<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชลบุรีปิด2แคมป์ก่อสร้างอ.ศรีราชาพร้อมอีกบริษัทในบ้านบึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.64- นายวิทยา คุณปลื้ม นายกอบจ.ชลบุรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แจ้งว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี มีประกาศคำสั่งที่ 93/2564 ระบุ 1.ห้ามผู้ใดเข้า-ออก แคมป์คนงานก่อสร้างของ &amp;ldquo;บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด(มหาชน)&amp;rdquo; ซึ่งตั้งอยู่บริเวณซฺอยก้นย่านาง หมู่ 3 ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และไซต์งานบริษัทดังกล่าว โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (แหลมฉบัง) 1 จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 219/10 หมู่ 3 ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม - 19 กันยายน 2564 เว้นแต่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติให้เป็นไปตาม มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ห้ามผู้ใดเข้า-ออก &amp;ldquo;บริษัทซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)&amp;rdquo; ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 199/8 หมู่ 3 ถนนพานทอง-บ้านบึง ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรีและสถานที่พักพนักงาน ของบริษัทดังกล่าว(หอพัก1และหอพัก 2) ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม - 19 กันยายน 2564 เว้นแต่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติให้เป็นไปตาม มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มอบหมายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรีร่วมกับนายอำเภอท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มกำหนดมาตรการเฉพาะในการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ดังกล่าว และให้เจ้าของผู้ประกอบการพนักงานลูกจ้างปฏิบัติตามมาตรการ ดังกล่าวโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114162</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชลบุรี, ปิดแคมป์ก่อสร้าง, สสจ.ชุลบุรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61222ea90c772.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SENAปรับกลยุทธ์รักษาแรงงานก่อสร้างช่วงล็อคแคมป์พร้อมเดินหน้าพัฒนาบ้านโซลาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.64-นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. เสนาดีเวลลอปเม้นท์ หรือ SENA เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลได้มีการออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่มีการกระจายอย่างรวดเร็วส่งผลกลุ่มคลัสเตอร์เป็นจำนวนมากในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมลฑล บริษัทได้มีการปรับวิธีการดำเนินงานเพื่อให้สอดรับกับมาตรการของรัฐในการปิดแคมป์คนงานก่อสร้างแบบบับเบิ้ลแอนด์ซิล โดยการเข้าไปช่วยเหลือคนงานในด้านต่างๆ ทั้งการจัดส่งอาหาร จัดจุดคัดกรอง และทำการตรวจหาเชื้อในกลุ่มคนงานและคัดแยก เพื่อเป็นการควบคุมให้อยู่ในวงจำกัด เพื่อความมั่นใจให้กับคนงานและผู้รับเหมาทั้งในเรื่องในการดูแลความเป็นอยู่ของคนงานและด้านสุขอนามัย ในช่วงที่มีการปิดแคมป์คนงานซึ่งจะทำให้จำนวนคนงานไม่มีการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากมาตรการของรัฐอาจจะทำให้การพัฒนาโครงการต่างๆของบริษัท ต้องล่าช้าไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน เนื่องจากปัจจุบันเสนามีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 40 โครงการทั้งในกรุงเทพฯ และ ปริมลฑล โดยแยกออกเป็น 10 โครงการอยู่ระหว่างการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือ&amp;nbsp; EIA และอีก 30 โครงการ อยู่ระหว่างการก่อสร้างและตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนส่งมอบและอีกส่วนเป็นการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคทั้งระบบบำบัดน้ำ ถนนในโครงการ รวมถึงสโมสร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในส่วนเรื่องแรงงานก่อสร้าง อาจจะมีการเคลื่อนย้ายแหล่งทำงานใหม่นอกพื้นที่ควบคุมเพราะคนงานเหล่านี้จำเป็นต้องมีรายได้เพื่อเลี้ยงชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้แม้ว่ารัฐบาลจะมีการปลดล็อค อาจจะส่งผลให้จำนวนแรงงานที่จะกลับเข้าสู่ระบบไม่เป็นไปตามความต้องการของภาคก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นทำให้คนต้องทำงานที่บ้านมากขึ้น ดังนั้น โครงการที่อยู่อาศัยที่มีการติดตั้งโซลาร์รูปท็อป จึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากบ้านกลายเป็นพื้นที่ที่ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน ทั้งการทำงาน เรียน พักผ่อน และออกกำลังกาย เป็นต้น เนื่องจากสามารถช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ซึ่งในส่วนของเสนาได้มีการพัฒนาโครงการบ้านที่ติดตั้งโซลาร์ ที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้ภายในบ้านได้เอง จึงเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ ปัจจุบันเสนาได้มีการพัฒนาบ้านที่อยู่อาศัยและมีการติดโซลาร์บนหลังคาให้กับบ้านทุกซีรี่ย์ ตั้งแต่ ทาวน์โฮม คอนโด และบ้านเดี่ยว มั่นใจว่าบ้านโซลาร์สามารถให้ประโยชน์ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109456</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)” หรือ SENA, ปิดแคมป์ก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebfb18740c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสังหาฯไตรมาส 3 &#039;ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.64- เผลอแป๊บเดียวก็ก้าวผ่านครึ่งปี 2564 มาแบบมึนๆ ว่าเวลามันผ่านไปเร็วมากแต่สถานการณ์ต่างๆ กลับยังไม่ดีขึ้นเลย โดยในช่วงปลายเดือนมิถุนายนทางรัฐบาลเพิ่งจะมีคำสั่งสะท้านวงการอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไป นั่นคือการสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง ห้ามการเคลื่อนย้ายคนงานรวมทั้งปิดไซท์งานก่อสร้าง ไม่ให้ดำเนินงานในพื้นที่ดังกล่าวเลยเป็นเวลา 30 วัน&amp;nbsp; ถึงแม้ว่าเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาจะมีประกาศอีกฉบับผ่อนปรนในบางข้อ และให้มีผลย้อนหลังกลับไป 28 มิถุนายน แต่มันได้ก่อผลกระทบมหาศาลไปทั้งวงการแล้ว รวมทั้งทางออกที่ภาคเอกชน ทั้ง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้พัฒนาโครงการต่างๆ รวมไปถึงแรงงานต่างๆที่ได้รับผลกระทบจะออกมาเสนอแนะ สอบถามการเยียวยาจากภาครัฐ ทั้งสามสมาคมอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้าง ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนแต่อย่างใด ยังคงต้องช่วยตัวเองกันไปก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัดกลับมาวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม 2564 ซึ่ง ศบค. ก็มีดาบสองในการมีคำสั่งควบคุมจำกัดการเดินทางที่ภาษาชาวบ้านเรียก &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; ถึงแม้ว่าทางราชการจะไม่ใช้คำนี้ก็ตาม ซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ปิดห้าง ให้เปิดขายได้บางแผนก, ปิดกิจการบางกิจการ, ขอให้ทำงานที่บ้าน , ขอความร่วมมืองดเดินทางช่วงกลางคืน ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรมเกิน 5 คน เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าถึงจะไม่เรียกล็อกดาวน์ แต่บรรยายกาศการใช้ชีวิตของประชาชนมันจะถูกดึงเข้าไปสู่โหมดซึมลงแบบล็อกดาวน์อยู่แล้ว&amp;nbsp; ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน การตัดสินใจในการใช้จ่ายที่ต้องปรับเปลี่ยนไป หลายคนสูญเสียงาน สูญเสียรายได้ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว หลายกิจการจำเป็นต้องหยุดชั่วคราว