<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบวินเตรียมอาวุธ จ่อหมายจับอีก90</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่อออกหมายจับวิน จยย.ยกพวกถล่มอีกเกือบร้อยคน ตำรวจเร่งคัดแยกผู้ก่อเหตุที่ปรากฏภาพในคลิป อาจดำเนินคดีอั้งยี่ซ่องโจร แจ้งขนส่งฯ อายัดทะเบียนรถที่ขนอาวุธ พบมีการเตรียมการมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บางนา วันที่ 19 มิถุนายนนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมชุดทำงานพร้อมติดตามความคืบหน้าคดีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างตีกันหน้าตลาดอุดมสุข จากนั้นเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างคัดแยกผู้ก่อเหตุที่ปรากฏภาพในคลิปเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อแยกลักษณะความผิดว่าเข้าข่ายมั่วสุม หรือถึงขั้นเป็นอั้งยี่ซ่องโจร โดยเน้นไปที่ผู้ก่อเหตุที่ถืออาวุธ เช่น ไม้กระบอง ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีบุคคลภายนอกร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีกี่คน และถูกว่าจ้างมาด้วยหรือไม่ สำหรับรถตู้ที่ใช้ลำเลียงอาวุธในการก่อเหตุ ขณะนี้ได้ประสานไปยังกรมการขนส่งทางบกให้อายัดทะเบียนรถยนต์ไม่ให้ใช้งาน และอยู่ระหว่างติดตามหารถคันดังกล่าวมาประกอบการดำเนินคดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นายปิยะ พวงเกษร นายมานพ มิ่งมงคล และนายพันธ์ศักดิ์ พละทรัพย์ ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลจังหวัดพระโขนง ในข้อกล่าวหาฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปโดยใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยพนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นอุกฉกรรจ์ อัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังผู้ต้องหา 3 คนแล้ว ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งสามไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ชั้นฝากขังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับแต่เกิดเหตุวินจักรยานยนต์ยกพวกทำร้ายกัน พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องฝากขังรวม 6 คน ประกอบด้วย นายรังสรรค์ หรือเอ็กซ์ ศรไชยากร อายุ 29 ปี, นายเจริญ หรือต่อ เจริญผล อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวินซอยอุดมสุข 2, นายจีระพงษ์ หรือเบส วิบูลย์รัชกิจ อายุ 33 ปี ทั้งสามคนถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากศาลไม่ให้ประกันตัว ล่าสุดคือนายปิยะ นายมานพ และนายพันธ์ศักดิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา เปิดเผยว่า กลุ่มวินจักรยานยนต์ 8 คน ซึ่งเป็นกลุ่มวินที่ตั้งใหม่ ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำทั้ง 8 คนแล้ว แต่ยังไม่ส่งฟ้องศาล เนื่องจากยังต้องรอพิสูจน์เปรียบเทียบภาพคลิปเหตุการณ์ว่าได้กระทำความผิดอื่นอีกหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดและคลิปในช่วงเกิดเหตุ พบว่ามีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทางชุดสืบสวนอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ คาดว่าคดีนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดกว่า 90 คน ซึ่งจะออกหมายจับทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่แบ่งผู้กระทำผิดเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเตรียมการลงมือ ซึ่งจะถูกดำเนินคดีในหลายข้อหา เนื่องจากพบหลักฐานข้อมูลการสั่งซื้ออาวุธ เช่น กระบอง ที่สั่งซื้อออนไลน์นำเข้าจากจีน และการเตรียมอาวุธปืนไว้ก่อเหตุ 2.กลุ่มตั้งรับ จะมีความผิดฐานก่อเหตุทะเลาะวิวาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38967</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีระพงษ์ วิบูลย์รัชกิจ, ปิยะ พวงเกษร, พ.ต.อ.นคร ทองพานิช, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, มานพ มิ่งมงคล, รังสรรค์ ศรไชยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจริญ เจริญผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d0a2f644b54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันผู้มีอิทธิพล หน.วินยิงถล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอนุมัติหมายจับ 7 คนจากเหตุ 2 วินมอเตอร์ไซค์ยกพวกถล่มมีคนตาย-เจ็บ จับได้แล้ว 6 คน ขณะที่ขาใหญ่คุมวินติดต่อมอบตัว บช.น.