<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาให้หนัก!กลาโหมส่งหลักฐานหัวคิว State Quarantine ถึงมือตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.63-ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมนำหลักฐานข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการแอบอ้างเรียกเก็บเงินค่าหัวคิวผู้ประกอบการโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวคนไทยกลับจากต่างประเทศ (State Quarantine) ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าทางกระทรวงกลาโหมไม่ได้ส่งข้อมูลมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่พัทยา จว.ชลบุรี คาดว่าข้อมูลน่าจะมีการส่งไปให้ตำรวจภูธรภาค2 ดำเนินการ พร้อมระบุทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ไม่ได้สั่งกำชับอะไรเป็นพิเศษ เมื่อมีการร้องเรียนให้ดำเนินคดีหรือตรวจสอบทางตำรวจภูธรภาค 2 ก็ดำเนินไปตามขั้นตอนอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้าน พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 กล่าวว่า ทางตำรวจภูธรภาค 2 ได้รับ​มูลหลักฐานจากทางกระทรวงกลาโหมแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายชื่อของบุคคลที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการการเรียกค่าหัวคิว ซึ่งตำรวจขอเวลาในการสืบสวนสอบข้อเท็จจริงก่อน หากบุคคลใดมีการกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือคนใน ศบค.เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ส่วน 1 ในรายชื่ออักษรย่อ &amp;quot;พ&amp;quot; ที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย อ้างว่าเป็นคนใน ศบค.และเกี่ยวข้องกับการเรียกหัวคิวนั้น ทางตำรวจยังไม่ทราบว่าเป็นใครยังไม่มีข้อมูลในส่วนนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกมาตั้งข้อสังเกตุว่าจากกรณีกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี ออกมาระบุมีกลุ่มบุคคลไม่ทราบหน่วยงานติดต่อโรงแรมขนาดใหญ่หลายแห่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยอ้างว่าจะพิจารณาคัดเลือกโรงแรม ให้เป็นสถานที่กักตัวของคนไทยที่กลับจากต่างแดนหรือ State Quarantine แลกกับการหักหัวคิว 30-40% จากเงินที่รัฐบาลจ่ายให้ 1,000 บาท ต่อรายต่อวัน แต่ยังไม่ทันที่จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทางโฆษก ศบค.ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการหักหัวคิว ถือเป็นข้อพิรุธอย่างยิ่งและควรต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66992</URL_LINK>
                <HASHTAG>(State Quarantine, &gt;โควิด 19&amp;lt;, กลาโหม, ปิยะ อุทาโย, เก็บหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccf436ab437.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 22:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 22:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยกลับจากตปท.หนีกักตัว เข้ารายงานตัวครบแล้วทั้งสิ้น 158 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;เม.ย. 63 -&amp;nbsp;เวลา 22.17&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลตำรวจโทปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผบ.ตร.&amp;nbsp;ยืนยันว่ารายงานตัวครบแล้ว 158&amp;nbsp;คนโดยมีการรายงานตัวที่สุวรรณภูมิ-รร.ที่พักรวม 110&amp;nbsp;คนและศูนย์ดำรงธรรม 48&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62094</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัว14วัน, ตำรวจ, ปิยะ อุทาโย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e843bb286695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มจะพิลึก!พฐ.ตรวจสอบวิถีกระสุนจ่อยิงเผาขนรถเปล่า&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.63- &amp;nbsp;ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ(สพฐ.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ท.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ผบช.สพฐ.) พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ &amp;nbsp;รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบก.สส.บช.น.) เดินทางมาประชุมความคืบหน้าและสังเกตการณ์ตรวจรถยนต์ส่วนตัวของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีต ผบช.สตม. ซึ่งถูกคนร้ายจำนวน 2 คนใช้อาวุธปืนยิงใส่ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. บริเวณซอยสาริกา ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ ก่อนที่คนร้ายจะขับรถหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด สอบพยานที่เกี่ยวข้อง และเร่งทำการสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าว เบื้องต้นจากการตรวจพิสูจน์รถยนต์คันที่ถูกยิง พบร่องรอยถูกกระสุนปืนยิง จำนวน 8 นัด ที่บริเวณข้างตัวรถทางซ้าย บริเวณประตูหน้า 1 นัด และประตูหลัง 7 นัด และพบหัวกระสุนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 2 หัว โดยหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) นำรถยนต์คันดังกล่าวมาตรวจพิสูจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานทั้งพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวน โดยให้พนักงานสอบสวนทำหน้าที่สอบสวน มี ผกก.สน.บางรัก เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้ควบคุมดูแล และมีรอง ผบช.