หรือแม้กระทั่งเลิกกิจการไปเลยก็มี หลายคนเป็นหนี้เป็นสินที่กู้มาเพื่อประคองกิจการและเลี้ยงดูครอบครัว และหลายคนกำลังจะหมดหวัง ! &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าประชาชนทุกคนพร้อมจะเสียสละเพื่อลดความรุนแรงของโรคระบาดที่ทั้งโลกต้องเผชิญแบบไม่ได้มีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน&amp;nbsp; แต่การเสียสละนั้นมันควรต้องมีจุดที่ทำให้เกิดความหวังว่าเสียสละแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ซึ่งวิกฤตครั้งนี้ที่ผ่านมาปีกว่าๆแล้วพวกเราอาจจะยังไม่เคยเห็นกันเลยจนถึงวันนี้ แน่นอนว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าที่อยู่อาศัยจะเป็นปัจจัย 4 ที่ทุกคนต้องใช้ในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเช่า หรือจะซื้อก็ตาม ตั้งแต่ช่วงโควิดเริ่มส่งผลกระทบแรกๆ ภาคอสังหาฯบางส่วนก็เริ่มได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ชาวต่างชาติที่เคยทำงานในกรุงเทพและเช่าคอนโดดีๆ แพงๆอยู่ หายไปอย่างน่าใจหาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจะเชื่อว่าค่าเช่าคอนโดบางตึกกลางเมืองจะลดลงไปให้เห็นถึง 50% คอนโดที่คนไทยเช่าเพื่อทำงานก็เริ่มมีคนค้างค่าเช่า ขอย้ายออก ขอลดค่าเช่า หรือแม้กระทั่งหนีไปเลยก็มี เพราะสภาพการจ้างงานที่โดนทั้ง ลดเงินเดือน ลดงานหรือโดนเลิกจ้าง แม้กระทั่งหอพัก อพาร์ทเมนท์ คอนโดใกล้มหาวิทยาลัยที่เคยเป็นตลาดนักศึกษาที่ดีมากๆ ก็ว่างมากขึ้น จากทั้งการเรียนออนไลน์ที่ไม่ต้องไปอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยก็ได้ และจากการที่ต้องพักการเรียนไป เพราะผู้ปกครองประสบปัญหาด้านการเงินจนส่งไม่ไหว เกิดขึ้นเยอะมากๆแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาในรอบ 10 กว่าปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารไม่ต้องพูดถึง เพราะน่าจะหนักหนาสาหัสที่สุดแล้ว ไตรมาส 3 นี้ หลายๆคนเคยตั้งความหวังว่า สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น และจะทำให้ทั้งวงการอสังหาฯ วงการท่องเที่ยวค่อยๆ &amp;ldquo;เริ่ม&amp;rdquo; จะขยับตัวจนเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในไตรมาส 4 ที่คิดว่าจะสามารถเริ่มรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาได้ และตลาดจ้างงานเริ่มปกติจนทำให้การซื้อขายอสังหาฯกลับมาคึกคักขึ้นบ้าง แต่ถึงตอนนี้คงต้องยอมรับว่าความหวังของไตรมาสนี้น่าจะจบลงไปแล้ว เพราะเท่าที่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อ &amp;ldquo;แค่ที่เปิดเผย&amp;rdquo; ก็ทำนิวไฮขึ้นตลอด ยังไม่ต้องคิดถึงตัวเลขจริงให้ทุกข์ใจไปกว่านี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลกระทบของประกาศล็อคดาวน์รอบใหม่ของ ศบค. รอบนี้ แน่นอนว่ากระทบกับบรรยากาศการอยากลงทุน หรือการอยากซื้อบ้าน คอนโดไปเยอะมากๆ จะเห็นตัวเลขคน Walk in เข้าชมโครงการกราฟตกหัวทิ่มอย่างมีนัยสำคัญไปอีก 1 เดือนเป็นอย่างน้อย&amp;nbsp; เมื่อตัวเลข Walk in น้อย&amp;nbsp; ยอดขายก็น้อยด้วย&amp;nbsp; ตัวเลขรับรู้รายได้จากการโอนในไตรมาส 3 นี้ของทุกผู้ประกอบการ โดยเฉพาะที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็จะผิดเป้าไปมาก เพราะการโดนสั่งปิดแคมป์ ปิดไซท์งานที่แม้ว่าจะผ่านมาแล้ว 2 สัปดาห์ ภาครัฐก็ยังไม่มีมาตรการดำเนินการแก้ปัญหาเชิงรุกอย่างบูรณาการเลย ทั้งเรื่องการตรวจคัดกรองคนงาน การฉีดวัคซีนคนงาน การเยียวยาด้านแรงงาน 50% ที่บอกว่าจะจ่ายทุก 5 วัน การดูแลจัดการเรื่องอาหาร 3 มื้อทุกวันของคนงานทุกคน ที่ตอนนี้ตกเป็นภาระของผู้รับเหมาก่อสร้างแบบ 100%!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่คิดรวมไปถึงมาตรการเยียวยาด้านต้นทุนการเงิน ดอกเบี้ย มาตรการด้านภาษีจดจำนอง และค่าใช้จ่ายการโอนต่างๆที่จะหมดในสิ้นปีนี้ ซึ่งมีผลกับผลประกอบการและการหมุนเงินทั้งตลาดจำนวนมหาศาล&amp;nbsp; ที่สำคัญคือทั้งมาตรการปิดแคมป์ ปิดไซท์เมื่อครบ 30 วันแล้ว จะถูกขยายต่อไปอีกหรือไม่ ?