<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง &#039;ปิยะสกล สกลสัตยาทร&#039; ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63 - ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายปิยะสกล สกลสัตยาทร ให้ดำรงตำแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล แทนตำแหน่งที่ว่าง ตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ นั้น ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดลครั้งที่ ๕๕๔(๓/๒๕๖๓) เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓ เห็นว่า นายปิยะสกล สกลสัตยาทรจะครบวาระการด ารงต าแหน่งในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓ จึงได้มีมติเห็นชอบให้เสนอขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายปิยะสกล สกลสัตยาทร ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล ต่อไปอีกวาระหนึ่ง และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
สุวิทย์ เมษินทรีย์
รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75195</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะสกล สกลสัตยาทร, มหาวิทยาลัยมหิดล, ราชกิจจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2018 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีสุขภาพไทยพุ่งพรวดขึ้นอันดับ27ของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้จัดทำดัชนีประสิทธิภาพระบบสุขภาพ (health care efficiency index) เพื่อจัดอันดับประเทศที่มีความคุ้มค่าด้านระบบดูแลสุขภาพ โดยคำนวณเปรียบเทียบระหว่างค่าใช้จ่ายกับอายุขัยโดยเฉลี่ยของคนในประเทศ โดยล่าสุดปี 2561 พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 ของโลกจาก 56 ประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ซึ่งอยู่ในอันดับ 41 หรืออันดับดีขึ้นมากถึง 14 อันดับ นับเป็นประเทศที่สามารถพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมากที่สุดในดัชนีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าวต่อว่า ค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพต่อประชากร 1 คนนั้น ลดลงอยู่ที่ 219 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7,086 บาท และอายุเฉลี่ยของประชากรไทยในปีนี้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 75.1 ปี นอกจากนี้ ในรายงานยังระบุด้วยว่าเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากอีกด้วย ทั้งนี้ หากจัดอันดับภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไทยอยู่ในอันดับที่ 9 ตามหลังฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ไต้หวัน นิวซีแลนด์ และจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศที่มีดัชนีประสิทธิภาพระบบสุขภาพปัจจุบันที่ดีที่สุด 5 อันดับ คือ ฮ่องกง รองลงมาคือ สิงคโปร์ สเปน อิตาลี และเกาหลีใต้ โดยฮ่องกงมีค่าใช้จ่ายการดูแลสุขภาพต่อประชากร 1 คนที่ 2,222 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7.19 หมื่นบาท และมีอายุคาดเฉลี่ยที่ 84.3 ปี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18210</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีประสิทธิภาพระบบสุขภาพ, บลูมเบิร์ก, ประเทศไทย, ปิยะสกล สกลสัตยาทร, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6adce2c72a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
