<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง &#039;ปิยกุล บุญเพิ่ม&#039; ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมได้ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม ข้าราชการตุลาการ ตำแหน่ง ประธานศาลอุทธรณ์ ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลฎีกา แทนนางเมทินี ชโลธร ที่จะพ้นจากตำแหน่งประธานศาลฎีกา ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการ, ประธานศาลฎีกา, ปิยกุล บุญเพิ่ม, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7cd127b86d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามโผก.ต.เคาะ ‘ปิยกุล บุญเพิ่ม’ นั่งปธ.ศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.ต.ไฟเขียว &amp;quot;ปิยกุล บุญเพิ่ม&amp;quot; นั่ง ปธ.ศาลฎีกาคนที่ 47 มีผล 1 ต.ค.นี้ เช็กบัญชีอาวุโส &amp;quot;พศวัจณ์&amp;quot; ว่าที่ปธ.ศาลอุทธรณ์ - 6 ว่าที่รอง ปธ.ศาลฎีกาใหม่ ลุ้นผ่าน 27 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้ประชุมครั้งที่ 17/2564 โดยมีวาระสำคัญคือ การลงมติให้ความเห็นชอบเลือกข้าราชการตุลาการเพื่อดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 47 เนื่องจากนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน จะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในภารกิจของสายการบริหาร ในวันที่ 30 ก.ย.2564 เมื่อมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งประธานศาลฎีกา จะพิจารณารายชื่อผู้พิพากษาตามลำดับอาวุโส ซึ่งผ่านการคัดกรองคุณสมบัติความเหมาะสมตามบัญชีที่มีการเสนอจากอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ อ.ก.ต. ซึ่งที่ ประชุม ก.ต. ได้มีมติเห็นชอบให้ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ผู้ที่มีอาวุโสลำดับที่ 1 ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 47 จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 เป็นต้นไป โดย น.ส.ปิยกุล ว่าที่ประธานศาลฎีกา จะมีวาระการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของศาลยุติธรรม เป็นระยะเวลา 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติ น.ส.ปิยกุล เกิดวันที่ 28 ต.ค.2499 ปัจจุบันอายุ 64 ปี จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง, หลักสูตรเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา, นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่ประวัติการทำงาน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 และเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญในอดีต ได้แก่ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค.2562, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค.2560, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค.2558 สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ ได้แก่ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก วันที่ 5 ธ.ค.2546, มหาวชิรมงกุฎ วันที่ 5 ธ.ค.2543
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีสำคัญที่ น.ส.ปิยกุลเคยเป็นองค์คณะพิจารณาคดีได้เเก่ คดี อม.อธ. 3/2562 ชั้นพิจารณาอุทธรณ์ จีทูจี เฉพาะนายสุธี เชื่อมไธสง เครือข่ายเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 ที่ให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหายร่วมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท, คดี อม.อธ. 4/2562 ชั้นพิจารณาอุทธรณ์นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ภรรยาของนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย ในคดีบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งลงโทษให้ยกโทษจำคุกออกเเละปรับ 4 พันบาท พร้อมตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี, คดี อม.อธ. 5/2562 ชั้นพิจารณาอุทธรณ์นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย 2 สมัย ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง โดยพิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี &amp;nbsp;เเละคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองอีกหลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การประชุม ก.ต.ครั้งต่อไปในวันที่ 27 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. จะมีการพิจารณาระดับประธานศาลอุทธรณ์, รองประธานศาลฎีกา โดยจากการตรวจสอบตามคิวอาวุโส ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ จาก น.ส.ปิยกุล คือ นายพศวัจณ์ กนกนาก ปัจจุบันเป็นรองประธานศาลฎีกา ส่วนที่คาดว่าจะถูกเสนอบัญชีเป็นว่าที่รองประธานศาลฎีกาใหม่อีก 6 คน (หาก ก.ต.ให้ความเห็นชอบ) ได้เเก่ 1.นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา 2.นายวรงค์พร จิระภาค ประธานเเผนกคดีภาษีฯ ในศาลฎีกา 3.นายลาชิต ไชยอนงค์ ประธานเเผนกคดีเลือกตั้งฯ ในศาลฎีกา 4.นายอธิคม อินทุภูติ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา 5.นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา 6.นายยงยุทธ แสงรุ่งเรือง หัวหน้าคณะในศาลฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110639</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, ปิยกุล บุญเพิ่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เช็กบัญชีอาวุโส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7cd127b86d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้ว! &#039;ปิยกุล บุญเพิ่ม&#039; นั่งปธ.ศาลฎีกา คนที่ 47 มีผล 1 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. ได้ประชุมครั้งที่ 17/2564 โดยมีวาระสำคัญคือการลงมติให้ความเห็นชอบเลือกข้าราชการตุลาการเพื่อดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 47 เนื่องจากนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน จะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในภารกิจของสายการบริหารในวันที่ 30 ก.ย.2564 เมื่อมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการให้ความเห็นชอบแต่งตั้งประธานศาลฎีกา จะพิจารณารายชื่อผู้พิพากษาตามลำดับอาวุโส ซึ่งผ่านการคัดกรองคุณสมบัติความเหมาะสมตามบัญชีที่มีการเสนอจากอนุกรรมการตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลยุติธรรม หรือ อ.ก.ต. ซึ่งที่ ประชุม ก.ต.วันนี้ มีมติเห็นชอบให้ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ผู้ที่มีอาวุโสลำดับที่ 1 ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 47 จะมีผลตั้งแต่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 1 ต.ค.64 เป็นต้นไป โดยน.ส.ปิยกุล ว่าที่ประธานศาลฎีกา จะมีวาระการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของศาลยุติธรรม เป็นระยะเวลา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติ น.ส.ปิยกุล เกิดวันที่ 28 ต.ค. 2499 ปัจจุบันอายุ 64 ปี จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง, หลักสูตรเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา, นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่ประวัติการทำงาน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 และเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญในอดีต ได้แก่ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 2562, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 2560, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 2558 สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ ได้แก่ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก วันที่ 5 ธ.ค. 2546, มหาวชิรมงกุฎ วันที่ 5 ธ.ค. 2543&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลฎีกา, ปิยกุล บุญเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7cd127b86d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงชื่อ &#039;ปิยกุล บุญเพิ่ม&#039; เป็นประธานศาลฎีกา คนที่ 47 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 64 - เว็บไซต์สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เผยแพร่บัญชีรายชื่อที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา วาระ 1 ต.ค. 2564 (บัญชี1) โดยมีการเสนอ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ขึ้นเป็นประธานศาลฎีกา คนที่ 47 โดยหากที่ประชุม ก.ต.ที่จะมีการประชุมกันวันที่ 19 ก.ค.นี้ มีมติเห็นชอบ จะถือว่าเป็นประธานศาลฎีกาหญิงคนที่สองของประเทศไทย ต่อจาก นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ น.ส.ปิยกุล นั้นเกิดวันที่ 28 ต.ค. 2499 ปริญญาตรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติ บัณฑิตยสภา ปริญญาโทนิติศาสตร์ จุฬาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2521 นิติกร ปี 2525 ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี 2526 ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ปี 2527 ผู้พิพากษาจ.ร้อยเอ็ด ปี2530 ผู้พิพากษาจ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2534 ผู้พิพากษาจ.จันทบุรี ปีเดียวกันผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง ปี 2536-2538 ผู้พิพากษาจ.