<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พีดีเฮ้าส์เชื่อปี 62 ธุรกิจรับสร้างบ้านยังคึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมกำลังซื้อและการตัดสินใจสร้างบ้านของผู้บริโภคในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมามีแนวโน้มขยายตัว ซึ่งจากการสอบถามและเก็บข้อมูล เกี่ยวกับความต้องการสร้างบ้านของกลุ่มเป้าหมายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีกำลังซื้อและความต้องการส่วนหนึ่ง ชะลอการตัดสินใจมาตั้งแต่ช่วงกลางปี เหตุเพราะมีความกังวลกับฤดูกาลที่ปีนี้ฝนตกชุกเกือบตลอดปี ดังนั้น แนวโน้มการตัดสินใจสร้างบ้านจึงน่าจะเริ่มในช่วงปลายปี-ต้นปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังมีกำลังซื้อและความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคอีกพอสมควร ซึ่งอาจตัดสินใจไม่ทันหรือรอดูสถานการณ์หลังปีใหม่ก่อน จึงจะกล้าตัดสินใจลงทุนเรื่องสร้างบ้าน ทั้งนี้ในส่วนของบริษัทฯ เองก็มีการปรับตัวและเตรียมความพร้อมทุกด้านไว้แล้ว รวมถึงการบริหารความเสี่ยงที่อาจจะมีผลกระทบต่อบริษัทฯ อาทิ ต้นทุนในอนาคตที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ปัญหาแรงงานขาดแคลน ฯลฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวทางการดำเนินงาน บริษัทมีแผนบริหารจัดการความเสี่ยง โดยเฉพาะในแง่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงานที่ขาดแคลน บริษัทได้มีการเจรจาหารือและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากคู่ค้าและซัพพลายเออร์ต่าง ๆ ที่ยินดียืนราคาเดิมเอาไว้ สำหรับลูกค้าที่จองสร้างบ้านตามโปรโมชั่นที่จัดขึ้น รวมถึงบริษัทฯ ยังเน้นการใช้เทคโนโลยีก่อสร้าง ที่ลดการใช้แรงงานและระยะเวลาก่อสร้างลง นอกจากนี้ยังเตรียมนำนวัตกรรมการฉาบปูนแบบใหม่ มาใช้ในการก่อสร้างบ้านเพราะต้องการก่อสร้างได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.ถิรพร สุวรรณสุต กรรมการบริหารสายงานการตลาด บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้บริหารสิทธิ์แฟรนไชส์ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปี 2561 ที่ผ่านมา แข่งขันราคากันรุนแรงพอสมควร โดยเฉพาะตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัด ทั้งนี้เป็นเพราะผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่เป็นรายเล็กและรายใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในธุรกิจนี้ได้ไม่นาน จึงยังขาดประสบการณ์ทั้งในด้านการตลาดและบริหารงานก่อสร้าง รวมทั้งขาดความพร้อมด้านบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ดังนั้นจึงต้องชูกลยุทธ์ราคาต่ำเป็นจุดขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทในกลุ่มแฟรนไชส์ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ มียอดขายรวมทั้งสิ้น 1,100 ล้านบาท ต่ำ สำหรับในปี 2562 บริษัทฯ ประเมินว่าความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภค มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ คาดว่ามีทั้งปัจจัยบวกและลบที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ในส่วนของเป้ายอดขายปี 2562 บริษัทฯ ได้มีการปรับแนวทางการตลาดใหม่ โดยจะตั้งเป้าหมายยอดขายเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ หรือรายไตรมาส โดยตั้งเป้ายอดขายไตรมาสแรกไว้ 300 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26691</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจรับสร้างบ้าน, บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, ปี 2562, พิศาล ธรรมวิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be0f7cca1c1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
