<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งแม่มณีสู้คดี โกงแชร์1.3พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม่มณี&amp;quot; กับพวก ยืนกรานปฏิเสธสู้คดี หลังอัยการยื่นฟ้องร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลอกตั้งวงแชร์จ่ายดอกสูงลิ่วจนมีผู้หลงเชื่อ 2.5 พันราย มูลค่าความเสียหายสูง 1.3 พันล้าน ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย 9 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 มกราคมนี้ ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีแชร์แม่มณี หมายเลขดำ อ.167/63 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.วันทนีย์ หรือเดียร์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี ชาว จ.อุดรธานี เจ้าของวงแชร์ &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo;, นายเมธี หรือบอส ชิณภา อายุ 20 ปี ชาว จ.อุดรธานี แฟนหนุ่มของ น.ส.วันทนีย์, นายปิยะ หรือเป้ คีรีสุวรรณกุล อายุ 22ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.พรสวรรค์ หรือฝ้าย ภูอินอ้อย อายุ 20 ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 58 ปี ชาว จ.อุดรธานี มารดา น.ส.วันทนีย์, น.ส.วิไลวรรณ หรือมิ้น หงษ์ประชาทรัพย์ อายุ 26 ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.นิตยา หรือโบว์ พินนอก อายุ 28 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ, นายบริภัทร เข็มรัตน์ อายุ 23 ปี ชาว จ.อุดรธานี และนายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา อายุ 24 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 341 พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3, 4, 5, 11/1, 12 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง พ.ศ.2527, พ.ศ.2534 มาตรา 345 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 3, 4, 5 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-30 ต.ค.2562 จำเลยที่ 1, 4 ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1, 4 กับพวก โดยจะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษ ซึ่งมีแผนการตลาดหรือรูปแบบการลงทุนจัดแบ่งออกเป็นวงแชร์จำนวนการลงทุนวงละ 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาทต่อ 1 วง เมื่อครบกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ลงทุนหรือวันที่ฝากเงินมายังบัญชีที่พวกจำเลยแจ้ง โดยผู้ลงทุนจะได้รับเงินที่ลงทุนพร้อมผลตอบแทนกลับไปจำนวนวงแชร์ละ 1,930 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ได้เปลี่ยนเป็นการลงทุนระยะสั้น ดังนี้ ลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 100 บาท เมื่อครบกำหนด 7 วัน โดยจะได้รับคืนเป็นเงิน 500 บาท, ลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 550 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 13 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท โดยข้อความดังกล่าวล้วนเป็นความเท็จ เพราะความจริงแล้วจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ไม่ได้จัดให้มีการออมเงินหรือร่วมลงทุนโดยได้รับผลตอบแทนมากกว่าปกติดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นอุบายให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงเท่านั้น โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายรวม 2,533 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจำเลยที่ 1, 4 ได้ร่วมกันกระทำความผิดแล้ว จำเลยทั้ง 9 คนได้บังอาจร่วมกันฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนทั่วไป ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงฯ และร่วมกันหลอกลวงประชาชนโดยโฆษณาหรือประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งหมด จะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษดังกล่าว โดยแผนการตลาดหรือการลงทุนแต่ละแผนนั้น จำเลยทั้งหมดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงินแก่ผู้ร่วมลงทุนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยได้ผลประโยชน์ตอบแทนตั้งแต่อัตราร้อยละ 1,116-3,040.45 ต่อปี อันเป็นความเท็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพวกจำเลยทั้งรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าจะนำเงินที่ได้จากผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายนั้นหรือรายอื่น มาจ่ายเป็นผลประโยชน์หมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายก่อน เมื่อไม่มีผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนเพิ่ม ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนก็ไม่สามารถได้รับผลตอบแทนและเงินร่วมลงทุนกลับคืนได้ และพวกจำเลยที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนไม่สามารถประกอบกิจการใดๆ โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้จ่ายเงินให้กับจำเลยทั้ง 9 ไปตามจำนวนเงินของผู้เสียหายแต่ละราย รวมทั้งสิ้น 1,376,215,359.74 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด และให้พวกจำเลยทั้ง 9 ชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายทั้ง 2,533 ราย รวม 1,376,215,359.74 บาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดจากเรือนจำมาสอบคำให้การ โดยศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้พวกจำเลยฟังจนเข้าใจ และสอบถามว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย วันที่ 9 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช, ปิยะ คีรีสุวรรณกุล, พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมธี ชิณภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ee2d266449.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DSIหอบสำนวน ส่งอัยการสั่งฟ้อง &#039;แม่มณี&#039;กับพวก จ่อเชือดแม่ทีม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดีเอสไอ&amp;rdquo; หอบสำนวนแสนแผ่นส่งอัยการพิจารณาฟ้อง &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo; กับพวกคดีฉ้อโกงประชาชน ลุ้นสั่งคดีภายใน 26 ม.ค.นี้ ก่อนครบฝากขังครั้งสุดท้าย เผยผลสอบดาราเบื้องต้นยังไม่พบความผิด จ่อเชือดแม่ทีมอีกนับร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 มกราคมนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้นำสำนวนคดีโกงแชร์ &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo; พร้อมความเห็นสมควรฟ้อง น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี หรือเดียร์ อายุ 30 ปี เน็ตไอดอลชื่อดัง กับพวกรวม 10 ราย ในความผิด 3 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน (ยกเว้นผู้ต้องหาที่ 6-10 ฟ้องเฉพาะ 2 ข้อหาแรก) มาส่งมอบให้นายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยะศิริให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ดีเอสไอสอบปากคำผู้เสียหายจำนวนมาก ได้สรุปสำนวนคดีพร้อมความเห็นสมควรฟ้องผู้ต้องหาชุดแรก คือ น.ส.วันทนีย์ หรือแม่มณี กับบุคคลใกล้ชิดรวม 10 ราย โดย น.ส.วันทนีย์ กับพวกรวม 8 ราย ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายได้ประกันตัว ขณะนี้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่ายังมีผู้ต้องหาชุดที่สอง ซึ่งอธิบดีดีเอสไอได้อนุมัติให้ดำเนินคดีต่อเนื่องด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นแม่ทีมหรือแม่สายของแชร์แม่มณี คาดว่าจะมีจำนวนถึงหลักร้อยราย แต่เราต้องแยกสำนวนการสอบสวน คาดว่าไม่น่าจะเกินเดือน เม.ย.นี้ ก็จะมีความชัดเจน สำหรับประเด็นมูลค่าความเสียหายขณะนี้อยู่ที่ 1,300-1,500 ล้านบาท เราสามารถติดตามทรัพย์สินคืนในส่วนแรกได้เพียงกว่า 50 ล้านบาท แต่ยืนยันว่ายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะคดีที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีนี้ ดีเอสไอมีอำนาจที่จะยึดอายัดทรัพย์ได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยะศิริกล่าวด้วยว่า สำหรับดารานักแสดงที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอนั้น เรายังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดคดีแชร์แม่มณี แต่ยืนยันไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นใคร ถ้ามีพฤติกรรมเข้าข่ายลักษณะเป็นแม่ทีม แม่สาย เราต้องแจ้งข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน ในส่วนของดารานักแสดงที่รับงานว่าจ้างสินค้าโดยสุจริตนั้นไม่ผิด แต่ต้องดูว่านอกเหนือจากข้อตกลงดังกล่าวมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ มีลักษณะเข้าไปโน้มน้าวชักชวน หรือตัวเองเข้าไปมีส่วนให้ประชาชนหลงเชื่อ นอกจากตัวสินค้าด้วยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ห้องพิพิธภัณฑ์อัยการ ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวภายหลังรับสำนวนคดีแชร์แม่มณีจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่า อัยการได้รับสำนวนคดีสำคัญจากดีเอสไอ กล่าวหาแม่มณีกับพวกรวม 10 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ โดยสำนวนเอกสารมีจำนวน 47 ลัง 110,982 แผ่น วันเวลาเกิดเหตุระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-30 ต.ค.2562 ทุนทรัพย์ที่เสียหาย 1,376,215,359.74 บาท จำนวนผู้เสียหาย 2,553 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวว่า นายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ได้จ่ายสำนวนไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ ประกอบทั้งมีพยานหลักฐานเอกสารเป็นจำนวนมาก จึงมีคำสั่งให้พิจารณาในรูปแบบคณะทำงาน โดยหลังจากนี้ทางคณะทำงานอัยการก็จะพิจารณาสำนวนที่ได้รับจากดีเอสไอ ก่อนที่จะมีการนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้ง คดีนี้มีจะครบฝากขังผู้ต้องหาที่ 1-2 ครั้งที่ 6 ในวันที่ 14 ม.ค.2563 ซึ่งตามกฎหมายจะฝากขังผู้ต้องหาได้ถึงครั้งที่ 7 ในวันที่ 26 ม.ค.2563 ทางคณะทำงานอัยการก็จะเร่งพิจารณาสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะทันกรอบเวลาฝากขังครั้งสุดท้ายหรือไม่นั้น นายประยุทธกล่าวว่า ต้องให้เวลาคณะทำงานพิจารณาสำนวนโดยละเอียด เนื่องจากคดีนี้มีพยานเอกสารนับแสนแผ่น แต่ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หรือกู้ยืมเงินฯ ความผิดเหล่านี้อัยการมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสำนวนและร่างฟ้อง เพียงแต่เอกสารจำนวนมาก ผู้เสียหายจำนวนมาก ทุนทรัพย์สูง อาจต้องดูรายละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 10 ราย ประกอบด้วย น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, นายเมธี ชิณภา, นายปิยะ คีรีสุวรรณกุล, น.ส.พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, น.ส.สุพรรณี นิกรกุล ผู้ต้องหาที่ 1-5 ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ส่วนนายธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช, น.ส.วิไลวรรณ หงส์ประชาทรัพย์, น.ส.นิตยา พินนอก, นายบริภัทร เข็มรัตน์ และนายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา ผู้ต้องหาที่ 6-10 ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะ คีรีสุวรรณกุล, ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร, พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, สุพรรณี นิกรกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมธี ชิณภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15d6d02e94f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่‘เดียร์’ถึงลมใส่ ถูกจับร่วมโกงแชร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารดาแม่มณีถึงเป็นลมล้มพับหลังตำรวจสกัดจับขณะอยู่ในปั๊มน้ำมัน ข้อหาร่วมกันถ่ายโอนทรัพย์สิน ครวญไม่รู้เห็นด้วย เหยื่อนครพนมเข้าแจ้งความอีก 2 ราย ขายควาย จำนองที่ดิน รวม 4 ล้านร่วมลงทุน ด้านแชร์ฟอเร็กซ์ร้อง &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; เร่งรับโอนคดี เผยดารากว่า 10 คนตกเป็นเหยื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พ.