<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;เผยผลพลอยได้โควิด-19ช่วยลดคนไข้เข้ารักษาที่ไม่จำเป็นน้อยลงกว่า30%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โควิด 19 ช่วยลดโรคติดเชื้อ คนเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล และอุบัติเหตุ ในประเทศไทย
อย่างที่ทราบกันดีว่าเมื่อเรามีมาตรการต่างๆ&amp;nbsp; กึ่งปิดบ้านปิดเมือง social distancing กินร้อน ช้อนส่วนตัวอยู่ห่างคนอื่น ปิดสถานบันเทิง งดเหล้ายา&amp;nbsp; ทำให้โรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินหายใจ อุบัติเหตุต่างๆคนไข้ลดน้อยลงอย่างมาก
คนไข้ในโรงพยาบาลต่างๆ ลดลงมากกว่า 30% &amp;nbsp;
คนไข้เจ็บป่วยเล็กน้อยที่สมัยก่อนจะวิ่งเข้าหาโรงพยาบาล เพราะรักษาฟรี ก็ไม่มีใครอยากไปโรงพยาบาล
ผลพลอยได้ของโรงพยาบาลคือมีคนไข้มารับการรักษาที่ไม่จำเป็น น้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ
ค่าใช้จ่ายทางด้านการรักษา การนอนโรงพยาบาล ในช่วงนี้จะลดน้อยลงอย่างมาก นับเป็น 10-10% แน่ๆ
แต่มาตรการดังกล่าว ทำให้รายได้ต่างๆของคนทั่วไปลดลง ไม่มีจะกิน
คนไม่มีจะกิน ไปเอาข้าวอาหารบนศาลพระภูมิกิน เขาตอบว่าดีกว่าไปขโมย ไปจี้ ปล้น
รัฐบาลจึงจำเป็นต้องหา งบประมาณจากส่วนต่างๆ ของกรม กระทรวง พร้อมทั้งกู้เงิน มากกว่า 1 ล้านล้าน และจะต้องใช้เงินถึง 2 ล้านล้าน มาดูแลรักษาโรค และช่วยเหลือผู้ว่างงาน
การดึงเงินงบประมาณจากส่วนต่างๆ จึงสมเหตุสมผล ที่จะดึงมาใช้ในกิจการดังกล่าว
เมื่อคนไข้โรงพยาบาลลดลง คนไข้ไม่จำเป็นก็ลดลง โรคต่างๆก็ลดลง ค่าใช้จ่ายจะต้องลดลงอย่างแน่นอน เป็นประโยชน์ที่ได้จากการกระทำ แต่ก็มีผู้เสียผลประโยชน์จากการกระทำเช่นเดียวกัน กำลังลำบากมาก &amp;nbsp;
งบประมาณ รายจ่ายรายหัวของปีนี้ จะถูกตัดไป 1% ก็ควรจะทำได้
เพื่อช่วยเหลือคนที่ไม่มีจะกิน จากผลของการกระทำดังกล่าว ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ และการใช้จ่ายด้านสุขภาพลดลง แพทย์ทุกคนที่ดูแลคนไข้ เข้าใจแน่นอน
คนที่ได้รับผลกระทบจากการป้องกันโรค มีเป็นจำนวนมาก
ทุกองค์กรก็ช่วยเหลือกัน แต่องค์กรที่ได้ประโยชน์ ก็น่าจะยอมเสียสละร่วมด้วย
สภากาชาด ยังยอมลดงบประมาณเกือบร้อยล้าน เพื่อให้รัฐบาลสู้ โควิด 19
งบรักษา โควิด 19 ก็สามารถเบิกจากงบกลางได้ ถือว่า เป็นกรณีไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ ก็ไม่มีใครว่า
ทุกอย่างต้องพูดด้วยเหตุผล ข้อมูลความเป็นจริง ไม่ใช่ความรู้สึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64082</URL_LINK>
                <HASHTAG>social distancing, การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19, ปิดเมือง, ศ.นพ.ยง ภู่วรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74056de27f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชนท่องเที่ยวตราด&#039; ร้องผู้ว่าฯสั่งล็อกดาวน์-ปิดร้านสะดวกซื้อหลัง 2 ทุ่ม แก้คนตื่นโควิดทะลักเข้าเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.63 - น.ส.จารุวรรณ จินตกานนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราด เปิดเผยว่า จากการที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด สมาคม โรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราด ที่เป็นองค์กรเอกชนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ได้ปรึกษาหารือเรื่องสถานการณ์โรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (covid-19) ที่ส่งผลกระทบทั้งด้านสังคมและด้านเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ทั้งในระดับประเทศและในจังหวัดตราด แม้ที่จังหวัดตราดยังไม่พบผู้ติดเชื้อดังกล่าว แต่ก็ส่งผลกระทบให้ชาวตราด และผู้ประกอบธุรกิจของจังหวัดตราดตื่นตระหนกและวิตกกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ต้องผลักดันเรื่องปิดเมืองตราดให้ผู้ว่าฯรีบดำเนินการเพราะสถานการณ์นี้ก่อให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่ยังคงเปิดให้บริการด้านที่พักแก่นักท่องเที่ยวที่อาจส่งผลกระทบถึงภาคประชาชนได้ ทาง 3 องค์กรเอกชนด้านการท่องเที่ยวของจ.