<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตุ๊ก’ขึ้นศาลยื่นฟ้อง คนโพสต์‘ล้มบอล’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เดอะตุ๊ก&amp;quot; ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย พร้อมลูกชาย &amp;quot;แตงโม&amp;quot; ขึ้นศาลฟ้องนายทรงชัย พัฒนศิลาพร เกรียนคีย์บอร์ด กระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาให้ได้รับความเสียหาย ด้วยการโพสต์ข้อความลงในเพจฟุตบอลทีมชาติไทยเกี่ยวกับ &amp;quot;ล้มบอล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ส.ค.64 ที่ผ่านมา &amp;quot;เดอะตุ๊ก&amp;quot; น.อ.ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตนักฟุตบอลกองหน้าทีมชาติไทยชื่อดัง เจ้าของฉายา &amp;quot;เพชฌฆาตหน้าหยก&amp;quot; และ &amp;quot;แตงโม&amp;quot; นายพงษ์พิสุทธิ์ &amp;nbsp;ผิวอ่อน อายุ 35 ปี บุตรชาย พร้อมทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทรงชัย พัฒนศิลาพร อายุ 35 ปี ชาว กทม. เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาให้ได้รับความเสียหาย กรณีที่นายทรงชัยโพสต์ข้อความลงในเพจฟุตบอลทีมชาติไทย ประเด็นที่โจทก์เคยเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย แล้วมีเรื่องราวเกี่ยวกับการ &amp;quot;ล้มบอล&amp;quot; ซึ่งเป็นความเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำฟ้องโจทก์สรุปว่า เมื่อระหว่างต้นเดือน ส.ค.2564 ถึงวันที่ 3 ส.ค.2564 นายทรงชัยใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ &amp;quot;Songchai Pattarasilapom&amp;quot; (Sta boy) โพสต์ข้อความเปิดเป็นสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงทำนองว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่เอาปิยะพงษ์ แน่นอน ได้แชมป์ไทยลีก ตอนคุมทีมสโมสรทหารอากาศ ถ้าไม่มีเรื่อง (ล้มบอล).....ก็ไม่ได้หรอก &amp;rdquo; ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นบุคคลที่มีเรื่องเสื่อมเสียในวงการฟุตบอลของประเทศไทย โจทก์ไม่มีความสามารถและเหมาะสมที่จะเป็นโค้ชหรือผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งข้อความดังกล่าวโจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้องหรือมีพฤติการณ์ในการล้มบอลที่จำเลยกล่าวอ้าง และภายหลังที่จำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าวแล้ว ได้มีประชาชนทั่วไปส่งข้อความเข้ามาสอบถามถึงเรื่องที่จำเลยโพสต์กล่าวอ้างในเพจนั้นว่าความจริงเป็นอย่างไร ทำให้เกิดความเสียหายแก่วงการฟุตบอลของไทยรวมทั้งตัวโจทก์เองที่ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชื่อเสียงของโจทก์ที่กระทำมาตลอดที่เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. และทั่วราชอาณาจักร โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1873/2564 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันที่ 15 พ.ย.เวลา 13.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.อ.ปิยะพงษ์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เรื่องนี้เนื่องจากแตงโม บุตรชาย ไปเห็นข้อความในเพจฟุตบอลซึ่งมีข้อความที่ไม่น่ารัก เขาก็เลยอยากจะปกป้องศักดิ์ศรีของตน แต่ตนนั้นไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเลยเวลาแล้ว อายุเยอะแล้ว ก็แค่มาเซ็นเป็นตัวแทนให้กับทนายความ และแตงโม ที่อยากจะปกป้องศักดิ์ศรีในเรื่องที่เขาต้องการเท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพงษ์พิสุทธิ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วคุณพ่อเป็นคนสบายๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ส่วนตัวแตงโมนั้น ยุคที่คุณพ่อเล่นฟุตบอลก็เจอเรื่องราวแบบนี้มาตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี รู้สึกว่าเรื่องราวผ่านมานานแล้ว คุณพ่อก็เป็นคนที่สร้างชื่อเสียงและรับใช้ประเทศชาติ ไม่อยากให้ใครกล่าวให้ร้ายคุณพ่อ สมัยเป็นเด็ก เจอเรื่องราวแบบนี้มาเยอะแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ เจอเพื่อนล้อ เพื่อนว่า และโดนเพื่อนบูลลี่ แต่ตอนนี้เมื่อโตแล้วก็ทราบขั้นตอนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร จึงขอใช้สิทธิทางกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะเรื่องราวเหล่านี้ไม่มีใครอยากให้คนมาต่อว่าคุณพ่อของผม ตลอด 30 ปี จริงๆ แล้วเนี่ยถ้าถามว่าคุณพ่อเคยเจอเยอะไหม ผมว่าเป็นหมื่นเคส แต่ว่าก็มีคนส่งข้อความ โทร.