<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทีเอ็มบีธนชาต&#039; เผยโฉมโลโก้ใหม่อย่างเป็นทางการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 พ.ค. 2564 นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแผนการดำเนินงานรวมกิจการของทีเอ็มบีและธนชาต เราสามารถก้าวข้ามความท้าทายภายใต้วิกฤต COVID-19 มาได้อย่างราบรื่น และในวันนี้ทั้งสองธนาคารได้ผนึกกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในชื่อ &amp;ldquo;ทีเอ็มบีธนชาต&amp;rdquo; (TMBThanachart) โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TMBThanachart Bank Public Company Limited และมีตัวย่อหรือโลโก้ คือ ttb (ทีทีบี) ซึ่งเป็นชื่อที่ทุกคนภาคภูมิใจ สื่อถึงจุดเริ่มต้นของธนาคารใหม่ ที่เกิดจากความตั้งใจในการรวมจุดแข็งของทั้งสองธนาคาร นำความโดดเด่นแต่ละด้านมาส่งเสริมซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยากให้ทุกคนจดจำ ทีเอ็มบีธนชาต ในฐานะธนาคารที่ทำให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินดีขึ้นอย่างแท้จริง โดยทีเอ็มบีธนชาต เป็นมากกว่าชื่อเรียกที่มาจากสองธนาคาร เพราะเป็นคำที่สะท้อนถึงสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง และอยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนาน มีการเดินทางและเส้นทางแห่งความสำเร็จกว่าหลายทศวรรษเต็มไปด้วยเรื่องราวและความผูกพัน รวมไปถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโลโก้ ttb ที่มี t ด้วยกันสองตัวนั้น t ตัวแรกมาจาก TMB (ทีเอ็มบี) และอีกตัวมาจาก Thanachart (ธนชาต) ส่วน b มาจากคำว่า Bank (ธนาคาร) ตัวอักษรทั้ง 3 ตัว เชื่อมต่อกันเพื่อมุ่งไปข้างหน้า เหมือนกับการที่ทีเอ็มบีและธนชาตเชื่อมต่อสององค์กร รวมพนักงานให้เป็นหนึ่งเดียว และพร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์ทางการเงินที่ดีที่สุดไปยังลูกค้า เพื่อเติบโตและก้าวไปข้างหน้า พร้อม ๆ กับลูกค้าไปตลอดทุกช่วงชีวิต โดยความโค้งมนของตัว t และ b สะท้อนถึงการทำงานของธนาคารที่พร้อมรับทุกความเปลี่ยนแปลง และสามารถหมุนเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีมุมเหลี่ยมมาขวางกั้นหรือฉุดรั้งความมุ่งมั่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเปลี่ยนมาใช้โลโก้ ttb ตัวพิมพ์เล็ก เป็นความตั้งใจของเราในการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้นอย่างแท้จริง การใช้อักษรตัวพิมพ์เล็ก เพื่อย้ำเตือนตัวเราเองและเป็นเหมือนคำมั่นที่จะบอกกับคนไทยว่า แม้ในวันนี้ เราได้กลายเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่เราจะยังคงอยู่เคียงข้าง เป็นธนาคารที่เข้าถึงลูกค้าได้ทุกคน เพื่อช่วยดูแลและช่วยทำให้ชีวิตทางการเงินของคนไทยดีขึ้นทั้งวันนี้และอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;ldquo;สีฟ้าและสีส้ม&amp;rdquo; จากทีเอ็มบีและธนชาต ยังคงเป็นตัวแทนของ ttb ด้วยความตั้งใจที่จะสืบต่อเรื่องราวการเดินทางในวงการธนาคารที่มีมาอย่างยาวนานของทั้งสองธนาคารเอาไว้ พร้อมมุ่งมั่นที่จะต่อยอดความสำเร็จและบันทึกการเดินทางบทใหม่ จึงมีการปรับโทนสีเพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่า เรื่องการเงินและธนาคารไม่ใช่เรื่องยากและไกลตัว ภายใต้สีฟ้าเฉดใหม่ ในชื่อ Confident Blue ที่เปี่ยมด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น และสีส้ม Refreshing Orange ที่สดใส มีชีวิตชีวา สะท้อนถึงความก้าวหน้า ความอบอุ่นและความกระตือรือร้นที่จะดูแลลูกค้า ซึ่งแสดงถึงตัวตนของธนาคารและเป็นเสมือนตัวแทนของ ttb&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเพิ่มการใช้สีน้ำเงิน Trusted Navy กับตัว b ที่สื่อถึงความเป็นธนาคารที่มั่นคง น่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพที่น่าไว้วางใจ สามารถเป็นที่พึ่งพิงให้กับทุกคนได้เหมือนที่ธนาคารเป็นตลอดมา และเสริมด้วยสีขาว Honest White ตัวแทนของความโปร่งใส เปิดเผยและซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นหลักการที่ธนาคารยึดมั่นอยู่เสมอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีเอ็มบีธนชาต (ttb), ปิติ ตัณฑเกษม, โลโก้ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_6095f435815fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 06:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีเอ็มบี ครองเบอร์หนึ่ง “การเงินที่เป็นธรรม” 2 ปีซ้อน จาก Fair Finance Thailand มุ่งสานต่อธนาคารที่ยั่งยืน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;ทีเอ็มบี ตอกย้ำความมุ่งมั่นก้าวสู่ธนาคารที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ครองอันดับหนึ่ง &amp;ldquo;การเงินที่เป็นธรรม&amp;rdquo; ติดต่อกันเป็นปีที่สอง ด้วยคะแนนที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จัดโดยแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย หรือ Fair Finance Thailand พร้อมสานต่อพันธกิจการดำเนินธุรกิจธนาคารที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการเติบโต เพื่อตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;นายปิติ&amp;nbsp; ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่ธนาคารที่ยั่งยืน (Sustainable Banking) ที่ทีเอ็มบีให้ความสำคัญและผลักดันมาโดยตลอด และพร้อมสานต่อพันธกิจการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของทีเอ็มบีในการสร้างชีวิตทางการเงิน หรือ Financial Well-being ที่ดีขึ้นให้กับคนไทยทั้งประเทศ อันเป็นรากฐานที่จะช่วยให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การที่ทีเอ็มบีได้รับคะแนนสูงสุด เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องติดต่อกันสองปี จากการประกาศผล &amp;ldquo;ธนาคารไทยใส่ใจกี่คะแนน ปีที่ 3&amp;rdquo; ซึ่งประเมินผลความเป็นธรรมของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ตามแนวทาง Fair Finance Guide International โดยแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) ประจำปี 2563 การได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในหลายประเด็น เนื่องมาจากความมุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติตามหลักการธนาคารที่ยั่งยืนและการเงินที่เป็นธรรม ตั้งใจสร้างประโยชน์ให้กับผู้คน เป็นผู้นำวงการธนาคารที่ใส่ใจลูกค้า ตลอดจนสร้างสังคมให้เข้มแข็งและมีความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งสิ่งที่ทีเอ็มบีนำมาตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน มีทั้งเรื่องการสร้างวินัยในการออมและการลงทุน รวมถึงโซลูชันทางการเงินอื่น ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกช่วงชีวิต การสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อในทุกช่องทาง รวมทั้งคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;นายปิติ กล่าวด้วยว่าการสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริงต้องเกิดจากความเชื่อของทั้งองค์กร เริ่มจากผู้บริหารและคณะกรรมการต้องเป็นแรงผลักดันสำคัญ โดยทั้งทีเอ็มบีและธนชาตมีความเชื่อมั่นตรงกันในเรื่องของความยั่งยืน ดังนั้นภายหลังการรวมธนาคารแล้วก็จะยังให้ความสำคัญต่อไปและผลักดันให้บุคลากรเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เราเชื่อว่าประโยชน์สูงสุดของการรวมธนาคารในครั้งนี้จะอยู่ที่ลูกค้าของทั้งสองธนาคาร ด้วยการนำจุดแข็งของแต่ละธนาคารมาช่วยกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ที่สำคัญด้วยแนวทางที่ตรงกันเรื่องความยั่งยืน เมื่อรวมกันแล้วธนาคารมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นทำให้เรามีความสามารถในการขับเคลื่อนประเทศและสังคมได้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทิศทางที่สำคัญของธนาคารภายหลังการรวมคือต้องการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้คนไทย เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อสังคมและภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยปัจจัยเรื่องการก้าวสู่สังคมสูงวัยและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ทั้งธุรกิจและผู้บริโภคตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยในทุกเรื่อง&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;ด้านนายนริศ&amp;nbsp; อารักษ์สกุลวงศ์ หัวหน้ากลยุทธ์องค์กร ทีเอ็มบี กล่าวว่า ภารกิจของธนาคารไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ต้องพยายามเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริโภคและธุรกิจต่าง ๆ ให้ทราบด้วยว่าสุขภาพทางการเงินที่ดีหมายถึงอะไร ถือเป็นแนวทางที่ธนาคารพยายามทำให้สังคมเรียนรู้เรื่องนี้ในวงกว้าง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทุกคนต่างได้รับผลกระทบทางการเงิน ซึ่งธนาคารมองเรื่องการสร้างความยั่งยืนและการเติบโตก้าวหน้าของธนาคารเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่ธนาคารจะเดินไปข้างหน้าโดยที่ลูกค้ามีสุขภาพทางการเงินย่ำแย่ ดังนั้น การผลักดันให้ธนาคารก้าวไปข้างหน้า ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น และหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ ต้องไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบกับภาพรวมของประเทศก็เป็นเรื่องสำคัญ จึงเป็นที่มาว่า Financial Well-being เป็นแก่นของการดำเนินธุรกิจของทีเอ็มบีและธนชาต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-1.15pt&quot;&gt;นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) โดยธนาคารมีแนวคิดในการผลักดันการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น จึงได้มีการทบทวนนโยบายความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental and Social Responsibility Policy) เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายดังกล่าว สอดรับกับสถานการณ์ที่เหมาะสมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืน ขณะเดียวกัน ธนาคารได้ร่วมกับผู้ประกอบการที่มีแนวคิดเดียวกัน มีความเชื่อเดียวกันในส่งเสริมการทำธุรกิจที่มีความยั่งยืนต่อสภาวะสิ่งแวดล้อม ร่วมกันทำโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ร่วมกันส่งเสริมให้ลดการเผาไร่อ้อยที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศ เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าแนวทางการดำเนินธุรกิจกับความยั่งยืนไปด้วยกันได้ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90940</URL_LINK>
                <HASHTAG>Finance, ทีเอ็มบี, ธนาคารทหารไทย, ปิติ  ตัณฑเกษม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e6a687f618.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีเอ็มบีเตรียมทยอยจัดสรรเงินคืนให้ลูกค้ากองทุนที่ปิดได้ทุกๆ 2สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค. 2563 นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า &amp;ldquo;กรณีบลจ.ทหารไทย อิสท์สปริง (TMB Eastspring) ประกาศปิด 4 กองทุนนั้น ล่าสุด อีสท์สปริง อินเวสท์เมนท์ (สิงคโปร์) ในฐานะพันธมิตรหลักได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเสริมทัพร่วมกับทีม TMBAM Eastspring เดินหน้าบริหารกองทุน เพื่อนำเงินลงทุนมาจัดสรรคืนให้กับผู้ถือหน่วยทุกคน ทั้งนี้ บลจ.คาดว่าจะสามารถทยอยจัดสรรเงินคืนให้ลูกค้าทั้ง 4 กองทุน เริ่มต้นสัปดาห์นี้เป็นครั้งแรกภายในกรอบสัดส่วนสูงสุด 10% จากนั้นทยอยคืนในทุกๆ 2 สัปดาห์ ซึ่งคาดว่าใน 1 เดือน ผู้ถือหน่วยจะได้รับเงินคืนภายในกรอบสัดส่วนสูงสุด 20% ตามกระแสเงินสดที่จะเข้ามาจากสินทรัพย์ที่ครบอายุ และในระหว่างนี้บลจ.อยู่ระหว่างศึกษาวิธีการที่จะเพิ่มกลไกให้กองทุนมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดสรรเงินลงทุนคืนเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน และคาดว่าจะจัดสรรเงินคืนให้ได้ทั้งหมดหรือให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลา 3 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ที่สำคัญคือหลังจากปิดกองทุนพบว่าช่วยลดแรงกดดันต่อราคาและมูลค่าหน่วยลงทุน หรือ NAV ได้อย่างมีนัยสำคัญ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของทีเอ็มบีซึ่งปัจจุบันถือหุ้น 35% ในบลจ. และมีฐานะเป็นหนึ่งในตัวแทนจำหน่ายกองทุนก็พร้อมให้การสนับสนุนในกรณีที่กำหนดการจัดสรรเงินคืนดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินทุนระยะสั้นของลูกค้ากองทุนบางราย จึงได้ออกโปรแกรมช่วยเหลือในรูปแบบสินเชื่ออัตราพิเศษสำหรับผู้ถือหน่วยลงทุนทั้ง 4 กองทุน ครอบคลุมทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าทีเอ็มบีหรือไม่ใช่ลูกค้าปัจจุบันของทีเอ็มบีก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำหรับลูกค้ารายย่อยนั้น สามารถขอสินเชื่อได้ในวงเงินสูงสุด 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ 0.17% ต่อเดือน สำหรับวงเงิน 1 ล้านบาทแรก และ 0.25% ต่อเดือน สำหรับวงเงินส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทขึ้นไปจนถึง 5 ล้านบาท สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจนั้น ธนาคารกำหนดวงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.17% ต่อเดือน สำหรับวงเงิน 1 ล้านบาทแรก และ 0.25% ต่อเดือน สำหรับวงเงินส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทขึ้นไปจนถึง 5 ล้านบาท และอัตราดอกเบี้ย 0.33% ต่อเดือน สำหรับวงเงินส่วนที่เกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปจนถึง 50 ล้านบาท ซึ่งจะพิจารณาวงเงินให้สินเชื่อจากมูลค่าหน่วยลงทุนคงเหลือของลูกค้า (มูลค่าหน่วยลงทุนของลูกค้า ณ วันประกาศปิดกองทุนหักออกด้วยยอดเงินที่ได้รับคืนจากบลจ.) และปรับด้วยอัตราส่วนการให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (loan-to-value) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิติ กล่าวในตอนท้ายว่า &amp;ldquo;ธนาคารพร้อมให้การสนับสนุนมาตรการด้านสภาพคล่องเพื่อเสริมเสถียรภาพตลาดการเงินของแบงก์ชาติ ขณะที่ในส่วนของลูกค้านั้นก็ได้มีการดำเนินการอย่างทันที