&amp;nbsp; และมาตรการล็อคดาวน์ 14 วัน หากจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงก็จะเป็นข่าวดีของชาวไทยทั้งประเทศ&amp;nbsp; แต่ถ้าไม่ลดลงล่ะ ?&amp;nbsp; เราต้องเจออะไรกันต่อ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าตอนนี้จะเริ่มเห็นการขยับตัวกลับมาลุยขายออนไลน์ของผู้ประกอบการอสังหาฯอีกครั้ง&amp;nbsp; ทั้งอัดแคมเปญลด แลก แจก แถมออนไลน์ หรือการชักชวนให้เข้าชมโครงการ&amp;nbsp; เข้าชมห้องตัวอย่างออนไลน์ แบบ Virtual Tour ที่ทีการพัฒนาไปมากจนสามารถเข้าชมและพูดคุยกับพนักงานแบบ Real Time แล้วเหมือนที่ทาง Prop2morrow ให้บริการอยู่ ซึ่งก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องการเข้าชมของลูกค้าได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่าไม่มีลูกค้าเข้าชมเลย และทำให้ได้เปรียบคู่แข่งในโครงการที่ทำเลใกล้ๆกัน แต่ไม่มีบริการให้ดูแบบ Real Time Virtual Tour แต่การปิดการขายแบบได้ดูของจริง สถานที่จริง ก็ยังมีเสน่ห์กว่าอยู่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ความหวังของคนทั้งประเทศยังคงหวังว่า &amp;ldquo;เจ็บแล้วต้องจบ&amp;rdquo; ให้ได้จริงๆสักที เพราะความเสียหายมันไม่ได้มีผลแค่เรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนมันมีผลมากกว่านั้นมากมายจริงๆ&amp;nbsp; เชื่อผมเถอะว่าไม่มีใครอยากเห็นว่าบ้าน คอนโดขายดี ในขณะที่ยังมีคนไปนอนตากฝนข้ามคืนเพื่อรอตรวจเชื้อโควิดหรอก ...มันทำใจไม่ได้จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-โอภาส ถิรปัญญาเลิศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109448</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดอสังหาริมทรัพย์, ปิดแคมป์ก่อสร้าง, โอภาส ถิรปัญญาเลิศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebf03163987.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เงามืดในอุโมงค์ของอสังหาริมทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางรัฐบาลได้ออกประกาศที่สร้างความสะเทือนวงการอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล, รวมไปถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างมาก นั่นคือการสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง ห้ามการเคลื่อนย้ายคนงานรวมทั้งปิดไซท์งานก่อสร้าง ไม่ให้ดำเนินงานในพื้นที่ดังกล่าวเลยเป็นเวลา 30 วัน&amp;nbsp; ถึงแม้ว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา จะมีประกาศอีกฉบับผ่อนปรนในบางข้อ และให้มีผลย้อนหลังกลับไป 28 มิถุนายน แต่มันได้ก่อผลกระทบมหาศาลไปทั้งวงการแล้ว รวมทั้งทางออกที่ภาคเอกชน ทั้ง ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้พัฒนาโครงการต่างๆ รวมไปถึงแรงงานต่างๆที่ได้รับผลกระทบจะออกมาเสนอแนะ สอบถามการเยียวยาจากภาครัฐ ทั้งสามสมาคมอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้าง ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเร่งออกมาตรการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของ โดวิด-19 ทุกฝ่ายพร้อมจะเข้าใจและสนับสนุน แต่การเร่งออกประกาศตอนดึกของวันหยุดโดยที่ไม่ได้ให้เวลาฝ่ายที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมและไม่คิดถึงผลกระทบที่ตามมา ย่อมสร้างปัญหาเป็นโดมิโดร้ายแรงต่อมา&amp;nbsp; อย่าลืมว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์มีตัวเลขที่เกือบจะ 10% ของ GDP ประเทศไทย&amp;nbsp; การที่ตัวเลขผลผลิตหายไป 1 เดือน มันสร้างผลกระทบต่อเนื่องไปตั้งแต่การจ้างแรงงาน การผลิตวัสดุก่อสร้างทั้งระบบ การนำเข้าวัตถุดิบ การจ้างงานทั้งแรงงานและงานอื่นที่เกี่ยวข้อง การรับรู้รายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งผลกระทบที่ตามมาจะมีทั้งด้านวิศวกรรมก่อสร้าง