มาขอโทษผมเยอะมาก หลังจากที่ผมโพสต์อันนี้ออกไป ซึ่งผมก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะเราไม่ได้จะไปฟ้องทุกคน แต่ฟ้องเพียงคนเดียวถือว่าน้อยมาก เพื่อให้เป็นตัวอย่างว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใคร จริงๆ คุณพ่อไม่ได้ติดใจอะไร แต่ตัวผมในฐานะเป็นลูก ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ชีวิตผมจะต้องอยู่กับตรงนี้อีกนาน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษ์พิสุทธิ์ยังกล่าวอีกว่า ข้อความที่เขาโพสต์นั้น ปรากฏในกลุ่มเพจเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติไทยที่มีผู้ติดตาม 7-8 แสนคน ซึ่งมีประชาชนที่เห็นข้อความเยอะ ทำให้กระทบกับคุณพ่อ ส่วนเรื่องค่าเสียหายจะให้ทนายความดำเนินการต่อไป อาจจะต้องดำเนินการฟ้องแพ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.โฟกัส จีระกุล ดารา นักแสดง พร้อมด้วยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ได้นำเอกสารหลักฐานมายื่นฟ้องนายสำราญ นุจเจริญ ซึ่งเป็นบุคคลที่โพสต์ข้อความให้ น.ส.โฟกัสได้รับความเสียหาย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายษิทรากล่าวว่า วันนี้มาฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดที่ได้ไปโพสต์ในกลุ่มข่าวกลุ่มหนึ่ง มีคนเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก ทำให้ น.ส.โฟกัสได้รับความเสียหาย โดยเรารวบหลักฐานและรายชื่อได้ทั้งหมด 33 คน จะทยอยฟ้อง แต่วันนี้จะยื่นฟ้องนายสำราญก่อน 1 ราย เนื่องจากโพสต์บ่อยกว่าคนอื่นๆ มีชื่อและนามสกุลชัดเจน มีการโพสต์ถึง น.ส.โฟกัสว่าไม่ดี มีการแคปภาพไปว่าในทางเสียหายในเรื่องส่วนตัว จำนวน 2 ครั้ง โดยจะเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ในส่วนของการไกล่เกลี่ย ต้องดูว่าเขามาแล้วสำนึกผิดหรือไม่ แล้วจะมีการเยียวยาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.โฟกัสกล่าวว่า ความจริงปล่อยมานานแล้ว ไม่คิดว่าจะฟ้องใคร ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่เขาก็ยังเลือกวิจารณ์เราแบบนี้อยู่ ก็ต้องลองเป็นกรณีตัวอย่างดู ส่วนจะไกล่เกลี่ยกันอย่างไรนั้น อย่างแรกก็ต้องมาเจอกันก่อน มารับฟังข้อกล่าวหา แล้วค่อยว่ากันอีกที ซึ่งอยากให้เป็นกรณีตัวอย่าง จริงๆ อยากรับคำขอโทษเป็นเงินเท่านั้น เพราะเขาจะได้คิดก่อนพูดหรือโพสต์อะไรไป เพราะมันทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 1874/2564 พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ วันที่ 15 พ.ย. เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112730</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนโพสต์, ทรงชัย พัฒนศิลาพร, ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, ผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, ล้มบอล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียนคีย์บอร์ด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ‘ตุ๊ก’ขึ้นศาลยื่นฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6111156958cbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยะพงษ์&#039; ควงลูกชายขึ้นศาลฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด หมิ่น &#039;ล้มบอล&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.64 - น.อ.ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อายุ 61 ปี อดีตศูนย์หน้านักฟุตบอลทีมชาติไทยชื่อดัง เจ้าของฉายา &amp;quot;เพชรฆาตหน้าหยก&amp;quot; และนายพงษ์พิสุทธิ์ &amp;nbsp;ผิวอ่อน หรือ แตงโม อายุ 35 ปี บุตรชาย พร้อมทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทรงชัย พัฒนศิลาพร อายุ 35 ปี ชาวกทม. เป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาให้ได้รับความเสียหาย กรณีที่นายทรงชัย โพสต์ข้อความลงในเพจฟุตบอลทีมชาติไทย ประเด็นที่โจทก์เคยเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย &amp;nbsp;แล้วมีเรื่องราวเกี่ยวกับการ &amp;quot;ล้มบอล&amp;quot; ซึ่งเป็นความเท็จ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับคำฟ้องโจทก์ สรุปว่า เมื่อระหว่างต้นเดือน ส.ค. 2564 ถึงวันที่ 3 ส.ค. 2564 นายทรงชัยใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ&amp;quot;Songchai Pattarasilapom&amp;quot; (Sta boy) โพสต์ข้อความเปิดเป็นสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงทำนองว่า &amp;ldquo;ไม่เอาปิยะพงษ์ แน่นอน ได้แชมป์ไทยลีก ตอนคุมทีมสโมสรทหารอากาศ ถ้าไม่มีเรื่อง(ล้มบอล).....ก็ไม่ได้หรอก &amp;rdquo; ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปเข้าใจว่า โจทก์เป็นบุคคลที่มีเรื่องเสื่อมเสียในวงการฟุตบอลของประเทศไทย โจทก์ไม่มีความสามารถและเหมาะสมที่จะเป็นโค้ชหรือผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย &amp;nbsp;ซึ่งข้อความดังกล่าว โจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้องหรือมีพฤติการณ์ในการล้มบอลที่จำเลยกล่าวอ้าง และภายหลังที่จำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าวแล้ว ได้มีประชาชนทั่วไปส่งข้อความเข้ามาสอบถามถึงเรื่องที่จำเลยโพสต์กล่าวอ้างในเพจนั้นว่าความจริงเป็นอย่างไร ทำให้เกิดความเสียหายแก่วงการฟุตบอลของไทยรวมทั้งตัวโจทก์เองที่ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชื่อเสียงของโจทก์ที่กระทำมาตลอดที่เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เหตุเกิดที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.และทั่วราชอาณาจักร โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1873/2564 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์วันที่ 15 พ.ย.เวลา13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.อ.ปิยพงษ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า เรื่องนี้เนื่องจากแตงโม บุตรชายไปเห็นข้อความในเพจฟุตบอลซึ่งมีข้อความที่ไม่น่ารัก เขาก็เลยอยากจะปกป้องศักดิ์ศรี แต่ตนนั้นไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเลยเวลาแล้ว อายุเยอะแล้ว ก็แค่มาเซ็นต์เป็นตัวแทนให้กับทนายความ และแตงโม ที่อยากจะปกป้องศักดิ์ศรีในเรื่องที่เขาต้องการเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ด้านนายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วคุณพ่อเป็นคนสบายๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ส่วนตัวแตงโมนั้น ยุคที่คุณพ่อเล่นฟุตบอลก็เจอเรื่องราวแบบนี้มาตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี รู้สึกว่าเรื่องราวผ่านมานานแล้ว คุณพ่อก็เป็นคนที่สร้างชื่อเสียงและรับใช้ประเทศชาติ ก็ไม่อยากให้ใครกล่าวให้ร้ายคุณพ่อ สมัยเป็นเด็ก เจอเรื่องราวแบบนี้มาเยอะแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ เจอเพื่อนล้อ เพื่อนว่า และโดนเพื่อนบูลลี่ แต่ตอนนี้เมื่อโตแล้วก็ทราบขั้นตอนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร จึงขอใช้สิทธิทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพราะเรื่องราวเหล่านี้ไม่มีใครอยากให้คนมาต่อว่าคุณพ่อของผม &amp;nbsp;ตลอด 30 ปี จริงๆ แล้วเนี่ย ถ้าถามว่าคุณพ่อเคยเจอเยอะไหม ผมว่า เป็นหมื่นเคส แต่ว่าก็มีคนส่งข้อความ โทรมาขอโทษผมเยอะมาก หลังจากที่ผมโพสต์อันนี้ออกไป ซึ่งผมก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะเราก็ไม่ได้จะไปฟ้องทุกคน