ต.อ.กฤช ปัตลา รอง ผบก., พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี นำหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานีแสดงตัวเข้าจับกุม น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 48 ปี แม่ของ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี ภายในปั๊มน้ำมันซัสโก้ ตลาดห้วยหลวง ถนนอุดรดุษฎี เขตเทศบาลนครอุดรธานี ในข้อหาร่วมกันยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะ พล.ต.ต.นันทชาติอ่านหมายจับให้ น.ส.ธวัลรัตน์ฟัง เจ้าตัวเกิดความเครียดจัดจนเป็นลมล้มลงต่อหน้า พล.ต.ต.นันทชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเทศบาลนครอุดรธานีทันที เบื้องต้นแพทย์ได้ให้ออกซิเจน และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี โดยแพทย์ระบุว่าสาเหตุจากความเครียด และความดันสูงถึง 211&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.นันทชาติกล่าวว่า เมื่อผู้ต้องหาเกิดอาการป่วยกะทันหัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบให้ความช่วยเหลือก่อน เรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากัน เพราะชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากไปถึงโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลได้ให้ยาลดความดัน พร้อมใส่สายออกซิเจนช่วยหายใจแล้ว จากการพูดคุย น.ส.ธวัลรัตน์ ยืนยันว่าไม่รู้เห็นกับการกระทำของลูกสาว แม้จะสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมลูกมีเงินมากมาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย แต่เมื่อมีหมายจับออกมาแล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานีได้นำนายปิยะ คีรีสุวรรณกุล น.ส.พรสวรรค์ ภูอิงอ้อย และ น.ส.สุพรรณี นิกรกุล 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายแชร์แม่มณี ฝากขังศาลผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ขณะเดียวกัน ตำรวจได้นำตัว น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช จาก รพ.อุดรธานี มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองกำกับการสืบสวนภูธร จ.อุดรธานี ซึ่งแพทย์อนุญาตให้ออกจาก รพ.ได้ เพราะอาการดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในสภาพอิดโรย เจ้าหน้าที่ต้องช่วยพยุงเดินเข้าห้องสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตำรวจพุ่งประเด็นการสอบสวน น.ส.ธวัลรัตน์ หลังมีข้อมูลว่าเก็บรักษาเงินแชร์ไว้ประมาณ 62 ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินที่แปรเป็นรถยนต์ ตำรวจยึดเพิ่มได้อีก 3 คัน มีรถตู้ฮุนได เอช 1 รถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ และรถเก๋งโตโยต้า วีออส รวมยึดรถยนต์ได้แล้ว 11 คัน จักรยานยนต์อีก 2 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า บุคคลใกล้ชิดกับแม่มณีที่อยู่ในข่ายจะถูกจับกุมมีมากกว่า 10 คน โดยเจ้าหน้าเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม น.ส.หน่อย (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี อาชีพขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด และ น.ส.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี อาชีพรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา และมีรถเกี่ยวข้าวรับจ้าง เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองนครพนม ให้ดำเนินคดีแม่มณีกับนายเมธี ชิณภา สามี โดย น.