<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีของรถยนต์อีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระแสความร้อนแรงของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้บริโภคชาวไทย สังเกตได้จากบรรดาสื่อหลักและสื่อรองๆ อย่างเว็บไซต์และช่อง Youtube ก็มีการนำเสนอเนื้อหาของรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดกันอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีแบรนด์จีนและแบรนด์ยุโรปได้เริ่มต้นนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาขายในไทยอย่างต่อเนื่อง ก็เหลือเพียงค่ายญี่ปุ่นที่ยังขยับตัวค่อนข้างช้า ยังนำเสนอแค่เพียงรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่างกลุ่มตระกูลไฮบริด ที่เริ่มมีมาทำตลาดบ้างแล้วในบางรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอน ช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีในตอนนี้ ทำให้บรรดาผู้ที่ต้องการจะซื้อรถก็ต้องคิดหนักไม่ใช่น้อยว่า จะลุยไปที่รถเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิม หรือจะไปสู่เครื่องยนต์ไฮบริดแบบผสม น้ำมัน+ไฟฟ้า หรือจะลุยไปที่รถยนต์ไฟฟ้าเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็ต้องบอกไว้ก่อนว่า นับตั้งแต่ปี 2564 นี้เป็นต้นไป เทรนด์ของรถยนต์ไฟฟ้านั้นมาแน่ เพียงแต่จะมาแบบช้าๆ หรือเร็วๆ เท่านั้นเอง เพราะในปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดหลายเจ้ามีแผนที่จะนำรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี เข้ามาขายในไทยกันเพียบ โดยเฉพาะแบรนด์จากประเทศจีน อย่าง MG ก็ประกาศชัดเจนว่า จะบุกเบิกรถอีวีในไทยอย่างเต็มตัว โดยไลน์อัพรถที่จะเข้ามาในปีนี้ จะเป็นโมเดลรถยนต์ไฟฟ้า ที่สำคัญรถยนต์ที่นำเข้ามาจะเป็นกลุ่มรถตลาดจำพวก City Car ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในไทยด้วย ไม่พอยังมีค่ายน้องใหม่จากจีน อย่าง Great Wall Motor ก็จะเป็นอีกค่ายที่มีความชัดเจนว่า จะนำรถอีวีที่เป็นรถตลาดมาทำตลาดเช่นกัน ซึ่งหากทั้งสองค่ายมาในราคาที่เอื้อมถึงเป็นกันเอง และสูสีกับรถยนต์เครื่องสันดาปในปัจจุบัน ก็เป็นไปได้ที่จะมีลูกค้าบางส่วนที่หันมาใช้สินค้าในกลุ่มนี้ เพราะคนกลุ่มนี้มองแล้วว่า ในอีกไม่กี่ปี ราคาของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันน่าจะราคาตกลง และขายต่อไม่ได้ราคา หันมาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไปเลยดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ทั้งนั้นตลาดอีวีมันจะไปข้างหน้าได้ ก็ต้องมีผู้เล่นรายใหญ่จากค่ายญี่ปุ่นเข้ามาเล่นด้วย แม้ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดตัวรถยนต์อีวีในไทย แต่เชื่อว่าบรรดาเจ้าตลาดไม่อยู่เฉยแน่ คงไม่ปล่อยให้คู่แข่งน้องใหม่จากจีนเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดเป็นแน่แท้ แต่ก็ต้องติดตามต่อไปว่า ค่ายญี่ปุ่นจะต่อสู้อย่างไร เมื่อคู่แข่งเข้ามาแบบดุ หรูล้ำ แต่ราคาเบาๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจากข้อมูลของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยระบุว่า ในปี 2563 ประเทศไทยมียานยนต์ไฟฟ้ารวมทุกประเภททั้งสิ้น 177,617 คัน (ยอดจดทะเบียนสิ้นสุด 31 สิงหาคม 2563) แบ่งเป็นแบบ HEV/PHEV จำนวน 172,818 คัน และแบบ BEV 4,799 คัน สำหรับยอดจดทะเบียนใหม่ ตั้งแต่ 1 มกราคม-31 สิงหาคม 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 21,889 คัน แบ่งเป็นแบบ HEV/PHEV จำนวน 19,852 คัน และแบบ BEV 2,037 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอน ในด้านของนโยบายรัฐบาลก็มีความชัดเจนในการส่งเสริมรถยนต์พลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้น หนึ่งเพื่อต้องการช่วยลดมลพิษในอากาศ และเพื่อเป็นการปรับตัวในการเป็นฐานการผลิต เพื่อรองรับแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบอร์ดบีโอไอ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 โดยที่ประชุมเห็นชอบให้เปิดให้การส่งเสริมการลงทุนการผลิตยานพาหนะไฟฟ้า (EV) รอบใหม่ หลังจากหมดระยะเวลาการยื่นคำขอรับการส่งเสริมไปตั้งแต่ปี 2561 สำหรับการเปิดการส่งเสริมการลงทุนในรอบนี้ เป็นแบบเปิดกว้างส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งรถยนต์, รถจักรยานยนต์, รถสามล้อ, รถโดยสารและรถบรรทุก รวมถึงเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จากเดิมที่มีการส่งเสริมเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถโดยสารไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นจากนี้คงจะเห็นค่ายรถยนต์จะต้องแห่ใช้สิทธิการลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์พลังงานทางเลือกที่มากขึ้น เพราะด้วยอัตราภาษีที่ถูกลง และได้รับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้คาดหมายกันว่า ตั้งแต่ปี 2564 นี้ จะเริ่มนับหนึ่งปีทองของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90597</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ปีของรถยนต์อีวี, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
