<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืนยันสิทธิในการประกันตัว &#039;แอมเนสตี้&#039; เรียกร้องปล่อยตัว &#039;เพนกวิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 - แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเเนล ประเทศไทย &amp;nbsp;ระบุว่าสืบเนื่องจากรายงานการเข้าเยี่ยมนักกิจกรรม พริษฐ์ ชีวารักษ์ (เพนกวิน) เเละปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) ปรากฏว่าพริษฐ์ ผู้อดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิในการปล่อยชั่วคราวหรือสิทธิในการประกันตัวมาตั้งเเต่วันที่ 15 มีนาคม 2564 เริ่มมีอาการอ่อนเเรง ผิวหนังซีด อีกทั้งยังขับถ่ายออกมาเป็นก้อนเนื้อสีดำ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเเนล ประเทศไทย เผยว่าแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเเนล ประเทศไทย มีความกังวลอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงเเละอันตรายร้ายเเรงที่อาจถึงแก่ชีวิตของนักกิจกรรมทั้งสอง โดยเฉพาะพริษฐ์ ผู้อดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิในการปล่อยชั่วคราวนานถึง 45 วัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนักกิจกรรมโดยไม่มีเหตุอันชอบธรรม ตอกย้ำว่าทางการไทยไม่เคารพสิทธิในการได้รับพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม อีกทั้งยังขัดต่อหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การปล่อยชั่วคราวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาทุกคนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยืนยันว่ารัฐบาลต้องปล่อยตัวนักกิจกรรมเพื่อให้พวกเขามีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งยุติการดำเนินคดีกับนักกิจกรรมเพียงเพราะการชุมนุมเเละการเเสดงออกทางการเมืองในช่วงปีที่ผ่าน&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101175</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยนุช โคตรสาร, เพนกวิน, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a739816d5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามคาด! แอมเนสตี้ โวยทางการไทยใช้อำนาจมิชอบขังคุก 4 แกนนำ 3 นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิยนุช โคตรสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ. 64 - แอมเนสตี้แถลงหลัง 4 แกนนำผู้ชุมนุมถูกคุมขังระหว่างรอการพิจารณาคดี &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 อัยการสั่งฟ้อง โดยศาลไม่ให้ประกันตัวแกนนำ 4 คนได้แก่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ อานนท์ นำภา สมยศ พฤกษาเกษมสุข และปฏิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหาอื่น จากการชุมนุม &amp;quot;19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร&amp;quot; ณ สนามหลวงเมื่อวันที่ 19 - 20 กันยายน 2563 โดยพริษฐ์ถูกสั่งฟ้องมาตรา 112 อีกหนึ่งคดีจากการชุมนุม &amp;quot;ม็อบเฟส&amp;quot; ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว แกนนำทั้ง 4 คนจึงถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพระหว่างรอการพิจารณาคดี จนกว่าศาลจะมีคำสั่งให้ประกันตัวหรือจนกว่าคดีจะจบ ซึ่งยังไม่ทราบระยะเวลาที่แน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวถึงกรณีนี้ว่า &amp;nbsp;ทางการไทยยังคงใช้อำนาจในกระบวนการยุติธรรมโดยมิชอบ เพื่อปิดปากไม่ให้บุคคลวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและปัญหาสังคม &amp;nbsp;และเป็นส่วนหนึ่งในการยืนยันถึงรูปแบบการคุมขังอย่างยาวนานก่อนพิจารณาคดีของผู้ถูกกล่าวหาในคดี 112 ภายใต้บริบทของความมั่นคงของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยังคงเน้นย้ำให้ว่าการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งทางการไทยได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ อีกทั้งการใช้เสรีภาพดังกล่าวยังถูกระบุในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ 2560 อีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92711</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยนุช โคตรสาร, มาตรา112, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36ac4a833fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้  กับการชุมนุม 19 ก.ย.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;หนุนม็อบล้ม รบ.-รับเงินต่างชาติ? ถามทุกข้อสงสัย &amp;#39;แอมเนสตี้&amp;#39; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในจังหวะเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาที่กำลังเข้มข้นทุกขณะ เช่นที่เร็วๆ นี้จะมีการนัดชุมนุมใหญ่ทางการเมืองในวันที่ 19 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริบทหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังถูกพูดถึงก็คือ ในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะในยุค คสช.และรัฐบาลปัจจุบันที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะพบว่ามีองค์กรระหว่างประเทศองค์กรหนึ่ง ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงท่าทีและบทบาทมาโดยตลอด โดยเฉพาะทุกครั้งหลังมีการออกแถลงการณ์แสดงความเห็นใดๆ ออกมา นั่นก็คือ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เช่นล่าสุดที่ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกข้อหาต่อผู้ชุมนุมทางการเมือง ที่ส่วนใหญ่อยู่ในคณะประชาชนปลดแอก, กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ทั้ง 31 คน ที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาไม่น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คือองค์กรอะไร ทำงานด้านไหน มีบทบาทอะไรในประเทศไทย -- ได้ทุนจากตะวันตก เช่น จอร์จ&amp;nbsp; โซรอส มาสร้างความปั่นป่วนในประเทศไทยหรือไม่ -- อยู่ฝ่ายเดียวกับแกนนำม็อบที่ต่อต้านรัฐบาลและสนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรคอย่างพรรคอนาคตใหม่หรือก้าวไกลในปัจจุบันหรือไม่ -- เป็นองค์กรโลกสวย ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมของไทย เช่นต่อต้านโทษประหารชีวิต ใช่หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกข้อสงสัย ทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ข้างต้น เราได้พูดคุยกับ ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย รวมถึงถามมุมมองของแอมเนสตี้ต่อการชุมนุมทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น 19 ก.