<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หายห่วง &#039;บีไอจี&#039; การันตี &#039;ออกซิเจน&#039; มีเพียงพอรองรับความต้องการทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.ค. 2564 นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ บีไอจี ในฐานะผู้ผลิตออกซิเจนรายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19ที่หลายประเทศยังคงประสบปัญหาผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอยู่ในอัตราที่สูง ทำให้หลายภาคส่วนเริ่มมีความกังวลต่อความเพียงพอของออกซิเจนทางการแพทย์นั้น บีไอจีขอให้ความมั่นใจว่าสามารถผลิตออกซิเจนเพื่อรองรับระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างเนื่องและเพียงพอในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากในขณะนี้บีไอจีมีกำลังการผลิตออกซิเจนสูงถึง1,000 ตัน/วัน ขณะที่ความต้องการใช้ในภาวะปกติ อยู่ที่ 300-350ตัน/วัน แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการใช้ต่อวันมากกว่าปกติ โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 20% หรือเพิ่มขึ้นเป็น400ตัน/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19ระลอกใหม่ในประเทศไทยเวลานี้ ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน และจำนวนผู้ป่วยใหม่ที่เข้ารักษาในสถานพยาบาลทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้นออกซิเจนทางการแพทย์คือหัวใจของการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19ในกรณีที่ผู้ป่วยมีการติดเชื้อทางปอดและอยู่ในขั้นวิกฤติ บีไอจีมีแผนเตรียมพร้อมเพื่อรองรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นไว้แล้ว และบีไอจีขอให้ความมั่นใจว่าปริมาณออกซิเจนทางการแพทย์สามารถรองรับความต้องการของโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศและโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยขั้นวิกฤติยังคงพอเพียงไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บีไอจีได้เตรียมพร้อมการบริหารจัดการกำลังการผลิต การขนส่ง รวมถึงการสำรองออกซิเจนเหลวในถังเก็บสำรองที่อยู่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ขนาดความจุมากกว่า 7,300 ตัน และในเดือนส.ค. 2564 ที่จะถึงนี้ จะมีการเปิดโรงงานแยกอากาศ (ASU) แห่งใหม่ ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิตออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นอีก 140 ตัน/วัน รวมเป็นเกือบ 1,150 ตัน/วัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ขาดแคลนออกซิเจนในหลาย ๆ ประเทศนั้น อุปสรรคที่นอกเหนือจากปริมาณการผลิตออกซิเจนทางการแพทย์ที่จำกัดแล้ว ยังมีสาเหตุมาจากการขนส่งออกซิเจนในรูปแบบสถานะก๊าซ (Gas) ทำให้ปริมาณการขนส่งในแต่ละครั้งมีความจำกัด ในขณะที่ประเทศไทย การขนส่งออกซิเจนเป็นในรูปแบบของเหลว (Liquid) และนำมาเปลี่ยนสภาพเป็นก๊าซ ณ โรงพยาบาล ซึ่งทำให้มีปริมาณออกซิเจนมากกว่าการขนส่งในรูปแบบก๊าซกว่า800 เท่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากมีความจำเป็นที่ต้องการใช้ออกซิเจนอย่างเร่งด่วน บีไอจีสามารถปรับเปลี่ยนระบบการแยกอากาศให้ผลิตออกซิเจนเพิ่มขึ้นโดยลดการผลิตไนโตรเจนลงรวมทั้ง การนำออกซิเจนจากภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีความบริสุทธิ์ด้วยมาตรฐานเดียวกันมาเสริมความต้องการออกซิเจนทางการแพทย์ได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้ บีไอจีขอให้มั่นใจว่าปริมาณออกซิเจนทางการแพทย์เพื่อรองรับความต้องการของโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งโรงพยาบาลสนามที่กำลังเปิดใหม่ยังคงพอเพียงไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109468</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความต้องการออกซิเจน, บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี), บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส, ปิยบุตร จารุเพ็ญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ec1303cf0eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีไอจีเร่งส่งออกซิเจนช่วยเหลือคลัสเตอร์คลองเตยในวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค. 2564 นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ชุมชนคลองเตยจนนำมาสู่คลัสเตอร์ใหม่ ล่าสุดโดยพบจำนวนผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง เพราะเป็นพื้นที่แออัดมีผู้อาศัยจำนวนมาก และมีการกระจายตัวเพื่อออกไปทำงานในพื้นที่ กทม. ดังนั้น บีไอจี ในฐานะผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมของประเทศไทยได้เร่งจัดส่งออกซิเจนทางการแพทย์พร้อมภาชนะบรรจุและอุปกรณ์ลดแรงดันให้จุดกักตัวชั่วคราว บริเวณวัดสะพาน ชุมชนคลองเตย เพื่อรอการประสานก่อนนำผู้ป่วยส่งไปยังโรงพยาบาลสนามตามที่รัฐกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีความเป็นห่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ชุมชนคลองเตยเป็นอย่างมาก จึงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว&amp;nbsp; และ บีไอจีมีความมั่นใจในศักยภาพการผลิตและยินดีสนับสนุนออกซิเจนทางการแพทย์เพื่อรองรับความต้องการใช้ทางการแพทย์ในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ให้บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ ในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศโดยเร็ว&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ความต้องการออกซิเจนในไทยช่วงที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 300 ตันต่อวันแต่หลังจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของไทยทำให้การใช้ในช่วงเม.