<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัดล่าลูกบิ๊กตู่ละเมิดสิทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปัดมีเรื่องไม่สบายใจ &amp;quot;อดีตรองโฆษก พปชร.&amp;quot; จี้ &amp;quot;พิธา&amp;quot; ฟันเด็กก้าวไกลโพสต์ตามล่าลูกนายกฯ ขัดข้อบังคับพรรคไม่เคารพศักดิ์ศรีผู้อื่น &amp;quot;สนธิญา&amp;quot; ร้องศาลสั่งห้ามม็อบ นศ.ชุมนุมหลังพบพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; แจ้ง ปอท.ฟันสมาชิกก้าวหน้าแชร์รูปเด็กอนุบาลชู 3 นิ้วผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามว่าช่วงนี้มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือไม่ (หลังมีกระแสข่าวโจมตีทางโซเชียลมีเดียตามหาที่อยู่ของบุตรสาวนายกฯ ทั้ง 2 คน รวมถึงเรื่องการคัดค้านซื้อเรือดำน้ำ) ซึ่งนายกฯ ได้โบกมือปฏิเสธพร้อมตอบเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ไม่มี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เรียกร้องให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ดำเนินการกับนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรค หลังเข้าร่วมกิจกรรมทางสื่อโซเชียลโพสต์ข้อความ &amp;quot;#ตามหาลูกประยุทธ์ เทรนด์อันดับหนี่ง twitter วันนี้ ถึงคิวลูกของคุณแล้ว&amp;quot; ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับของพรรคก้าวไกล ข้อ 8 (3) ว่าหากพรรคไม่ออกมารับผิดชอบการกระทำของกรรมการบริหารพรรคดังกล่าว ก็ควรพิจารณาแก้ไขลบทิ้งข้อบังคับพรรคก้าวไกลข้อ 8 (3) อย่างเร่งด่วน ก่อนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆ เพื่อกันการวิพากษ์วิจารณ์ว่าแค่ระดับข้อบังคับพรรคยังจัดการไม่ได้ แล้วการจัดการกฎหมายระดับประเทศจะมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อบังคับพรรคก้าวไกล ข้อ 8 (3) ยืนยันหลักการที่ประชาชนทุกคนมีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันตามกฎหมาย หลักนิติรัฐ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และหลักสิทธิมนุษยชนสากล เคารพความแตกต่างทางความคิด ...รวมทั้งตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 12 ระบุชัดว่า บุคคลใดจะถูกแทรกแซงตามอำเภอใจในความเป็นส่วนตัว ครอบครัว ที่อยู่อาศัย หรือการสื่อสาร หรือจะถูกลบหลู่เกียรติยศและชื่อเสียงไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองของกฎหมายต่อการแทรกแซงสิทธิหรือการลบหลู่ดังกล่าว&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองโฆษก พปชร.กล่าวว่า การที่กรรมการบริหารพรรคก้าวไกลเข้าร่วมกิจกรรมที่แทรกแซงความเป็นส่วนตัวของบุตรสาว พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นประชาชนคนหนึ่งเช่นกัน จึงเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และฝ่าฝืนหลักสิทธิมนุษยชนสากลได้ ซึ่งนอกจากจะอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคก้าวไกลแล้ว ยังอาจเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญไทย 2560 มาตรา 32 บุคคลย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัวอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ต้องหยุดคุกคามตามล่าลูกสาวลุงตู่ทันที ผมคัดค้านการข่มขู่คุกคามเด็กเล็กเยาวชน ด้วยเหตุผลประการใด!! และด้วยเหตุผลประการนั้น ผมขอคัดค้านการคุกคามตามล่าลูกสาวลุงตู่ด้วย!!! ขอให้หยุดในทันทีครับ ลูกสาวของลุงตู่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่ได้กระทำการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเลย การข่มขู่คุกคามตามล่าจึงเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ขอให้หยุดโดยพลันครับ!!!&amp;quot;