และด้านการเงินการบริหารงานทั้งส่วนของผู้รับเหมาก่อสร้างและส่วนของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในส่วนวิศวกรรมมีผลกระทบต่อความปลอดภัยเช่นการหยุดงานชั้นใต้ดินทันทีจะเสี่ยงกับการทรุดตัวของดินและดินสไลด์ หรือน้ำท่วมจากฝนตก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอาคารสูงเช่นงานเทพื้นที่ค้างยังอยู่ งานติดตั้งแผ่น Precast ที่ค้างอยู่ อาจหล่นลงมาได้ หรือหากมีลมกรรโชกแรงๆ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เช่นไม้แบบในไซท์งานมีโอกาสที่จะปลิวออกมาสร้างความเสียหายกับชุมชนข้างเคียงได้ ส่วนความเสียหายด้านการเงินการบริหารนับเป็นเรื่องใหญ่มาก จากสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างประเมินคร่าวๆว่า การหยุดงานก่อสร้างเพียง 1 เดือน จะสร้างความเสียหายถึง 10,000-12,000 ล้านบาท และหากยังถูกปิดไซท์ต่อไป ตัวเลขก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีก อย่าลืมว่าการสร้างโครงการแต่ละโครงการ เจ้าของโครงการส่วนใหญ่ต้องกู้เงินธนาคารมาสร้าง&amp;nbsp; ภาระดอกเบี้ยจึงเกิดขึ้นทุกเดือน ผู้รับเหมาก่อสร้างก็ต้องกู้เงินธนาคารมาลงทุนก่อสร้าง ใช้เครดิตซื้ออิฐ หิน ปูน ทรายมาใช้ก่อสร้าง กู้มีภาระดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าการที่ต้องหยุดงาน 1 เดือน แต่ทางธนาคารไม่ได้หยุดคิดดอกเบี้ยไปด้วย&amp;nbsp; แปลว่ารายรับหายไปแต่รายจ่ายมีแต่เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมอีก รวมทั้งภาระก้อนใหญ่ที่สุด คือการดูแลอาหารการกินและความเป็นอยู่ของคนงานในแคมป์ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp; ลำพังแค่ค่าอาหารต่อหัว ทุกมื้อทุกวันนี่ก็นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นก้อนใหญ่แล้ว เพราะคนงานรายวันโดนสั่งหยุดงานก็ไม่มีรายได้อยู่แล้ว&amp;nbsp; การที่รัฐประกาศว่าจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ส่วนหนึ่ง คือ 50% แต่ไม่เกิน 7,500 บาท ต่อหัว แปลว่าภาระที่เหลือต้องตกอยู่กับผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp; ยังไงก็ต้องช่วยดูแลเรื่องอาหาร ยังไงก็ต้องมีออกเงินล่วงหน้าให้&amp;nbsp; อย่าลืมว่าไม่ใช่ 7,500 บาทต่อคนจะอยู่รอดได้ เพราะปกติ คนงานมีภาระต้องเลี้ยงดู พ่อแม่ ลูกๆกันต่อเป็นทอดๆอีก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความล่าช้าและขั้นตอนการเบิกจ่ายที่ไม่ชัดเจนและล่าช้าจะยิ่งตอกย้ำปัญหาเพิ่มขึ้นอีก กระทรวงแรงงานประกาศว่าจะช่วยจ่ายเงินค่าแรงคนงานตามระบบประกันสังคมทุก 5 วัน อยากให้ลองจับตาดูว่าถึงเวลาจริงๆ การเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือในส่วนนี้จะใช้เวลาเดินทางมาถึงมือคนงานจริงๆ ในเวลากี่วันนับจากวันประกาศ&amp;nbsp; ค่าใช้จ่ายที่ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องแบกภาระเพิ่มยังรวมไปถึง ค่าเช่าที่ดินปลูกบ้านพักคนงาน ค่าเช่าที่ดินทำสำนักงานสนาม ค่าไฟฟ้าบ้านพักคนงานที่แต่ละเดือนมหาศาล ค่าน้ำประปาที่ยิ่งคนงานไม่ได้ทำงาน อัตราการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ค่าเช่าเครื่องจักรเช่น ทาวเวอร์เครน รถเครน รถตักทั้งหลายที่จอดแน่นิ่งอยู่ในไซท์ไม่ได้ทำงาน แต่ต้องจ่ายค่าเช่า รวมไปถึง การที่เดือนนี้ไม่ได้ทำงานก็จะไม่มีผลงานไปเบิกเงิน&amp;nbsp; เงินจะหายจากในระบบไปเลย 1 เดือนที่จะส้รางผลกระทบกับกระแสเงินสดอย่างมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หากรัฐบาลคิดไตร่ตรองผลกระทบต่อเนื่องให้ดีก่อน ก็คงไม่น่าจะมีประกาศฉบับนี้ออกมา แต่ตอนนี้ไม่ทันแล้วเมื่อประกาศออกมามีผลบังคับใช้แล้วอยากจะเสนอให้รัฐบาลคิดต่อให้เป็นระบบในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเป็นแหล่งแพร่เชื้อจากแคมป์คนงานที่รัฐบาลตั้งข้อหาให้ โดยขอให้รีบถือโอกาสนี้ในการเข้าตรวจเชิงรุก แคมป์คนงาน คัดกรองคนงานที่ติดและไม่ติด รวมถึงแคมป์ที่ไม่มีปัญหาการแพร่เชื้อ ให้รีบกลับมาทำงานต่อได้โดยเร็วที่สุดโดยให้มีข้อบังคับด้านสาธารณสุขที่เข้มงวดกับแคมป์และไซท์งานให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันโรคติดต่อ ไซท์ไหนทำไม่ได้ก็สมควรโดนปิด แต่หากไซท์ไหนที่ดูแลอย่างดีแล้วก็ไม่ควรได้รับผลกระทบแบบเหมาเข่งแบบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือควรเร่งจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพไปฉีดให้แก่คนงานก่อสร้างกลุ่มนี้โดยเร่งด่วนที่สุด&amp;nbsp; ถ้าภาครัฐยังไม่คิดวิธีแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างเป็นระบบในทุกๆมิติสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยเร่งด่วนแล้ว&amp;nbsp; ตังเลข GDP และตัวเลขเศรษฐกิจของไตรมาสสามที่จะถึงนี้ คงต้องทำใจเตรียมเห็นตัวเลขติดลบอีกรอบได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอภาส ถิรปัญญาเลิศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108730</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ปิดแคมป์ก่อสร้าง, ปิดแคมป์คนงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e3043ab3fca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ประกอบการ &#039;รถเครน&#039; ร้องรัฐเยียวยาหลังสั่งปิดแคมป์ก่อสร้างเสียหายนับพันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.ค.2564 นายสุทธิชัย ปิยรัตนวรสกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการรถเครน เปิดเผยว่า จากข้อกำหนดและมาตรการปิดแคมป์คนงาน และหยุดการก่อสร้างชั่วคราว 30 วันนั้น ได้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก ต่อผู้ประกอบการรถเครน กว่า 1,000 ราย เช่น รถเครน รถหัวลาก รถขุด รถครอเลอร์เครน เป็นต้น ซึ่งมีพนักงาน และเจ้าหน้าที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 10,000 คน โดยประเมินว่า ในช่วงเวลาตามมาตรการดังกล่าว จะสร้างมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากสมาชิกของสมาคมฯ หลายราย ซึ่งเป็นคู่สัญญากับทั้งโครงการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ของภาครัฐจะต้องหยุดชะงักลง ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 3 โครงการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้แก่ 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี 2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และ 3.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าวสำโรง รวมถึงโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ของกรมทางหลวง (ทล.) อีกทั้งโครงการก่อสร้างทางพิเศษ (ทางด่วน) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิชัย กล่าวต่อว่า จากผลกระทบที่ได้รับนั้น สมาคมฯ เตรียมยื่นหนังสือถึงหน่วยงานภาครัฐ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง เพื่อขอความช่วยเหลือเยียวยาตามสิทธิ์ที่พึงจะได้รับ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการรถเครน รวมถึงพนักงาน และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในปัจจุบัน เช่น ขอให้ประสานงานกับสถาบันทางการเงิน เพื่อขอผ่อนผันและชะลอการชำระหนี้ออกไป 6 เดือน รวมถึงขอลดอัตราดอกเบี้ยให้ นอกจากนี้ จะขอให้ชดเชยค่าจ้างกับพนักงานและเจ้าหน้าที่ให้สอดรับกับสภาพความเป็นจริง เป็นต้น ทั้งนี้ คาดว่า จะเดินทางไปยื่นหนังสือภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในปัจจุบัน และคำสั่งปิดแคมป์ รวมถึงหยุดการก่อสร้าง 30 วัน ได้ส่งผลกระทบหนักมากกับผู้ประกอบการรถเครน ทำให้เสียหายมาก ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ แล้วถ้าหากมองในแง่ที่แย่ที่สุด อาจจะขยายการปิดแคมป์ และหยุดก่อสร้างออกไปอีก คงจะต้องเห็นผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ และอาจจะส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างได้&amp;rdquo; นายสุทธิชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108645</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดแคมป์ก่อสร้าง, สมาคมผู้ประกอบการรถเครน, สุทธิชัย ปิยรัตนวรสกุล, เรียกร้องเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e27fa4c8510.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 07:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อ.วิชา&#039;กระตุกอาชีพวิศวกรรมเหตุใดปล่อยให้ผู้มีอำนาจสั่งหยุดก่อสร้างทั้งหมด หวั่นเกิดอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค.64 - ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
เหตุใดผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม จึงปล่อยให้ผู้มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน สั่งให้หยุดก่อสร้างทั้งหมด ทั่วกรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 1 เดือน ด้วยความกลัวว่าโรคโควิด-19 จะระบาดในแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยมิได้ทักท้วง ตามแนวทางแห่งจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพ ที่ต้องยึดถือไว้ตลอดชีวิต ตามหลักอันเป็นเลิศของวิชาชีพ (Professionalism) 4 ประการ คือ:
1)ความรอบรู้&amp;nbsp; (prudence)
2)ความกล้าหาญ (courage)
3) ความพอประมาณ (sufficiency)
4) ความยุติธรรม (justice)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ความกล้าหาญในทางวิชาชีพ ( professional courage)ของผู้ประกอบวิศวกรนั้น ได้ใช้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง ถ้าท่านมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เพราะท่านรอบรู้กว่าผู้อื่นในการก่อสร้าง ท่านต้องกล้าที่จะโต้แย้งคัดค้านผู้มีอำนาจ อย่างถึงที่สุด ว่าการออกคำสั่งแบบไม่พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบของผู้ที่ขาดความรอบรู้ในวิชาชีพวิศวกรรมนั้น ย่อมกระทบถึงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายร้อยแห่งในกรุงเทพมหานคร หากต้องหยุดก่อสร้างอย่างฉับพลัน เป็นเวลาถึง 1 เดือน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวงแก่ประชาชนที่อยู่ใกล้บริเวณโครงการก่อสร้าง หรือต้องผ่านบริเวณที่มีการก่อสร้างเหล่านั้น จริงอยู่แม้ทางโครงการที่มีความเสี่ยงอาจยื่นคำขอต่อผู้มีอำนาจ ให้ผ่อนคลาย หรือยินยอมให้ก่อสร้างต่อไปได้ โดยมีมาตรการควบคุมคนงานมิให้ติดเชื้อโควิด แต่กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะการพิจารณาผ่อนผันตามระบบราชการนั้น มิได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วดังที่พวกเราก็ทราบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งผู้มีอำนาจในศบค.ส่วนหนึ่งก็คือผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ที่ต้องมีความรอบรู้ ความกล้าหาญ ความพอประมาณ และความยุติธรรม เช่นเดียวกับผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม กฎหมาย และวิชาชีพอื่นๆ ทั้งต้องคำนึงอยู่ทุกลมหายใจว่าผู้ประกอบวิชาชีพนั้น ต้องทำในสิ่งที่ดีที่สุด (best practice) และมีประสิทธิภาพสูง(high performance) จึงจะถือว่าได้ปฎิบัติหน้าที่อันสมควรที่จะได้รับความเชื่อถือ ศรัทธา และไว้วางใจ จึงขอฝากบทเรียนในปัญหาด้านจริยธรรมวิชาชีพ ให้ท่านได้โปรดพิจารณาในการออกคำสั่งครั้งต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108355</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความกล้าหาญในทางวิชาชีพ, ปิดแคมป์ก่อสร้าง, ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ, อาชีพวิศวกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066ef976ce9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ธุรกิจรับสร้างบ้าน&#039;เดือดร้อนร่อนหนังสือถึง ศปก.ศบค.ขอความชัดเจนเรื่องสร้างบ้านพักอาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (สมาคมฯ) เปิดเผยว่า จากการพิจารณาตามราชกิจจานุเบกษาออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๕)ดังกล่าวมิได้มีเป้าประสงค์เพื่อมีคำสั่งให้ปิดสถานที่ก่อสร้างประเภทอาคารบ้านพักอาศัยที่มิได้เป็นโครงการจัดสรร ซึ่งหมายถึงบ้านพักอาศัยของประชาชนทั่วไปที่สร้างบ้านที่ดินของตนเอง เนื่องจากมิได้เป็นโครงการขนาดใหญ่หรืออาคารสาธารณะที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากและมิได้ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปในวงกว้าง
