<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.ชี้ชะตา เอ็นจีโอกินรวบกสม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดที่ 4 ผ่านคณะกรรมการสรรหามาแล้วจำนวน 7 คน ถูกระบุว่า เอ็นจีโอกินรวบ เพราะ 4 ใน 7 คนเป็นเอ็นจีโอ ประกอบด้วย 1.นางสมศรี หาญอนันทสุข 2.นายไพโรจน์ พรหมเพชร&amp;nbsp; 3.นายบุญแทน ตันสุเทพ วีรวงศ์ 4.นายสุรพงศ์ กองจันทึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีก 3 คนมาจากภาคส่วนอื่นๆ ได้แก่ 1.นายจตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร 2.นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช 3.นางประไพพร กาญจนรินทร์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้คณะกรรมาธิการของ สนช.ได้ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมว่าที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กสม. 7 คน ใกล้จะแล้วเสร็จปลายเดือน ต.ค.นี้ หรือต้นเดือนพ.ย. ทาง สนชจะต้องประชุมลับเพื่อรับฟังรายงานของคณะกรรมาธิการ จากนั้นจะอภิปรายและลงมติว่าใน 7 คนนี้ใครจะได้เป็นกรรมการสิทธิฯ ซึ่งถือเอาคะแนนเสียงเกินครึ่งเป็นเกณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาก คือ นอกจากมีเอ็นจีโอได้รับการสรรหาเข้ามามากเกินครึ่งแล้ว บางคนมีจุดยืนคัดค้านการลงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุที่ สนช.ต้องเลือกกรรมการสิทธิฯ ทั้งๆ ที่ชุดเดิมยังไม่ครบวาระ เป็นเพราะ สนช.หักดิบ ออกกฎหมายเซตซีโร แปลว่า ต้องสรรหาชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ก่อนชุดเดิมจะครบเทอม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งผลให้ กสม.ชุดเดิมซึ่งมี นายวัส ติงมิตร เป็นประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2558 จะต้องพ้นสภาพไปเมื่อสรรหาได้ กสม.ชุดใหม่เข้ามารับตำแหน่ง ตามบทเฉพาะกาลของกฎหมาย กสม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุที่ สนช.เซตซีโร เป็นเพราะองค์ประกอบของ กสม.ไม่สอดคล้องกับหลักการปารีสที่กำหนดให้สถาบันสิทธิมนุษยชนของทุกประเทศที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติต้องเป็นตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ อย่างหลากหลาย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อีกปัญหาหนึ่งก็คือ กสม.ชุดนี้ซึ่งมีเอ็นจีโออยู่ด้วย ได้เกิดข้อขัดแย้งในการทำงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้นายสุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ลาออกไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 กสม.จาก 7 คน เหลือแค่ 6 คน นายสุรเชษฐ์ได้ทำหนังสือถึงประธาน กสม.ระบุเหตุผลในหนังสือลาออกว่า &amp;ldquo;บรรยากาศไม่เอื้อให้เกิดการทำงานที่สร้างสรรค์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่วงการเอ็นจีโอและสื่อมวลชนที่ติดตามการทำงานรู้ดีว่าปัญหาคืออะไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับเหตุผลที่นายสุรเชษฐ์ระบุว่า บรรยากาศไม่เอื้อให้เกิดการทำงานที่สร้างสรรค์นั้น เนื่องจากได้เกิดความแตกแยกใน กสม.อย่างรุนแรง โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่ายชัดเจน จนทำให้เกิดปัญหาในการทำงาน โดยเฉพาะในการประชุม กสม.ที่มีการจ้องจับผิดกัน จนทำให้นายสุรเชษฐ์เกิดความอึดอัด&amp;rdquo; เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งรายงานข่าวหลังนายสุรเชษฐ์ลาออกผ่านไป 1 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการยืนยันว่า กสม.ขัดแย้งกันจริง แบ่งเป็น 2 ฝ่าย&amp;nbsp; คือฝ่ายเอ็นจีโอที่เป็นเสียงข้างน้อย กับฝ่ายนายวัสที่ไม่ได้เป็นเอ็นจีโอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนหลังกลับไปในสมัย กสม.ชุดที่ 2 ที่นางอมรา พงศาพิชญ์ เป็นประธานปี 2552-2558 การทำงานประสบปัญหา เกิดเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้ง กรณีการชุมนุมของคนเสื้อแดง มีคนเจ็บคนตายจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาปลายปี 2556 ต่อเนื่องถึงเกือบครึ่งปี 2557 กปปส.