แต่ฟ้องเพียงคนเดียวถือว่าน้อยมาก เพื่อให้เป็นตัวอย่างว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใคร จริงๆ คุณพ่อไม่ได้ติดใจอะไร แต่ตัวผมในฐานะเป็นลูกถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ชีวิตผมจะต้องอยู่กับตรงนี้อีกนาน&amp;rdquo; นายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าวและว่า ข้อความที่เขาโพสต์นั้น ปรากฏในกลุ่มเพจเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติไทยที่มีผู้ติดตาม 7-8 แสนคน ซึ่งมีประชาชนที่เห็นข้อความเยอะ ทำให้กระทบกับคุณพ่อ ส่วนเรื่องค่าเสียหายจะให้ทนายความดำเนินการต่อไป อาจจะต้องดำเนินการฟ้องแพ่งด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d4ec0cc77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แตงโม’ควง‘ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน’เผยจุดเปลี่ยนหลังมรสุมชีวิตใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคู่ซี้พ่อลูกสายฟุตบอล แตงโม พงษ์พิสุทธิ์ และคุณพ่อตุ๊ก-ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ที่วันนี้มาเผยจุดเปลี่ยนหลังมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องงานน้อยลง เรื่องหยาบคายกับภรรยา ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ช่วงนี้ไม่ได้เจอหน้าจอ ไปทำอะไรอยู่บ้าง?
คุณพ่อปิยะพงษ์ : หลวมตัวไปทำรายการกับแตงโมในยูทูบครับ ในช่วงที่มีโควิดระบาดก็ต้องเปลี่ยนวิธีการ เปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนรูปแบบการบริหาร จัดการ วิธีการทำงานทั้งหมด เพราะว่าเราไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้

ตอนนั้นฉายา เดอะตุ๊ก ดังขนาดไหน?
คุณพ่อปิยะพงษ์ : ผู้สื่อข่าวเป็นคนตั้งให้มากกว่า เดอะตุ๊กน่าจะเป็นช่วงวัยกลางคน และอาวุโสมากขึ้นก็เลยเติมเดอะเข้าไป

แตงโมรู้ไหมสมัยก่อนพ่อดังขนาดไหน?
แตงโม : ผมเกิดมาไม่ทันที่คุณพ่อแตะฟุตบอลอยู่เกาหลี แตะทีมชาติ คือไม่ทัน มาทันช่วงปลาย ประมาณว่าใกล้จะเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว มันก็เกิดไอเดียเกิดคำถาม จริงๆแล้วไม่ใช่ผมคนเดียวเท่านั้น ผมว่าน้องๆ สมัยใหม่ อาจจะรู้จักคุณพ่อ แต่ว่าไม่รู้ว่าปิยะพงษ์เล่นเป็นยังไง มันก็เลยทำให้เกิดไอเดียว่าผมอยากรู้ แล้วก็ถามแทนทุกคนเลยว่าปิยะพงษ์เก่งจริงหรอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

คุณพ่อมีความรู้สึกอยากให้ลูกเดินตามการเป็นนักบอลแบบเราไหม?
คุณพ่อปิยะพงษ์ : เป็นตามธรรมชาติเลยครับ ลูกของนักฟุตบอลส่วนใหญ่ก็คิดกันแบบนี้ ไม่ว่าในระดับโลก หรือในระดับเอเชีย หรือเขาเรียกว่าวัฒนธรรมทางจิตใจ แล้วแตงโมเขาบอกว่าทั้งชอบและรัก ตอนนั้นผมก็เลยขายตึก ผมซื้อไว้เผื่อตอนแก่ ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว ส่งเขาไปเรียนที่อังกฤษครับ

แตงโม : แต่ว่าผมไป ผมก็ไปเริ่มเล่นฟุตบอลที่นั่น โชคดีเหมือนกัน ตอนแรกถ้าไปแล้วคัดไม่ติด คุณพ่อน่าจะต้องจ่ายเงินปีละหลายล้าน แต่ก็เบาภาระไปได้บ้าง เพราะไปคัดโรงเรียนติด ได้เรียนฟรี แล้วมีค่าเดินทางให้ด้วยนิดหน่อย ส่วนค่ากินคุณพ่อออกไป แต่ว่ามันก็มีอาการบาดเจ็บ มันก็เจ็บนู่น เจ็บนี่ เจ็บเยอะไปหมดในเส้นทางของนักกีฬา พอช่วงเจ็บผมก็มีโอกาสลองงานใหม่ๆ เข้าวงการบันเทิงบ้าง มาทำนู่น ทำนี่บ้าง แล้วก็เลยเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนนิดนึง มันเหมือนคนอยากจะฝัน อยากเป็นนักกีฬา อยากจะพุ่งไปข้างหน้า แต่ผมรู้อยู่แล้ว ตอนนั้นประมาณ 20 ว่าคุณพ่อมองเห็นแล้วว่าเราจะไปได้ระดับทีมชาติไหม จะเป็นเบอร์1 ไหม หรือจะติด 11 ตัวจริงไหม แต่เขาไม่ได้พูดไง เพราะมันดับฝันเด็ก ผมต้องรู้ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาทำงานสายบันเทิง คือฟุตบอลเขาไม่ให้เล่นต่อครับ เมื่อกี้ถามพ่อว่าพ่อเก่งจริงไหม ถ้ากลับมาถามผมว่าผมเก่งจริงไหม ผมตอบได้ง่ายๆเลยเก่ง ปัจจุบันนี้ผมจะเลิกเหรอ ทุกคนจะได้หายสงสัย


ในจุดเปลี่ยนนั้นเราคิดไหมว่าคุณพ่อจะเสียใจ?