ร้องศาลสั่งห้ามชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษาที่เริ่มขยายวงและอาจจะบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อของกลุ่มนักศึกษา &amp;nbsp;วันนี้ทุกฝ่ายก็เห็นด้วยในหลักการแล้ว และอยู่ในช่วงของการดำเนินการ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อหารือ โดยมีการเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมา เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ดังนั้นเมื่อ 3 ข้อเรียกร้องของนักศึกษาได้รับการสนองตอบก็ควรจะจบและยุติการชุมนุม รวมทั้งฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะคณะก้าวหน้าก็ควรที่จะยุติการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งเช่นกัน ขอให้เห็นแก่ประเทศและประชาชนบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสนธิญา สวัสดี อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ กรณีล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลังจากได้ยื่นเรื่องนี้ให้อัยการสูงสุดพิจารณาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.63 ผ่านมา 25 วัน เมื่ออัยการสูงสุดไม่พิจารณาและไม่ตอบอะไรกลับมา จึงขอใช้สิทธิร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้อง 2 เรื่อง เนื่องจากเห็นว่าการชุมนุมในขณะนี้เป็นการล้มล้างการปกครองฯ และขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวในกรณีคำร้องดังกล่าว เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย โดยขอให้คุ้มครองชั่วคราวมิให้มีการชุมนุมจนกว่าการพิจารณาคดีนี้จะแล้วเสร็จ โดยคำร้องทั้ง 2 เรื่องมีเหตุมาจากการเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้ยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และเรื่องการคุกคามผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการมายื่นเพื่อเป็นการปิดกั้นการนัดชุมนุมครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นใช่หรือไม่ นายสนธิญากล่าวว่า &amp;nbsp;ถ้าการจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ กระทำการเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ขออนุญาตตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเมื่อไหร่มีการชุมนุมแล้วบนเวทีมีกระบวนการจาบจ้วง หรือเรียกร้องพาดพิงไปถึงสถาบันต่างๆ โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็จำเป็นจะต้องร้องศาลรัฐธรรมนูญต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ริมถนนศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากเครือข่ายแนวร่วมประชาชนภาคอีสานเพื่อประชาธิปไตยกว่า 500 คน รวมตัวกันชุมนุมเรียกร้อง 3 ข้อตามแนวทางการชุมนุมที่ได้กำหนดจัดการชุมนุมอย่างต่อเนื่องในชื่อ &amp;quot;ไทบ้านสิบ่ทน คนอีสานสิปลดแอก&amp;quot; ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองอย่างเข้มงวด โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบสถานที่จัดการชุมนุมเพื่อความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการชุมนุมดังกล่าวกลุ่มแกนนำได้ตั้งเวทีกลาง เพื่อให้แกนนำได้หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย การกำหนดพื้นที่จัดกิจกรรมที่ให้ผู้ชุมนุมได้แสดงความคิดเห็น ด้วยการเขียนข้อความลงบนผ้าขาวเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และสะท้อนความต้องการของประชาชนสื่อถึงรัฐบาลและผู้มีอำนาจใน &amp;nbsp;3 ข้อเรียกร้องหลัก ประกอบด้วยการหยุดคุกคามประชาชน การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และการให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งและยุบสภา
แจ้งจับแชร์รูปเด็กชู 3 นิ้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ​นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าแจ้งความดำเนินคดีนายพฤทธิกร สาระกุล ทีมคณะก้าวหน้า และสมาชิกพรรคก้าวไกล และนายสมยศ วรนาม ที่ได้โพสต์และแชร์รูปเด็กอนุบาล 2 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ยโสธร ชูสามนิ้วเหนือศีรษะโดยไม่มีการปิดหน้าปิดตา &amp;nbsp;พร้อมมีข้อความติดแฮชแท็กว่า &amp;quot;#อนุบาลต้านเผด็จการ ไม่หวั่น ม.116 ภัยต่อความมั่นคงเผด็จการไดโนกะลา&amp;quot; ซึ่งขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา พบข้อมูลว่านายพฤทธิกรและนายสมยศได้นำรูปเด็กอนุบาลชู 3 นิ้วมาโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีข้อความสนับสนุนทางการเมือง