ตราดจึงขอเสนอข้อเรียกร้องให้ผู้ว่าฯตราดทำการล๊อคดาวน์หรือปิดเมืองตราดเสียเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนชาวตราดติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งได้หารือเป็นการส่วนตัวกับตัวผู้ว่าฯแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการที่ 3 องค์กรเอกชนได้เสนอนั้น นางสาวจารุวรรณ เปิดเผยว่า มี 4 แนวทางคือ 1. ให้สถานการประกอบการที่ให้บริการด้านที่พักทุกประเภท งดให้บริการด้านที่พัก ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม 2563 ระยะเวลา 1 เดือน (เพื่อให้เวลาเตรียมตัว) เพื่อลดอัตราเสี่ยในการรับประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงเข้ามาอยู่อาศัยภายในจังหวัดตราด ยกเว้นกรณีที่มีนักท่องเที่ยวพักอยู่เดิมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอความร่วมมือร้านสะดวกซื้องดให้บริการหลัง 20.00 น.เพื่อช่วยสนับสนุนนโยบายให้ประชาชนอยู่บ้านของรัฐบาล 3.สนับสนุนให้ร้านอาหาร ขายแบบห่อกลับบ้าน มากกว่ารับประทานที่ร้าน และ 4. สนับสนุนให้มีมาตรการปิดช่องทางการเดินทางเข้าออกจังหวัดตราด ยกเว้น การขนส่งสินค้าการเดินทางเพื่อการแพทย์และพยาบาล กู้ชีพกู้ภัย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนังสือฉบับนี้ลงนามโดย นายพรชัย เขมมะพรรค์พงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราด,นางวิยะดา ซวง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจ.ตราด,และนายสุขสันต์ ก่อสง่าลักษณ์ นายกสมาคมโรงแรม รีสอร์ท จ.ตราด ทั้งนี้ จังหวัดเป็น 1 เดียวของจังหวัดในภาคตะวันออกที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมหวัง จันทอน ชาวตราดคนหนึ่งให้ความเห็นว่า ถึงไม่ปิดเมืองแต่ต้องมีเคอร์ฟิวส์สามทุ่มห้ามออกจากบ้านโดยไม่มีเหตุจำเป็นคนเข้ามาจากที่อื่นมาอยู่เกิน 7 วันต้องกักตัวทำประวัติทำการประชาสัมพันธ์พ่นยาฆ่าเชื้อในชุมชนทุกตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องสอดส่องดูแลใหเข้มงวดมากขึ้นกว่านี้ออกประกาศใครออกนอกบ้านไม่ใส่หน้ากากต้องจับปรับ200บาทเอาเงินไปช่วยหมอพยาบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61572</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, ปิดเมือง, ล็อกดาวน์, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82de2cdb710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกดาวน์เชียงใหม่ตามรอยกรุงเทพโมเดล ประกาศขยายพื้นที่ปิดเพิ่ม28แห่งมีผลพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.63- ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ร่วมกันแถลงคืบหน้าสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID &amp;ndash; 19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยระบุว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันรวม 12 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 11 ราย และหายกลับบ้านไปแล้ว 1 ราย &amp;nbsp;โดยมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังในพื้นที่สะสมตั้งแต่เริ่มมีการระบาด 439 ราย ไม่พบเชื้อ 355 ราย อยู่ใน รพ. 84 ราย ส่วนตัวเลขผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศเสี่ยงและสัมผัสกลุ่มเสี่ยง รวม 418 ราย กักกันตัวเองที่บ้าน 153 ราย กักกันตัวในศูนย์ 16 ราย กักกันตัวครบ 14 วันแล้ว 228 ราย และอยู่ระหว่างติดตามตัวอีก 21 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยใหม่ 3 รายล่าสุดนั้น รายแรกเป็นหญิงชาวไทย อายุ 57 ปีที่กลับมาจากเดินทางไปเที่ยวประเทศอังกฤษเมื่อ 12 มีนาคม รายที่สอง เป็นชายชาวสวิสเซอร์แลนด์ อายุ 66 ปี เดินทางกลับจากต่างประเทศผ่านสนามบินสุวรรณภูมิมาเชียงใหม่ 18 มีนาคม มีอาการป่วยวันที่ 19 มีนาคมจึงเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลทันทีและรายที่สามเป็นหญิงไทย อายุ 35 ปี อาชีพนวดแผนไทย ป่วยวันที่ 19 มีนาคม รายนี้มีผู้สัมผัสทั้งที่บ้านและที่ทำงาน อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่จึงได้ได้ออกประกาศฉบับที่ 2 ขยายพื้นที่สั่งปิดชั่วคราวเพิ่มเติมเกือบทุกพื้นที่เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ แล้ว ให้มีผลตั้งแต่ 18.00 น. วันที่ 23 มีนาคม&amp;ndash; 24.00 น. วันที่ 13 เมษายน พร้อมยกระดับการตรวจบูรณาการเพิ่มมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยประกาศล่าสุดขยายพื้นที่เสี่ยงจากประกาศเดิมคือ 1. ปิดสถานศึกษาทุกระดับ และสถาบันกวดวิชา 2.