<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เซ็นทรัล&#039;เล็งผุดเคาเตอร์เมดอินไทยแลนด์ช่วยแบรนด์ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 63 - นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล เปิดเผยว่า แนวทางในการดำเนินธุรกิจของปี 2563 นับตั้งแต่เดือน พ.ค. - ธ.ค. นี้ คงต้องมีการปรับแผนเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์แพ่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุนสินค้าที่มาจากผู้ประกอบการชาวไทย (Made in Thailand) จะมีการเลือกสินค้าของคนไทยหรือเคยทำตลาดนักท่องเที่ยวมาก่อน เข้ามาจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าฯ อาจมีการปรับเคาเตอร์บางส่วนรองรับกับผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าว เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการสามารถมีรายได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การกลับมาเปิดห้างสรรพสินค้าอีกครั้งย่อมทำให้มีการจับจ่ายและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันพนักงานเองก็ได้เริ่มกลับเข้ามาทำงาน มีรายได้และค่าครองชีพ ส่วนการสนับสนุนให้มีการจำหน่ายสินค้าไทย ก็เพื่อต้องการสร้างยอดขายแก่ผู้ประกอบการ และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายสินค้าไทยสู่คนไทยอีกด้วย&amp;rdquo; นางสาวปิยวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในช่วงของการปิดให้บริการห้างสรรพสินค้าชั่วคราว ในช่วงแรกคาดการณ์ว่าผู้บริโภคคงไม่มีการจับจ่ายมากนัก แต่จากข้อมูลพบว่าลูกค้าเลือกจะใช้บริการเซ็นทรัล แชท แอนด์ ช้อป (Central Chat Shop) มากขึ้น แม้ว่าจะเปิดบริการมากว่า 2 ปีแล้ว แต่สำหรับช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีผลตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเดือน เม.ย. 2563 มีมากกว่า 3,000 แชท จากก่อนหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 700 กว่าแชท รวมถึงยอดการใช้จ่ายจากเดิม 1,500 บาทต่อคน เพิ่มเป็น 2,200 บาทต่อคน ซึ่งเดิมบริษัทวางเป้าหมายสำหรับบริการดังกล่วที่ 2 ล้านบาทต่อเดือน แต่คาดการณ์ว่าจากตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะทำให้ยอดเพิ่มเป็น 6-7 ล้านบาทต่อเดือน ต่อสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าไม่ได้หายไป เพียงแค่เปลี่ยนแปลงการใช้บริการมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางสาวปิยวรรณ กล่าวอีกว่า โจทย์ใหญ่สำหรับการกลับมาเปิดศูนย์การค้าอีกครั้ง คงป็นเรื่องของความเชื่อมั่น โดยบริษัทเองอยากชี้แจงกรณีเชื้อราและฝุ่นในท่อเครื่องปรับอากาศว่า ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีการปิดระบบแอร์แต่อย่างใด รวมถึงยังมีฝ่ายวิศวกรคอยดูแลอย่างใกล้ชิด จึงอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่มีการแชร์ในโซเชีลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องสินค้าไม่ว่าจะเป็นรองเท้าและเสื้อผ้าที่ต้องมีการสวมหรือทดลองใส่ก่อนซื้อนั้น ก็มีการแก้ปัญหาด้วยการให้พนักงานพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหลังจากมีลูกค้าทดลองสวมใส่ และเข้าสู่ระบบการอบโอโซน ซึ่งจะไม่มีการนำกลับมาให้ลองใส่อีกจนกว่าจะผ่านไป 1 วัน รวมถึงก่อนเปิดห้างสรรพสินค้ายังต้องมีการเครื่องปรับอากาศก่อนเวลา 1 ชั่วโมง และพ่นน้ำยาต่างๆ ภายในห้างสรรพสินค้าอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ เปิดให้บริการแล้ววันนี้ วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00-20.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.00 น. พร้อมคุมเข้มมาตรการ &amp;ldquo;เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ&amp;rdquo; อย่างต่อเนื่อง รณรงค์ให้ทุกคนมีวินัยในการใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์ และสแกนเข้า-ออกจากศูนย์การค้าด้วยแอพพลิเคชั่น &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; หรือ LINE @centralLife หรือแอพพลิเคชั่น The 1 โดยแนะนำให้ลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงภายในศูนย์การค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนึ่งในกลยุทธ์ที่ต้องการผลักดัน คงเป็นสร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ สนับสนุนคนไทยอุดหนุนคนไทย ผลักดันและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าเปิดพื้นที่ฟรีให้เกษตรกรและเอสเอ็มอีรายย่อยทั่วประเทศ รวมกว่า 40,000 ตร.