สั่งตั้งชุดสืบสวนสอบสวนหาผู้ร่วมก่อเหตุ บิ๊กป้อมกำชับห้ามมีอีก เผยยอดวินทั่วกรุง 5.5 พันแห่ง สมาชิก 1 แสนคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 17 มิถุนายนนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงความคืบหน้าคดีวินจักรยานยนต์ 2กลุ่มย่านบางนายกพวกทำร้ายกัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ว่า ได้รับรายงานจาก สน.บางนาเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.บางนาได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 7 คน โดยสามารถติดตามจับกุมได้ 3 คน ยังอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 4 คน และจับกุมผู้ต้องหาที่มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 1 คน ขณะเข้าทำการตรวจค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนยังคงระดมกำลังกดดัน ตรวจค้น ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ยังคงหลบหนีไปอยู่ และหากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดมีความเชื่อมโยงไปถึงผู้ใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะมีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในการพิสูจน์ทราบผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานร่วมกันชุลมุนต่อสู้, ทะเลาะกันในที่สาธารณะฯ และทำให้เสียทรัพย์ เป็นต้น โดยดำเนินการสืบสวน สอบสวน ขยายผลจากภาพถ่ายกล้องวงจรปิด และพยานหลักฐานต่างๆ ตลอดจนนำไปสู่การออกหมายและติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะเร่งคลี่คลายคดีและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจให้กับพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บางนา มีรายงานว่า ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ 7 คน ประกอบด้วย 1.นายรังสรรค์ ศรไชยากร 2.นายวันชัย มงคลเข็ม 3.นายปิยะ พวงเกษร 4.นายประมุข วิเชียรดิลกกุล 5.นายพันธ์ศักดิ์ พละทรัพย์ 6.นายมานพ มิ่งมงคล 7.นายจีระพงษ์ วิบูลย์รัชกิจ ทั้งหมดถูกแจ้ง 4 ข้อหา รวมทั้งร่วมกันฆ่าผู้อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง รอง ผบก.น.5 เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 5 จาก 7 ราย ได้แก่ นายปิยะ พวงเกษร และนายรังสรรค์ ศรไชยากร ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ ขณะที่นายจีระพงษ์ วิบูลย์รัชกิจ หรือเบส ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เมื่อคืนที่ผ่านมา และวันนี้สามารถติดตามจับกุมนายมานพ มิ่งมงคล และนายพันธ์ศักดิ์ พละทรัพย์ ได้ ส่วนนายเจริญ เจริญผล ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมหลังพบอาวุธปืนก่อนหน้านี้ พบว่าอยู่ในเหตุการณ์ชุลมุนด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายประมุข วิเชียรดิลกกุล และนายวันชัย มงคลเข็ม ยังอยู่ระหว่างหลบหนี คาดว่ายังคงอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ติดตามกดดันให้เข้ามอบตัว ซึ่งคลิปที่ปรากฏชี้ชัดว่านายวันชัยเป็นผู้ยิงปืนในวันเกิดเหตุ นอกจากนี้จะพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหารายอื่นที่พยานหลักฐานสาวไปถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า ทนายความของนายประมุข หัวหน้าวินรถจักรยานยนต์ซอยอุดมสุข 1 ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งนัดหมายวัน-เวลาเข้ามอบตัว โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้นายประมุขอยู่ระหว่างการพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บที่ถูกกลุ่มคู่กรณีทำร้ายร่างกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดพระโขนง พนักงานสอบสวน สน.บางนาคุมตัวนายรังสรรค์ หรือเอ็กซ์ ศรไชยากร อายุ 29 ปี มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-28 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 6 ปาก รอผลตรวจของกลางและผลการตรวจสอบพิมพ์มือผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2562 มีกลุ่มผู้ขับขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง 2 กลุ่ม คือปากซอยสุขุมวิท 101/5 กับซอยอุดมสุข 2 ยกพวกทำร้ายร่างกายกัน กลุ่มวินซอยอุดมสุขวิ่งหลบหนีเข้าไปในชุมชนรุ่งเรือง กลุ่มวินปากซอยสุขุมวิทได้ติดตามไป ซึ่งมีนายปิยะ หรือหมู พวงเกษร, นายรังสรรค์ (ผู้ต้องหา) และนายวันชัย หรืออั้ม มงคลเข็ม มีอาวุธปืนทั้งสามคนพร้อมกับพวกอีกจำนวนหนึ่ง ได้ยิงปืนเข้าไปในชุมชนรุ่งเรือง เป็นเหตุให้นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ ถูกกระสุนถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันมีนายวัชรินทร์ งาเฉลา ซึ่งอยู่กลุ่มวินปากซอยสุขุมวิท ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บ ส่วนกลุ่มก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนีไป ต่อมาสอบสวนพยานบุคคลและสืบสวนภาพกล้องวงจรปิด ยืนยันว่ากลุ่มวินปากซอยสุขุมวิทมีนายรังสรรค์ ผู้ต้องหาถืออาวุธปืนแนบข้างนายปิยะ ที่ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในชุมชนแล้วถูกผู้ตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ โดยมิได้รับอนุญาตฯ, ร่วมกันพกพาอาวุธเข้าไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุสมควร และร่วมกันยิงปืนฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายฯ ให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.บางนาได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกนายเจริญ เจริญผล ผู้ต้องหาในคดีนี้อีกราย โดยแจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เนื่องจากมีพฤติการณ์ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่คู่กรณีไม่ให้เข้ามาในซอย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาและสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองแล้ว อนุญาตให้ฝากขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติม คาดว่ามีผู้อยู่ในเหตุการณ์เกือบ 100 คน ส่วนนายประมุข วิเชียรดิลกกุล หัวหน้าวินรถจักรยานยนต์รับจ้างอุดมสุขซอย 1 ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว หลังศาลออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น และข้อหาอื่นรวม 4 ข้อหา ขณะเดียวกัน ตำรวจยังพบหลักฐานว่านายประมุขมีการเรียกเก็บค่าหัวคิวจากสมาชิก อาจเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล และยังพบว่าเหตุการณ์วันที่ 15 มิ.ย. กลุ่มของนายประมุขมีการจัดเตรียมอาวุธใส่รถยนต์มาที่จุดเกิดเหตุ ตำรวจจะสอบสวนว่านายประมุขเกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธหรือไม่ หลังจากนี้อาจมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมในอีกหลายข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้เพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ผมได้สั่งการไปแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกระทรวงกลาโหม​ ชี้แจงในเวลาต่อมาว่า พล.อ.ประวิตร​ได้สั่งการให้ตำรวจเร่งรัดติดตามความคืบหน้าเหตุทะเลาะวิวาทของวินจักรยานยนต์พื้นที่บางนา โดยให้ติดตามการบังคับใช้กฎหมายตามข้อเท็จจริงกับผู้กระทำผิดทั้งหมดโดยเร็ว พร้อมย้ำขอให้ตำรวจทุกพื้นที่ให้ความสำคัญกับการกวาดล้างอาวุธเถื่อนและอาวุธสงคราม กำหนดมาตรการเข้ม ไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า​ พล.อ.ประวิตรได้กำชับให้ทหารสนับสนุนการทำงานร่วมกับตำรวจและกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามกำกับความต่อเนื่องของการจัดระเบียบวินจักรยานยนต์ รวมทั้งรถตู้สาธารณะในทุกพื้นที่ ไม่ให้เกิดปัญหาวินเถื่อน การวิ่งทับเส้นทาง หรือมีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซงการทำมาหากินอันสุจริตของผู้ประกอบการเดิม โดยขอให้มุ่งเน้นความสะดวกและปลอดภัยของประชาชน และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมเป็นหลัก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเตือนการกระทำที่อาจเกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยต่อสังคมให้เจ้าหน้าที่รัฐทราบทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงขอบเขตความรับผิดชอบของ กทม. ในการจัดการวินจักรยานยนต์รับจ้างที่เกิดปัญหาในพื้นที่เขตบางนา ว่า อำนาจหน้าที่หลักในการเพิกถอนใบอนุญาต หรือยกเลิกวินจักรยานยนต์เป็นของกรมการขนส่งทางบก กทม.ไม่สามารถทำตามกระแสเรียกร้องจากสังคมให้ยกเลิกวินดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม จะได้เรียกเจ้าหน้าที่เทศกิจจากทั้ง 50 เขตมาหารือ ว่าสามารถทำอะไรได้บ้างภายใต้ข้อกฎหมายที่ กทม.ใช้อยู่ คือ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ที่ผ่านมา กทม.