น. รับผิดชอบงานสอบสวนลงไปเป็นพี่เลี้ยงคอยกำกับดูแล ส่วนการสืบสวนระดับสถานีตำรวจ รับผิดชอบสถานที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง หาพยานบุคคล วัตถุพยาน และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ในระดับกองกำกับการสืบสวน บก.น.6 คอยดูภาพรวมพยานหลักฐานที่ปรากฎ ส่วน บก.สส. จะใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการสืบสวน ซึ่งการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร และเพื่อให้กระบวนการของการสืบสวนสอบสวนเป็นไปโดยปราศจากข้อสงสัยและให้ทิศทางข่าวเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงให้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เป็นผู้ให้ข่าวเพียงผู้เดียว ส่วนข้อมูลผลการตรวจวิทยาศาสตร์ ให้ พล.ต.ท.วิเชียร เป็นหลัก ในระดับตร. ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา และพล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ให้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่เกิดเหตุยังพบหัวกระสุนปืนเพียง 2 หัว จึงเก็บผลไปเทียบเคียงทางนิติวิทยาศาสตร์ ทางพิสูจน์หลักฐานเรียกว่าระบบ ibis ระบบนี้จะตรวจสอบจากหัวกระสุน เกลียวกระสุน จึงต้องรื้อรถของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพื่อตรวจหาหัวกระสุนที่คาดว่าจะตกอยู่ในรถเพิ่มเติม เพื่อหาเอกลักษณ์ของกระบอกปืนที่ใช้ยิง นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบภาพจากวงจรปิดก่อนเกิดเหตุ7-15วันและภาพหลังเกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามคนตัวร้ายมาดำเนินคดี &amp;nbsp;ขณะนี้สอบพยานไปแล้วกว่า 6 ปาก ยังไม่ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุมีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธปืนหรือไม่ แต่จากวิถีกระสุนพบว่าเป็นการยิงเฉียงลง ในระยะประชิด อย่างไรก็ตามยืนยันว่าทุกฝ่ายจะทำงานอย่างเต็มที่ไม่ปล่อยให้คดีเงียบไปกับสายลม.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54007</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กโจ๊ก, ปิยะ อุทาโย, ยิงรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e142da94773a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แต่งตั้งแล้ว!รองสารวัตร-ผบ.หมู่ 13,973 ราย-765 รายได้ย้ายจากชายแดนใต้กลับภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.62 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองสารวัตร (สว) ถึงผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่) วาระประจำปี 2561 ว่า ขณะนี้การแต่งตั้งโยกย้ายดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยผู้บัญชาการทุกหน่วยได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง ในวันที่ 30 มิ.ย.2562 และให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2562 เป็นต้นไป พร้อมกันทุกหน่วย รวมจำนวนทั้งสิ้น 13,973 ราย แบ่งเป็นระดับ รองสว. จำนวน 3,732 ราย และระดับ ผบ.หมู่ จำนวน 10,241 ราย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเดินทางไปรายงานตัวปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ให้เสร็จสิ้นภายวันที่ 15 ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ในการแต่งตั้งวาระประจำปีนี้ มีข้าราชการตำรวจได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อาทิ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลานาน ได้ย้ายกลับภูมิลำเนา จำนวน 765 นาย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ย้ายกลับภูมิลำเนา จำนวน 69 นาย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 395 นาย อย่างไรก็ตามในบางพื้นที่หรือบางหน่วยงานที่มีเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน(อคฝ.) และสถานีตำรวจนครบาลบางแห่ง จำเป็นต้องถ่ายทอดงานให้แก่กำลังพลที่มาทดแทนให้เกิดความต่อเนื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งออกจากหน่วยงานดังกล่าว อยู่ปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวจนถึงเดือนต.ค.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกตร. กล่าวอีกว่า ในการแต่งตั้งครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นให้ความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง โดยผู้บังคับบัญชาใกล้ชิด สามารถพิจารณาจัดวางตัวบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ยืนยันไม่มีใครโดนเตะ เป็นการแต่งตั้งลงในตำแหน่งที่ว่างเท่านั้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับการร้องขอกลับภูมิลำเนา หรืออุปการะครอบครัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ มุ่งมั่นให้การแต่งตั้งระดับรองสว. ถึง ผบ.หมู่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ใกล้ชิด และติดต่อให้บริการกับประชาชนโดยตรง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถจัดคนได้ตรงกับงาน เพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น หน่วยต่างๆ สามารถบริหารสถานภาพกำลังพลให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและสังคมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41027</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะ อุทาโย, สตช., สารวัตร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6fafd3211d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