ย.ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 350 ล้านตันหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 20% อย่างไรก็ตามบีไอจีมีศักยภาพการผลิตสูงสุดได้ถึง 1,000 ตันต่อวันและยังการบรรจุไว้ในถังเพื่อสำรองเก็บอีก 7,000 ตันที่สามารถใช้ได้อีก 20 วันดังนั้นหากเทียบความต้องการใช้และการผลิตแล้วไทยจะไม่เกิดวิกฤติการขาดแคลนออกซิเจนอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102012</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี), ปิยบุตร จารุเพ็ญ, ออกซิเจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093c4a4535a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีไอจีส่งออกซิเจนจากไทยช่วยอินเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เมษายน 2564 นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี : BIG) ในฐานะผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมของประเทศไทย พร้อมบริษัท แอร์โปรดักส์ แอนด์ เคมิคัลส์ อิงค์ (แอร์โปรดักส์ : Air Products) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบีไอจีจากสหรัฐอเมริกา ได้ประสานไปยังกองทัพอากาศอินเดียในการขนส่งจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังอินเดียเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อสนับสนุนออกซิเจนเพื่อใช้ในทางการแพทย์ สาธารณสุข รวมถึงภาชนะบรรจุ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่เป้นความจำเป็นในการชาวยเหลือรักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศอินเดีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้อินเดียกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาการขาดแคลนออกซิเจนทางการแพทย์อย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เป็นจำนวนมาก บีไอจีและแอร์โปรดักส์จึงได้ให้ทีมวิศวกรของบีไอจีดำเนินการเรื่องออกซิเจนและภาชนะบรรจุให้สำเร็จอย่างเร่งด่วน ด้วยความช่วยเหลือของครัยโอเทค เอเซีย (Cryotech Asia) ซึ่งเป็นผู้ผลิตภาชนะบรรจุออกซิเจนเหลวชั้นนำ กับเบสท์ โกลบอล โลจิสติกส์ (Best Global Logistics) และพาร์ทเนอร์ในการอำนวยความสะดวกและประสานงานทั้งหมด ผ่านการขนส่งด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศอินเดีย และได้ส่งมอบให้กับตัวแทนประเทศอินเดียสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี บีไอจีจึงขอร่วมเป็นตัวแทนของประเทศไทยช่วยเหลือประเทศอินเดียด้วยความภาคภูมิใจในครั้งนี้&amp;rdquo; นายปิยบุตร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทยเวลานี้ ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคอุตสาหกรรมและสังคมในวงกว้างอย่างเห็นได้ชัด จากจำนวนผู้ป่วยใหม่ที่เข้ารักษาในสถานพยาบาลทั่วประเทศเพิ่มมากขึ้น บีไอจีได้เตรียมความพร้อมในการรับมือด้านความต้องการออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยวิกฤตที่เพิ่มมากขึ้น โดยดึงเอาศักยภาพทางเทคโนโลยีของบีไอจีเข้ามาช่วยเหลือในวิกฤตครั้งนี้ ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตออกซิเจนเหลวทางการแพทย์เพื่อช่วยผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทำการกลับมาเดินเครื่องการผลิต (Restart)ใหม่ของ โรงแยกอากาศ (Air Separation Unit : ASU) โรงงาน 1 ซึ่งเป็นโรงแยกอากาศแห่งแรกในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและไม่ได้ดำเนินการผลิตในช่วงเวลาปกติ แต่ยังมีศักยภาพในการผลิตออกซิเจน ส่งผลให้มีขีดความสามารถในการรองรับกับความต้องการออกซิเจนที่เพิ่มขึ้นได้อีก 30% จากความต้องการในปัจจุบัน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทยพบว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมและผู้ป่วยหนักจำนวนมาก เมื่อเทียบกับการระบาดรอบที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นความต้องการออกซิเจนทางการแพทย์ก็มีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะที่บีไอจีมีกำลังการผลิตออกซิเจนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกว่า 1,000 ตันต่อวันซึ่งมากกว่าความต้องการออกซิเจนทางการแพทย์ในขณะนี้อยู่ประมาณกว่า 300 ตันต่อวัน &amp;nbsp;บีไอจีจึงเตรียมพร้อมเพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพการขาดแคลนออกซิเจนเหมือนหลาย ๆ ประเทศ &amp;nbsp;ดังนั้นบีไอจีจึงได้กลับมาเดินเครื่องโรงแยกอากาศเพื่อผลิตออกซิเจนอีกครั้ง เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ด้วยกัน บีไอจี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือทุกฝ่ายริเริ่ม ช่วยเหลือ สนับสนุน บุคลากรทางการแพทย์และประเทศไทยเพื่อคนไทยทุกคน&amp;rdquo;นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101167</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส, บีไอจี, ปิยบุตร จารุเพ็ญ, ส่งออกซิเจน, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a6534e7cff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