ปิดศูนย์แสดงสินค้า และศูนย์แสดงและจัดนิทรรศการ 3. ปิดพื้นที่บางส่วนของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือห้างร้านที่มีร้านค้าย่อยในอาคารหรือบริเวณเดียวกัน ทั้งนี้เว้นแต่พื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา หรือสินค้าเบ็ดเตล็ดเพื่อจำเป็นต่อการดำรงชีวิต สำนักงานธนาคาร สำหรับร้านอาหารให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อการนำกลับไปบริโภคที่บ้าน 4. ตลาด ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น อาหารสัตว์ ร้านขายยา และสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต 5. ถนนคนเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น และร้านอาหารเครื่องดื่มในโรงแรมให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรมเท่านั้น 7. ปิดพื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม ในร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม 8. ปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่คล้ายสถานประบริการ รวมถึงสถานที่มุ่งเน้นการขาย จ่าย แลกเปลี่ยน ให้สุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดื่มกินในสถานที่และบริเวณนั้น เช่น ร้านเหล้าตอง 9. ปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ได้แก่ ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม 10. ปิดสถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร เว้นแต่การรักษาพยาบาลด้วยการดังกล่าวในสถานพยาบาล 11. ปิดร้านเสริมสวย ร้านตัดผม หรือแต่งผม หรือแต่งเล็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. ปิดสถานที่บริการสักผิวหนังหรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย 13. ปิดสถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม และสถานที่เสริมความงาม 14. ปิดสระว่ายน้ำ รวมถึงสระว่ายน้ำของหมู่บ้าน หรืออาคารชุดที่พักอาศัย 15. ปิดสถานที่ออกกำลังกาย ฟิตเนส 16. ปิดสถานที่เล่นสเก็ต หรือโรเล่อร์เบต หรือการเล่นอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 17. ปิดเครื่องเล่นในอาคาร เครื่องเล่นภายนอกอาคาร เครื่องเล่นชั่วคราว สวนสนุก รวมถึงโซนอุปกรณ์เครื่องเล่นสำหรับเด็กเล่นในห้างสรรพสินค้า 18. ปิดเกม ร้านอินเตอร์เน็ต และตู้เกมหรือสถานที่อื่นใดที่มีการบริการลักษณะคล้ายกัน
19. ปิดร้านคาราโอเกะ 20. ปิดสถานประกอบการ โรงมหรสพ โรงละคร 21. ปิดศูนย์พระเครื่องพระบูชา และสนามพระเครื่องพระบูชา 22. ปิดสนามกอล์ฟ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ 23. ปิดสนามยิงปืน 24. ปิดบ่อตกปลา ตกกุ้ง หรือกิจกรรมใดในประเภทเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25. ปิดสนามกีฬาที่มีการสัมผัสร่างกาย หรือใช้อุปกรณ์ร่วมกัน อาทิเช่น สนามฟุตบอล ฟุตซอล 26. ปิดโต๊ะสนุ๊กเกอร์ บิลเลียด และสถานที่เล่นโบว์ลิ่ง 27. ปิดสนามมวย โรงเรียนสอนมวย ค่ายมวย โรงเรียนสอนฝึกซ้อมศิลปะป้องกันตัว 28. ปิดสนามชนไก่ สนามประลองไก่ สนามม้าหรือสนามอื่นที่มีพื้นที่จัดให้สัตว์ต่อสู้กัน ทั้งนี้ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกาศ ณ วันที่ 22 มี.ค. 63.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60534</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ปิดเมือง, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e77322ed4ba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยามสแควร์วัน -เทอมินอล 21 อโศก ปิดให้บริการขานรับกทม. แต่เปิดส่วนร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 2563 จากสถานการณ์โรค COVID -​19 ที่ยกระดับมากขึ้นในขณะนี้ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน พร้อมให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามประกาศของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดด้วยการปิดศูนย์การค้าชั่วคราว เป็นระยะเวลา 22 วัน (22 มี.ค.-12 เม.ย.2563)​

แต่ยังให้บริการสั่งอาหารและเครื่องดื่ม ต่อลูกค้าทุกท่านตามปกติ

ด้านศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศกปิดให้บริการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2563 &amp;ndash; วันที่ 12 เมษายน 2563 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

แต่ยังให้บริการร้านอาหารชั้น LG เฉพาะซื้อกลับบ้าน,ร้านขายยา

ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขวิกฤตการณ์ในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60456</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ปิดเมือง, ศูนย์การค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e760163b70c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;ลั่นพร้อมปิดเมืองปิดประเทศหากถึงระยะที่3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงมาตรวจเยี่ยมและให้นโยบายเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บริการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังยกระดับมาตรการการป้องกันและการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นระดับที่ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมว่า ได้มาเยี่ยมศูนย์ฯ และให้แนวทางปฏิบัติการทำงานแต่ละวัน ว่าควรจะต้องเป็นอย่างไร และผลการประชุมแต่ละวัน ควรจะนำอะไรบ้างมาแถลงให้ประชาชนได้รับทราบ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง รวมทั้งให้ข่าวประชาสัมพันธ์ ไม่เช่นนั้นจะจัดหมวดหมู่ไม่ได้ ก็จะไปคนละทางสองทาง จนทำให้เกิดความสับสน ขณะที่ในส่วนของนายกฯเอง ก็เอาส่วนนี้มาใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนัก เพราะข้อมูลมาจากหลายช่องทาง วันนี้สิ่งสำคัญที่ทุกคนอยากทราบคือสถิติของแต่ละวัน ซึ่งเราก็ต้องดูสถิติต่างประเทศด้วย เพื่อให้เกิดข้อเปรียบเทียบว่าบ้านเราดูแลได้ดีมากน้อยเพียงใด และดูว่าต่างประเทศทำได้มากน้อยเพียงใด ทุกอย่างมีผลร่วมกันทั้งสิ้น เราต้องนำมาร่วมพิจารณาเพื่อจะได้รู้ว่าเราอยู่ในระยะใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้เรากำลังทำงานในระดับที่ 3 ซึ่งคำว่าระยะที่ 3 กับระดับ 3 นั้นแตกต่างกัน ระยะที่ 3 นั้นเป็นคำที่องค์การอนามัยโลกเป็นผู้กำหนดเป็นการแพร่กระจายระหว่างคนที่ 2 คนที่ 3 และต่อๆไป แต่วันนี้ประเทศไทยเรายังอยู่ในขั้นตอนที่สามารถควบคุมได้พอสมควร แต่เมื่อใดที่ขั้นตอนถึงตรงนั้น ก็ต้องไปถึงระยะที่ 3 อย่างแน่นอน วันนี้ผมจึงได้ให้แนวทางเตรียมมาตรการในระดับที่ 4 สำหรับเตรียมการรองรับการยกระดับ หากเป็นระยะที่ 3 ส่วนมาตรการระดับที่ 3 ได้ออกเป็นมาตรการแล้วเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ซึ่งก็ต้องรอดูว่าจะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง และก็ต้องไปย่อยดูว่าเราจะดูแลคนที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้อย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า หลายอย่างเพิ่งเริ่มดำเนินการ แต่หลายอย่างได้ดำเนินการไปแล้ว มติคณะรัฐมนตรีก็ออกไปแล้วหลายส่วน ยอมรับว่ายุ่งยากในเรื่องของการเข้าถึงในการบริการเพราะคนเยอะมาก วันนี้จึงได้สั่งการไปแล้วทุกเรื่องว่า ขอให้ใช้ระบบออนไลน์บ้างหรือไม่ ซึ่งก็ต้องให้เวลาฝ่ายปฏิบัติบ้าง เพราะต้องมีขั้นตอนการขึ้นทะเบียนต่างๆ ซึ่งทุกคนจะต้องเข้าใจ ช่วยกันแนะนำกัน หลายคนหลายครั้งให้ไปแล้วก็เข้าไม่ถึง ทำไม่เป็น ดังนั้นครอบครัว พี่ เพื่อน น้อง ก็ต้องช่วยกัน และการใช้ดิจิทัลและระบบออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญในขณะนี้ เพราะต้องใช้บริการคนจำนวนมาก เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วก็ต้องมีการตรวจสอบคัดกรอง จึงต้องใช้เวลาในส่วนนี้ ถ้าจะใช้วิธีเรียกคนมาก็จะใช้เวลามาก และอาจจะมีการแพร่เชื้อกันเอง จึงต้องลดระดับตรงนี้ลงให้ได้ อย่างเช่น การเกณฑ์ทหารก็ได้ทยอยดำเนินการ ซึ่งไม่รู้จะกี่ผลัด ก็จะทำจนกว่าจะเรียบร้อย เพราะเดิม 1 ปี จะมีทหารสองผลัด แต่เมื่อถึงเดือนเมษายนนี้ ไม่ได้เกณฑ์ทหาร กำลังพลที่จะใช้ จะหายไป 1 ใน 4 เมื่อเราเกณฑ์ยังไม่ได้ อาจจะใช้วิธีการสมัครก่อน วันนี้มีคนสมัครเข้ามามากพอสมควร ถ้าสมัครได้ 30-40% กำลังพลเหล่านี้ก็จะเข้ามาก่อนได้ ทั้งการสมัครออนไลน์และการเปิดรับสมัครย่อยๆ จากนั้นก็จะทยอยกันเข้ามา ก็สามารถทดแทนได้ในระดับหนึ่ง ส่วนที่เหลือค่อยไปจัดการเกณฑ์เข้ามาอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญวันนี้เรากำลังเตรียมการระยะที่ 3 ซึ่งมาตรการระดับที่ 4 ที่ได้สั่งการในวันนี้ให้มีการเตรียมการในเรื่องของสถานที่ ทั้งเตียง สถานที่ปัจจุบัน และสถานที่ต่อไปที่อาจจะใช้คือ โรงพยาบาลทหาร โรงพยาบาลเอกชน และบางโรงพยาบาล แม้กระทั่งโรงแรมบางแห่ง ก็ต้องใช้เป็นสถานที่กักตัวเพิ่มเติมขึ้น เราต้องเก็บข้อมูลและเตรียมการไว้ก่อนล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ เพราะเมื่อถึงเวลายกระดับเป็นการแพร่ระบาดในระยะที่ 3 มันจะยุ่งกันใหญ่ ถึงขั้นปิดประเทศกันในขณะนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คำว่าปิดประเทศ หรือปิดพื้นที่ หรือปิดจังหวัด แบบนั้นคือการปิดซีลนั่นคือคำว่าปิด สิ่งที่ทำในปัจจุบันผมไม่ได้เรียกว่าปิด ผมเรียกว่าเป็นมาตรการเข้มข้น เป็นมาตการสกัดกั้นคนเข้าออก มีการตรวจตรา ท่าเรือต่างๆ เป็นมาตรการระดับที่ 3 อยู่แล้ว บางครั้งก็อาจจะใช้คำพูดเลยไปนิด และถึงแม้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีอำนาจอะไรก็ตาม แต่อำนาจเพิ่งให้ไปเมื่อวันที่ 17 มี.