือเข้ามาในอ่าว &amp;nbsp;มีปัญหาทรายยุบตัว เพราะโดนเรือปั่นออก &amp;nbsp;ถ้าไม่มีเรือในมาหยาตลอดไปจะช่วยให้เราฟื้นฟูแนวปะการังน้ำตื้นในอ่าวมาหยาให้กลับคืนมาอีกครั้ง ไม่ใช่เจอแต่ซากปะการังตายเหี้ยนกับทราย นี่คือ การฟื้นฟูความทรงจำของคนไทยที่สูญเสียไป เพราะเงินสำคัญกว่าสมบัติชาติ &amp;nbsp;&amp;quot; &amp;nbsp; ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวถึงการฟื้นฟูอ่าวที่ดังที่สุดในโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวปะการังเกาะยูง หมู่เกาะพีพี ฟื้นตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเขตสงวนห้ามเที่ยวเกาะยูง ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า ตามแผนปฏิรูปทะเลไทย อุทยานฯ ทางทะเล 17 แห่งที่มีแนวปะการังต้องเสนอพื้นที่ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ปะการัง กำหนดเป็นเขตหวงห้ามเหมือนเกาะยูง &amp;nbsp; ปัจจุบันเกาะรอก อุทยานฯ หมู่เกาะลันตา และเกาะละวะ อุทยานฯ พังงา อยู่ระหว่างกำหนดเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวใดๆ &amp;nbsp; ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี ปี 60 มีนักท่องเที่ยวเข้าอุทยานแห่งชาติ 5 ล้านคน ในจำนวนนี้ 4.8 ล้านคน มาเที่ยวอุทยานฯ ทางทะเล &amp;nbsp;เฉพาะสิมิลัน พีพี อ่าวพังงา 3 อุทยานฯ นี้มีนักท่องเที่ยว 4.5 ล้าน เกิดผลกระทบจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว &amp;nbsp;อนาคตต้องควบคุมคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4,800 ตารางเมตรในอ่าวมาหยาเป็นพื้นที่เป้าหมายเพื่อฟื้นฟูปะการังน้ำตื้น ผศ.ดร.ธรณ์ เผยว่า จะใช้วิธีการเดียวกับพื้นที่เกาะยูงที่ใช้ภาพถ่ายทางอากาศโดยโดรนรวบรวมข้อมูลทุก 4 เดือน &amp;nbsp;แล้วนำภาพถ่ายมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบการเจริญเติบโต &amp;nbsp;พร้อมทั้งศึกษาประกอบทางพื้น อย่างเกาะยูงแนวปะการังเพิ่มเป็น 1,480 ตร.ม. เดิม 1,300 ตร.ม. สำหรับที่อ่าวมาหยาปีนี้จะก้าวไปอีกขั้น สิงห์ เอสเตท สนับสนุน จัดทำภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนแนวดิ่ง เพื่อนำมาคำนวนพื้นที่ปะการัง &amp;nbsp;พร้อมทั้งจัดทำแผนที่ปะการัง จะฟื้นฟูหรือปลูกเพิ่มในพื้นที่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลูกปะการังด้วยวิธี Coral Propagation บริเวณอ่าวมาหยา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีการปลูกปะการัง นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลคนเดิมบอกว่าใช้วิธี &amp;nbsp; Coral Propagation เตรียมกิ่งพันธุ์ปะการังจากแปลงอนุบาลลอยน้ำบริเวณอ่าวโละบาเกาทุกๆ กลางเดือน พ.ค.-ส.ค. แล้วนำมาปลูกติดกับหินปะการังที่ตายตามธรรมชาติ แล้วนำกลับไปแปลงอนุบาล ก่อนย้ายจากแปลงไปยังพื้นที่ปลูกอ่าวมาหยาในทุกๆ ต้นเดือนตลอด 4 เดือนที่ปิดอ่าว รวมปะการังที่ย้ายปลูก 500 กิ่ง มีการติดตามผลจากภาพโดรนทุกเดือนช่วงปลูก จากนั้นจะติดตามทุกๆ 4 เดือน ต่อเนื่องรวมเวลา1 ปี &amp;nbsp; ทั้งนี้ การฟื้นฟูปะการังวิธีนี้จะนำไปประยุกต์ใช้ที่มัลดีฟด้วยผ่านโครงการ&amp;#39;Two Island One Ocean&amp;#39; ที่จะจัดทำต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทรัพยากรบนบก กรมอุทยานฯ จะร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์แก้ไขปัญหาการพังทลายของเน้นทรายชายหาด อนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่าชายหาก คัดเลือกชนิดพันธุ์ที่มีอยู่ เช่น รักทะเล เตยทะเล สวาด คันทรง ปลูกยึดหน้าดิน ป้องกันการพังทลบาย ผศ.ดร..ธรณ์ ให้ข้อมูลในท้ายว่า ป่าชายหาดในอ่าวมาหยาเคยสมบูรณ์มากที่สุดของพื้นที่อันดามัน ต้องดูแลให้ฟื้นตัว นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาคเอกชน ภาครัฐ นักวิชาการสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้ามาสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลของอ่าวมาหยาอย่างจริงจัง รวมถึงบริษัทสิงห์ เอสเตท สนับสนุนพื้นที่และงบประมาณสร้างศูนย์เรียนรู้ทางทะเลเพื่อให้ทุกคนศึกษาเรียนรู้เรื่องราวสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลได้ตลอดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9492</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, ท่องเที่ยวกระบี่, ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ปิดอ่าวมาหยา4เดือน, ฟื้นฟูปะการัง, ศูนย์เรียนรู้ทางทะเล, สิงห์เอสเตท, เกาะพีพี, เกาะยูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afec60a239e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ.ธรณ์&#039;เสนอปิด&#039;อ่าวมาหยา&#039;4เดือน ยกแรกทวงคืนทะเลไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รศ.ธรณ์&amp;quot; โพสต์เฟซบุ๊คเสนอปิดอ่าวมาหยาฟื้นแนวปะการัง พบนักท่องเที่ยวล้นทะลักเกือบ4พันคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 22 มีนาคม รศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญทางทะเลและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวชื่อ Thon Thamrongnawasawat มีเนื้อหาระบุถึงแนวคิดในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอ่าวมาหยาที่ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล หนึ่งในเกาะชื่อดังของจังหวัดกระบี่ โดยเสนอให้ปิดอ่าวมาหยาเป็นเวลา 4 เดือนในช่วงฤดูมรสุม หลังจากพบว่า แนวปะการังพังเสียหายยับเยินจากการท่องเที่ยวแบบไม่มีการควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยว ซึ่งพบว่าในช่วงเดือนมีนาคม 2561 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 3,750 คนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงนี้มีเรื่อง #ปิดมาหยา ผมลงไปพีพีแบบถี่ๆก็เกี่ยวกับประเด็นนี้ จึงอยากเขียนแบบจัดเต็มสักครั้ง ยาวหน่อยแต่ตอบทุกคำถาม #กี่คนต่อวัน #ปิดนานแค่ไหน #ระหว่างปิดทำอะไร #เปิดแล้วจะเจ๊งอีกไหม เริ่มจากลักษณะของหมู่เกาะพีพี เกาะที่นี่เป็นหินปูน หน้าผาตั้งชัน มีอ่าวเว้าลึกไปมาตามลักษณะของหลุมยุบในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวปะการังที่อยู่ข้างหน้าผาจะแคบมาก บางทีก็แทบไม่มีเลย ชายฝั่งจะตรงดิ่งชันสู่พื้นท้องทะเลที่ 10-20 เมตร พื้นที่แบบนี้ไม่ค่อยมีปัญหามาก เพราะมีแต่การดำน้ำแบบ SCUBA แนวปะการังอีกแบบอยู่ในอ่าวเว้าลึกไปมา แนวปะการังแบบนี้จะอยู่เต็มพื้นที่ ตรงปากอ่าวจะเป็นขอบแนวปะการัง ด้านในจะเป็นดงปะการังน้ำตื้นยาวเหยียดไปจนเกือบติดชายหาด อ่าวมาหยาเป็นแนวปะการังลักษณะนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ธรณ์ กล่าวว่า ในอดีตเมื่อ 30-40 ปีมาแล้ว ปะการังมีเพียบเต็มอ่าว ทั้งปะการังเขากวาง แผ่นตั้ง แผ่นนอน หรือแบบไหนก็มีทั้งนั้น แต่เมื่อการท่องเที่ยวเข้ามาและเข้ามา เรือวิ่งเข้าออกอ่าวมาหยาเป็นว่าเล่น บ้างก็ทิ้งสมอ ทำให้แนวปะการังเสียหายจนยับเยิน เมื่อเราเริ่มพีพีโมเดล มีการจัดเขตต่างๆ ในอ่าวมาหยาให้ชัดเจน มีทั้งจุดจอดเรือ จุดเล่นน้ำ เขตอนุรักษ์ปะการัง ฯลฯ ซึ่งก็ลดปัญหาได้ระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปริมาณเรือยังเข้ามาในอ่าวอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขล่าสุดคือวันละ 200 ลำหรือมากกว่า (ดูภาพแล้วจะเข้าใจ) เรือที่แล่นไปมาย่อมส่งผลกระทบ ทำให้ทรายฟุ้งกระจาย ปะการังใหม่ๆ ก็ลงเกาะไม่ได้ เหลือเพียงปะการังก้อนจำนวนไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเราอยากกู้มาหยา ปัญหาสำคัญสุดคือเรือ ทำอย่างไรให้เราลดจำนวนเรือลงให้ได้ ตั้งแต่ทำ #พีพีโมเดล ปัญหานี้ถูกนำมาพูดคุยกันตลอด จนท้ายสุดชาวบ้านบนเกาะพีพีกว่า 300 คนลงรายชื่อเสนอให้อุทยานปิดอ่าวมาหยาในช่วงมรสุม หมายถึง 4 เดือน มิถุนายน-กันยายน อันเป็นเวลาที่คลื่นค่อนข้างแรงในบางวัน การเดินทางบางครั้งก็ลำบากและอาจเกิดอันตราย แต่เมื่ออ่าวมาหยายังเปิดอยู่ นักท่องเที่ยวก็ยังอยากมา บางทีคนขับเรือก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ยกเว้นในกรณีที่คลื่นแรงจริงจัง แนวคิดจากชาวบ้านกลายเป็นเรื่องที่พูดกันในที่ประชุมอุทยานกับผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ จนกลายเป็นข้อตกลงในที่ประชุมว่าน่าจะปิดอ่าว 4 เดือน ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอกรมอุทยาน เพื่อพิจารณาต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอดังกล่าวมี 2 แนวทาง สิ่งที่ตรงกันคือไม่ให้เรือเข้ามาในอ่าวมาหยาในช่วงนั้น แต่สิ่งที่กำลังพิจารณาคือจะให้เข้าทางด้านหลัง (อ่าวโละซามะ) หรือไม่ให้เข้าเลย สำหรับผมแล้ว คิดว่าแนวทางไม่ให้เข้าเลยน่าจะเหมาะสมกว่า เพราะทางเข้าที่อ่าวโละซามะยังไม่ได้ปรับปรุง อาจเป็นอันตรายเพราะต้องปีนป่ายขึ้นไปตามผืนอวน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับการตกลงว่าจะทำอย่างไรกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญทางทะเลไทย ระบุว่า ผมขอย้อนกลับมาที่อ่าวมาหยา เราทำการสำรวจพื้นที่ พบว่าปะการังเหลืออยู่บ้างแต่น้อยมาก ทั้งหมดเป็นปะการังก้อน ส่วนที่เหลือรอดคือด้านข้าง หากมีการปิดอ่าวมาหยา สิ่งที่ควรทำแน่นอนคือการปลูกปะการังในบริเวณนี้ โดยเฉพาะปะการังที่แทบไม่เหลือในอ่าวมาหยาแล้ว เช่น ปะการังเขากวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ได้คิดว่าการปลูกปะการังเป็นการแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ในบางพื้นที่อาจมีความจำเป็น ในที่นี้ผมคิดว่าอ่าวมาหยามีความจำเป็น ในพื้นที่รอบๆ เกาะพีพี มีหลายบริเวณที่เราพอหาพ่อแม่พันธุ์ปะการังมาปลูกได้ ผมสำรวจพื้นที่เหล่านั้นไว้แล้ว เชื่อว่ามีกิ่งปะการังมากพอในการปลูกในรุ่นแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปลูกปะการังเพื่อ #ฟื้นมาหยา ในช่วงแรกถือเป็นการทดลอง ซึ่งแน่นอนว่าอาจเป็นหรืออาจตาย แต่ผมเห็นที่เกาะยูงแล้ว ผมเชื่อว่าปะการังพีพีมีความอึดถึกเป็นอย่างมาก ในระหว่างนั้น เราต้องมาดูสิว่าอ่าวมาหยารับคนได้เท่าไหร่ ทีมงานของผมลงไปช่วยกันทำแบบสอบถามอยู่หลายวัน เพื่อหาคำตอบให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบส่วนหนึ่งมาจากความรู้สึกด้านความหนาแน่น ตัวเลขอยู่ที่ 170 คนต่อช่วงเวลา แน่นอนว่าตัวเลขนี้คงต้องวิเคราะห์ต่อไป แต่ถ้าถามว่าเกินไหม คำตอบคือจากวันที่ 1-18 มีนาคม มีนักท่องเที่ยวไปอ่าวมาหยาเฉลี่ย 3,750 คนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเน้นย้ำว่าตัวเลขจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อสิมิลันและเกาะรอกปิด นักท่องเที่ยวเฉลี่ย 7,000 คนต่อวันจะไม่มีที่ไป