ถือเป็นการละเมิดกฎหมายตาม ม.27 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 มีความผิดตาม ม.79 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน &amp;nbsp;6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีความผิดตาม ม.14 (1) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อเด็กคนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังพบมีผู้ที่แชร์รูปและข้อความดังกล่าวไปกว่า 195 คน ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับเช่นกัน นอกจากนี้มีบางรายกระทำผิดซ้ำ โดยนำรูปเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาโพสต์เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการเมือง จึงต้องแจ้งความเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในกรรมาธิการการปกครอง ลงพื้นที่หมู่บ้านเอื้ออาทร ตำบลตาดทอง อ.เมืองยโสธร กรณีมีกระแสในโลกโซเชียลว่าเด็กอนุบาลถูกคุกคามจากการชู 3 นิ้ว โดยปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดมีเจ้าหน้าที่ 5 คนตามหาถึงที่บ้าน ประชาชนต่างแสดงความห่วงใยและร้องเรียนผ่านมายังคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมฯ เป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยวัฒนกล่าวว่า จากการได้พูดคุยกับผู้ปกครองเยาวชนรายดังกล่าวทราบว่าได้ถ่ายภาพชู 3 &amp;nbsp;นิ้วเพื่อส่งกันดูภายในครอบครัว คุณตาของน้องซึ่งเป็นอดีต นปช.เป็นผู้โพสต์ภาพนี้ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;nbsp; จากนั้นได้มีผู้แชร์ภาพดังกล่าวอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากที่มีภาพปรากฏกล้องวงจรปิดพบเจ้าหน้าที่ 5 คนมาที่บ้านเด็กหญิงคนดังกล่าว คุณยายได้แจ้งว่าเป็นครูประจำชั้นและเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นการไม่เหมาะสมเพราะเด็กยังไร้เดียงสา อาจจะส่งผลต่อเด็กในอนาคตได้ เจ้าหน้าที่ได้ย้ำว่าอย่ากระทำเช่นนี้อีก ซึ่งคุณยายได้ยอมรับ และไม่มีเจตนาอื่นนอกจากโชว์ความน่ารักของหลานให้คุณตาดู เนื่องจากคุณตาเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตย&amp;quot; นายปิยวัฒนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.ยโสธรผู้นี้กล่าวว่า ในฐานะคณะทำงานและเป็น ส.ส.ในพื้นที่พร้อมช่วยเหลือหากเด็ก ครู และคนในครอบครัวถูกคุกคาม ไม่ว่าจะจากบุคคลหน่วยงานรัฐใดก็ตาม และจะนำเรื่องนี้ไปชี้แจงประสานทำความเข้าใจกับผู้อำนวยการโรงเรียนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75448</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ, สนธิญา สวัสดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43cb0cf26e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผนึกกำลังคุ้ยโกง&#039;เงินกู้โควิด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กมธ.ส.ว.หารือ 3 องค์กรอิสระปิดช่องโกง พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ ชี้กลไกรัฐมีข้อบกพร่องเปิดช่องให้ทุจริต โดยเฉพาะจัดซื้อจัดจ้าง ชง 4 มาตรการคุมเข้มพร้อมให้ ปชช.เข้าร่วมตรวจสอบ &amp;nbsp;ขณะที่ก้าวไกลโยงปมวุ่น มุ้งประชารัฐเอี่ยวผลประโยชน์เม็ดเงิน 4 แสนล้านโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ และการพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ว่าจากบรรยากาศการประชุม 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ต่อจากนี้ไปเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องรับผิดชอบการบริหารโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตาม ตรวจสอบการใช้ พ.ร.ก.กู้เงินคู่ขนานกับการบริหารโครงการของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่าห้ามล้วงลูก หากินกับงบประมาณโดยเด็ดขาด จึงอยากจะให้ พล.อ.ประยุทธ์จริงจังต่อคำประกาศดังกล่าว ต้องเข้มงวดกับรัฐมนตรี ข้าราชการ ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับและนักการเมืองทุกกลุ่มด้วย เชื่อว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์เอาจริงเอาจังเรื่องนี้ จะสามารถแก้ปัญหาพวกอีแร้ง เหลือบ ปลิง ที่คอยเกาะกินงบประมาณเงินกู้ก้อนใหญ่นี้ได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ว่า ทางคณะ กมธ.ได้เชิญประธานองค์กรอิสระทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน มาหารือถึงพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563, พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 และ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 ที่เพิ่งผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไป
ชง 4 ประเด็นคุมโกง พ.ร.ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกล้านรงค์กล่าวอีกว่า วุฒิสภาได้มีข้อเสนอ ดังนี้ 1.ขอให้นำเงินกู้มาแก้ปัญหาให้ตรงตามวัตถุประสงค์ 2.ไม่ให้มีการทุจริต โดยเชื่อว่ารัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหา แต่ต้องยอมรับว่ากลไกของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ในทางปฏิบัติอาจจะมีข้อบกพร่องเกิดการทุจริตได้ จึงเห็นว่ารัฐบาลต้องระวังไม่ให้มีการทุจริต โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเป็นช่องว่างได้ 3.การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม 4.การประเมินผลสัมฤทธิ์โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับความเห็นของคณะ กมธ. เราเป็นห่วงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ต้องยกเว้นระเบียบต่างๆ และการขัดกันแห่งประโยชน์ การยักยอกทรัพย์สิน รวมไปถึงการรับผลประโยชน์ ซึ่งคณะ กมธ.ได้แจ้งไปยังองค์กรอิสระทุกองค์กร ที่สำคัญต้องมีการจัดทำเว็บไซต์เพื่อเปิดเผยโครงการและกระบวนการร้องเรียนไปยังองค์กรอิสระที่ทำได้รวดเร็ว และประชาชนร่วมกันติดตามตรวจสอบ ตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่ละองค์กรได้แจ้งต่อคณะ กมธ.แล้วว่าได้ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว เช่น การจ่ายเงินเยียวยาและประสิทธิผลในการทำงานของรัฐบาล&amp;rdquo; นายกล้านรงค์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนำเงินกู้จำนวน 5 แสนล้านบาทไปฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่น่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญกับ คณะกรรมการพิเศษที่จะมีการแต่งตั้งตามอำเภอใจมากกว่า การทำโครงการเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ทุกโครงการต้องผ่านคณะกรรมการชุดนี้ หวั่นว่าจะเกิดความไม่โปร่งใส และเปิดทางให้มีการคอร์รัปชัน หรือเรียกรับผลประโยชน์ในการอนุมัติโครงการที่มีการนำเสนอเข้ามา ที่ผ่านมาโครงการที่รัฐบาลดำเนินการส่วนใหญ่เป็นโครงการที่พี่น้องประชาชนไม่ได้ร้องขอ &amp;nbsp; แต่บังคับให้รับ ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการในพื้นที่ เกรงว่าจะไม่เกิดประโยชน์ และเม็ดเงินส่วนใหญ่จะมีการตกหล่นจากการคอร์รัปชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยวัฒนระบุว่า ในการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์นั้น รัฐบาลควรที่จะลงพื้นที่ สอบถามความต้องการของประชาชนว่า ต้องการอะไร เพื่อให้เงินที่เป็นภาษีของประชาชน สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างสูงสุด การให้ความช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลล่าช้ามาก ล่าสุด เกษตรอำเภอในจังหวัดยโสธรแจ้งเกษตรกรว่า รัฐบาลที่อนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตร ที่ได้รับความเสียหายจากพายุโพดุลปี 2562 ครอบครัวละ 5,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่เกษตรกรไม่ได้รับเป็นเงินสด ให้นำเงินไปคืนที่เกษตรอำเภอ พร้อมให้ไปเซ็นรับไก่ 10 ตัว หรือเป็ด 10 ตัว และหัวอาหาร 3 กระสอบแทน รวมทั้งต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับบริษัทที่มาดำเนินการรายละ 200 บาท ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ หากไม่รับก็ถือว่าเกษตรกรไม่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ การกระทำดังกล่าวเลวร้ายมาก เพราะเป็นการมัดมือชก รวมทั้งไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถได้รับการช่วยเหลือตามที่รัฐบาลกล่าวอ้างได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ควรมีใครไปหาประโยชน์จากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;rdquo; นายปิยวัฒนระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและผู้บริหารของพรรคพลังประชารัฐ จากการลาออกของกรรมการบริหารพรรค 18 คน โดยระบุว่าดูผิวเผินนั้นอาจจะเป็นแค่เรื่องภายในของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่ถ้าพิจารณาเทียบเคียงกับเหตุการณ์ 3 เหตุการณ์ ดังต่อไปนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องช่วยกันจับตาอย่างใกล้ชิด คือ 1.การปรับ ครม. ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่มีบทบาทอย่างมากใน พ.ร.ก 3 ฉบับ ซึ่งมีวงเงินรวมกันสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท ในการกลั่นกรอง วินิจฉัย กำหนดระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆ ในทางปฏิบัติ โดยวงเงินที่สูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท เป็นเป้าหมายอันหอมหวน
จับตากินหัวคิวเงินโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า 2.การพิจารณาโครงการกรอบวงเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ที่จะเสนอเข้า ครม. ในวันที่ 7 ก.ค. นี้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ากรอบหลักเกณฑ์ของโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทเป็นกรอบที่กว้างมากๆ และเอื้อให้ฝ่ายต่างๆ จากหลายมุ้งการเมือง พยายามที่จะวิ่งเอาโครงการสัพเพเหระทั่วไปมาปัดฝุ่น ยัดไส้ เติมคำว่า &amp;ldquo;สู้ภัยโควิด&amp;rdquo; ต่อท้ายที่ชื่อโครงการ แล้วเอามาของบประมาณเพื่อนำไปแบ่งกันปันหัวคิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายมุ้งทางการเมืองวิ่งเต้นแย่งงบ วิ่งกันล็อกสเปกกันให้วุ่น ประกอบกับการที่มีข่าวที่ลือกันในสภาว่ามีการฮั้วกันเพื่อปิดปาก ส.ส. โดยมีการกันงบประมาณไว้ให้กับ ส.ส.คนละ 80 ล้านบาท โดยจะฝากงบประมาณเอาไว้ที่งบจังหวัด แล้วให้ ส.ส.วิ่งเข้าไปชี้ เข้าไปล็อกสเปก ว่าจะทำโครงการอะไร ให้ผู้รับเหมาคนไหนเป็นคนทำ ซึ่งสุดท้ายก็คงหนี้ไม่พ้นค่าหัวคิว และเงินทอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา&amp;rdquo; นายวิโรจน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า ด้วยเงื่อนเวลาที่พอเหมาะพอเจาะ และปรากฏการณ์ชุลมุนวิ่งแย่งงบ 4 แสนล้านบาท จึงเป็นข้อสังเกตที่ประชาชนต่างจับจ้อง และสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิ่งเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และคณะผู้บริหารของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ และสิ่งที่ประชาชนทุกๆ คนต้องร่วมกันติดตามต่อไปจากนี้ก็คือ โครงการเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ที่กำลังจะเกิดขึ้นเต็มไปหมดนั้น มีโครงการอะไรบ้าง เป็นโครงการที่ตรงกับความต้องการของท้องถิ่นหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่โครงการละลายงบที่เอาคำว่า &amp;ldquo;สู้ภัยโควิด&amp;rdquo; มาต่อท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เช่น เปลี่ยนหลอดไฟสู้ภัยโควิด, ขุดบ่อน้ำบาดาลสู้ภัยโควิด, &amp;nbsp;ศาลาพักใจสู้ภัยโควิด, ขุดลอกคูคลองสู้ภัยโควิด, เดินท่อประปาใหม่สู้ภัยโควิด ฯลฯ หรือเปล่า มีการกำหนดสเปกที่เกินจำเป็น เพื่อล็อกสเปกให้กับผู้รับเหมา หรือผู้ประกอบการรายใดหรือไม่ ราคาในการจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในการบริการหลังการขาย เมื่อเทียบกับราคาตลาดแล้วเป็นอย่างไร และผู้ที่ชนะการประมูลนั้นมีความสัมพันธ์กับนักการเมืองคนใด&amp;rdquo; นายวิโรจน์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ทิ้งท้ายว่า เงิน 4 แสนล้านบาทนี้ ภาระของการใช้หนี้ก้อนหนี้ของประชาชนคนไทย ก็คือการต้องยอมให้ประเทศชาติล้าหลัง ต้องพัฒนาได้ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น ต้องยอมให้ลูกหลานของพวกเราต้องทนกับสภาพความเป็นอยู่ที่มันควรจะดีกว่านี้ได้ไปอีกนับสิบๆ ปี นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ประชาชนคนไทยทุกคน ต้องร่วมกันตั้งข้อสังเกต และติดตาม กำกับเรื่องราวทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ก้อนมหาศาลในครั้งนี้