ชุมนุมประท้วงการเลือกตั้ง มีคนเจ็บคนตายเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กสม.ถูกโจมตีอย่างหนัก หาว่าเข้าข้างรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางอมราเคยให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ TCIJ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2557 ไว้ตอนหนึ่งกระทบไปถึงเอ็นจีโอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ส่งเสริมให้มีกันทั่วโลก เขามีกรรมการตรวจสอบสถานะของกรรมการสิทธิฯ ... ประเด็นความหลากหลายเป็นประเด็นที่สำคัญมากในการพิจารณา และเป็นประเด็นที่เอ็นจีโอจะลุกขึ้นซัดเราทุกเที่ยว เพราะเอ็นจีโอก็ต้องการเข้ามาเป็นกรรมการสิทธิฯ นี่จึงเป็นประเด็นปัญหาที่สำคัญ ซึ่งเราพยายามแก้ใน พ.ร.บ.ฉบับใหม่ แต่ก็ถูกสกัดกั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางอมรากล่าวว่า ข้อเสนอหนึ่งที่เราพยายามจัดการเรื่องนี้ คือในกระบวนการสรรหาที่จะได้ กสม. 7 คน ต้องเลือกให้ 7 คนสามารถทำงานที่แตกต่างกันและเสริมซึ่งกันและกันได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คล้ายกับจะส่งสัญญาณไปถึงสังคมและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายว่า กสม.ไม่ควรมีเอ็นจีโอมากเกินไป เพราะจะไม่มีความหลากหลายซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำงานร่วมกันของ กสม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การสรรหา กสม.ที่เกิดขึ้นในขณะนี้กลับเป็นไปคนละทางกับสิ่งที่นางอมราเคยพูด และหลักการปารีส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือโจทย์ข้อใหญ่ที่ สนช.ต้องมีคำตอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20544</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร, นางสมศรี หาญอนันทสุข, บุญแทน ตันสุเทพ วีรวงศ์, ประไพพร กาญจนรินทร์, ปิติกาญจน์ สิทธิเดช, สุรพงศ์ กองจันทึก, เกษมราษฎร์, ไพโรจน์ พรหมเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcf2b4f3f951.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นคร&#039;ไปไกลเพ้อมีใบสั่งสังหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสื้อแดงบี้ถามอัยการสูงสุด ข้องใจกระแสข่าวบิ๊กนายพลล็อบบี้อัยการยุติคดีสลายการชุมนุมปี 53 &amp;nbsp;ให้แทงเรื่องเป็นสำนวนมุมดำ เหตุหาตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้ ไม่ต้องส่งฟ้องศาล &amp;quot;นคร มาแฉ&amp;quot; ใช้มุกมีจดหมายเตือนให้ระวังตัวจะโดนเก็บ เหตุเก็บความลับไว้เยอะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีสิ่งที่แนบมาด้วยคือ คำเตือน จากบุคคลที่ใช้ชื่อว่า 007 ถึงนายนคร มาฉิม ระบุตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากที่ผมได้พูดถึงการสมคบคิดการยึดอำนาจ และมีหนังสือถึงสหภาพยุโรป หรือ EU เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความจริงของประเทศไทยที่ประชาชนถูกกดขี่ ข่มเหง ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ พวกท่านก็ใช้ให้ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมาล้อมบ้าน มาคุกคาม ข่มขู่ไม่ให้ผมพูดต่อนานาชาติ ให้พูดกันภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงมันพูดในประเทศไทยไม่ได้ เพราะพวกท่านมีอำนาจสูงสุด เหนือกว่าฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐบาลและตุลาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนครอ้างว่า มีข้อความทำนองว่าจะมีการวางแผนเพื่อหมายเอาชีวิต ก็ขอบคุณผู้หวังดีที่ได้เตือนมา และจะใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้น ไม่ประมาท หากมีการวางแผนการเพื่อสังหารผมจริง ก็ไม่ควรจะใช้วิธีกำจัดคนเห็นต่างด้วยความตาย หากไม่มีแผนสังหารผมดังคำเตือนก็แล้วไป แต่ก็ไม่ควรมีบรรยากาศคุกคามข่มขู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายนครได้โพสต์ข้อความเผยแพร่คำเตือนดังกล่าว จากคนใช้นามว่า 007 ที่มีข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชัดเจนแล้วทรงนีพี่นครต้องระวังตัวให้มาก..