ค. แต่ก็ยังต้องรายงานมายังศูนย์ฯ ก่อน เรื่องนี้ผมไม่ว่ากันว่าใครผิดใครถูก ถือว่าวันนี้เขาได้ทำมาตรการที่เข้มงวดขึ้นมาแล้วก็ถือเป็นเรื่องดี เป็นตัวอย่างให้จังหวัดอื่นๆ แต่ถ้าใช้คำว่าปิดประเทศมันวุ่นวายไปหมด หรือปิดจังหวัด ถ้าปิดจังหวัดจริงคนก็เข้า-ออกไม่ได้ รถยนต์ต่างๆ ก็เข้าไม่ได้ ก็จะเหมือนกับอู่ฮั่นที่เคยทำ ที่ปิดเมือง เราคงยังไม่ต้องการขนาดนั้น ทั้งคนทั้งรถ เครื่องบินเข้า-ออกไม่ได้ แล้วจะอยู่กันไหวหรือ ถ้าสถานการณ์ยังไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่ถ้าถึงขนาดนั้นจริง ผมก็ต้องปิดอย่างที่ว่าแล้วอาหารการกินจะอยู่กินกันอย่างไร ก็ต้องเตรียมมาตรการกันอีก ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะไปคนละทางสองทาง&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของความขัดแย้งที่มีกระแสข่าวออกมา เท่าที่ตนได้เช็กดูก็ยังไม่เห็นมี เพียงแต่มีคนพูดตรงนั้น ตรงนี้ออกมาตามโซเชียลบ้าง ตนก็เรียกทุกคนมาคุย ถามว่ามีปัญหากันหรือไม่ ทั้งในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในรัฐบาล หรือแม้แต่ในศูนย์ฯโควิด-19 ก็ยังไม่เห็นใครบอกมีปัญหา และไม่ใช่ว่าเขาจะไม่กล้าพูด เพราะตนเปิดโอกาสให้เข้าหาได้ทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเองก็เหนื่อยเหมือนกันนะ ที่คนทุกคนเข้าหาผมได้ในทุกๆ ช่องทาง อีกทั้งผมไม่ใช่ไปเสพแต่โซเชียลอย่างเดียว ไม่รู้ว่าใครเอาไปเขียนในโซเชียลก็มีคนคัดกรองมาให้ผม แต่ละวันผมก็มีงานอื่นอยู่ ไม่ใช่แค่โควิด-19 เพียงอย่างเดียว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจากการที่มาเลเซียปิดประเทศทำให้คนไทยในมาเลเซียเดินทางกลับประเทศได้รับรายงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คัดกรองหมด ทุกวันนี้คัดกรองหมดเตรียมการมาหลายวันแล้ว ส่วนหนึ่งทางมาเลเซียให้ขึ้นทะเบียนกับทางการมาเลเซียและอยู่ที่นั้น ไม่ต้องออกมา ส่วนที่เดินทางกลับได้สั่งด่านตรวจที่มีศุลกากร ตม. และทุกกองกำลังตรวจสอบอยู่แล้ว ตรวจแยกคัดกรองเหมือนกับสนามบิน และจุดตรวจถาวร ทั้งหมด ส่วนที่เล็ดลอดมาทางชายแดน ช่องทางธรรมชาติ ทหารต้องควบคุมเข้าระบบคัดกรองให้หมด ปัญหาคือคนเยอะ บางคนปฏิบัติตาม บางคนไม่ปฏิบัติตาม นี้คือปัญหาที่เราจะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไร รัฐบาลทำขนาดนี้ถ้าไม่เข้าใจ มันก็ไปคนละอย่างสองอย่างหมด ทำตามใจใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ต้องมาจากมาตรการทางการแพทย์ ว่าควรต้องอยู่ตรงไหนระดับไหน ตนกล้าทำทุกอัน เมื่อถึงเวลา และหากถึงเวลานั้นเราอาจไม่เจอกัน เพราะปิดประเทศ ปิดเมืองไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้เริ่มวันแรกของมาตรการปิดพื้นที่เสี่ยงใน กทม.และปริมณฑลเป็นการชั่วคราว 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ได้รับความร่วมมือดีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กำลังติดตามอยู่ ก็โอเค ต้องร่วมมือ เพราะเป็นประกาศออกไปแล้ว โดยมีคณะกรรมการควบคุมในระดับจังหวัดและ กทม.อยู่แล้ว ตรวจหมด และได้ตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอไปแล้ว ประชาชนเข้าไปแจ้งได้ ส่วนการทำความสะอาดในพื้นที่ต่างๆ เจ้าของ ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเอง โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปตรวจให้ โดยให้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งไปยังศูนย์ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรณีที่กลุ่มแรงงานต่างด้าวมารวมตัวกันเพื่อขอต่อใบอนุญาต ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นายกฯ กล่าวว่า เรามีระบบบริการผ่านทางออนไลน์ที่กำลังดำเนินการและมีมาตรการอยู่ ขณะนี้ได้มีการขยายเวลาให้แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, นายกรัฐมนตรี, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ปิดประเทศ, ปิดเมือง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, อู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71c1f20500f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯสั่งปิดเมือง คุมเข้มสกัดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ใช้ยาแรง สั่งปิดเมืองหนีโควิด-19 คัดกรองทุกคนที่เดินทางเข้า-ออก ปิดสถานบันเทิง งดกิจกรรมทุกประเภทที่มีคนเกิน 50 เป็นเวลา 30 วัน ฝ่าฝืนเอาผิดตามกฎหมาย พร้อมจัดเตรียมห้องแยกโรคทุก รพ.รับมือหากสถานการณ์ระบาดเข้าสู่ระยะที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มีนาคมนี้ นายธัชกร หัตถาธยากูล &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัด ที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมแถลงการเตรียมความพร้อมหลังจากประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดมียอดผู้ติดเชื้อสะสมจำนวน 144 ราย เสียชีวิต 1 ราย ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจึงมีมติเห็นชอบใช้มาตรการ &amp;ldquo;ปิดเมืองด้วยมาตรการสาธารณสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธัชกรกล่าวว่า จังหวัดกำหนดมาตรการคัดกรองทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดทุกคน ทั้งที่สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งผู้โดยสาร โรงแรมที่พัก พร้อมทั้งใช้ระบบติดตามเฝ้าระวังไข้ตลอด 14 วัน เริ่มตั้งแต่เข้ามาในจังหวัด พร้อมทั้งให้หยุดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรค ด้วยการยกเลิกกิจกรรมการชุมนุม ประชุมสัมมนา กิจกรรมสันทนาการ งานประเพณี ปิดให้บริการสถานบันเทิง หรือตลาดนัดทุกแห่งที่จะมีประชาชนอยู่รวมกันมากกว่า 50 คนขึ้นไป เป็นระยะ 30 วัน หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากบุคคลใดฝ่าฝืนจะต้องดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์กรณีพบผู้ป่วย โดยการจัดหอผู้ป่วยยืนยันการวินิจฉัย ห้องแยกโรค ห้องความดับลบในทุกโรงพยาบาล หากสถานการณ์การระบาดเข้าสู่ระยะที่ 3 ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงานพบว่า ทั้งจังหวัดมีผู้เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคสะสม 567 ราย ติดตามเฝ้าระวังครบ 14 วันแล้ว 194 ราย ติดตามเฝ้าระวังยังไม่ครบ 14 วัน จำนวน 373 ราย แต่ยังไม่พบผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.บุรีรัมย์กล่าวว่า มาตรการปิดเมืองด้านสาธารณสุขในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนกินร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายอมเจ็บเพื่อให้จบ ดีกว่ามันจบแล้วเจ็บ หรือสุภาษิตจีนที่ว่า ยอมเสียอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต&amp;rdquo; นายธัชกรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59969</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, งดกิจกรรมทุกประเภท, บุรีรัมย์, ปิดเมือง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f87d6035b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อู่ฮั่นระส่ำเหยื่อโคโรนาพุ่ง จีนปิดเมืองแหล่งท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จีนใช้มาตรการกักกันครั้งใหญ่ ปิดเมืองระงับการคมนาคมเพิ่มเป็น 13 เมือง กระทบประชาชน 41 ล้านคน สถานที่ท่องเที่ยวแหล่งรวมชุมชนปิดทำการ ยอดเสียชีวิตและติดเชื้อพุ่งไม่หยุด อู่ฮั่นเร่งสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ภายใน 10 วัน แต่อนามัยโลกยังไม่ประกาศภาวะฉุกเฉิน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กำชับ สธ.รับมือโคโรนา แนะหลีกเลี่ยงพื้นที่ระบาด รมช.สธ.มั่นใจรับมือได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า คำประกาศปิดเมืองเพิ่มเป็น 13 เมืองเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 มีออกมาพร้อมกับรายงานยอดผู้เสียชีวิตและติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นจากวันก่อน โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 26 รายแล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อพุ่งพรวดพราดจากวันพฤหัสบดี เป็นมากกว่า 800 คน และมีถึง 177 คนที่ป่วยหนัก นอกจากนี้ยังมีกรณีต้องสงสัยติดเชื้ออีก 1,072 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้จีนยังรายงานพบผู้เสียชีวิตนอกเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีน เป็นครั้งแรกด้วย รายแรกเสียชีวิตที่มณฑลเหอเป่ยในภาคเหนือของจีนเมื่อวันพฤหัสบดี