มีอำนาจหน้าที่ดูว่าวินตั้งอยู่ในจุดที่เหมาะสม สะอาด ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายแก่ประชาชนคนใช้ทางเท้าหรือไม่เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากการตรวจสอบของเขตบางนา ทั้ง 2 วินที่ก่อเหตุวิวาทได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย แต่ผู้ขับขี่ได้รับอนุญาตหรือไม่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อเกิดเรื่อง คณะอนุกรรมการ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร กทม. และกรมการขนส่งทางบก จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมร่วมพิจารณาว่าเป็นบุคคลอันตรายหรือไม่ ควรให้ประกอบอาชีพต่อหรือไม่ ก่อนจะสรุปส่งเรื่องให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อมูลล่าสุด มีวินจักรยานยนต์ในกรุงเทพฯ รวมประมาณ 5,500 วิน และมีผู้มาขออนุญาตขึ้นทะเบียนขี่จักรยานยนต์รับจ้างประมาณ 1 แสนคน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38777</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีระพงษ์ วิบูลย์รัชกิจ, ประมุข วิเชียรดิลกกุล, ปิยะ พวงเกษร, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง, พันธ์ศักดิ์ พละทรัพย์, มานพ มิ่งมงคล, รังสรรค์ ศรไชยากร, วันชัย มงคลเข็ม, สกลธี ภัททิยกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d079a25056d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าวินโหดจับแล้ว2 ตั้งข้อหาร่วมกันฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้ว 2 คนวินโหดยิง 2 ศพที่บางนา ยังเหลืออีก 1 ตำรวจล่ากระชั้น ตั้งข้อหาหนัก ร่วมกันฆ่าผู้อื่น จ่อหมายจับอีก 4 &amp;quot;เฉลิมเกียรติ&amp;quot; สั่งสอบประวัติ หาสารเสพติดวินทั่วกรุง แม่หนุ่มเคอร์รี่พร้อมเมียสาวท้อง 4 เดือนร่ำไห้รับศพ เผยถูกลูกหลง ซ้ำร้ายกลุ่มผู้ก่อเหตุยังขวางรถพยาบาลจนลูกถึงมือหมอสายไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ที่ก่อเหตุยกพวกตีกัน จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บว่า ได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สน.บางนา ว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.62 เวลาประมาณ 01.30 น. พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ได้ร่วมกันขอศาลจังหวัดพระโขนงอนุมัติหมายจับบุคคลที่กระทำความผิดในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพกพาอาวุธเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน&amp;rdquo; ได้แก่ 1.นายวันชัย มงคลเข็ม 2.นายปิยะ พวงเกษร 3.นายรังสรรค์ ศรไชยากร ซึ่งศาลจังหวัดพระโขนงได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 หมาย และอนุมัติหมายค้นสถานที่ 4 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังตรวจค้นเป้าหมายจนสามารถจับกุมนายปิยะ พวงเกษร และนายรังสรรค์ ศรไชยากร พร้อมทั้งจับกุมนายเจริญ หรือต่อ เจริญผล ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และเร่งติดตามจับกุมนายวันชัย มงคลเข็ม ที่ยังคงหลบหนีไปอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก และหากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนเชื่อมโยงไปถึงผู้ใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา กล่าวว่า คดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือในส่วนของเหตุการณ์คนร้ายวิ่งเข้าไปในซอยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ซึ่งจากภาพวงจรปิดน่าจะมีผู้ร่วมก่อเหตุมากถึง 10 คน ส่วนอีกหนึ่งเหตุการณ์ช่วงชุลมุนที่บริเวณถนน เบื้องต้นจะตั้งข้อกล่าวหา ก่อเหตุชุลมุนมั่วสุมมากกว่า 10 คนขึ้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ สืบเนื่องจากวินจักรยานยนต์ 2 กลุ่มได้ก่อเหตุวิวาทที่ปากซอยสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อตำรวจ สน.บางนาไปตรวจสอบ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือวินกลุ่มเจ้าถิ่น และวินหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ซึ่งอยู่ใกล้กัน สาเหตุจากแย่งผู้โดยสาร ได้ยกพวกตะลุมบอนมีอาวุธทั้งมีด ไม้ และปืน มีผู้เสียชีวิตคือนายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ อายุ 20 ปี พนักงานรับส่งสินค้าบริษัท เคอร์รี่ และขี่รถจักรยานยนต์วินอุดมสุขรุ่งเรือง ถูกยิงที่หน้าผาก และนายวัชรินทร์ งาเฉลา อายุ 33 ปี จักรยานยนต์รับจ้างสินอุดมสุข 1 ถูกยิงที่ศีรษะและลำตัว รวมทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แผนกนิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ น.ส.