น่าน,ลำพูน และนครสวรรรค์ ปี 2540 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่งกรุงเทพใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2542 ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง ปีเดียวกันผู้พิพากษาศาลอุธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี2549 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ปี 2551 ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ปี 2553 รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ปี2554 ผู้พิพากษาศาลฏีกา ปี 2558 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ปี 2560 ประธานศาลอุธรณ์ภาค1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2562 ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนขึ้นดำรงตำเเหน่งประธานศาลอุทธรณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลฎีกา, ปิยกุล บุญเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed4bf97e9db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก.ต.&#039; เคาะแล้ว &#039;เมทินี ชโลธร&#039; นั่งประธานศาลฎีกา &#039;ปิยกุล บุญเพิ่ม&#039; ประธานศาลอุทธรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63 - ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 10/2563 มีวาระการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา ตามบัญชีรายชื่อของสำนักงานศาลยุติธรรมระดับตั้งแต่ประธานศาลฎีกาลงมาจนถึงระดับหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และบัญชีผู้พิพากษาอาวุโส โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการประชุม ก.ต. พิจารณาและมีมติเห็นชอบการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ บัญชี 1 เลื่อนชั้น 4 เป็นชั้น 5 มีมติตั้งนางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา ขึ้นเป็นประธานศาลฎีกา คนที่ 46 ขณะที่บัญชี 2 เป็นชั้น 4 สับเปลี่ยนตำแหน่งจำนวน 48 ตำแหน่ง โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจระดับ ประธานศาลอุทธรณ์และรองประธานศาลฎีกา ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ขึ้นเป็นประธานศาลอุทธรณ์ ตามลำดับอาวุโสมีโอกาสที่จะขึ้นประธานศาลฎีกาในวาระต่อจากนางเมทินี สำหรับตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ถือว่ามีความอาวุโสรองลงมาจากประธานศาลฎีกา, นางวาสนา หงส์เจริญ ประธานแผนกคดีเยาวชนในศาลฎีกา ขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา, นายพศวัจณ์ กนกนาก ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา ขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา, นายนิพันธ์ ช่วยสกุล ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาในศาลฎีกา ขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา, นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา ขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา, นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา ขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา และนายเสรี เพศประเสริฐ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา ขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากระดับรองประธานศาลฎีกา มีตำแหน่งที่น่าสนใจ เช่น นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี หัวหน้าคณะในศาลฎีกา ขึ้นเป็นประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ซึ่งปัจจุบันเป็น ก.ต.ที่ได้รับเลือกคะแนนสูงอันดับ 1, นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง ขึ้นเป็นประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 ซึ่งนับอาวุโสมีคิวขึ้นเป็นประธานศาลฎีกา ต่อจากนางปิยกุล ผู้ที่ถูกเสนอบัญชีรายชื่อนั่งประธานศาลอุทธรณ์, นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ขึ้นเป็นประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญ ดูแลจังหวัดในภาคเหนือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบัญชีอาวุโส บัญชี 2 จำนวน 85 ตำแหน่ง และบัญชีอาวุโสสับเปลี่ยนศาล 45 ตำแหน่ง ที่น่าสนใจ ได้แก่ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ซึ่งขณะเป็นประธานศาลฎีกาได้วางนโยบายยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา/จำเลย, ยกระดับมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดี, นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการอำนวยความยุติธรรม, เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการบริหารงานบุคคล และการสนับสนุนบทบาทของศาลในการบังคับใช้กฎหมายที่ส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหลายโครงการจากนโยบายนี้นำมาใช้ปฏิบัติจริง จนได้รับความชื่นชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี นายบุญชู ทัศนประพันธ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 ซึ่งเป็นอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา 2 ปี ไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ, นายวิบูลย์ แสงชมภู ผู้พิพากษาศาลฎีกา ตัวเต็งกรรมการเนติฯ สายศาล ไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์ ทั้งนี้ ก.