ย.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นที่ ปิยนุช พูดถึงแอมเนสตี้ประเทศไทยว่า ที่ผ่านมาเวลาคนได้ยินชื่อแอมเนสตี้ ก็มักจะมองภาพองค์กรไปต่างๆ โดยเฉพาะช่วงหลังรัฐประหาร คสช.เมื่อปี 2557 ซึ่งที่ผ่านมาแอมเนสตี้เริ่มเป็นที่รู้จักในสังคมไทยตั้งแต่ตอนช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เนื่องจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นองค์กรที่มีฐานสมาชิกทั่วโลกหลายล้านคน ซึ่งสมาชิกก็เป็นคนธรรมดาที่ร่วมกันสนับสนุนผลักดันในเรื่องสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่างๆ โดยช่วง 6 ตุลาคม 2519 ที่มีการจับกุมตัวนักศึกษาที่เคลื่อนไหวในช่วงดังกล่าว ซึ่งพื้นฐานของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ก็คือทำงานกับคนที่คิดเห็นแตกต่างทางการเมืองแล้วถูกจับกุมควบคุมตัว ที่เรียกว่า นักโทษทางความคิด อันเป็นความคิดที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มตั้งองค์กร ซึ่งในอดีตที่ยังไม่มีโซเชียลมีเดีย การเคลื่อนไหวก็ใช้รูปแบบคือการเขียนจดหมายเรียกร้องรณรงค์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเกิดเหตุการณ์จับกุมนักศึกษาตอนปี 2519 แอมเนสตี้ก็เขียนจดหมายเรียกร้องให้ปลดปล่อยนักศึกษาที่ถูกคุมตัว โดยนักศึกษาหลายคนเวลานั้นปัจจุบันก็เป็นผู้มีชื่อเสียงในแวดวง ก็ทำให้แอมเนสตี้เริ่มเป็นที่รู้จัก ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ต่อมาก็มีการรวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆ จนกลายเป็นกลุ่มและจดทะเบียนจัดตั้งเป็นองค์กรขึ้นมา ชื่อเดิมก็คือ องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ต่อมาก็จดทะเบียนเป็นสมาคมเมื่อปี 2546 นับถึงปัจจุบันก็ประมาณ 17-18 ปี โดยแอมเนสตี้ที่มีอยู่หลายประเทศทั่วโลกต้องการให้ใช้ชื่อเดียวกัน ก็เลยใช้ชื่อ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลก เคลื่อนไหวในเรื่องสิทธิมนุษยชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ปัจจุบันงานของแอมเนสตี้เน้นเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าก็จะเชื่อมโยงกับการต่อต้านการทรมานและการอุ้มหาย ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่น &amp;quot;ผู้ลี้ภัย&amp;quot; เราก็ทำในเชิงการรณรงค์โดยเน้นเรื่องการไม่ให้ส่งผู้ลี้ภัยกลับพื้นที่เสี่ยง แต่วิสัยทัศน์ของแอมเนสตี้คือ อยากให้ประชาชนทุกคนได้รับการปกป้องคุ้มครอง ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) ทำให้งานของแอมเนสตี้ที่อยู่ในขอบข่ายเกี่ยวข้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่มีประมาณ 30 ข้อ เราก็จะสนับสนุนโดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชนศึกษา องค์กรก็ทำงานกับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในภูมิภาค มีการทำหลักสูตรและมีการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เป็นข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นเรื่องเป็นราว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.แอมเนสตี้ ประเทศไทย ย้ำว่า บทบาทของแอมเนสตี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารไม่ได้แตกต่างกัน เพราะแอมเนสตี้เป็นองค์กรระหว่างประเทศ จุดยืนของเราจะไม่บอกว่าการปกครองระบอบแบบนี้ดีหรือไม่ดี เราจะไม่ได้เลือกข้าง (take side) แต่สิ่งที่เราจะอยู่เคียงข้างก็คือ &amp;quot;สิทธิมนุษยชน&amp;quot; เมื่อใดที่มีการละเมิดสิทธิไม่ว่าจะโดยใครก็ตาม เราจะมีการตั้งคำถาม มีการเรียกร้อง การขอให้รับผิดรับชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างในยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เช่นยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ที่ตอนนั้นมีเรื่องการ ฆ่าตัดตอน มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน แถลงการณ์ที่แอมเนสตี้ออกมาตอนนั้นก็คือ การเรียกร้องให้เคารพหลักสิทธิมนุษยชน ให้มีการสืบสวนสอบสวนที่เป็นธรรม รวมถึงในช่วงนั้นที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปัญหาโยงมาตั้งแต่ยุคดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบันเพราะเป็นปัญหาเรื้อรัง เราก็เสนอแนวทางต่างๆ ออกมา เช่นการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหา ผู้ต้องสงสัยในคดีต่างๆ ว่าต้องมีประสิทธิภาพ ไม่ลำเอียง และเป็นอิสระ รวมถึงการควบคุมตัวโดยพลการในสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp; เราก็เรียกร้องให้ผู้ถูกตั้งข้อหาได้รับสิทธิต่างๆ เช่น การเข้าถึงทนายความ การได้ติดต่อคนในครอบครัว&amp;nbsp; และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ รวมถึงสมัยรัฐบาลทักษิณที่เกิดกรณีการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร ท่าทีของแอมเนสตี้ตอนนั้นเข้มแข็งมาก ซึ่งหลังเกิดเคสทนายสมชายก็ทำให้เราทำงานอย่างจริงจังมากขึ้น ในเรื่องการต่อต้านการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ทั้งหมดเราแสดงจุดยืนเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่ยุครัฐบาลนายกฯ ทักษิณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ส่วนในช่วงรัฐบาลถัดจากนั้นมา เช่นยุครัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร หรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่มีความขัดแย้งของขั้วการเมือง เราก็เน้นในเชิงเรื่องเสรีภาพการแสดงออก โดยเชื่อมโยงไปกับบทบาทของประเทศไทย หรือพันธกรณีของประเทศไทยที่มีต่อกฎหมายระหว่างประเทศตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง ซึ่งประเทศไทยมีคำมั่นสัญญาเอาไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...