ติดกล้องวงจรปิดรอบบ้านเพิ่มไม่กี่พัน..หลักหมื่น..เชื่อสิแม่งมีคนชี้เป้าวิ่งผ่านหน้าบ้านให้เห็นตลอดละครับ..มันเก็บพี่แน่นอน อย่าประมาทเด็ดขาด..เพราะความลับทั้งหมดอยู่ในมือพี่นั่นเอง ดูรถตามหลังให้ดี เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเพื่อตอบโต้อย่างมีมาตรฐานและเป็นพยานหลักฐานสำคัญ..เพราะมันเก็บพี่แน่นอน ซุ้มพิโลกของพวกพี่ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน..เอามาดักทางสวนน้ำบ้างก็ดี..คุมเชิง..ไว้บ้างก็ดี 007 ขอบคุณมากครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอ้างของนายนครดังกล่าว ทาง พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ในส่วนของทหารเองที่ผ่านมาไม่เคยดำเนินการในลักษณะที่น่ากลัวหรือใช้ความรุนแรง โดยทุกอย่างจะใช้วิธีการพูดคุยทำความเข้าใจกันเป็นหลัก ในส่วนกรณีที่ระบุว่ามีการวางแผนถึงขั้นเอาชีวิตนั้น ทางเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน เพราะการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียนั้น บางครั้งผู้โพสต์เองจะมีเป้าประสงค์ที่มีนัยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ยูเอ็นเปิดเผยรายงานประจำปี แจงรายชื่อ 38 ประเทศว่าเป็นประเทศที่น่าละอาย โดยอ้างว่ามีการปฏิบัติไม่ดีต่อนักสิทธิมนุษยชนหรือผู้ให้ความร่วมมือกับกลุ่มสิทธิมนุษยชน และหนึ่งในนั้นคือประเทศไทย ที่เพิ่งถูกระบุชื่อด้วยในปีนี้ เป็นเรื่องที่เสื่อมเสียแก่ประเทศอย่างมาก และสะท้อนถึงพฤติกรรมของรัฐบาลใน 4 ปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี การที่ไทยติดเป็นประเทศน่าละอายนี้ นอกจากจะทำลายภาพพจน์ของประเทศแล้วยังทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ ทำให้การลงทุนต่างประเทศที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งหดหายลดลงไปอีก ไม่อยากให้ไทยเป็นเหมือนประเทศเมียนมา ที่แต่แรกมีแนวโน้มที่ดีหลังการเลือกตั้ง แต่มาเจอเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนจนทำให้การลงทุนจากต่างประเทศหดหาย ประเทศเมียนมาเลยไม่พัฒนาเท่าที่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกมาระบุว่า รายงานประจำปี 2561 ได้เผยแพร่รายชื่อ 38 ประเทศน่าละอาย โดยอ้างว่ามีการปฏิบัติไม่ดีต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งในจำนวนนี้ รวมประเทศไทยอยู่ด้วยนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุว่า กรมคุ้มครองสิทธิฯ ขอชี้แจงว่า รายงานดังกล่าวยังขาดความสมดุลของข้อมูล ซึ่งรัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญในเชิงนโยบายการส่งเสริม คุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด ไม่เคยมีนโยบายหรือเจตนาข่มขู่ คุกคามนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลมีการวางมาตรการ กลไกต่างๆ เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเพื่อให้ได้รับความปลอดภัย และสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนามาตรการในการคุ้มครองนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิด การจัดทำคู่มือนักปกป้องสิทธิมนุษยชน การรับเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน ตลอดจนการติดตามสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชนเพื่อหาทางช่วยเหลือและการจัดทำรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รับทราบปัญหาและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปิติกาญจน์กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีนายไมตรี จำเริญสุขสกุล และ น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ (ทนายจูน) ที่ถูกกล่าวถึงในรายงานฉบับนี้ ชี้แจงว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม และเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้ละเลยการคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา หากบุคคลดังกล่าวมีการร้องขอ ก็จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เช่น การปรึกษากฎหมาย การช่วยเหลือทางคดี การประกันตัว และหากบุคคลดังกล่าวถูกข่มขู่ คุกคามหรือไม่ได้รับความปลอดภัย สามารถขอรับความคุ้มครองได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครอง พยานในคดีอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพย้ำว่า นอกจากนี้ได้เตรียมการออกเป็นนโยบายและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เช่น การเสนอปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา ให้ครอบคลุมถึงผู้แจ้งเบาะแสในความผิดเกี่ยวกับคดีอาญาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในอนาคต หากบุคคลดังกล่าวถูกข่มขู่คุกคาม ไม่ได้รับความปลอดภัย สามารถขอรับการคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดได้ รวมทั้งการเสนอร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ..... การบรรจุนโยบายในการส่งเสริมและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนไว้ในร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 และแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ฉบับที่ 1 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ระหว่างปี พ.ศ.2562-2566 นี้&amp;quot; อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงอัยการสูงสุดและผู้เกี่ยวข้องในคดีสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.และมีผู้เสียชีวิต 99 ราย ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีใจความสรุปว่า คอลัมน์มองรอบทิศ เรื่อง &amp;ldquo;นายพล&amp;rdquo; เดินแรง โดยผู้ใช้นามปากกา พยัคฆ์น้อย ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 6 ก.ย. 2561 ระบุถึงเหตุการณ์วันที่ 3 ส.ค.2561 เวลาก่อน 11.00 น. ว่า มีนายทหารระดับนายพลเดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสำนวนคดีสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553 จนมีผู้เสียชีวิต 99 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,000 ราย โดยนายพลขอให้ผู้ใหญ่ฝ่ายอัยการยุติเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีเกือบ 20 ศพที่ศาลไต่สวนสาเหตุการตายเป็นที่ยุติแล้วว่าเสียชีวิตเพราะถูกกระสุนปืนความเร็วสูงจากฝั่งเจ้าหน้าที่ ให้ทำเป็นสำนวนมุมดำ หาตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้ จึงไม่ต้องส่งฟ้องศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื้อหาเช่นนี้ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อความสง่างามและความน่าเชื่อถือขององค์กรอัยการ มั่นใจว่าจะต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงตอบโต้ในทันที แต่จนถึงวันนี้ (16 ก.ย.) ยังไม่ปรากฏคำชี้แจงใดๆ ทำให้นึกถึงหลักคิดทางกฎหมายข้อหนึ่งว่า &amp;ldquo;การนิ่งเฉยถือเป็นการยอมรับ&amp;rdquo;อัยการสูงสุดควรมีคำอธิบาย ไม่ทราบว่ามีนายพลคนไหนไปพบใครที่สำนกงานอัยการสูงสุด ไม่ทราบว่ามีข้อเจรจาให้คดีดังกล่าวเป็นสำนวนมุมดำจริงหรือไม่ จะมอบหมายตัวแทนฝ่ายกฎหมายเดินทางไปยื่นคำร้องเรื่องนี้ต่อสำนักงานอัยการสูงสุดในสัปดาห์หน้า&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นคร มาฉิม, ปิติกาญจน์ สิทธิเดช, พรรคเพื่อไทย, พิชัย นริพทะพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e58c2d007d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;&#039;บิ๊กตู่&#039;&#039; ไม่ปลื้มค้านโทษประหาร เผือกร้อน 7 ว่าที่ กสม. ในมือ สนช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทันทีที่รายชื่อผู้จะเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) 7 คน ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมปรากฏออกมา ทั้งข่าวในหน้าสื่อ ตามมาด้วยเสียงวิเคราะห์วิจารณ์จากสังคม รวมทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ประสานเป็นเสียงเดียวกันในทำนองว่า เอ็นจีโอเข้ามาเกินครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถมตั้งประเด็นว่า 1 ใน 7 คนนั้น มีเอ็นจีโอหญิงคนหนึ่งที่ชื่อ &amp;ldquo;นางสมศรี หาญอนันทสุข&amp;rdquo; มีจุดยืนคัดค้านการลงโทษประหารชีวิต จะมีความเหมาะสมกับการที่ สนช.