บางส่วนจะแห่มาพีพี เพราะฉะนั้น ตัวเลขอ่าวมาหยาจะเพิ่มเกิน 5,000 คนต่อวัน เหมือนดังเช่นปีที่แล้วหากเราลองดูตัวเลขที่ได้จากค่าความหนาแน่น วันหนึ่งควรมีนักท่องเที่ยวเข้าอ่าวมาหยาไม่เกิน 2,000 คน ตัวเลขนักท่องเที่ยวตอนนี้เกินไปเกือบ 2 เท่า และอาจเกินไป 3 เท่าเมื่อสิมิลันปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราปิดอ่าวมาหยา เราคงต้องมาช่วยกันหาทางว่า เมื่อเปิดอ่าวใหม่ เราจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวไม่เกิน 2,000 คนต่อวัน สำคัญกว่านั้น เราจะทำอย่างไรให้เรือเข้ามาในอ่าวมาหยาลดลง หรือไม่เข้ามาในอ่าวมาหยาเลย หากเราคุมตัวเลข 2,000 คนต่อวันได้ หมายถึงเราลดเรือจาก 200 ลำเหลือ 100 ลำ แต่ทำอย่างไรถึงจะคุมได้ จะจัดคิวได้ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีอีกทางหนึ่ง คือปรับให้เรือ 100 ลำต่อวัน ย้ายไปเข้าอ่าวโละซามะให้หมด หมายถึงจะไม่มีเรือสักลำเข้าไปในอ่าวมาหยา หากมองในแง่ช่วยฟื้นปะการัง นั่นคือวิธีดีที่สุด ไม่มีเรือเข้าไปเลย ปะการังที่ปลูกไว้น่าจะรอดเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องทำไปพร้อมกันคือทำอย่างไรให้เราสามารถรับเรือให้เข้าทางโละซามะได้ วันละ 100 ลำ กรมอุทยานกำลังเริ่มวางแผนในเรื่องนี้ อาจใช้วิธีสร้างท่าเรือลอยน้ำ แต่จะอยู่ที่ไหน ทำอย่างไร ? นั่นเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอสรุปว่า หากเราปิดอ่าวมาหยาได้ 4 เดือน ปลูกปะการังฟื้นมาหยา เปิดใหม่โดยรับนักท่องเที่ยวไม่เกิน 2,000 คน/วัน ทำทางให้เรือ 100 ลำเข้าทางโละซามะเพียงอย่างเดียว ไม่ให้เข้าอ่าวมาหยาอีกเลย และปิดมาหยาปีละ 4 เดือน ทุกๆ ปี นั่นน่าจะเป็นวิธีที่ดีสุดในการฟื้นฟูมาหยา แต่ทั้งหมดนี้ ต้องเข้าใจว่ามาหยาเป็นสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ใครๆ ก็อยากไป การทำทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย อันที่จริงมันเป็นเรื่องท้าทายระดับสุดยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราทำที่มาหยาได้ มันจะต่อเนื่องไปถึงที่อื่นๆ อีกมาก และเป้าหมายในการคุมนักท่องเที่ยวไม่ให้ล้นอุทยานทางทะเลตามยุทธศาสตร์ชาติ จะเริ่มเข้าใกล้สู่ความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดเกาะยูง ปิดตาชัย นั่นเป็นเพียงแค่เพลงโหมโรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดมาหยานั่นคือยกที่หนึ่งของการทวงคืนทะเลไทย สำเร็จหรือไม่ ? ไม่ทราบ แต่ผมเป็นคนกรุงเทพที่ใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งอยู่ในทะเล ทะเลสอนผมว่า หากพายุโหมกระหน่ำคลื่นใหญ่พัดเข้ามา เราจะมามัวรีรอ เรือขวางคลื่นคว่ำทั้งลำ มีแต่หันหัวหาคลื่นแล้วโต้มันเข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเพียงเพื่อนธรณ์ยังอยู่บนเรือ เราจะลุยคลื่นไปด้วยกันครับ (ห้ามโดดหนีกลางทางนะจ๊ะ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ - ภาพประกอบโดย Shin Sirachai Arunrugstichai&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5570</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, ควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว, ทวงคืนทะเลไทย, ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, ปิดอ่าวมาหยา4เดือน, ปิดอ่าวมาหยาฤดูมรสุม, ผู้เชี่ยวชาญทะเลไทย, ฟื้นฟูปะการัง, อ่าวมาหยา, เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3273e249c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