แต่ด้วยความที่ปัจจุบันขั้วทางการเมืองเป็นแบบสุดขั้ว ก็ทำให้เราอาจถูกมองว่าเลือกข้าง (take&amp;nbsp; side) จ้องโจมตีรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ แต่จริงๆ แล้วเรายึดหลักมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ คือไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลแบบไหน จะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลจากรัฐประหาร แต่เมื่อใดที่คุณละเมิดสิทธิ เราจะตั้งคำถาม เราจะเรียกร้องให้ต้องรับผิดรับชอบ เราก็ทำตามหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิยนุช ย้ำว่า จุดยืนแถลงการณ์ของแอมเนสตี้ออกมาในทุกช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ไม่ได้ออกมาแค่ในยุคแฟลชม็อบ-ม็อบนักศึกษาในเวลานี้ แต่มีการแสดงท่าทีออกมาตลอดตั้งแต่ยุคเสื้อเหลือง, เสื้อแดง, กปปส. ภายใต้แนวทางคือฝ่ายรัฐบาลควรเปิดพื้นที่และทำหน้าที่ของตัวเอง โดยต้องให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสันติ ต้องปกป้องประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย ส่วนในแง่ผู้ชุมนุมเราก็เน้นให้ต้องยึดหลักสันติวิธี ไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -คนตั้งคำถามกันมากถึงบทบาทของแอมเนสตี้ว่าเลือกปฏิบัติหรือไม่ เช่นตอนเสื้อแดง&amp;nbsp; นปช.ปี 2553 ที่มีบางช่วงแกนนำยกพวกไปปิดล้อมเข้าค้นโรงพยาบาลจุฬาฯ แอมเนสตี้มีท่าทีอะไรออกมาหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วง นปช.ชุมนุมปี 2553 เราก็มีแถลงการณ์ออกมาในแต่ละช่วง เช่นตอนที่เกิดเหตุวันที่ 10 เม.ย.53 จนถึงวันสลายการชุมนุม เราก็มีแถลงการณ์ออกมาในบริบทต่างๆ โดยมีการเรียกร้องกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงยืนยันได้ว่าการชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของฝ่ายใด ทุกครั้งที่มีข้อกังวลเรื่องการละเมิดสิทธิหรือมีความรุนแรงเกิดขึ้น อย่างน้อยเรามีแถลงการณ์ออกมา แต่แน่นอนว่าแถลงการณ์หรือข้อเสนอแนะที่ออกมาเหล่านั้น ก็ออกมาจากสำนักเลขาธิการใหญ่ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลที่ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ยึดโยงว่าเข้าข้างกลุ่มไหน แต่เรายึดหลักสิทธิมนุษยชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของการชุมนุมของ กปปส.ที่มีคนร้ายยิง M79 ใส่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง แอมเนสตี้ก็แถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการไทยนำตัวผู้สังหารประชาชนมาลงโทษเพื่อไม่ให้มีการลอยนวลพ้นผิด และในทุกการชุมนุมไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสื้อแดงหรือเสื้อเหลือง แอมเนสตี้ต่างเรียกร้องให้แกนนำทางการเมืองของทุกฝ่าย ต้องมีความรับผิดชอบในการประกันว่าจะไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายจนควบคุมไม่ได้ และนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนของฝ่ายความมั่นคงต้องให้การคุ้มครองอย่างเพียงพอต่อผู้ประท้วง ต้องเคารพและคุ้มครองสิทธิที่จะมีชีวิต สิทธิในการชุมนุมอย่างสงบและสันติ และเสรีภาพในการแสดงออกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ในยุครัฐบาลรัฐประหาร&amp;nbsp; คสช.กับรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เรื่องการละเมิดสิทธิอะไรต่างๆ เป็นอย่างไร แตกต่างกันหรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุค คสช.ที่ตัวผู้นำ คสช.มีอำนาจต่างๆ ตามมาตรา 44 หรือคำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 และคำสั่ง คสช.ต่างๆ ที่มีการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ รวมถึงในช่วงการลงประชามติร่าง รธน. และในช่วงที่เริ่มมีการเคลื่อนไหว มีนักศึกษาออกมาชู 3 นิ้วก็ถูกจับไปปรับทัศนคติ พอมายุคมีการเลือกตั้งมีนาคม 2562&amp;nbsp; แม้จะเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง แต่ก็ยังมีการจำกัดสิทธิต่างๆ อยู่ แม้รัฐบาลจะบอกว่าเป็นการก้าวเข้ามาสู่ประชาธิปไตยแล้ว แต่แอมเนสตี้ก็ยังตั้งคำถามเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนอยู่ เพราะคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือคนที่ถูกมองว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามมักจะถูกดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยอมรับว่าตรงนี้ก็เป็นความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะเหมือนกับจะไปเข้าข้างฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล แต่ยืนยันว่าเราตั้งคำถามในเรื่องกระบวนการการทำงานของรัฐ เพื่อต้องการให้คนที่เห็นแตกต่างจากรัฐบาลได้มีพื้นที่แสดงออกอย่างเป็นธรรม อย่างแม้จะผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว แต่ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มเช่น คนที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานของบางฝ่ายเช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง โดนทำร้าย โดยเฉพาะ นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จุดยืนของแอมเนสตี้เราไม่ได้บอกว่าเข้าข้างหรือเห็นด้วยกับใคร แต่พวกเขาไม่ควรต้องโดนทำร้ายร่างกายหลายครั้งมาก อย่างช่วงสองปีนี้รวมกันแล้วถึง 15 ครั้ง แอมเนสตี้ก็อยากเห็นความจริงใจของรัฐในการหาตัวผู้กระทำความผิดที่ก่อเหตุดังกล่าวมาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเสมอต้นเสมอปลายของแอมเนสตี้ก็คือ ต่อให้คุณจะเป็นรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารหรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะเป็นรัฐบาลที่ทำให้เศรษฐกิจเฟื่องฟูหรือไม่เฟื่องฟู แต่เมื่อใดที่คุณละเมิดสิทธิ มีการออกกฎหมายหรือมีการกระทำที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิ เราก็ตั้งคำถาม มีการออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนของเราเหมือนเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการเคลื่อนไหวการชุมนุมทางการเมืองต่างๆ ในช่วงนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ไม่มีความรุนแรง ในแง่ไม่มีการใช้กำลังปราบปรามผู้เข้าร่วมการชุมนุม แต่สิ่งที่เรากังวลและเรียกร้องก็คือ จะพบว่าหลังจัดการชุมนุมแล้วแกนนำหรือนักกิจกรรมที่จัดการชุมนุมจะโดนคดีหรือถูกคุกคามในรูปแบบอื่นๆ เห็นได้จากในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา คือ ก.