เพื่อที่จะติดต่อสอบถามความต้องการของลูกค้ากองทุน ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับก็มั่นใจว่าโปรแกรมนี้จะสามารถให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและเพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มลูกค้ารายย่อย ถือเป็นความตั้งใจของทีเอ็มบีในการร่วมบรรเทาผลกระทบให้กับลูกค้าทุกกลุ่มในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถนำหน่วยลงทุนในกองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน, ธนไพบูลย์, ธนพลัส และธนไพศาล ซึ่งถือเป็นหลักประกันชั้นดี เนื่องจากตราสารที่อยู่ในพอร์ตล้วนมี Investment Grade ที่ดี มาขอสินเชื่อในโปรแกรมดังกล่าวได้ โดยขอเน้นย้ำว่าทีเอ็มบียินดีให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกคนที่มีการลงทุนใน 4 กองทุนดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ซื้อกองทุนดังกล่าวโดยตรงกับบลจ.ทหารไทย อิสท์สปริง ลูกค้าที่ซื้อผ่านทางทีเอ็มบี หรือลูกค้าที่ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายอื่นๆ ก็สามารถเข้ามาติดต่อขอสินเชื่อได้ทุกคน โดยสามารถแจ้งความจำนงผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ท่านซื้อขายหน่วยลงทุน หรือติดต่อทางบลจ.ทหารไทย อิสท์สปริง โทร 1725 ได้โดยตรง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61554</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนเงินกองทุน, บลจ.ทหารไทย อิสท์สปริง, ปิติ ตัณฑเกษม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82be20b0892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควบรวม”ทหารไทย-ธนชาต”จบก.ค.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค. 2563 นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้แผนการควบรวมธนาคารทหารไทยและธนาคารธนชาตมีความคืบหน้าไปมาก โดยในปีนี้ทั้งสองธนาคารจะเริ่มผนึกทีมงานจากทั้งสองฝั่งรวมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ลูกค้าของทั้งสองธนาคารได้รับประโยชน์สูงที่สุด โดยมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนด้วยการเป็นผู้นำในวงการธนาคารที่ใส่ใจลูกค้า ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ดีที่สุดและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังการควบรวมทั้ง 2 ธนาคารแล้ว จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านราย และจะมีทีมผู้บริหารใหม่ ซึ่งเป็นทีมผู้บริหารจากทั้งไทยและต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โดยทีมผู้บริหารใหม่ ประกอบด้วย นายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ผู้จัดการใหญ่, นายอนุวัติร์ เหลืองทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้ารายย่อย, นายป้อมเพชร รสานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านสินเชื่อรถยนต์, นางมารี แรมลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารนวัตกรรมลูกค้ารายย่อย, นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ, นายฮัน คริเซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารความเสี่ยง, นางประภาสิริ โฆษิตธนากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมาร์คัส โดเลงก้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านเทคโนโลยีและปฏิบัติการ, นางวิจิตรา ธรรมโพธิทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล, นางกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาด และนางภิตติมาศ สงวนสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การรวมกันของทั้ง 2 ธนาคารในครั้งนี้ จะทำให้เกิดทีมงานชั้นยอดที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านทีมผู้บริหารของธนาคารใหม่ที่แข็งแกร่ง และพร้อมจะมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกันในการสร้างนิยามใหม่ของวงการธนาคาร เพื่อตอบโจทย์การสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้า โดยทีมผู้บริหารใหม่นี้จะทำให้ธนาคารใหม่ขึ้นแท่นเป็นธนาคารที่ลูกค้าชื่นชอบและบอกต่อมากที่สุด&amp;quot; นายปิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในทางกฎหมายการควบรวมของทั้ง 2 ธนาคารจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ค. 2564 ซึ่งจะได้ชื่อใหม่ของธนาคารอย่างเป็นทางการด้วย รวมถึงตัวเลขสถานะของธนาคารใหม่ และผลการดำเนินงานอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิติ ตัณฑเกษม, แผนการควบรวมธนาคารทหารไทยและธนาคารธนชาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e30f7e9414ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