จะต้องพิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบไปเป็น กสม.หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรวจสอบรายชื่อ 7 ว่าที่ กสม.ที่ผ่านคณะกรรมการสรรหา พบว่า มี 4 คนเป็นเอ็นจีโอและนักกิจกรรมทางสังคม นอกจากนางสมศรีแล้ว ก็มีนายไพโรจน์ พลเพชร, นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ และนายสุรพงษ์ กองจันทึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอีก 3 คนที่ไม่ได้เป็นเอ็นจีโอ ได้แก่ นายจตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช และ น.ส.พรประ ไพ กาญจนรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกแถลงกันอย่างเคร่งเครียดก็คือ การมีจุดยืนคัดค้านการลงโทษประหารของนางสมศรี และอาจมีว่าที่ กสม.คนอื่นๆ ด้วยนั้น เป็นสาระสำคัญต่อการให้ความเห็นชอบของ สนช.เพื่อส่งให้ไปเป็น กสม.หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มี 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต และนางสมศรีได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการลงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์แรก วันที่ 18 มิถุนายน เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางได้ประหารชีวิตด้วยการฉีดยานักโทษเด็ดขาด นายธีรศักดิ์ ข้อหาฆ่าผู้อื่น (นักเรียนชาย ชั้น ม.5) ที่จังหวัดตรัง อย่างทารุณโหดร้าย ใช้มีดแทง 24 แผลเพื่อชิงทรัพย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ที่สอง วันที่ 24 มิถุนายน ตำรวจจับกุมนายธนกฤต ประกอบ หรือ วุธ ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ น.ส.เมย์ อายุ 24 ปี อดีตอดีตแฟนสาว โดยใช้ค้อนทุบศีรษะ หั่นศพใส่กระสอบปุ๋ยแล้วนำไปโยนทิ้งในป่าซอยสามวา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิดาและญาติผู้ตายรวมทั้งกระแสสังคมเห็นว่าเป็นพฤติกรรมการที่โหดเหี้ยม สมควรลงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงโทษด้วยการประหารชีวิตเป็นประเด็นร้อนทุกครั้งเมื่อมีเหตุฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์และตำรวจจับคนร้ายได้ เช่น ฆ่าข่มขืน ฆ่าชิงทรัพย์ ฆ่าเพราะหึงหวง ฯลฯ โดยฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ ครอบครัว ญาติพี่น้องและสังคม เรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ นักสิทธิมนุษยชนหรือเอ็นจีโอบางส่วน องค์การนิรโทษกรรมสากล เห็นว่าไทยควรยกเลิกโทษประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กระแสของฝ่ายแรกที่ถือหลัก &amp;ldquo;คนทำให้คนอื่นตาย ต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อไว้&amp;rdquo; จะมีน้ำหนัก ได้รับการยอมรับมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็แสดงทัศนะอย่างชัดเจนให้คงโทษประหารชีวิตเอาไว้ โดยได้กล่าวเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา กรณีองค์กรระหว่างประเทศออกมาเรียกร้องให้ไทยยกเลิกโทษประหารชีวิต หลังกรมราชทัณฑ์แถลงข่าวได้ประหารชีวิตนักโทษ คดีฆ่าชิงทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นกฎหมายของเราที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ตอนที่มีการพิจารณาว่าจะยกเลิกโทษประหารหรือไม่นั้น เสียงประชาชนส่วนใหญ่มีความเห็นว่า เห็นควรให้มีอยู่ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ซึ่งปัจจุบันมีคดีร้ายแรงหลายๆ คดีเกิดขึ้น การมีโทษประหารก็เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุขและเพื่อเป็นบทเรียนสอนใจ ซึ่งเป็นเรื่องความจำเป็นของเราและความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไปตรวจสอบท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ดูจะไม่ปลื้มกับเอ็นจีโอสักเท่าไหร่ ตลอด 4 ปีเศษที่ผ่านมา เอ็นจีโอได้แสดงออกในหลายรูปแบบ ทำให้หลายโครงการของรัฐบาลต้องสะดุดหยุดลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราอย่าไปคิดอะไรที่แบบตกขอบ มองข้ามประเด็นส่วนรวม อะไรที่เป็นวาระแห่งชาติ อะไรเพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทย เราก็จะต้องมีบทบาทร่วมกัน ในการช่วยส่งเสริม ช่วยตรวจสอบแก้ผิดให้เป็นถูก หาทางออกร่วมกัน ถ้าโจมตีอย่างเดียว....เราอย่าทำตัวกันเป็นจระเข้ขวางคลอง หรือไม่ก็ปิดหู ปิดตา คัดค้านตลอดเวลา โดยไม่ชั่งน้ำหนัก&amp;quot;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวไว้เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2560 ในรายการศาสตร์พระราชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การคัดค้านโทษประหารชีวิตเป็นประเด็นหนึ่งที่ สนช.คงจะพิจารณาว่า จะยอมรับกรรมการสิทธิฯ ที่มีทัศนคติเช่นนี้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16047</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร, นางสมศรี หาญอนันทสุข, บุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์, ปิติกาญจน์ สิทธิเดช, พรประ ไพ กาญจนรินทร์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุรพงษ์ กองจันทึก, ไพโรจน์ พลเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7ec6a138850.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอมาเกินครึ่งคุม&#039;กสม.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรรมการสรรหาเคาะ 7 ว่าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ &amp;quot;อดีตทูตเฮก-อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ&amp;quot; &amp;nbsp;ติดโผรายชื่อ ขณะที่เอ็นจีโอมาเกินครึ่ง ส่ง &amp;quot;สนช.&amp;quot; ให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่มีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ได้มีมติเสนอบุคคลให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติให้ความเห็นชอบในการดำรงตำแหน่ง กสม. จำนวน 7 คน ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.นางสมศรี หาญอนันทสุข ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ ในฐานะบุคคลผู้มีประสบการณ์ในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนต่อเนื่องกัน ตามมาตรา 8 (1) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม. พ.ศ.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นายไพโรจน์ พลเพชร ประธานมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ในฐานะบุคคลผู้มีประสบการณ์ในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนต่อเนื่องกัน ตามมาตรา 8 (1) ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม. พ.ศ.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นายจตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ในฐานะบุคคลผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสอนหรือทำงานวิจัยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในระดับอุดมศึกษา ตามมาตรา 8 (2) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม. พ.ศ.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ในฐานะบุคคลผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ตามมาตรา 8 (3) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม. พ.ศ.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะบุคคลผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา 8 (4) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม. พ.