ส.หน่อยเปิดเผยว่า รู้จักแม่มณีในเพจเฟซบุ๊กตั้งแต่แม่มณีขายตุ๊กตาออนไลน์และเป็นเน็ตไอดอล จากนั้นได้รับการชักชวนให้ร่วมเล่นแชร์ อ้างได้รับผลตอบแทนสูงจึงร่วมลงทุน ซึ่งระยะแรกก็ได้เงินจำนวนมาก จึงชักชวน น.ส.น้อยซึ่งเป็นญาติมาร่วมลงทุนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.หน่อยกล่าวว่า ความอยากได้เงินเยอะ ตนจึงขายควายไป 7 ตัวได้เงินเกือบ 3 แสนบาท โดยโกหกสามีว่าจะเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้ามาขาย แล้วซื้อเสื้อผ้ามาประดับร้านตบตาสามีเพียงเล็กน้อย เงินส่วนใหญ่นำไปลงทุนแชร์ ไม่นานก็เอาโฉนดที่ดินไปจำนองแล้วโอนเงินให้แม่มณีทั้งหมดรวม 4 ล้านบาท ส่วน น.ส.น้อยลงทุน 1.9 ล้านบาท โดยโกหกสามีเช่นกัน ซึ่งเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ไม่รู้จะบอกสามีว่าอย่างไร และจะมีปัญหาถึงบ้านแตกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนผู้เสียหายแชร์ฟอเร็กซ์ ทรีดี (Forex 3D) เพื่อขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากขณะนี้มีตัวเลขผู้เสียหายที่ลงทะเบียนผ่านระบบคิวอาร์โค้ดกว่า 2,000 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 412 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า แชร์ฟอเร็กซ์มีความแตกต่างจากแชร์แม่มณีและแชร์อื่นๆ โดยมีการโฆษณาในหลายช่องทางให้เห็นถึงลักษณะการลงทุนที่ซับซ้อนใน 5 แพ็กเกจ บรอนซ์ ซิลเวอร์ โกลด์ แพลตินัม และไดมอนด์ โดยการลงทุนต่ำสุดในแพ็กเกจบรอนซ์ได้รับความนิยมสูงสุด ลงทุน 2,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 60,000 บาท 20 วัน ได้รับปันผล 164 เปอร์เซ็นต์ โดยผลกำไรทั้งหมดจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ให้นักลงทุน 60 เปอร์เซ็นต์ และอีก 40 เปอร์เซ็นต์แบ่งให้แม่ข่ายหรือบริตฟอเร็กซ์ ส่วนแพ็กเกจไดมอนด์ได้ผลกำไร 4,308 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ เป็นไปไม่ได้ที่การประกอบการค้าขายปกติจะได้ผลกำไรถึง 4,000 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งกฎหมายยังกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ไม่เกิน 6.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิดฐานการกู้ยืมเงืนอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่ ขณะนี้ดีเอสไอขอเวลาอีก 2 วัน เพื่อรับเป็นคดีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากนี้จะประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดอายัดทรัพย์อย่างเร่งด่วน เบื้องต้นได้ตรวจสอบไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าบริษัทฟอเร็กซ์ 3 ดี ไม่เคยขออนุญาตลงทุนเทรดหุ้นหรือเทรดเงิน ซึ่งดีเอสไอจะตรวจสอบไปยังต่างประเทศเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง ว่ามีการยื่นจดทะเบียนลงทุนเทรดเงินในต่างประเทศบ้างหรือไม่ และขอฝากเตือนไปยังคนรุ่นใหม่ที่อาจไม่เคยมีประสบการณ์ เกิดไม่ทันยุคแชร์แม่ชม้อยเมื่อ 27 ปีที่ผ่านมา จึงขอให้ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน หากสื่อมวลชนช่วยกันตีแผ่ข่าวและแจ้งเตือนแชร์ต่างๆ ก็จะไม่สามารถหลอกลวงประชาชนได้โดยง่าย&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า แชร์ลูกโซ่มีรูปแบบเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นแชร์แม่ชม้อย แชร์ก๋วยเตี๋ยว หรือแชร์น้ำมัน คือเสนอจ่ายปันผลมากกว่าปกติ ไม่มีสินค้าและบริการแม้จะอ้างการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จึงต้องสอบสวนว่ามีการลงทุนซื้อขายในต่างประเทศจริงแล้วขาดทุน หรือไม่เคยมีการนำเงินไปลงทุนเทรดเงินเลย แต่เป็นการชักชวนสมาชิกแล้วนำเงินจากสมาชิกรายใหม่ไปจ่ายให้รายเก่าเป็นทอดๆ ไป