ค.-ส.ค.มีนักกิจกรรมทางการเมืองถูกจับ โดนดำเนินคดีหลายคนมาก ตั้งแต่การชุมนุมย่อยต่างๆ ก่อนจะมีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เมื่อ 18&amp;nbsp; ก.ค.ที่ผ่านมา เช่นการชุมนุมเล็กๆ หน้าสถานทูตกัมพูชา กรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ก็ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือกรณีนักกิจกรรมสองคนชูป้ายไม่ต้อนรับพลเอกประยุทธ์ขณะลงพื้นที่จังหวัดระยอง ก็โดนดำเนินคดี 4 ข้อหาทั้งที่แค่ชูป้าย เราเลยตั้งคำถามถึงการตั้งฐานความผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่กับการดำเนินคดีกับคนที่เคลื่อนไหวเชิงตั้งคำถามกับรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-แถลงการณ์ของแอมเนสตี้ฉบับล่าสุด ที่เรียกร้องให้นายกฯ และทางการยกเลิกการดำเนินคดีกับแกนนำม็อบนักศึกษา 31 คน มีเหตุผลอะไร เพราะตำรวจบอกว่าเขาก็ต้องสอบสวนดำเนินคดีไปตามกฎหมาย? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การให้พื้นที่ให้คนได้แสดงความเห็นอย่างสงบ ก็เป็นสิทธิของประชาชนและเป็นสิ่งที่รัฐควรดำเนินการ เราก็ตั้งคำถามว่าที่เจ้าหน้าที่รัฐบอกว่าต้องทำตามกฎหมาย แต่ว่ากฎหมายที่มีมันนำมาใช้เพื่ออะไรกันแน่ เพื่อปิดปากไม่ให้คนวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐหรือไม่ เพราะต้องดูทั้งกฎหมายและสัดส่วนของความผิดของผู้กระทำด้วย เพราะเมื่อเขาใช้สิทธิในการแสดงออก แล้วมาถูกดำเนินคดีข้อหาทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ในเรื่องการยุยงปลุกปั่น โดยที่บางคนใน 31 รายชื่อก็ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกทั้งในปัจจุบันยังมีกฎหมายอื่นๆ อีกที่ทำให้คนไม่กล้าแสดงความเห็นที่แตกต่างออกมา เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ส่วนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ที่ผ่านมาถูกนำมาใช้เยอะมาก โดยเฉพาะกับนักกิจกรรมต่างๆ เหมือนกับเป็นการใช้กฎหมายทำให้คนกลัว ถ้าใช้ศัพท์ทางองค์กรสิทธิก็คือ เป็น &amp;quot;กฎหมายปิดปาก&amp;quot; ให้คนไม่กล้าแสดงความเห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจึงต้องตั้งคำถามว่า แม้เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำตามกฎหมาย แต่กฎหมายที่ใช้มันเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ เพราะในพันธกรณีของรัฐบาลที่มีต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง จะมีข้อหนึ่งคือเรื่อง เสรีภาพการแสดงออก แล้วกฎหมายที่ใช้อยู่ต้องถามว่ามันเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ ต้องถามรัฐบาลกลับไปว่า รัฐบาลได้ทำตามพันธกรณีที่ตัวเองมีตามมาตรฐานสากลหรือไม่ เพราะจริงๆ แล้วพวกเขาไม่ควรโดนจับตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำไป เพราะเขาใช้สิทธิของเขาในการแสดงออกอย่างสงบ ไม่ได้ไปทำร้ายหรือฆ่าแกงใคร หรือคำพูดของเขาไม่ได้นำมาซึ่งการสร้างความเกลียดชังหรือยุยงส่งเสริมก่อให้เกิดความรุนแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...คือต่อให้เป็นรัฐบาลอื่นๆ ที่ไม่ใช่รัฐบาลไทย ถ้าหากว่าคุณมีกฎหมายที่ไม่ได้เป็นไปตามพันธกรณีที่ได้มีเอาไว้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลก็มีการตั้งคำถามเหมือนกัน จะฮ่องกง เบลารุส หรือสหรัฐฯ แอมเนสตี้ก็ตั้งคำถามเหมือนกัน เพราะเราเป็นขบวนการเคลื่อนไหวระดับสากล เราก็จะตั้งคำถามเหล่านี้โดยยึดโยงกับหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จุดยืนของแอมเนสตี้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิต่างๆ แต่ละปี เช่น การทำแท้ง รัฐประหาร&amp;nbsp; กว่าจะสรุปกันได้ต้องผ่านการโหวต ผ่านความเห็นชอบจากตัวแทนสมาชิกแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลทั่วโลก เพราะว่าเราต้องทำตามแนวทางเดียวกัน เช่นเรื่องรัฐประหาร เราไม่ได้มีจุดยืนว่าเราเข้าข้างหรือไม่เข้าข้าง ทุกอย่างเคลียร์ คือหากคุณทำงานอยู่แอมเนสตี้ที่ฮ่องกงหรือสหรัฐฯ ก็ต้องพูดในจุดยืนเดียวกัน เพราะฉะนั้นทิศทางต่างๆ ของเรื่องสิทธิมนุษยชนก็จะเป็นไปตามเทรนด์ สถานการณ์และตามมติของตัวแทนแอมเนสตี้ และจากการวิจัย การศึกษาข้อมูล ซึ่งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งมาปีหน้าจะครบ 60 ปีแล้ว โดยเคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี ค.ศ.1977 ชื่อเสียงองค์กรมีมาอย่างยาวนาน ซึ่งเรายึดมั่นตามหลักการสิทธิมนุษยชนตลอดการทำงาน เพื่อคงไว้ซึ่งชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผอ.แอมเนสตี้ ประเทศไทย กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ทางการเมือง 19 ก.ย. ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นว่า เรื่องความรุนแรงจะเกิดหรือไม่เกิด ต้องฝากเจ้าหน้าที่รัฐในการช่วยกันปกป้องคุ้มครองผู้ชุมนุม เอื้ออำนวยเรื่องพื้นที่การชุมนุม และไม่ใช้มาตรการที่จะทำให้เกิดความรุนแรง ยิ่งโดยเฉพาะมันมีความหวาดกลัว ความไม่เชื่อใจ ในความร้อนแรงของบรรยากาศทางการเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนประชาชนหรือผู้ชุมนุมก็ต้องเคารพในเรื่องการใช้สิทธิของเขาอย่างสงบและสันติ และต้องมีข้อควรระวังในเรื่องการแทรกแซงจาก บุคคลที่สาม หรือ ม็อบชนม็อบ อันนี้ต้องระมัดระวัง ถ้าจะมีกลุ่มเห็นต่างเข้ามา เขาก็มีสิทธิ์เรียกร้องได้ แต่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐต้องมีการป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะหรือเกิดความรุนแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทางแอมเนสตี้ก็มีโครงการร่วมกับไอลอว์ส่งคนไปร่วมสังเกตการณ์การชุมนุม โดยพยายามไปทุกการชุมนุมเพื่อจะได้รู้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่จริงๆ เป็นอย่างไร มีตัวละครไหนบ้าง เพราะเราจะพูดถึงแค่ แกนนำหรือเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเดียวไม่พอ เพราะในการชุมนุมแต่ละครั้งมีตัวละครหลายอย่างมาก เช่น เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหรือคนไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา คนรุ่นใหม่ในช่วงนี้ ก็มองว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและควรสนับสนุน เพราะเขาก็สามารถใช้สิทธิในการแสดงออกของเขาอย่างสันติและสร้างสรรค์ เราควรดีใจที่มีคนรุ่นใหม่ ลูกหลานที่มีความคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) ในเชิงตั้งคำถามและสื่อสารว่าเขาอยากเห็นสังคมเป็นอย่างไร เราก็ควรสนับสนุน ไม่ควรมีการคุกคามเกิดขึ้นเพราะเขาเป็นเยาวชน และควรเปิดพื้นที่ให้เขาตราบใดที่เขาใช้เสรีภาพแสดงออกอย่างสงบและไม่มีความรุนแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-มองยังไงกับเสียงวิจารณ์ที่ว่าแอมเนสตี้สนับสนุนม็อบนักศึกษา กลุ่มที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลชุดนี้ มีการพาคนต่างชาติพวกตะวันตกไปร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมทางการเมืองต่างๆ ที่ออกมาต่อต้านรัฐบาล?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อแอมเนสตี้ส่งเสริมเสรีภาพการแสดงออก ดังนั้นการวิพากษ์วิจารณ์เราถือเป็นเรื่องปกติมาก เรายินดีรับฟัง แต่ก็อยากย้ำบทบาทของเราว่าแอมเนสตี้ไม่ได้เลือกขั้วการเมืองไหน เราเน้นเรื่องสิทธิมนุษยชน หากเมื่อใดมีการละเมิดสิทธิเกิดขึ้นเราก็ออกมาเรียกร้อง ซึ่งด้วยความที่เราเป็นองค์กรระหว่างประเทศ มันก็จะมีหน้าของความเป็นตะวันตกเข้ามา แต่อย่าลืมว่าแอมเนสตี้ไทยก็มีสมาชิกที่เป็นคนไทยเยอะเหมือนกัน และมีผู้สนับสนุนด้วย จึงไม่ได้มีแต่ความเป็นต่างชาติ อย่างที่ก่อนหน้านี้ มี &amp;quot;ผัง&amp;quot; อะไรออกมา เราก็เห็นในความ &amp;quot;มโน&amp;quot; ของคนที่จับมาเชื่อมโยง เป็นผังที่บอกว่าแอมเนสตี้ผูกกับฮิวแมนไรต์วอตช์ ผูกกับสหรัฐอเมริกา และพรรคอนาคตใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ข้อแรกต้องบอกเรื่องม็อบก่อน คือเราพยายามทำงานอย่างหนักเหมือนกัน ในการทำให้เห็นว่าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งหรือไปร่วมประท้วง เรียกร้องกับคนเหล่านั้น เพราะเราไม่ได้บอกว่าการเมืองแบบไหนดีหรือไม่ดี แต่เราสนับสนุนให้มีการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ อันนี้คือจุดยืนเรา แต่แอมเนสตี้ก็ถูกมองว่าไปสนับสนุนม็อบ ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้เกี่ยวข้องว่าใครจะเรียกร้องอะไร &amp;nbsp;เพราะต่อให้เช่นสมมุติเป็น ม็อบเชียร์ลุงตู่ แต่หากเกิดการละเมิดสิทธิเกิดขึ้น มีคนไปม็อบเชียร์ลุงตู่โดนละเมิด ไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครอง หรือว่าโดนทำร้ายมีระเบิดลง เราก็ต้องออกมาเรียกร้อง ออกแถลงการณ์เหมือนกัน เพราะเราไม่ต้องการให้มีความรุนแรง มีการละเมิดสิทธิเกิดขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่มีคนตั้งคำถามแอมเนสตี้เรื่องของการเงิน ก็ต้องบอกว่าเวลานี้แอมเนสตี้เราไม่รับเงินจากรัฐบาล หรือกลุ่มผลประโยชน์ใดในการทำงานรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นอิสระในการทำงาน เราทำงานได้ด้วยเงินค่าสมาชิกและเงินบริจาครายบุคคล ปัจจุบันเรามีผู้สนับสนุน 8 ล้านคนทั่วโลก มีทั้งสมาชิก ผู้บริจาค นักกิจกรรม ซึ่งผู้บริจาคจะพบว่าบางประเทศ เช่น สหรัฐฯ ออสเตรเลียและในยุโรปจะมีสมาชิกเยอะมาก บางประเทศประชาชนเขาร่วม 80 เปอร์เซ็นต์เป็นสมาชิกแอมเนสตี้ หรือผู้บริจาคเขาก็จะให้เงินบริจาคมาแต่ละเดือน ตรงนี้ก็คือรายได้หลักของแอมเนสตี้ คิดเป็น 90&amp;nbsp; เปอร์เซ็นต์ เมื่อได้เงินมาก็จะจัดสรรให้กับแอมเนสตี้ในประเทศที่ยังมีสมาชิกไม่เยอะมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...อย่างประเทศไทยก็มีสมาชิกและผู้บริจาค แต่ยังไม่เยอะมาก เราก็ได้เงินจากสมาชิกเหล่านั้น โดยเรามีการสกรีนกันมากในการจะไปรับเงินจากบริษัทใหญ่ๆ หรือจากรัฐ เพราะหากมีประวัติการละเมิดสิทธิเราจะไม่รับเงินจากคนกลุ่มนั้นเลย โดยหากเป็นทุนจากรัฐก็ทำได้แค่โครงการสิทธิมนุษยชนศึกษา&amp;nbsp; อย่างของแอมเนสตี้ประเทศไทยเอง ก็มีที่บางบริษัทที่เป็นบริษัทใหญ่อยากเข้ามาทำโครงการกับเรา ซึ่งต่อให้มีเงินทุนมากขนาดไหนแต่เราก็ทำงานร่วมกันไม่ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ที่ผ่านมาแอมเนสตี้ถูกมองว่าสนับสนุน อยู่ฝ่ายเดียวกับพรรคการเมืองอย่างอนาคตใหม่ที่เป็นพรรคก้าวไกลในปัจจุบัน เพราะอย่างนายชำนาญ จันทร์เรือง อดีต ส.ส.และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็เป็นอดีตประธานแอมเนสตี้ประเทศไทย?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ เราก็โดนวิจารณ์จากทุกฝ่าย อย่างกรณีคุณชำนาญที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นประธานแอมเนสตี้ ประเทศไทย และต่อมาก็มาเป็นที่ปรึกษาแอมเนสตี้ แต่พอเขาไปร่วมงานการเมืองกับพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp; ก็ได้ลาออกจากการเป็นที่ปรึกษา แต่แน่นอนว่าด้วยความที่เขาเคยเป็นประธานแอมเนสตี้ คนก็ยังมองภาพนี้อยู่ แต่เขาก็ยังเป็นสมาชิกอยู่ ก็ยังมีสิทธิ์มาโหวตมาร่วมกิจกรรมเหมือนกับคนอื่นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เราก็ยังยืนยันในจุดยืนเดิมของเรา เพราะเราก็คิดว่าทุกคนก็อยากเห็นสังคมที่เป็นธรรม ทุกคนก็ไม่อยากเห็นใครโดนละเมิดสิทธิ แต่ด้วยความที่บางทีเราโดนตัดสิน ก็ทำให้คนมองไม่เห็นการทำงานของเราในเรื่องการปกป้องสิทธิ แต่ไปเห็นแค่ในแง่ของเรื่องประเด็นทางการเมือง ทั้งที่จริงๆ แล้วขั้วการเมือง ไม่ว่าจะเป็นขั้วไหนก็ตาม เราก็คิดว่าทุกคนก็ไม่มีใครอยากเห็นการละเมิดเกิดขึ้น ที่ก็เห็นเหมือนกับเรา&amp;nbsp; เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่เราอยากจะเห็น เพราะเรื่องสิทธิเป็นเรื่องสากล ไม่ได้มีการแบ่งว่าเป็นสิทธิแบบไทย&amp;nbsp; สิทธิแบบตะวันตก เพราะเรื่องสิทธิเราทุกคนเกิดมาต่างก็มีสิทธิเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด สังคมใด อันนี้เป็นแก่นที่เหมือนกันของพวกเราทุกคน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77237</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยนุช โคตรสาร, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์, แอมเนสตี้, แอมเนสตี้  กับการชุมนุม 19 ก.