แตงโม : ไม่หรอกครับ เขาน่าจะออกแนวดีใจเลย ผมรู้ด้วยตัวเองว่านั่นไม่ใช่เวของผม ผมไม่ใช่คุณพ่อที่เป็นระดับโลก ผมว่ามันไม่ใช่ทางของผม ผมไม่ฝืน ผมอยากจะหาเวตัวเองที่เดินไปได้สุดทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

สมัยก่อนเจอแตงโมเยอะมาก แล้วมันค่อยลดลง เพราะอะไร?
คุณพ่อปิยะพงษ์ : เส้นด้ายระหว่างความก้าวร้าวกับความตลกมันใกล้กันนิดเดียว อยู่ที่มุมมองของผู้คน แต่ช่วงนั้นเผอิญแตงโมออกไปมันดูเหมือนมีความก้าวร้าวมากกว่าความน่ารัก

แตงโม : ตอนแรกก็คือเรื่องของคาแร็คเตอร์ คือผมก็พยายามสร้างตัวตนออกมา แต่เราก็ไม่รู้หรอกว่าผู้ชมต้องการอะไร บางทีอาจจะพูดเยอะ บางทีอาจจะตะโกนออกไปทั้งๆที่เราติดไมค์โครโฟนอยู่แล้ว แล้วบางทีเราอาจจะไม่ได้ถูกใจใครร้อยเปอร์เซ็นต์ มันก็เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมา เพื่อให้เป็นแตงโมเมื่อก่อน ซึ่งพอมาในปัจจุบันเราก็ได้อ่านคอมเมนต์ เราก็เคยคิดนะว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ แต่ถ้าเราไม่ทำแบบนั้น มันอาจจะไม่มีงานเลยก็ได้ ผมก็เลยลองนึกย้อนกลับไปว่าเมื่อก่อน เราเคยทำอะไรมา มันก็เป็นแต่ละช่วง แต่ละเวลาที่กระแสมันเป็นแบบไหน ซึ่งผมเลือกที่เป็นแบบนั้น แต่พอมานั่งคิดเป็นแบบนั้นมันไม่ค่อยเวิร์ก

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ สิ่งที่อยากกลับไปแก้คืออะไร?
แตงโม : ผมไม่เคยอยากกลับไปแก้อะไร แต่เราจำเอาไว้ว่าเราผิดพลาดอะไร แล้วเราเอากลับมาเป็นบทเรียน เราทำวันนี้ดีกว่า เพื่อให้วันพรุ่งนี้มันดีขึ้น ซึ่งผมได้ฟังคนหนึ่ง ชีวิตผมเปลี่ยนเพราะคนนี้เลย ฌอน บูรณะหิรัญ ผมรู้สึกว่าการที่คนเรามองบวกได้ มันจะทำให้ชีวิตก้าวหน้า

แสดงว่าตอนนี้คิดได้แล้ว
แตงโม : คิดได้ดิ เขาบอกวว่ามนุษย์จะคิดไม่ได้จนถึงจุดที่ต่ำ

อีกหนึ่งจุดที่มันผลักให้หลังติดกำแพงก็คือช่วงที่เคยแต่งงาน 8 เดือนแล้วเลิกเลย ช่วงนั้นมรสุมชีวิตเยอะไหม?