รายที่ 2 เสียชีวิตที่มณฑลเฮย์หลงเจียง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพรมแดนติดกับรัสเซีย และอยู่ไกลจากอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด มากกว่า 2,000 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ซึ่งประชุมที่กรุงเจนีวาต่อเนื่องในวันพฤหัสบดี ตัดสินใจไม่ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะมีอย่างน้อย 9 ประเทศ และดินแดนที่ยืนยันพบผู้ติดเชื้อแล้ว ดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า สถานการณ์ของจีนเป็นภาวะฉุกเฉินระดับประเทศ แต่ยังไม่ถึงขั้นภาวะฉุกเฉินระดับสากลที่ต้องการความร่วมมือระดับโลก ซึ่งรวมถึงการจำกัดการค้าและการเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันศุกร์ มีรายงานยืนยันการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาซึ่งยังระบุต้นตอไม่ได้นี้ ในประเทศไทย 4 ราย เป็นชาวจีนจากอู่ฮั่น 3 ราย รักษาหายส่งกลับจีนแล้ว 2 ราย กับชาวไทยที่กลับมาจากอู่ฮั่นเมื่อต้นเดือนนี้ 1 ราย, ญี่ปุ่นยืนยันเมื่อวันศุกร์ว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 2 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น, เกาหลีใต้ก็ยืนยันเมื่อวันศุกร์ว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นรายที่ 2 รายแรกเป็นหญิงชาวจีนจากอู่ฮั่น ส่วนรายล่าสุดเป็นชายชาวเกาหลีใต้ที่ทำงานในอู่ฮั่นแล้วเดินทางกลับเมื่อต้นสัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐมีผู้ติดเชื้อ 1 ราย เดินทางกลับจากอู่ฮั่นแต่หายแล้ว, ไต้หวันพบหญิงชาวไต้หวัน ซึ่งกลับจากอู่ฮั่นติดเชื้อไวรัสรายแรก, สิงคโปร์ประกาศเมื่อวันศุกร์เช่นกันว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย รวมเป็น 3 ราย ทั้งหมดเป็นชาวเมืองอู่ฮั่นที่มาถึงสิงคโปร์สัปดาห์นี้, เวียดนามพบติดเชื้อ 2 รายเมื่อวันพฤหัสบดี เป็นพ่อลูกจากอู่ฮั่น นอกจากนี้ เขตมาเก๊าและฮ่องกงของจีนก็พบนักท่องเที่ยวชาวจีนติดเชื้อแห่งละ 2 รายเมื่อหลายวันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในประเทศจีน ทางการหูเป่ย์ได้เพิ่มมาตรการกักกันเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเพิ่มเป็น 13 เมืองแล้ว มีประชากรรวมกันถึง 41 ล้านคน เทียบแล้วยังมากกว่าประชากรของแคนาดา โดยอู่ฮั่นเป็นเมืองใหญ่สุดมีประชากรราว 11 ล้านคน ที่เหลือเป็นเมืองเล็กกว่า แต่ก็มีประชากรหลายล้านคน เมืองที่กักกันเพิ่มเมื่อวันศุกร์ประกาศใช้มาตรการหลากหลายกันไป ตั้งแต่ปิดสถานที่สาธารณะ, จำกัดการชุมนุมขนาดใหญ่อย่างเข้มงวด ไปจนถึงการระงับบริการขนส่งมวลชน และขอร้องประชาชนอย่าออกนอกเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดส่งผลให้เทศกาลฉลองตรุษจีนภายในจีนปีนี้เงียบเหงา รัฐบาลจีนสั่งงดกิจกรรมที่เป็นแหล่งรวมของฝูงชน และปิดสถานที่ท่องเที่ยวเช่นพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งตั้งแต่วันเสาร์, สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในนครเซี่ยงไฮ้ประกาศปิดอย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่วันเสาร์เป็นต้นไป และกำแพงเมืองจีนปิดเข้าชมบางส่วน ที่มณฑลหูหนานที่อยู่ติดกับมณฑลหูเป่ย์ ทางการปิดสถานที่ท่องเที่ยวและงานกิจกรรมด้วยเช่นกัน สื่อจีนรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ในกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ประกาศขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด ขอให้เก็บตัวอยู่ภายในบ้านนาน 14 วันเพื่อกักกันโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า โรงพยาบาลหลายแห่งในเมืองอู่ฮั่นมีเตียงไม่พอรองรับคนไข้แล้ว และทางการจีนได้เร่งสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ให้เสร็จภายใน 10 วัน โดยตั้งเป้าหมายให้พร้อมใช้งานในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ สถานีซีซีทีวีของทางการจีนรายงานด้วยว่า แพทย์จากกองทัพ 40 นาย ถูกเรียกตัวมาช่วยที่แผนกผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลโรคปอดอู่ฮั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paryut Chan-o-cha ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่า ผมติดตามสถานการณ์ ไวรัสโคโรนามาตลอด ได้กำชับกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมและปรับแผนรับมือตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา สธ.