ต.ยังเห็นชอบแต่งตั้งผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 71 ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลจำนวน 113 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัตินางเมทินี ชโลธร ผู้ที่ ก.ต.มีมติแต่งตั้งเป็นประธานศาลฎีกา เกิดวันที่ 3 ธ.ค. 2498 อายุ 64 ปี รับราชการเป็นผู้พิพากษาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2524 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา และเลขาธิการเนติบัณฑิตยสภา การศึกษาจบนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรนิยมอันดับ 2) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาการบริหารงานยุติธรรม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำแหน่งการทำงานในอดีต เป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดสุรินทร์, ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครนายก, ผู้พิพากษาศาลแขวงพระนครเหนือ, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเขียว, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุบลราชธานี, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงนนทบุรี, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา, ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 4, ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลอุทธรณ์, ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์, ผู้พิพากษาศาลฎีกา, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันนางเมทินีขณะดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายยกระดับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน ตามนโยบายของประธานศาลฎีกา ที่ผ่านมาได้นำคณะผู้พิพากษาลงพื้นที่ศาลต่างๆ ผลักดันโครงการที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการประกันตัวของผู้ต้องหา/จำเลย อาทิ การให้ใช้คำร้องใบเดียวยื่นประกันตัว, แนะนำหลักเกณฑ์การยื่นประกันตัวโดยไม่มีหลักประกัน และการประชุมร่วมกับกรมคุมประพฤติ เพื่อยกระดับมาตรการทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ ให้แพร่หลายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถตรวจดูบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายจากผลการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 10/2563 ฉบับเต็มตามลิ้งก์ https://bit.ly/2ZV0ptJ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานศาลฎีกา, ปิยกุล บุญเพิ่ม, เมทินี ชโลธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1ab6780cd92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปธ.ศาลฎีกาเผยยื่นประกันตัวมือเปล่าได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานศาลฎีกาชี้คำว่าคุกมีไว้ขังคนจนจะหมดไป ยื่นประกันตัวมือเปล่าได้รวดเร็ว เปิดกฎหมายผู้กำกับดูแลป้องกันคนหนีศาล จ่ายรางวัลเป็นแสนบาทต่อเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 9 มีนาคมนี้ นางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกา เรื่องการยกระดับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพผู้ต้องหาและจำเลย เดินทางไปยังศาลจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่อาคารเดียวกับสำนักงานศาลยุติธรรมภาค 3 มีนายพิศิฏฐ์ สุดลาภา ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 3, นายราชัญ กวีกุล หัวหน้าศาลจังหวัดนครราชสีมา, นายนิติธร ศรีบุตร รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 3 ให้การต้อนรับ ในการนี้มีคณะทำงาน อาทิ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานแผนกล้มละลายในศาลฎีกา, นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ในฐานะตัวแทนนายไสลเกษ วัฒนพันธ์ ประธานศาลฎีกา, นายนาวี วงศ์สกุลธนา รองเลขานุการศาลฎีกา และผู้พิพากษาร่วมสังเกตการณ์พร้อมรับฟังปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเมทินีกล่าวว่า นโยบายของประธานศาลฎีกาเน้นหนักเรื่องการให้โอกาสผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกรองรับโดยรัฐธรรมนูญว่า ตราบใดศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิด ให้ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ให้ได้รับการปล่อยตัว ดังนั้นการเดินหน้าให้ความรู้เรื่องสิทธิเสรีภาพ ให้เขาเข้าถึงการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้ปล่อยตัวเป็นหลักและไม่ต้องวิ่งหาหลักทรัพย์ ต้องทำต่อไป ขณะเดียวกันต้องรักษาความสมดุลของเหยื่ออาชญากรรม ว่ามีความรู้สึกสังคมสงบและปลอดภัย ซึ่งศาลยุติธรรมได้ดำเนินการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานศาลฎีกากล่าวว่า ประธานศาลฎีกาขยายมิติการปล่อยตัว 1.