<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.มั่นใจอุตฯอาหารปี64โตสดใสมูลค่าทะลุ 1.1ล้านล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 2564 - นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่า จากสถาการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหลายสาขา แต่อุตสาหกรรมอาหารยังได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยจะเห็นได้จากรายงานของสถาบันอาหาร ได้รายงานว่าในปี 2563 อุตสาหกรรมอาหารของไทยในช่วง 11 เดือน อยู่ที่ 981,430 ล้านบาท หดตัวลดลงจากปี 62 ที่ 7.39% แต่แนวโน้มในปี 2564 นี้ มีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมอาหารจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น 12% และจะมีมูลค่าราว 1.08 -1.10 ล้านล้านบาท เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการเลือกสินค้าอาหาร หรือวัตถุดิบ เพื่อมาประกอบอาหารเองเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเล็งเห็นถึงโอกาส และความสำคัญของการขับเคลื่อนของภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มให้สามารถเดินหน้าต่อได้ ภายใต้สถานการณ์ของการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ จึงเร่งออกมาตรการและแนวทางการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นโดยเร็วในหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการขยายช่องทาง และเพิ่มโอกาสทางการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการขายให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง ผ่านเวทีการแสดงสินค้านานาชาติในรูปแบบออนไลน์เสมือนจริงในงานแสดงสินค้าอาหาร 2564 หรือ THAIFEX-ANUGA ASIA 2021&amp;rdquo;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการจัดงานเกิดจากการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมกับหอการค้าไทย โดยกสอ.ได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด Driving the next normal ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม &amp;quot;สู่วิถีใหม่&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมอาหารเติบโตได้อย่างต่อเนื่องภายในปี 2564 จึงได้สนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารที่มีศักยภาพและความพร้อมเข้าร่วมงานในครั้งนี้ จำนวน 20 ราย เข้าร่วมในงานครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะผู้ซื้อชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมงานกว่า 1,230 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.), ณัฐพล รังสิตพล, ปี2564, อุตสาหกรรมอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60acab6755047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;ฟุ้งปีหน้าจีดีพีไทยโตแรงชี้ปี63ศก.อ่วมโควิดติดลบ7.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ต.ค. 2563 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวสุนทรพจน์ ในการร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาการของธนาคารโลก ครั้งที่ 102 ว่า คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะขยายตัวติดลบ 7.5% ก่อนจะขยายตัวดีขึ้นในปี 2564 ที่ 4-5% โดยในช่วงที่ผ่านมา ไทยได้จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) และศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) ซึ่งแนวทางหลักคือการมุ่งเน้นการลดการระบาด และลดผลกระทบ รวมถึงกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผลการดำเนินงานของ ศบค.และ ศบศ.ประสบผลสําเร็จอย่างมากจนทําให้ไทยเป็นประเทศที่มีจํานวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในโลก&amp;quot; นายอาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในระยะยาวรัฐบาลจะมุ่งที่การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อให้การกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เป็นไปอย่างทั่วถึง รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพิ่มเพิ่มศักยภาพการเติบโตของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2563 กระทรวงการคลังมองว่า ปีนี้เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงอันเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 และแม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะค่อย ๆ คลี่คลายลง แต่กลุ่มประเทศยากจนและประเทศขนาดเล็ก (SmallStates) ซึ่งมีข้อจํากัดในการด้านทรัพยากรจะถูกกระทบค่อนข้างมาก ในมุมมองจึงขอให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เพิ่มบทบาทในการช่วยเหลือประเทศเหล่านี้เพื่อให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นไปอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในระยะต่อไป มองว่า เศรษฐกิจโลกยังคงมีความเสี่ยงจากการระบาดซ้ำและความล่าช้าของการพัฒนาวัคซีน ดังนั้น ไทยจึงขอให้ประชาคมโลกร่วมมือกันต่อสู้กับการระบาด ร่วมกันพัฒนาวัคซีนโดยเร็วและกระจายอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวอีกว่า ไทยชื่นชมธนาคารโลกในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 อย่างรวดเร็วซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อผู้ที่ยากจน และผู้เปราะบางได้เป็นอย่างดี ขอให้ธนาคารโลกร่วมมือกับประชาคมนานาชาติในการลดผลกระทบและฟื้นฟู สภาพเศรษฐกิจโลก ชื่นชมความพยายามของธนาคารโลกในการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศยากจน 43 ประเทศผ่านกลไกการริเริ่มการพักชําระหนี้ (Debt Service Suspension Initiative: DSSI) รวมทั้งสนับสนุน การสร้างความยั่งยืนทางการคลังโดยเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สนับสนุนการทบทวนโครงสร้างการถือหุ้นของ International Bank for Reconstruction and Development (IBRD) และชื่นชมความคืบหน้าในการทบทวนสิทธิออกเสียงของ International Development Association (IDA) ซึ่งจะทําให้โครงสร้างการถือหุ้นและสิทธิออกเสียงมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานะ ของประเทศต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มุมมองสําหรับกองทุนการเงินระหว่างประเทศนั้น กระทรวงการคลังเห็นว่าในปัจจุบัน ความสามารถการชําระหนี้ของภาครัฐและเอกชนในโลกค่อนข้างน่ากังวล คลังสนับสนุนความพยายามของไอเอ็มเอฟในการลดความเปราะบางและสร้างความยั่งยืนในการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ รวมตลอดจนการพักชําระหนี้ โดยผ่านกลไก DSSI&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังสนับสนุนให้ไอเอ็มเอฟเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในการคิดค้นมาตรการทางการเงินเพื่อช่วย สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ไทยรับทราบถึงการตอบสนองอย่างรวดเร็วของไอเอ็มเอฟในการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ประเทศต่างๆ ที่ประสบวิกฤต และสนับสนุนการทบทวนทั่วไปของโควตา (General Review of Quatas: GRQ) ภายในเดือน ธ.ค. 2566 เพื่อให้ไอเอ็มเอฟมีทรัพยากรอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปี2564, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, เศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86b3c1b27d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนารักษ์เตรียมประกาศราคาที่ดินรอบใหม่ปี64 ยอมรับแทบไม่ขยับขึ้น ชี้เพราะพิษโควิดอสังหาซบเซา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย. 2563 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างการสำรวจที่ดินทั่วประเทศ 321 ล้านไร่ เพื่อประเมินราคาที่ดินรอบใหม่ ในรอบปี 2564-2567 ก่อนประกาศใช้วันที่ 1 ม.ค.2564 โดยจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ราคาที่ดินในรอบใหม่นั้นจะมีราคาไม่สูงขึ้นมากเหมือนการปรับขึ้นในช่วงปีก่อนๆหน้านี้ ที่เฉลี่ยปรับขึ้น 3-5% โดยรอบนี้ในเขตเมืองที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจจะปรับเพิ่มขึ้นไม่ถึง 5% ขณะที่พื้นที่นอกเมืองจะเพิ่มขึ้นไม่ถึง 3%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง ทำให้มูลค่าของที่ดินในช่วงนี้ลดลงตามไปด้วย ขณะที่การแข่งขันในการเก็งกำไรที่ดินก็ปรับตัวลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปกติธนารักษ์ก็จะประเมินราคาที่ดินทุกๆ ปีอยู่แล้ว แต่รอบนี้เป็นรอบใหญ่ประจำ 4 ปี ที่ต้องมีการประกาศปรับ ซึ่งเดิมทุกๆ ปี ราคาที่ดินจะขยับขึ้นอย่างน้อย 3-5% แต่รอบนี้ไม่น่าถึง เพราะปัญหาโควิด-19 ทำให้การซื้อขาย โดยเฉพาะคอนโดมีเนียมเหลือเพียบ ราคาการแข่งขันซื้อที่ดินสร้างโครงการใหม่ หรือเก็งกำไรก็ลดลง ราคาประเมินก็ไม่สูงขึ้นมากตามไปด้วย&amp;rdquo;นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อให้การใช้ที่ดินมีประสิทธิภาพสูงสุด ธนารักษ์ จึงเตรียมพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนมากขึ้น ด้วยการจัดพื้นที่บริเวณถนนสุขุมวิทเส้นเก่า ที่ต.บางปลา อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พื้นที่ 20 ไร่ ก่อสร้างเป็นศูนย์กระจายสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้พื้นที่เป็นจุดกระจายสินค้าได้ฟรี ซึ่งคาดว่าภายในปลายเดือนส.ค.นี้จะเปิดให้บริการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนารักษ์จะร่วมกับกองทุนหมู่บ้าน และองค์การคลังสินค้า(อคส.) เพื่อเปิดให้เกษตรกรมาใช้ศูนย์กระจายสินค้านี้ได้ฟรี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าภายปลายส.ค.นี้จะใช้งานได้ ซึ่งมองว่าพื้นที่นี้ดีตรงที่เป็นศูนย์กลาง ที่จะให้เกษตรกรพักสินค้าและกระจายสินค้าเกษตรได้เป็นอย่าง โดยการทำแบบนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าให้กับที่ที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากโควิดที่ทำให้มูลค่าที่ดินต่างๆ ลดลงไปได้บ้าง&amp;rdquo;นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการอื่นๆ นั้น นายยุทธนา กล่าวว่า ยังคงเดินหน้าได้ตามแผนที่วางไว้ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องจากได้มีการกำหนดกรอบเวลาทำงานไว้หมดแล้ว โดยโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ที่เป็นพื้นที่โซน C มูลค่า 30,000 ล้านบาทนั้น จะประมูลการก่อสร้างอาคาร หลังจากประมูลการออกแบบอาคารเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 ตามแผนแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โครงการพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า เนื้อที่ 63 ไร่ มูลค่า 26,900 ล้านบาท อยู่ระหว่างการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนโครงการพัฒนาพื้นที่สวนสมเด็จเบญจกิติ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเฟส 2-3 ซึ่งคาดว่าภายในเดือนส.ค.2564 จะสามารถเปิดใช้บริการได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68922</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, ปี2564, ราคาประเมินที่ดินใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9406312d9cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