@pr_moph ได้ออกมาตรการป้องกันและปฏิบัติตั้งแต่ต้นปี เน้นตรวจคัดกรอง ณ ท่าอากาศยาน 5 แห่ง และด่านตรวจคนเข้าเมือง ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นระดับ 3 พร้อมแจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ระบาด และให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเตรียมแผนรับมือตลอด 24 ชม. ขอให้ทุกคนร่วมมือกันดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีคนเยอะ หมั่นล้างมือให้สะอาด ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น รักษาร่างกายให้อบอุ่นและพักผ่อนให้เพียงพอ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อสายด่วน 1422
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยในประเทศไทย 4 ราย ซึ่ง 1 รายเป็นชาวจีน ขณะนี้เฝ้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลราชวิถี และอีก 1 ราย พบที่ จ.นครปฐม อยู่ระหว่างการรักษาตัว อย่างไรก็ตาม ให้ความมั่นใจว่าเราสามารถรับมือได้ เพราะมีมาตรการคัดกรองและกักตรวจโรคผู้ที่มีอาการน่าสงสัย โดยเฉพาะชาวจีนที่เดินทางจากแคว้นหวู่ฮั้นทั้ง 3 สนามบิน ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และดอนเมือง จะมีช่องทางพิเศษในการคัดกรอง ถ้าพบสงสัยก็จะกักไว้ตรวจโรค พร้อมให้คำแนะนำในการเฝ้าระวังสำหรับผู้ที่มีข้อสงสัย แต่ถ้าพบมีอาการไข้ก็จะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับผู้ต้องสงสัยก็ต้องกักไว้เพื่อสังเกตระยะฟักตัวของโรค แต่ถ้าก่อนหน้านั้นไม่พบแล้วปรากฏว่ามีอาการไข้ก็ต้องตรวจซ้ำเพื่อความมั่นใจ โดยต้องดูผลแล็บทั้งของกระทรวงสาธารณสุขและจุฬาลงกรณ์ เพื่อยืนยันให้ตรงกัน ทั้งนี้ การจะประเมินผู้ป่วยที่จะเกิดขึ้นยอมรับว่ายาก เพราะที่หวู่ฮั่นเองก็มีมาตรการที่เข้มงวด โดยมีการปิดทางเข้า-ออกแล้ว แต่ย้ำว่าเรามีมาตรการรับมือที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะหากจีนมีรายงานว่าสามารถติดต่อจากคนสู่คน เรายิ่งต้องระวังและสังเกตผู้ที่มีอาการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไป ต้องรอระหว่างประเทศด้วยว่าจะมีการประกาศแนวทางอย่างไร แต่ตอนนี้เรามีมาตรการป้องกันที่ให้ความมั่นใจได้&amp;quot; นายสาธิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อโคโรนาไวรัสใน จ.เชียงใหม่ จากรายงานที่พบผู้ป่วยที่ต้องสงสัยแล้วทำการสอบสวนโรค (PUI) 5 ราย ผลตรวจออกมาแล้วยืนยันไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนาทั้ง 5 ราย ส่วนมากเป็นไข้หวัดใหญ่ โดยทั้ง 5 ราย ได้รับการรักษาหายและสามารถออกจากโรงพยาบาลได้หมดแล้ว ทั้งนี้ ได้มีการติดตามทำวอร์รูมทุกวัน พร้อมเพิ่มระดับในการเฝ้าระวัง เนื่องจากเชียงใหม่มีเที่ยวบินตรงจากเมืองอู่ฮั่นพื้นที่ระบาดของโรค แต่เป็นเรื่องที่ดีที่ทางการจีนได้ระงับการเข้า-ออกเพื่อเป็นการควบคุมการระบาดของเชื้อแล้ว ทำให้เที่ยวบินทั้ง 6 เที่ยวต่อสัปดาห์ที่มาเชียงใหม่ ถูกยกเลิกในช่วงนี้ด้วย แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัย ล่าสุดยังไม่พบผู้ป่วยต้องสงสัยเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน โรงเรียนปทุมคงคาได้ออกประกาศ โรงเรียนปทุมคงคา ที่ 5/2563 เรื่องปิดเรียนเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากขณะนี้โรงเรียนปทุมคงคาตรวจพบครูและนักเรียนป่วยด้วยโรคไข้หวัดสายพันธุ์ A จำนวนมาก และมีแนวโน้มอัตราการเจ็บป่วยจะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จึงขอประกาศให้นักเรียนทุกระดับชั้นหยุดเรียน ตั้งแต่เวลา 12.30 น. วันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 เพื่อให้ทางโรงเรียนได้ทำความสะอาดห้องเรียน วัสดุอุปกรณ์และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จึงขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยดูแลนักเรียน หากนักเรียนคนใดมีอาการเจ็บป่วยขอให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้านได้ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55430</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดเมือง, ภาวะฉุกเฉิน, ระงับการคมนาคม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อู่ฮั่น, เสียชีวิตและติดเชื้อ, โคโรนา, โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, โคโรนไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2b0c0ea70fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