เสี่ยงม็อบฮือป้องเงินกู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ภาพการเมืองหลังสู้ศึกอภิปราย กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,621 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 2-4 มิ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยระบุภาพของการเมืองหลังสู้ศึกอภิปราย พ.ร.ก.เงินกู้ผ่านพบว่า 81% เห็นภาพการเมืองเก่าๆ จัดคนเข้ามาเอาผลประโยชน์เงินกู้ ที่รัฐบาลก่อหนี้สินให้ประชาชนทุกคนในชาติ รองลงมาคือ 79.4% เห็นภาพนักการเมืองยี้ แย่ๆ เดิมๆ ทำให้เด็กและเยาวชนลอกเลียนแบบโกง, 76.4% เห็นภาพสงสารเห็นใจ นายอุตตม สาวนายน คนเคยแจกเงินเยียวยาประชาชนมากขึ้น, 75.6% เห็นภาพการเมืองที่เสร็จนา ฆ่าโคถึก เสร็จศึก ฆ่าขุนพล, 75.4% เห็นภาพนักการเมืองหักหลัง มุ่งเอาผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง, &amp;nbsp; 68.1% เห็นภาพเตรียมการขบวนการโจรปล้นชาติ และ 67% เห็นภาพอำมหิต โหดร้ายทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่น่าห่วงคือ 77.3% ระบุเป็นไปได้ที่ประชาชนจะเป่านกหวีด ลุกขึ้นออกมาปกป้องเงินกู้ที่รัฐบาลก่อหนี้สินให้ทุกคนในชาติ ขจัดนักการเมืองยี้ที่เข้ามารุมทึ้ง ในขณะที่ 22.7% ระบุเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ 90.7% ระบุภาพการเมืองที่เห็นวันนี้คือ นรกชัดๆ &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่ 74.2% ระบุถึงเวลาแล้วที่ควรยุบสภา ในขณะที่ 25.8% ระบุยังไม่ถึงเวลา.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67939</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้านรงค์ จันทิก, ดร.นพดล กรรณิกา, ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda3a1fe9fe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; ชี้เปรี้ยง &#039;บิ๊กตู่&#039; ลาออกปัญหาจบ เชื่อแฟลชม็อบนักศึกษาหวังปลดล็อกประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.63 - นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กิจกรรมแฟลชม็อบในสถานศึกษาทั่วประเทศ ส่วนหนึ่งมาจากเพราะ นักเรียน นักศึกษา มองว่าหากปล่อยให้ พลเอกประยุทธ์บริหารประเทศต่อไปอนาคตประเทศไทยคงล้มละลาย การรวมตัวกันของนักศึกษาหวังปลดล็อกประเทศ เพื่อให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างนานาอารยะประเทศ รวมไปถึงการเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง ต้องเปิดกว้างให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถได้เข้ามาทำงานเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศ ไม่กระจุกอยู่ที่คนกลุ่มเดียว จนประเทศไม่พัฒนามานานกว่า 5 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยวัฒนกล่าวว่า ปัญหาประเทศเกิดจากพลเอกประยุทธ์ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและไม่ยอมรับความจริงว่าไม่มีฝีมือ ไร้ประสิทธิภาพ มุ่งแต่แสวงหาอำนาจ และใช้อำนาจที่มีไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน นอกจากนี้เกรงว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณเพื่อรักษาฐานอำนาจของตนเองเท่านั้น ไม่ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พลเอกประยุทธ์ยึดติดกับอำนาจ ไม่ยอมคายอำนาจและคืนอำนาจให้กับประชาชน ดังนั้นขอแนะนำหากจะให้ประเทศไทยกลับสู่ทิศทางที่ถูกต้อง และปัญหาทุกอย่างจบ คือ พลเอกประยุทธ์ ต้องลาออกประเทศเดินหน้าทันที ไม่ควรฉุดรั้งประเทศให้ตกต่ำจนไร้ทางฟื้นในอนาคต&amp;quot; นายปิยวัฒน์กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58859</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นักศึกษา, ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ, เพื่อไทย, แฟลชม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f6717920da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