ซึ่งในวันนี้พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำตัวแทนผู้เสียหายให้แล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ กล่าวว่า ตนนำหลักฐานของกลุ่มผู้เสียหายในคดีแชร์ฟอร์เร็กซ์ 3 ดีบางส่วนมามอบให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบสำนวนคดี ทั้งพยานเอกสารหลักฐานการลงทุนและพยานบุคคล ซึ่งมีทั้งกลุ่มแช้ตไลน์และข้อความทางเฟซบุ๊กที่บริษัทจัดทำขึ้น และมีการคุกคามผู้เสียหายที่มาร้องเรียนกว่า 1,000 คน จึงอยากให้บริษัทลบข้อมูลแช้ตไลน์การข่มขู่ทั้งหมด หากยังไม่ลบออกจะประสานเจ้าหน้าที่ไปจับกุมเรียงตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.วราไพรินทร์ ธนวริสพร หรืออาย ดารานักแสดงและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ร่วมลงทุนแชร์ฟอเร็กซ์ประมาณ 2 ล้านบาท โดยเป็นการชักชวนของเพื่อนที่ทำงานอยู่ในบริษัทฟอเร็กซ์ 3 ดี และเป็นเพื่อนกับผู้บริหาร ให้ร่วมลงทุนในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราแบบออนไลน์ มีเอกสารหลักฐานต่างๆ และนำไปดูการทำงานในบริษัทเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นตนจึงลงทะเบียนในระบบที่มีรายละเอียดส่วนตัว ทั้งข้อมูลบัตรประชาชนและอื่นๆ ที่สำคัญ และสามารถคลิกเข้าไปตรวจสอบการลงทุนได้ จึงทำให้มั่นใจ แต่หลังจากทราบข่าวว่ามีปัญหาการร้องเรียนจึงติดต่อที่เพื่อนที่ชักชวนและก็ไม่สามารถติดต่อได้ และได้ข้อมูลว่าตัวซีอีโอบริษัทไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ แต่ถูกยับยั้ง โดยบริษัทได้โพสต์แจ้งลูกค้าว่าจะมีการคืนเงิน แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงตัดสินในโพสเฟซบุ๊กเพื่อต้องการทราบว่ามีใครตกเป็นผู้เสียหายบ้าง จนพบว่ามีผู้แจ้งข้อมูลจำนวนมาก รวมทั้งเพื่อนดารานักแสดงนับ 10 ราย จึงตัดสินใจลงทะเบียนผ่านระบบคิวอาร์โค้ดของดีเอสไอ เพื่อแจ้งความเสียหายที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วราไพรินทร์กล่าวว่า ขณะนี้ตอบไม่ได้ว่าจะมีนักแสดงรายใดกล้าเปิดตัวว่าเป็นผู้เสียหายในคดีแชร์ฟอเร็กซ์หรือไม่ คงต้องให้เขาเต็มใจที่จะออกมาเอง เพราะเมื่อเปิดตัวแล้วอาจถูกคุกคามเหมือนตัวเองที่ถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปประจานในกลุ่มไลน์ของบริษัทที่ทำขึ้น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีนักแสดงหลายคนตั้งใจที่จะออกมาแสดงตัวว่าเป็นผู้เสียหาย แต่บริษัทได้ติดต่อนักแสดงเพื่อขอคืนเงินให้ จึงทำให้ไม่มีใครออกมาอีกเลย ซึ่งการที่ตนออกมาในครั้งนี้ ต้องการให้ผู้บริหารของบริษัทออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ผู้ลงทุนได้รับทราบว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เพราะขณะนี้มีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และบริษัทก็ยังเปิดทำการอยู่ และได้มีการขยายฐานกลุ่มผู้ลงทุนเทรดเงินต่างประเทศไปอีกหลายๆ จังหวัด ทั้งๆ ที่มีข้อมูลว่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทได้ทยอยขายทรัพย์สินที่มีอยู่ รวมทั้งรถหรูลัมโบร์กินี และไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุพรรณบุรี ตำรวจคุมตัว น.ส.วิจิตรา คล้ายอุบล เท้าแชร์เงินออมบ้านน้องปริมพารวย ส่งฝากขังศาลจังหวัดสุพรรณบุรี หลังเข้ามอบตัวเมื่อวันพุธ และถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่ง น.ส.วิจิตรามีสีหน้าเครียดตลอดเวลา แต่ไม่ได้ยื่นประกันตัว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49770</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช, ปิยะ คีรีสุวรรณกุล, พ.ต.อ.กฤช ปัตลา, พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์, พรสวรรค์ ภูอิงอ้อย, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, สุพรรณี นิกรกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc4178a9c138.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