ย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5cc4f2e543d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แอมเนสตี้ฯโผล่ตามคาด เรียกร้องสุดประหลาด ทางการไทยต้องยกเลิกข้อกล่าวหา &#039;เพนกวิน&#039; ทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.63 - &amp;nbsp;สืบเนื่องจากการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมในวันนี้ ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจับกุมในวันนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการปราบปรามสิทธิในเสรีภาพการชุมนุมอย่างสงบโดยรัฐ แทนที่จะให้ความคุ้มครองกับผู้ชุมนุมโดยสงบ ตำรวจกลับใช้กฎหมายปราบปราม เสมือนเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อปิดปากผู้แสดงความเห็นหรือวิจารณ์รัฐบาลอย่างสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องทางการให้ปล่อยตัวพริษฐ์ ชิวารักษ์โดยทันที รวมทั้งยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมด ทั้งต่อนักกิจกรรมอีก 2 คนที่ถูกจับเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว พร้อมกับผู้ชุมนุมคนอื่นๆ เนื่องจากพวกเขาเพียงแต่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เรายังกระตุ้นทางการไทยให้หาช่องทางสื่อสารทางเลือก หรือริเริ่มการเจรจากับผู้ชุมนุมโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความถดถอยด้านสิทธิมนุษยชนนับแต่รัฐบาลปัจจุบันเข้าดำรงตำแหน่ง เป็นปรากฏการณ์ที่น่าตกใจอย่างยิ่ง พื้นที่ของการเคลื่อนไหวและการแสดงออกอย่างสงบจะยิ่งหดตัวลงมากขึ้น หากประชาคมระหว่างประเทศไม่เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยทันที&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74525</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยนุช โคตรสาร, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36ac4a833fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้แถลงห่วงใยกรณีมีการข่มขู่และคุกคามผู้จัดกิจกรรมรำลึก 24 มิถุนา   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - จากการรายข่าวที่มีการระบุว่า นักกิจกรรมจำนวนหนึ่งถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการชุมนุมรำลึกวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน ในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวนักกิจกรรมถึงที่พักอาศัย โทรศัพท์ข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม เจรจาไม่ให้ผู้ชุมนุมใช้สถานที่ รวมถึงการขอข้อมูลส่วนตัวของผู้เข้าร่วมชุมนุมจากผู้จัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย แถลงว่าทางการไทยต้องยุติการดำเนินการใดๆ เพื่อคุกคามหรือสร้างความหวาดกลัวในการทำงานของนักกิจกรรมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและบุคคลอื่น ๆ ให้สามารถใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก และการชุมนุมอย่างสงบ โดยปราศจากการข่มขู่ คุกคามและการฟ้องร้องดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่าจะเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทุกคนในประเทศ รวมถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและผู้มีความเห็นต่างทางการเมืองด้วย เสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในการชุมนุมโดยสงบของประชาชนจะต้องได้รับการคุ้มครองอย่างถ้วนหน้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการตามมาตรการเพื่อรับกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ต้องเป็นไปอย่างได้สัดส่วนและเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น รัฐบาลต้องหลีกเลี่ยงการสร้างข้อจำกัดต่อการชุมนุมอย่างสงบในที่สาธารณะใด ๆ เมื่อผ่านพ้นช่วงการกักตัว โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ชุมนุมจัดให้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในระหว่างการประท้วง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังระบุเพิ่มเติมว่า ขอให้ทางการไทยประกันให้เกิดสภาพแวดล้อมที่บุคคลทุกคนสามารถรวมตัว แสดงออกและแลกเปลี่ยนความเห็นได้อย่างสงบ พร้อมทั้งหยุดดำเนินคดีต่อนักกิจกรรมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เคลื่อนไหวอย่างสงบ และยังเรียกร้องทางการไทยให้ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่จะไม่ควบคุมตัว คุกคาม หรือลงโทษบุคคลเพียงเพราะการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกหรือการชุมนุมอย่างสงบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69620</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, 24มิถุนายน2475, ชุมนุม, ประชาธิปไตย, ปิยนุช โคตรสาร, ม็อบ, สิทธิมนุษยชน, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36ac4a833fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แอมเนสตี้ หารัฐบาลปิดปากคนเห็นต่าง จี้ยกเลิกข้อหาศิลปินโพสต์กลับจากสเปน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.63 - แอมเนสตี้ ประเทศไทยแถลงกรณีจับศิลปินชาวภูเก็ต หลังโพสต์กลับจากสเปนไม่ถูกคัดกรอง &amp;nbsp;&amp;#39;โควิด-19&amp;#39; ที่ &amp;#39;สุวรรณภูมิ&amp;#39; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากรายงานข่าวว่าศิลปินจากภูเก็ตถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพราะโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า ไม่มีการตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเผยว่า การควบคุมตัวและดำเนินคดีผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของภาครัฐอย่างสงบ เป็นสัญญาณให้เห็นถึงการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนก่อนการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กฎหมายที่มีเนื้อหาคลุมเครือและกว้างขวางเช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มักถูกใช้เป็นเครื่องมือฟ้องปิดปากบุคคลที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางการไทยต้องยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และรับรองว่าข้อจำกัดด้านสิทธิมนุษยชนใดๆ ต้องเป็นไปตามหลักแห่งความจำเป็นและความได้สัดส่วนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางการไทยต้องรับรองว่า ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จะไม่ใช้มาตรการจัดการกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเครื่องมือในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพโดยพลการและบนพื้นฐานของการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกของผู้มีความเห็นต่างจากรัฐบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยนุช โคตรสาร, เฟคนิวส์, แอมเนสตี้, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36ac4a833fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นานาชาติร่วมแสดงความเสียใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นานาชาติร่วมแสดงความเสียใจเหตุกราดยิงโคราช นักการเมือง-นักวิชาการไว้อาลัยและให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมเรียกร้องถอดบทเรียนป้องเกิดขึ้นซ้ำ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ชี้เหตุอาเพศ แนะทำบุญประเทศเยียวยาจิตใจประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่่ 9 กุมภาพันธ์ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก U.S. Embassy Bangkok ต่อเหตุการณ์จ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา สังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ใช้อาวุธปืนไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนในที่สาธารณะในจังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้นว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนไทยเสมอ เรารู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งเพื่อนและครอบครัวของพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ Australia in Thailand ของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความว่า สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา และหวังว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะฟื้นตัวโดยเร็ว ออสเตรเลียยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวไทย ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านในกรุงเทพฯ โพสต์ภาพธงชาติไทยและธงชาติอิหร่าน ระบุว่า &amp;quot;แสดงความเสียใจ จากประชาชนชาวอิหร่านถึงคนไทย&amp;quot; พร้อมแฮชแท็ก #Korat
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กของสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความว่า สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 8 ก.พ.2563 และขออวยพรให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคนสามารถฟื้นจากอาการบาดเจ็บในเร็ววัน พร้อมกันนี้ ขอส่งกำลังใจมายังกัลยาณมิตรชาวไทยทุกคน และขอยืนหยัดร่วมกับท่านในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และขอให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็วและทั่วถึง พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ต้องมีการรับประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของคนทุกคน ไม่ควรมีใครตกอยู่ในอันตรายเพียงเพราะเดินทางบนถนน หรือจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้า และดำเนินการการฟื้นฟูขวัญกำลังใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ในเร็ววัน
แห่แสดงความเสียใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทวีตข้อความแสดงความเสียใจต่อเหยื่อที่ถูกยิงว่า &amp;ldquo;ขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่โคราช และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้บาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ขอให้ทุกๆ ครอบครัวมีกำลังใจที่ดีและเข้มแข็งค่ะ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่สามารถยุติความรุนแรงในครั้งนี้เอาไว้ได้ค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า รู้สึกสะเทือนใจต่อสถานการณ์เหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ขอให้กำลังใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บ และขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและญาติพี่น้องทุกคน รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการทุกอย่างให้เรียบร้อย ซึ่งถือโอกาสวันคล้ายวันเกิดขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมือง ขอพรจากพระให้เหตุการณ์ต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมายุติลงโดยเร็วและเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.พลังประชารัฐ ทวีตข้อความเสียใจว่า &amp;quot;ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ทุกๆ คนนะคะ เพียงช่วงเวลาสั้นๆ 1 เดือน แต่เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่สะเทือนใจสังคมถึง 2 ครั้ง ต้องเน้นย้ำ ทิ้งไว้เป็นข้อคิดว่า โซเชียลมีเดียนั้นสามารถสร้างคุณประโยชน์มหาศาล แต่หากนำมาใช้ในทางที่ผิดก็นำมาซึ่งภัยร้ายต่อสังคม จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องรู้เท่าทันและใช้โซเชียลมีเดียเพื่อประโยชน์สูงสุด เราคงต้องถอดบทเรียนมากมายจากเรื่องนี้ เดียร์เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะผ่านมันไปได้ด้วยกันอีกครั้งค่ะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติและครอบครัวของผู้สูญเสียทั้ง 27 ราย และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 57 ราย ทำการรักษา พักฟื้นร่างกาย และกลับมาแข็งแรงโดยไว ในฐานะลูกหลานคนโคราช ไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้เกิดขึ้น ได้ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดทั้งคืน และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย รวมทั้งอาสาสมัครทุกท่าน ที่เสียสละทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ติดอยู่ในห้าง และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากนี้ ขอชวนคนไทยทั้งประเทศร่วมกันส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวโคราช ร่วมกันเยียวยากันและกัน ร่วมกันดูแลหัวใจของกันและกัน และจับมือกันฟันฝ่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้ไปให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความว่า พฤติการณ์ทั้งหมดเป็นการก่อการร้าย แม้จะเป็นทหารคลั่งเพียงคนเดียว แก้แค้นเสร็จแล้ว ทำไมต้องปล้นปืน ทำไมต้องทำร้ายผู้บริสุทธิ์ แรงจูงใจคืออะไร ใครต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความว่า &amp;quot;ผมรู้สึกเศร้าใจและสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้นที่โคราช ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ร่วมกันยุติเหตุร้ายแรงนี้ได้สำเร็จ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกลก้อง ไวทยการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความว่า ขอให้กำลังใจ และขอบคุณทุกฝ่ายที่คลี่คลายสถานการณ์ บทเรียนที่ต้องถอดคือ การเตือนภัยในพื้นที่ ใช้ระบบ SMS เตือนภัย ทำให้เป็นประจำ ให้เป็นข่าวสารทางการ คำแนะนำเมื่อเกิดภัย และเบอร์ฉุกเฉิน เบอร์เดียวทั้งประเทศ ทั้งโทรและโซเชียล การรายงานสถานการณ์ของสื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี ว่า เราไม่เคยคิดว่าการสังหารหมู่ในประเทศไทยโดยบุคคลคนเดียวซึ่งมีปัญหาเกี่ยวข้องกับคนเพียงไม่กี่คนจะลุกลามไปฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยนั้น อาเพศที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เราเจออย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ไม่ว่าจะเขื่อนหรือแม่น้ำกว่า 15 แห่ง ต่างแห้งเหือดในรอบกว่า 50 ปี รวมถึงความเสียหายเศรษฐกิจปากท้อง การระบาดไวรัสโคโรนา ทั้งนี้ ควรจะทำบุญประเทศ จะได้เยียวยาความรู้สึกทางใจของประชาชนกันบ้าง ในฐานะประชาชนคนไทยร่วมกันต่ออายุให้กับประเทศไทย ไม่ใช่ต่ออายุให้กับรัฐบาล&amp;nbsp;
ถอดบทเรียนป้องเกิดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ ทั้งการดูแลคนบาดเจ็บและญาติผู้ตาย และต้องหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้จริงจัง เพราะพฤติกรรมเลียนแบบนี้อาจรุนแรงขึ้นอีก หากไม่เร่งหาทางแก้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการ และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;ทางเลือกและทางรอดหลังกรณีสังหารหมู่&amp;quot; ว่า การก่อเหตุร้ายเป็นวงกว้าง หรือการสังหารหมู่ หรือการสังหารผู้คนเป็นจำนวนมากๆ ในครั้งเดียวกัน นอกจากจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวผู้ที่สูญเสียแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นของประชาชนโดยทั่วไปด้วย อีกทั้งยังอาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องมีมาตรการที่เหมาะสมมาป้องกันหรือรองรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในสังคมไทย แต่เรามีความจำเป็นที่จะต้องถอดบทเรียนของเราเองและนำเอาบทเรียนของประเทศอื่นๆ ที่คล้ายกับไทยมาปรับใช้อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันขึ้นอีก มาตรการของหลายๆ ประเทศที่น่าสนใจ คือ 1.เร่งรัดยกระดับมาตรการการรักษาความปลอดภัย การควบคุมอาวุธปืน ทั้งในเมือง ในศูนย์การค้า และในชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย หรือเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในรูปแบบอื่นๆ 2.เยียวยาผู้ที่สูญเสียและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างรวดเร็ว 3.บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และ 4.เริ่มดำเนินการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ รวมทั้งการปรับแนวทางการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน และการสื่อสารสมัยใหม่ของบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ &amp;ldquo;ตชด.นักรบตำรวจ&amp;rdquo; ได้โพสต์ภาพของ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ตำรวจพลร่มรุ่น 74 นสต.2/49 ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมข้อความระบุว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ไปอยู่กับพี่น้องนักรบค่ายนเรศวรที่บนฟ้านะเพื่อน นายทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ตามอุดมการณ์ตำรวจพลร่มที่เราเคยกล่าวหน้าแถวทุกเช้า ตายในสนามรบเป็นเกียรติของค่ายนเรศวร&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลการเสียชีวิตของนายเอกวิน ยืนทน นักศึกษาช่างอิเล็กทรอนิกส์ ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ มทร.อีสาน ซึ่งได้ประสานครอบครัวที่ อ.หนองบุนมาก จ.นครราชสีมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมดูแลสภาพจิตใจของครอบครัวนักศึกษา โดย มทร.อีสานจะร่วมทำบุญอุทิศแด่นักศึกษาผู้เสียชีวิตที่บ้านเกิด นอกจากนี้ ขอความร่วมมือให้ผู้เกี่ยวข้องดูแลสภาพจิตใจบุคลากรและนักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์และรอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฟนเพจเฟซบุ๊ก สภาเภสัชกรรม โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและร่วมกันเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของเภสัชกรหญิงนริศรา โชติกลาง หัวหน้าเภสัชกรรม โรงพยาบาล ป.แพทย์ จ.นครราชสีมา ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติยังสัมปรายภพ ทั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ขอให้ทุกคนปลอดภัย และเหตุการณ์กลับมาสู่ภาวะปกติในโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56750</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, จ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, ปณิธาน วัฒนายากร, ปิยนุช โคตรสาร, ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, วทันยา วงษ์โอภาสี, สมชาย แสวงการ, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ไกลก้อง ไวทยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e40088dc2f49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