เฉลิมขวัญ ง่วนกี่ อายุ 18 ปี และนางแดง จิตรกระแส อายุ 53 ปี ไปรับศพนายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ นางแดงแม่ผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า วันเกิดเหตุลูกชายได้ขับรถเข้าบ้านเพื่อเรียกภรรยาออกกินข้าว ขณะที่ตนเดินออกไปหาก๋วยเตี๋ยวรับประทาน เห็นกลุ่มคนยกพวกตีกัน และเห็นลูกชายอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เกรงว่าจะถูกลูกหลงจึงเรียกให้ลูกรีบเข้าบ้าน พอกลับถึงบ้านก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเฮกันมาดังมาก จึงโผล่หน้าไปดูก็เห็นตะลุมบอนกันอยู่กลางซอยห่างจากบ้านไม่ไหล จึงเรียก น.ส.เฉลิมขวัญลูกสะใภ้ให้เข็นรถจักรยานยนต์เข้าบ้าน แต่ลูกชายบอกว่าจะลงไปเก็บเอง พอลูกจับแฮนด์รถก็ถูกยิงล้มลงทันที ตนและลูกสะใภ้ตกใจมาก แต่ก็ยังพอมีสติที่จะเรียกรถพยาบาลให้มารับตัวลูก ทว่าเมื่อมาถึงแล้วกลับขี่ออกไปไม่ได้ เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุขัดขวางจนลูกชายเสียชีวิตในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแดงกล่าวว่า ลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัว และขณะนี้ลูกสะใภ้ก็ตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน ชีวิตคงลำบากมาก ซึ่งจนขณะนี้ตนก็ยังทำใจไม่ได้ที่เสียลูกไปทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ออกแถลงการณ์ว่า เหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าว ที่มีนายจีระพงศ์ วิบูลย์รัชกิจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตกเป็นผู้ต้องหาด้วยนั้น ขอชี้แจงว่านายจีระพงศ์เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สังกัดแผนกบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งอยู่ระหว่างทดลองงาน หลังเกิดเหตุ ทางมูลนิธิได้สั่งพักงานแล้ว และหากผลสรุปทางคดีมีความผิดจริงก็จะเลิกจ้างทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เดินทางไปยัง สน.บางนา ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. และตำรวจ สน.บางนา จากนั้น พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุกระทำความผิดหลายกระทง อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ได้สั่งการให้ดำเนินคดีผู้กระทำผิดทั้ง 2 ฝ่ายอย่างเด็ดขาด รวมทั้งสั่งตรวจสอบประวัติและสารเสพติดผู้ขับขี่วินจักรยานยนต์รับจ้างทุกคน ทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งทำคำร้องขออนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 4 คน ยืนยันว่าจะมีผู้ถูกดำเนินคดีมากกว่านี้แน่นอน โดยจะทยอยขออนุมัติหมายจับ รวมทั้งตรวจค้นหาของกลางที่ใช้กระทำความผิดเพิ่มเติม สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้นั้น อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนในวันเกิดเหตุทั้งหมด ส่วนที่ยังหลบหนีอีก 1 เชื่อว่ายังซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผลพิสูจน์ออกมาว่ามี 3 ชนิด กรณีมีข่าวและภาพในสื่อสังคมออนไลน์คล้ายนายวีรวัฒน์ ผู้ตาย อยู่ร่วมเหตุการณ์ตะลุมบอนด้วยนั้น หากเป็นจริง ในทางการดำเนินคดีต้องแยกส่วนกันระหว่างการร่วมกระทำความผิดและการถูกยิงเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสถานะวินจักรยานยนต์ในซอยสุขุมวิท 103 พบว่าฝั่งซอย 1 ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเมื่อเดือนมีนาคม มีนายประมุข วิเชียรดิลกกุล เป็นหัวหน้าวิน แต่ไม่ชี้ชัดว่านายประมุขเป็นผู้มีอิทธิพลในการสั่งการให้ลูกวินก่อเหตุดังกล่าว ส่วนวินจักรยานยนต์ฝั่งซอย 2 ยังไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตำรวจก็พยายามกวดขันจับกุมมาตลอด จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่าวินจักรยานยนต์ซอย 1 มีการเรียกเก็บค่าหัวคิว หากพบก็ต้องนำเรื่องส่งให้คณะกรรมการ 4 ฝ่าย คือสำนักงานเขต กรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร พิจารณา เพราะตามปกติผู้ขับขี่ไม่ต้องเสียค่าหัวคิวในการเข้าร่วมวินแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38693</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีระพงศ์ วิบูลย์รัชกิจ, ปิยะ พวงเกษร, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.นคร ทองพานิช, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, รังสรรค์ ศรไชยากร, วันชัย มงคลเข็ม, วีรวัฒน์ พึ่งครุฑ, วุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมขวัญ ง่วนกี่, แดง จิตรกระแส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190616/image_big_5d0643fd01ae6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