แตงโม : จริงๆ แล้วมันเป็นช่วงชีวิต ทุกคนมีขึ้นมีลง มันไม่มีใครลงตลอด และขึ้นตลอด แต่ว่าตอนที่เราลง เราทำยังไงให้เราดีดตัวเองขึ้นมาให้ได้ ผมบอกได้เลยไม่ต้องมีสูตรอะไรเยอะแยะ คุณแค่พัฒนาตัวเอง

คุณพ่อมีอะไรอยากจะสอนลูกไหม?
คุณพ่อปิยะพงษ์ : ไม่มีแล้วครับ เพราะประสบการณ์เป็นสิ่งที่สอนเขาอยู่แล้ว ทุกวันนี้เขาคิดได้ ใครที่คิดได้ก่อนก็ทำให้ทุกอย่างมันมาเร็วขึ้น ผมไม่เคยการันตีเขามาก่อนในชีวิต การันตีได้เลย เป็นคนดีจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68409</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, แตงโม พงษ์พิสุทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee1e0bcd18ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกดวลแข้งการกุศลรำลึก&#039;จ่าแซม-ฮีโร่ถ้ำหลวง&#039;ธารน้ำใจช่วยครอบครัว4.7แสนบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ก.ค.61-เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ณ.สนามราชมังคลากีฬาสถาน&amp;nbsp; กลุ่มเพื่อน SEAL และศิลปินเพลงเพื่อชีวิต นำทัพโดย น้าหงา คาราวาน- สุรชัย จันทิมาธร ,น้าซู-ระพินทร์ พุฒิชาติ ,ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตทีมชาติไทย สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก&amp;nbsp; ดาว ขำมิน&amp;nbsp; ,ทีมนักเรียนนายเรือ96 ,ทีมนิด้า และทีมศิลปินดารา จัดกิจกรรมแข่งขันฟุตบอลการกุศลนัดพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เพื่อรำลึกถึง วีรบุรุษถ้ำหลวง - นาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือ หน่วยซีล ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจรช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชน หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต จากถ้ำขุนหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การแข่งขันผลปรากฎว่า ทีมซีล ชนะ ทีมคาราวาน 2-1 คว้าโล่ห์จ่าแซมเป็นรางวัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ก่อนปิดงาน พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล เป็นตัวแทนส่งมอบโล่ห์ให้ทีมผู้ชนะ และมอบเงินที่ได้จากการรับบริจาครวม 473,622.50 บาท ให้แก่นางวรีพร กุนัน ภริยาจ่าแซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขอบคุณภาพจากส่วนหนึ่ง&amp;nbsp; FB : Chayanin Thuanklin และ FB สุรชัย จันทิมาธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14204</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่าแซม, น้าซู, น้าหงา คาราวาน, ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, พล.ร.ต. อาภากร อยู่คงแก้ว, ราชมังคลากีฬาสถาน, สมรักษ์ คำสิงษ์, หน่วยซีล, ฮีโร่ถ้ำหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5a80c3b1e6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่าด้วยเรื่องการเมืองกับการบอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูๆ ชักจะเริ่มๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว...สำหรับบรรยากาศการเชียร์บอล บ้าบอล ของบ้านเรา ต้อนรับการมาเยือนของมหกรรมฟุตบอลโลก 2018 ณ ประเทศรัสเซียเขา คือเริ่มมีการแบ่งพื้นที่ จัดสรรพื้นที่ ให้กับเรื่องราวฟุตบอลโลก แทนที่จะช่วงชิงพื้นที่ให้กับการดุ ด่า ว่ากล่าว ฝ่ายตรงข้าม หรือฝ่ายที่ไม่ชอบใจ ถูกใจ ตัวเองเป็นหลัก พอไปถึงช่วงกลางเดือนมิถุนาฯ ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงหายไปตามกระแส หรือคงกลบกระแสข่าวทุกเรื่อง ทุกราว ได้ครบหมด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงจังหวะนั้น...ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านคงไม่ต้องเสียเวลาไปวี้ดๆ แว้ดๆ ใครต่อใครอีกแล้ว เพราะส่วนใหญ่คงหันไปพูดถึง โรนัลโด พูดถึง เนย์มาร์ พูดถึง เมสซี ฯลฯ ไม่คิดจะพูดถึงรัฐบาล คสช. แม้แต่นิดเดียวเอาเลยก็ไม่แน่ เพราะขนาดตัว บิ๊กตู่ เองก็เริ่มพูดถึงเรื่องบง เรื่องบอล ขึ้นมามั่งแล้ว วานนี้...ขณะไปเป็นประธานเปิดงานเสวนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เห็นว่าถึงกับหยิบเอาการเล่นบอล มาเปรียบเทียบ อุปมา-อุปไมย กับการบริหารประเทศไทยเอาเลยถึงขั้นนั้น แจกแจงภาระหน้าที่ของกองหน้า กองกลาง กองหลัง โค้ช ผู้ดู ผู้เล่น เอาไว้เสร็จสรรพ ก่อนหันไป แง็บ สื่อ บางสื่อ ติดปลายนวมเอาไว้มั่งเล็กน้อย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม...ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบอล หรือเรื่องการบริหารประเทศ คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า โดยลักษณะอาการของ ทีมไทย มาโดยตลอด ส่วนใหญ่...มักมีปัญหาในเรื่อง ตัวจบสกอร์ นั่นแหละเป็นหลัก ล่าสุด...นัดอุ่นเครื่องกับ ทีมจีน ที่เจอเข้าไป 2-0 พูลสวัสดิ์ ปัญหาก็คือขาดตัวยิง ตัวจบสกอร์ ที่ฝีตีนนิ่งๆ ไม่ซัดส่ายไป-มา ไม่ยิงนก ตกปลา ไปตามเรื่อง ตามราว เหมือนอย่างครั้งที่เคยมี ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน หรือ เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง อะไรทำนองนั้น หรือขาด กองหน้าตัวเป้า ที่สามารถทะลุเข้าทำประตูคู่ต่อสู้ได้อย่างเป็น เป็นราว มีแต่ประเภทเป้าขาด หรือตีนบอด ซะเป็นหลัก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในเรื่องของ ความเป็นทีม นั้น...ต้องถือว่ายกระดับ พัฒนา ขึ้นมามิใช่น้อย จาก ลักษณะประจำชาติ ที่ถ้าเล่นอะไรกันเป็นทีมเมื่อไหร่ มักต้องหันมาเตะกันเอง หรือด่ากันเองซะเป็นหลัก แต่ถ้าเดี่ยวๆ...แบบมวยไทยแล้วล่ะก็ ตั้งแต่ยุค นายขนมต้ม มาแล้ว เรียกว่า...ไม่เคยแพ้ชาติใด ชาติหนึ่ง โดยเด็ดขาด แต่หลังๆ มานี้...จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ การเล่นอะไรกันเป็นทีม ก็พอจะสู้เขาได้ ไม่ว่าในระดับชาติ หรือระดับโลกก็ตาม โดยเฉพาะ ทีมหญิง ไม่ว่าจะเป็น วอลเลย์บอล หรือ แบด ต่างแสดงให้เห็นถึงความเป็นหญิงไทยใจสู้ ไปพร้อมๆ กับความเป็นทีม ได้อย่างน่าทึ่ง น่าประทับใจเอามากๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนฟุตบอลนั้น...ในแง่ของความเป็นทีมก็ยังถือว่าพอใช้การได้ ไม่ว่าทีมชาย หรือทีมหญิง โดยเฉพาะทีมหญิงถึงกับสามารถหลุดเข้าสู่บอลโลกได้เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว เหลือแต่ทีมชาย ที่แม้ว่าความเป็นทีมพอสู้ๆ กับใครเค้าได้ แต่ดันมาขาด ตัวจบสกอร์ นั่นเอง ถ้าว่ากันตามภาษาบอล ก็คือ ขาดจินตนาการในการทำประตู อยู่พอสมควร พอเจอฟุตบอลเข้าเท้า ก็หนักไปทางยิงนก ตกปลา แม่นคาน แม่นเสา อะไรไปตามเรื่อง แม้จะลงทุนจ้างโค้ชบราซิลก็แล้ว อังกฤษก็แล้ว ยุโรปตะวันออกก็แล้ว แต่แข้งขามันก็ยังไม่นิ่ง เห็นอะไรเป็นหวด เป็นเตะโด่ง เตะออก จนแฟนบอลจำนวนไม่น้อย มันเลยกล่าวหาว่า เสียของ ไปโน่นเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...