ม. ต่อเนื่อง 3-6 เดือน &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตลาดผลไม้รวมใจที่ช่วยเกษตรกรผลไม้ส่งออกให้มีช่องทางกระจายสินค้า พร้อมประกาศช่วยลดค่าเช่าร้านค้าต่อเนื่องไปอีก 3-6 เดือน คาดว่าจะมีผู้เข้าใช้บริการในช่วงแรก 25-40% ซึ่งผู้ใช้บริการลงทะเบียนก่อนเข้าและจำกัด 1 คนต่อ 5 ตร.ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66188</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด, ปิยวรรณ ลีละสมภพ, รสนับสนุนสินค้าที่มาจากผู้ประกอบการชาวไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb95a1f68784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นทรัล ทุ่ม 1,000 ล้านบาทโกยยอดขายปลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซ็นทรัล ทุ่ม 1,000 ล้านบาท หวังโกยยอดไตรมาสสุดท้ายทะลุ 1 หมื่นล้านบาท อัดแคมเปญมิดไนท์ เซลล์ เผยสินค้าใหม่ลดกระหน่ำกว่าทุกปีสูงสุด 50% เชื่อจบปีปิด 4.5 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 บริษัทเตรียมงบประมาณไว้มากกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายก่อนจบปี โดยเฉพาะแคมเปญ &amp;ldquo;มิดไนท์ เซลล์&amp;rdquo; (Midnight Sale) ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.-5 ธ.ค.2561 ที่นับว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายปลายปี หากเทียบกับการจัดกิจกรรมหลายอย่างของห้างฯ จะพบว่ามิดไนท์ เซลล์ จะสร้างยอดขายมากสุด ซึ่งปกติจะจัดทุกไตรมาส รองลงมาเป็นเอ็กซ์ตรีม และช้อปช้อป ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดมิดไนท์ เซลล์ของเซ็นทรัล ได้ดำเนินงานมากกว่า 28 ปีแล้ว โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการได้จัดรายการดังกล่าวกัรมากขึ้น แต่ในปีนี้คอนเซ็ปต์ของบริษัทจะเปลี่ยนไป หลังจากได้ฐานลูกค้าเดอะวันที่มีอยู่มากถึง 14.3 ล้านคน เข้ามาเป็นตัวช่วยในการวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค โดยมากจากฐานดังกล่าวแบ่งเป็นผู้หญิงมากถึง 75% หรือประมาณ 10.7 ล้านคน อายุ 25-45 ปีจะมีขนาดใหญ่มากที่สุด ซึ่งจากตัวเลขของอายุบ่งบอกได้ว่าเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ที่มีกำลังซื้อ ทำให้แนวคิดการของปีนี้เป็น เวิร์ค ฮาร์ด ช้อป ฮาร์ดเดอร์ เป็นการชวนคนทำงานมาช้อปปิ้งเพื่อเป็นรางวังให้กับตัวเอง หรือคนที่คุณรัก หลังจากทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่มาตลอดทั้งปี ที่เหลืออีก 25% เป็นผู้ชาย คิดเป็น 3.6 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปีนี้เป็นครั้งแรกที่นำสินค้าใหม่มาลดสูงสุด 50% &amp;nbsp;หรือเฉพาะรุ่นลดราคา 70% จากปกติทุกปีละทำโปรโมชั่น 30% เราค่อนข้างมั่นใจกับการทำแคมเปญที่มาจากข้อมูลจากลูกค้าของเซ็นทรัล พร้อมกับการทำตลาดช่องทางแมส ซีอาร์เอ็ม และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งอย่างครอบคลุม เนื่องจากการแข่งขันที่สูง เราต้องทำแคมเปญออกมาให้ดีที่สุด&amp;rdquo; น.ส.ปิยวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากช่องทางออฟไลน์ที่จัดกิจกรรมดังกล่าวจำนวน 22 สาขาทั่วประเทศ บริษัทยังมีเซ็นทรัล แชท แอนด์ ช้อป ซึ่งเป็นบริการช้อปปิ้งผ่าน LINE ซึ่งหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และวางเป้าหมายยอดขาย 1-2 ล้านบาท/เดือน แต่ในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมามียอดขายมากถึง 10 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าตอบโจทย์ผู้บริโภค เนื่องจากสะดวกสบายตรงกับไลฟ์สไตล์ คาดว่าเฉพาะมิดไนท์เซลล์จะสร้างยอดขายกว่า 3 ล้านบาท และตลอดปีอยู่ที่ 160 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าจบปี 2561 จะมียอดขายกว่า 4.5 หมี่นล้านบาท โดยไตรมาส 4 คิดเป็น 1 หมื่นล้านบาท แม้ว่าปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวจีนจะลดลงไป ซึ่งได้รับผลกระทบบ้าง แต่บริษัทยังมีรัสเซีย มาเลเซีย และยุโรป อีกหลายตลาดเข้ามาช่วย ซึ่งตลอดการจัดมิดไนท์เซลล์คาดการณ์ว่าจะมียอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท จากปี 2560 ทำได้ 800 ล้านบาทอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22871</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด, ปิยวรรณ ลีละสมภพ, มิดไนท์เซลล์, โกยยอดขาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181127/image_mid_5bfca948421f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนรุ่นใหม่แห่ช้อปนาฬิกาเพื่อการลงทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นใหม่แห่ช้อปนาฬิกาเพื่อการลงทุน &amp;ldquo;เซ็นทรัล&amp;rdquo; ลุยจัดงานวอทช์ แฟร์ หวังดึงนักช้อปชาวไทย และกำลังซื้อสูงจากจีน สร้างเม็ดเงินสะพัด 500 ล้านบาท ดันยอดแผนกนาฬิกาตลอดปี 2561 เติบโต 4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มของการซื้อนาฬิกาในกลุ่มผู้บริโภค มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตค่อนข้างมาก จากเดิมหลายคนอาจเลือกซื้อเพราะดูเวลา แต่ปัจจุบันการซื้อนาฬิกากลายเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะรุ่นที่หายาก ยิ่งจะทำให้ในอนาคตมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยที่ทำให้นาฬิกาเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งยังเป็นที่สนใจของนักสะสมนั้น คงเป็นวัสดุที่ใช้ประกอบการผลิตนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นทองคำขาว เพชร หรือแม้แต่ทองคำ ก็ปรับตัวขึ้นลงตามตลาดโลก นับเป็นวัตถุมีมูลค่าแทบทั้งสิ้น ขณะเดียวกันแบรนด์ต่างๆ ยังมีการปรับราคาขึ้นทุกปีตามบริษัทแม่ หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อปี จึงทำให้นาฬิกามีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;เมื่อก่อนการสะสมนาฬิกาจะอยู่ในกลุ่มผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่เดี๋ยวนี้จะพบว่าเทรนด์ของการเกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ทำให้กลุ่มคนดังกล่าวมีรายได้เยอะและเร็วขึ้นกว่าเดิม หรืออายุน้อยลงอยู่ที่ 30 กว่าปี ก็สามารถเป็นเจ้าของนาฬิกาหรูและเป็นนักสะสมกันได้แล้ว&amp;rdquo; นายปิยวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แผนกนาฬิกาของบริษัทช่วงที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 3% มีเป้าหมายว่าจะผลักดันยอดขายตลอดปี 2561 ให้เติบโตที่ 4% โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะสร้างยอดขายคงเป็นการจัดงาน &amp;ldquo;เซ็นทรัล/เซนอินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์ แฟร์ 2018&amp;rdquo; ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ระหว่างวันที่ 21 ส.ค. &amp;ndash; 17 ก.ย. 2561 และแผนกนาฬิกาเซ็นทรัลห้างเซ็นทรัลทุกสาขาและเซน ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2561 เป็นการรวมนาฬิกา 180 แบรนด์ มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท มีโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษลดสูงสุด 50% และยังมีราคาพิเศษตามเงื่อนไขต่างๆ คาดว่าจะสร้างยอดขายได้ 500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยวรรณ กล่าวว่า จากการจัดงานดังกล่าวมาเป็นระยะเวลา 20 ปี ทำให้บริษัทได้เห็นถึงพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค เนื่องจากมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากเดอะ วัน การ์ด ที่ปัจจุบันมีอยู่ 14 ล้านคน โดยมากกว่า 2 ล้านคนเป็นผู้จับจ่ายแผนกนาฬิกาอย่างต่อเนื่อง แต่จะไม่ได้ซื้อทุกปีหรืออยู่ที่ประมาณ 3 ปีที่อยากซื้อเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงเน้นทำการตลาดแบบทาร์เก็ตมาร์เก็ตติ้ง คือมุ่งเน้นไปยังกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง ตามไลฟ์สไตล์หรือความสนใจของลูกค้า ผ่านการสื่อสารทั้งในและต่างประเทศ สำรับในประเทศใช้ทั้งสื่อออฟไลน์และออนไลน์ ขณะที่ต่างประเทศโดยเฉพาะลูกค้าชาวจีน จะใช้ weibo ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคนในกาประชาสัมพันธ์งานดังกล่าว เพราะลูกค้าตลาดจีนเป็นอีกหนึ่งกำลังซื้อสูง และนิยมซื้อนาฬิกาจากไทย เนื่องจากมีราคาดีกว่าในประเทศของตนเอง ที่ต้องมีภาษีนำเข้าสูงถึง 30% ขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ 5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15519</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกา, ปิยวรรณ ลีละสมภพ, เซ็นทรัล, เซ็นทรัล/เซนอินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์ แฟร์ 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b74ffd5bfdb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