ศ.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะบุคคลผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา 8 (4) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม. พ.ศ.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.นายสุรพงษ์ กองจันทึก กรรมการด้านนโยบายด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ในฐานะบุคคลผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านปรัชญา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของไทยเป็นที่ประจักษ์ที่จะยังประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา 8 (4) ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กสม. พ.ศ.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามขั้นตอนประธาน สนช. จะบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของ สนช. เพื่อดำเนินการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสม. ก่อนมีมติให้ความเห็นชอบเป็นรายบุคคลต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15898</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร, ชีพ จุลมนต์, นางสมศรี หาญอนันทสุข, บุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์, ปิติกาญจน์ สิทธิเดช, พรประไพ กาญจนรินทร์, สุรพงษ์ กองจันทึก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพโรจน์ พลเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c1c808d42c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม! ต้องบอกว่าเป็น &amp;ldquo;อานิสงส์&amp;rdquo; อันใหญ่ยิ่งสำหรับ &amp;ldquo;แกนนำคนอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 15 คนควบคุมตัวในข้อหาต่างๆ อย่างยิ่ง เพราะทำให้ บรรดาตัวละครที่จะโลดแล่นในการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ.2562 ออกมาร้องแรกแหกกระเชอ รวมถึงการแสดงตัวเป็น &amp;ldquo;ไอ้ห้อย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ไอ้โหน&amp;rdquo; กันทั่วหน้า...๐ โดยเฉพาะพรรคการตลาดเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง &amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; ซึ่ง &amp;ldquo;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; ลงทุนไปเยี่ยมตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. ที่ถูกควบคุมตัว และล่าสุดอนาคตใหม่ยังได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องอีกต่างหาก แต่ &amp;ldquo;ใจ&amp;rdquo; คงสู้ &amp;ldquo;วีรบุรุษนาแก&amp;rdquo; ไม่ได้ เพราะ &amp;ldquo;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส&amp;rdquo; อดีต ผบ.ตร. ผู้ก่อตั้งพรรคเสรีรวมไทย ลงทุนเดินทางไปยัง สน.ชนะสงคราม โดยหอบเงิน 1.5 ล้านบาท มาเพื่อขอยื่นประกันตัวด้วย...๐ ในขณะที่ฝั่ง &amp;ldquo;แก่คีย์บอร์ด&amp;rdquo; ทั้ง &amp;ldquo;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;วัฒนา เมืองสุข&amp;rdquo; ต่างก็ใช้เฟซบุ๊กโหนแกนนำคนอยากเลือกตั้งอย่างถ้วนทั่ว โดยเฉพาะ &amp;ldquo;เสี่ยไก่&amp;rdquo; ถึงกับขู่เหล่าเผด็จการว่าขอให้รักษาสุขภาพหมั่นออกกำลังกาย อย่าเพิ่งรีบตาย เมื่ออำนาจกลับคืนมาจะได้มีแรงเดินขึ้นศาลด้วยตัวเอง แหม! น่าสนใจอย่างยิ่งว่า เมื่อวันนั้นมาถึง &amp;ldquo;เสี่ยไก่&amp;rdquo; ยังจะอยู่ในประเทศไทย หรือระเห็จไปต่างประเทศจากคดีความต่างๆ โดยเฉพาะ &amp;ldquo;คดีบ้านเอื้ออาทร&amp;rdquo; ที่กลับมาเริ่มนับหนึ่งกันแล้ว...๐ ที่สำคัญไม่ใช่มีเฉพาะคนไทยเท่านั้นที่ตาลีตาเหลือกเป็นไอ้ห้อยไอ้โหน &amp;ldquo;กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;rdquo; แม้กระทั่ง &amp;ldquo;ฝรั่งหัวแดง&amp;rdquo; อย่าง &amp;ldquo;แบรด อดัมส์&amp;rdquo; ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรต์วอตช์ ยังออกมาเกาะกระแสกับเขา ด้วย พิโธ่! น่าจะลองส่องและดูแลบ้านของตัวเองก่อนจะมาสะเออะยุ่งเรื่องของชาวบ้านก็น่าจะดีเน้อ...