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นับตั้งแต่ราชกิจจานุเบกษาดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ ยังมีความเข้าใจที่คาดเคลื่อนและตีความไม่ตรงกันทั้งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ , เจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมถึงประชาชนโดยทั่วไป ทำให้เกิดข้อโต้แย้งที่ยังไม่มีข้อสรุป&amp;rdquo; นายวรวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านบนที่ดินของประชาชน ที่ปัจจุบันมีงานก่อสร้างบ้านพักอาศัยสร้างเองกระจายอยู่ทั่วในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นจำนวนหลายพันหลังต่อปี &amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยขนาดเล็ก &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแรงงานก่อสร้างเป็นหลักสิบคน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งไม่ก่อให้เกิดคลัสเตอร์ ของผู้ติดเชื้อจำนวนมากได้ อีกทั้งสมาชิกของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านยังมีมาตรการในการป้องกันโควิดเป็นอย่างดี &amp;nbsp; ซึ่งจากที่ผ่านมาพบว่าไซต์งานก่อสร้างของสมาชิกสมาคมฯ &amp;nbsp;ยังไม่มีที่ใดติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศยังคงพอเดินไปได้ คนหลายหมื่นคนยังพอมีงานทำ ทางสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านจึงต้องการได้รับการยืนยันเพื่อความชัดเจนว่าการก่อสร้างบ้านพักอาศัยที่สร้างเองที่มิใช้โครงการจัดสรร สามารถดำเนินงานก่อสร้างต่อไปได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.​ตามราชกิจจานุเบกษามิได้รวมถึงการก่อสร้างและต่อเติมบ้านพักอาศัยเพื่ออยู่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.​กรณีแรงงานมิได้พักอาศัยในสถานที่ทำงาน สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ
&amp;nbsp;
อนึ่ง ตามที่มีราชกิจจานุเบกษา ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๕) ข้อ ๒.การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อควบคุมโรคและป้องกันการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบอาชีพแรงงานก่อสร้างซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงและพบการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดปริมณฑล อาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อพิจารณามีคำสั่งปิดสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคาร หรือพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างหรือสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนประเภทอาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ อาคารที่อยู่อาศัยรวม อาคารสาธารณะ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือโครงการจัดสรรทุกประเภท ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน หรือโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และให้มีคำสั่งปิดสถานที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับคนงาน ทั้งภายในและภายนอกสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคาร รวมทั้งมีคำสั่งให้หยุดงานก่อสร้าง และห้ามการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงาน เป็นการชั่วคราวอย่างน้อยสามสิบวัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108142</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน, ปิดแคมป์ก่อสร้าง, วรวุฒิ กาญจนกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbfb38eeb89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