คงต้องเทรน คงต้องปรับกันอีกเยอะ ไม่ก็ต้องสอดส่ายสายตาหาใคร คว้าตัวใครมาร่วมทีม โดยเฉพาะประเภทที่จบสกอร์ได้แม่นๆ แบบพอรับประกันได้ อย่าเลือกเอาแต่เฉพาะประเภททีมปราสาทสายฟ้า ทีมสุโขทัยเรียงหิน ทีมนครปฐมเอฟซี ฯลฯ อะไรประมาณนั้น แม้ว่าประเภทนี้มันอาจซื้อง่าย ขายคล่อง ดึงตัว หรือดูดตัวมาเข้าร่วมทีมได้ง่าย แต่เผลอเมื่อไหร่...มันอาจโดดเตะก้านคอเพื่อนร่วมทีมเดียวกัน แบบที่เคย บรรหาร...เตี๊ยบๆ อะไรทำนองนั้น แทนที่จะยกระดับไปบอลโลก อาจต้องกลายเป็น บอลโรค ติดโรคงอมแงมกันไปทั้งทีม ต้องแพ้เพราะเพื่อน พังเพราะเพื่อน ไปโดยตลอด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากตัวจบสกอร์แล้ว...กองหลัง กองกลาง ก็คงต้องปรับตัว เปลี่ยนตัว อยู่บ้าง จะปล่อยให้ลิเบอโรที่แก่แสนแก่ แถมเพิ่งไปทำ บายพาส หัวใจมาไม่รู้กี่เส้นต่อกี่เส้น มายืนเป็น ตัวกวาด แบบเดิมๆ คงไม่ได้อีกแล้ว ไม่งั้น...กลายเป็นหลุม เป็นบ่อ โดนกองหน้าฝ่ายตรงกันข้าม หลุดกับดักเช็กล้ำหน้าเพราะ แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน&amp;nbsp; ทะลุเข้ามาทำประตูจนพรุนแล้ว พรุนเล่า ยิ่งกว่า ลิเวอร์พรุน ซะอีก ส่วนมิดฟิลด์ตัวจ่าย ไม่ว่าเกมรุก เกมรับ ก็คงต้องปรับอีกเหมือนกัน เพราะจ่ายไปเข้าตีนของใครก็ไม่รู้ เผลอๆ ถูกกล่าวหาว่าจ่ายเข้ากระเป๋าตัวเองซะอีกต่างหาก อันนี้นี่แหละ...คงต้องหาทางปรับ หาทางเปลี่ยนเสียแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับทีมโหดๆ ยิ่งกว่าทีมเกาหลีเหนือ ซึ่งออกอาการกระเหี้ยนกระหือรือซะเหลือเกิน สำหรับช่วงเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอ่ออ์อ์อ์...ไปๆ-มาๆ หลุดไปนอกเรื่อง นอกราว ตอนไหน อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ แทนที่จะว่ากันเรื่องบอล ดันเผลอหลุดเข้าไปในเรื่องการบ้าน การเมือง จนได้ ก็เอาเถอะ...เอาเป็นว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ ในเมื่ออดีตทหารที่ต้องแปรสภาพมาเป็นนักการเมืองอย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านยังต้องเอาเรื่องการเมืองมาผสมผสานกับการบอล จนกลายเป็นข่าวคราวดังที่กล่าวไปแล้ว ระหว่างที่กระแสบอลโลก ยังไม่ถึงกับกลบกระแสข่าว ช่วงชิงพื้นที่ข่าวทุกเรื่อง ทุกราว ก็คงต้องออกมาในแนวนี้นั่นแหละทั่น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Lewis Grizzard... The game of life is a lot like football. You have to tackle your problems, block your fears, and score your points when you get the opportunity. &amp;ndash; เกมชีวิตก็เหมือนกับการเล่นอเมริกันฟุตบอล คุณจะต้องสกัดกั้นปัญหา ป้องกันความกลัว และทำคะแนนในทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10768</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ท่านขุนน้อย, นายขนมต้ม, บายพาส, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประเทศรัสเซีย, ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, ฟุตบอลโลก 2018, ลิเวอร์พรุน, เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง, เนย์มาร์, เมสซี, โรนัลโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