๐ งานนี้ต้อง ปรบมือดังๆ ให้กับ &amp;ldquo;น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช&amp;rdquo; อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ที่ได้ออกมาชี้แจงข้อเรียกร้องและกล่าวหาที่บอกชัดๆ ว่า &amp;ldquo;กลุ่มคนอยากเลือกตั้งใช้สิทธิตามกฎหมายแล้ว และเมื่อทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ในขณะที่ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่สามารถควบคุมการชุมนุมได้ ประเทศก็จะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว เข้าใจว่าการออกมาเรียกร้องของทุกคน ทุกฝ่าย ก็ล้วนทำตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละองค์กร แต่ไม่ว่าการจะออกมาเรียกร้อง หรือกระทำการใดๆ ก็ต้องเคารพสิทธิและกฎหมายของประเทศนั้นๆ ด้วย&amp;rdquo; ชัดเจนไหมจ๊ะบรรดาฝรั่งหัวดำ หัวแดงทั้งหลาย...๐ พูดเรื่องการเมืองไม่เอ่ยถึง ความเคลื่อนไหวของพรรค กปปส.ของ &amp;ldquo;กำนัน&amp;rdquo; สุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ได้ เพราะข่าวล่ามาเรือเกลือบอกว่าจะมีการจดแจ้งชื่อ &amp;quot;รวมพลังประชาชาติไทย&amp;quot; โดยจะทาบทาม &amp;quot;เอนก เหล่าธรรมทัศน์&amp;rdquo; คัมแบ็กหัวหน้าพรรคอีกครั้ง ก็ไม่รู้ว่าอาจารย์เอนก เจ้าของทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตยจะหายชอกช้ำจากการเป็นหัวหน้าพรรคมหาชนแล้วหรือยัง แล้วเมื่อส่องสำรวจดูรายชื่อที่แพลมออกมาคร่าวๆ ของ พรรคกำนันนั้นต้องบอกว่าเป็นส่วนผสมของทั้ง &amp;ldquo;กปปส.-พธม.-ปชป.-มหาชน&amp;rdquo; กันเลยทีเดียว...๐ แล้วก็ไม่เกินคาด เมื่อที่ประชุม &amp;ldquo;ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า &amp;ldquo;ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนการตีความร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 นั้น ต้องไปรอลุ้นเอาในวันที่ 30 พ.ค.นี้ แต่หากมองดูหนังตัวอย่างแล้วก็น่าจะรู้บทสรุปได้เป็นอย่างดีว่าจะลงเอยประการใด...๐ จะเรียกว่าเป็นไปตามคาดก็จะกระไรอยู่ สำหรับการใช้มาตรา 44 ในการอุ้มธุรกิจทีวีดิจิทัลในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2561 ซึ่ง สาระสำคัญคือ การพักชำระหนี้ตั้งแต่งวดที่ 5 เป็นเวลา 3 ปี แต่ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย 1.5% โดย กสทช.จะช่วยเหลือจ่ายค่าเช่าโครงข่าย MUX วงเงิน 50% เป็นเวลา 2 ปีให้กับทุกช่อง แต่กลับมีการ สอดไส้เรื่องการไฟเขียวให้ช่องหอยม่วง หรือช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ที่วันนี้ยังมี &amp;ldquo;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด&amp;rdquo; โฆษกสำนักนายกฯ กุมบังเหียนอยู่สามารถมีโฆษณาได้ ซึ่งหากเทียบเวลากับ ททบ.5 ก็เท่ากับประมาณ 8 นาที/ชั่วโมง ในขณะที่เรื่องอุ้ม &amp;ldquo;ค่ายมือถือ&amp;rdquo; นั้นไม่ได้มีการเอ่ยอ้างถึงแต่ประการใด เช่นเดียวกันก็ ไม่มีเรื่องการเปลี่ยนโอนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ที่เป็นข้อเรียกร้องของทีวีดิจิทัลหลายช่องเรียกร้องเช่นกัน งานนี้คงอาจมี ภาค 2 ว่าด้วยการอุ้มทีวีดิจิทัลอีกระลอก ที่สำคัญอาจมีอะไรสอดมาอีกเหมือนรอบแรกก็เป็นได้ คงต้องจับตาห้ามกะพริบกันต่อไป...๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9831</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., กระทรวงยุติธรรม, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ท.ศักดิ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บันทึกหน้า4, ปชป., ปิติกาญจน์ สิทธิเดช, พธม., พรรคอนาคตใหม่, พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, วัฒนา เมืองสุข, สุเทพ เทือกสุบรรณ, แบรด อดัมส์, ไอ้ห้อย, ไอ้โหน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