เรื่องขจัดอุปสรรคด้านเวลา ดังนั้น ประชาชนยื่นประกันตัวได้ทุกวัน ปล่อยในวันนั้น ถ้าไม่ปล่อยต้องทราบผลในวันนั้น ถ้าจะส่งศาลสูงต้องส่งใน 1 ชั่วโมง 2.เรื่องรูปแบบ ต้องมีความสะดวก เร็ว ลดความเหลื่อมล้ำ เอาเงินเก็บไว้ให้ลูกไปโรงเรียนหรือหาหลักฐานมาสู้คดีในศาลดีกว่า รูปแบบคือ มีหลักทรัพย์ ไม่มีหลักทรัพย์ที่ใช้วิธีการและเงื่อนไข ตามกฎหมายใหม่ประกอบการสั่งปล่อยตัวชั่วคราว ในขณะนี้มี 3 ระดับดุลพินิจ คือ 1) ให้ปล่อยโดยไม่ต้องมีสัญญาประกันเลย ใช้กับคดีเล็กน้อย 2) ปล่อยโดยให้ทำสัญญาประกัน แต่ไม่มีหลักประกัน 3) ให้ปล่อยชั่วคราวโดยทำสัญญาประกันและมีหลักประกัน แต่หลักทรัพย์ค่อยหามายื่นภายหลังได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้พิพากษาอาจใช้ดุลพินิจวางเงื่อนไขประกอบ เช่น ให้ใส่กำไลข้อเท้าโดยไม่ต้องวางหลักประกัน สำหรับการตรวจสอบการเตือนว่าเขาจะหนีหรือเข้าเขตที่ห้ามหรือไม่สำหรับคดีความผิดทางเพศ หรือทำร้ายร่างกาย และปัจจุบันยังมีวิธีการใหม่ที่ผู้พิพากษายังไม่นิยมใช้อีก 2 แบบ ที่ขอให้ประชาชนได้ทราบคือ 1.การร้องขอให้ใช้แบบประเมินความเสี่ยง ที่เป็นเอกสารแผ่นเดียวกับคำร้องขอปล่อยตัว ตัวอย่างเช่น เมื่อนาย ก.ถูกนำตัวจากโรงพักมาฝากขัง ตัวผู้ต้องหาจะถูกขัง ญาติจะอยู่หน้าเคาน์เตอร์เตรียมขอประกัน และในมือมีหลักทรัพย์ที่อาจไปหยิบยืมหรือเช่ามาจากนายประกัน คราวนี้เจ้าหน้าที่จะบอกว่าให้ใช้แบบประเมินความเสี่ยงนะ โดยกรอกแบบสอบถาม 50 ข้อ เมื่อตอบเสร็จ เจ้าหน้าที่กดข้อมูลลิงก์ไปยังตำรวจ ฝ่ายปกครอง ศาลยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ ใช้เวลาจุดนี้ 12 นาที แล้วเมื่อได้ผลออกมาว่า &amp;quot;ความเสี่ยงต่ำ&amp;rdquo; เจ้าหน้าที่จะเสนอผู้พิพากษาเวรประกัน เพื่อใช้ดุลพินิจไม่เกิน 45 นาที รวม 57 นาที จากเดิมยื่นเช้าสั่งเย็น แต่เรื่องนี้ขอให้ผู้พิพากษามีความกล้าที่จะให้ประกัน ไม่มีใครถูกสอบวินัยเพราะให้ประกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเมทินีกล่าวว่า วิธีการใหม่อีกวิธีที่ผู้พิพากษายังไม่มีใครใช้คือ วิธีตาม พ.ร.บ.มาตรการกำกับและติดตามการจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยตัวชั่วคราวโดยศาล ปี 2560 ซึ่งการหลบหนีจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีล่าช้า ส่งผลต่อนโยบายป้องกันอาชญากรรม เมื่อหนีคดีไปก็ไม่มีการติดตามตัว ดังนั้นจึงกำหนดให้มีคนในชุมชนที่ผ่านการอบรมหรือไม่ต้องผ่านการอบรม รับหน้าที่ติดตามตัวมาขึ้นศาล หรือถ้าไม่หนีก็ให้คำแนะนำให้ความรู้แก่ผู้ต้องหาที่ปล่อย เพื่อให้กลับคืนสู่สังคม ซึ่งมีเงินค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย ในมาตรา 5 ซึ่งรองรับโดยระเบียบกรรมการบริหารศาล เช่น ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ที่สามารถให้คำนำให้คำปรึกษา โดยการรับรายงานตัวได้ครั้งละ 2 พันบาท ไม่เกิน 5 พันบาท (อาจเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ครู) ผู้ให้คำปรึกษา ได้รางวัลครั้งละ 2 พันบาท ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ผู้สอดส่องได้ครั้งละ 2 พันบาท ไม่เกิน 1 หมื่นบาท แจ้งความนำจับ เจ้าหน้าที่ผู้จับ (ตำรวจท้องที่หรือคอร์ทมาร์แชล) จะมีเงินรางวัล ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายต่ำสุด 2 หมื่นบาท มากสูงสุด 1 แสนบาทต่อเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นโยบายของประธานศาลฎีกาคือภาพของคำว่า &amp;quot;คุกมีไว้ขังคนจน&amp;rdquo; จะหมดไป และคุกคือที่ขังเฉพาะคนที่อันตรายต่อสังคม&amp;rdquo; นางเมทินีกล่าว และว่า ในวันที่10 มี.ค. ตนจะพาผู้พิพากษาไปเรือนจำจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมผัสกับความทุกข์ของผู้ต้องขัง เพราะบางคนยอมติดคุกโดยไม่ยื่นประกันตัวเลยเพราะไม่มีเงิน และไม่รู้ว่ามีโอกาสแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59279</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาวี วงศ์สกุลธนา, นิติธร ศรีบุตร, ปิยกุล บุญเพิ่ม, พิศิฏฐ์ สุดลาภา, ราชัญ กวีกุล, สุรินทร์ ชลพัฒนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมทินี ชโลธร, ไสลเกษ วัฒนพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e66464379115.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
