<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2018 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรวงสวรรค์บนเกาะปีนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วัดเก็กลกสี่&amp;nbsp;(Kek Lok Si)&amp;nbsp;บนเนินเขานกกระเรียน ขวามือคือเจดีย์หนึ่งหมื่นพระพุทธเจ้า ซ้ายมือคือรูปหล่อสำริดเจ้าแม่กวนอิมในศาลาครอบทรง 8&amp;nbsp;เหลี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝนตกลงมาเวลาตี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กว่าๆ อากาศในห้องพักจึงค่อยเย็นลงได้ ก่อนนี้เครื่องปรับอากาศที่รีโมตคอนโทรลตั้งอัตโนมัติไว้ที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;องศาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย คิดว่าแอร์คงเสียหรืออาจจะทำงานช้า ก่อนจะหลับลงไปได้ก็ตัดสินใจว่าตื่นขึ้นมาจะย้ายที่พักอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตึกเก่าแบบชิโน-โปรตุกีสก็มีปัญหาเรื่องเสียงจากผู้พักชั้นบนย่ำเท้าลงพื้นไม้กระดาน โรงแรมระดับสองดาวก็มีปัญหาเรื่องเครื่องปรับอากาศ ทำให้ตัดสินใจได้ยากว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน แต่ก่อนอื่นต้องเช็กเอาต์จากโรงแรมแกรนด์อินน์นี้ในเวลาเที่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถามรีเซ็พชั่นชาวจีนวัยกลางคนว่าห้องพักแบบดับเบิลเด็คมีห้องน้ำหรือเปล่า (ราคาคืนละ&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ริงกิต) แกตอบว่า &amp;ldquo;มีห้องน้ำในห้องพัก และมีเตียงบนล่างนอนได้สองคน ถ้าจองมาคนเดียวก็ได้นอนคนเดียว ไม่ได้เป็นห้องรวม&amp;rdquo; แล้วแกก็ยังชี้ช่องว่าจองออนไลน์ราคาจะถูกลงไป ผมกล่าวขอบคุณแล้วเดินออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงข้ามโรงแรมคือร้านอาหารแบบข้าวราดแกงขนาดใหญ่ชื่อ&amp;nbsp;Jaya&amp;nbsp;(แปลว่า &amp;ldquo;ชัย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ไชโย&amp;rdquo; ตามตัว) ผมเดินไปสั่งข้าวหมก&amp;nbsp;(Biryani)&amp;nbsp;โปะมาด้วยปลาทูทอดทรงเครื่อง อาบังคนตักอาหารคีบไข่เจียวที่ตัดแบบชิ้นพิซซ่าถามว่า &amp;ldquo;เอาไหม&amp;rdquo; ไม่ทันตอบอาบังก็คีบลงจาน แล้วผมก็ชี้ไปที่ผัดผักโขมอีกอย่าง จากนั้นก็ได้เวลาราดน้ำแกงอย่างสนุกสนานของอาบังจนต้องบอกว่า &amp;ldquo;พอแล้วๆ&amp;rdquo; กับข้าวทั้งหมดมีไข่เจียวอย่างเดียวที่รสชาติเฉยๆ อย่างอื่นก็อร่อยดี ราคารวมน้ำเปล่าขวดเล็ก&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ริงกิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สองแมวเด็กพันธุ์ &amp;ldquo;เอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์&amp;rdquo; ในอ่างอาบน้ำ ภาพเขียนบนกำแพงที่หลายคนหาไม่เจอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากพิจารณาเลือกที่พักแห่งใหม่จากข้อมูลในเว็บไซต์อยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจว่าจะไปนอนที่&amp;nbsp;6orgeous 6race Guesthouse&amp;nbsp;ในซอย&amp;nbsp;Lorong Carnavonอยู่ห่างออกไปประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร แต่ผมยังต้องเดินผ่านที่พักแห่งนี้ไปก่อนเพราะยังไม่ได้กดจอง อีกทั้งยังไม่ถึงเวลาเช็กอินตามกำหนด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาเฟ่&amp;nbsp;Gayo&amp;nbsp;บนถนน&amp;nbsp;Lebuh Pantai&amp;nbsp;ห่างออกไปจากเกสต์เฮาส์ที่ว่าประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร ดูจากด้านนอกนึกว่าเป็นร้านขนาดเล็ก แต่พอเปิดประตูเข้าไปพบว่าเป็นร้านที่ยาวไปทางด้านหลังกินพื้นที่ไม่น้อย ตกแต่งได้ดูดีมาก ผมสั่งกาแฟกับบาริสต้าสาวแล้วขอเข้าห้องน้ำทันที ออกมากาแฟก็ตั้งอยู่บนโต๊ะแล้ว ดื่มเสร็จเดินไปถามเธอว่า &amp;ldquo;รูปแมว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัวในอ่างน้ำอยู่ตรงไหน ผมหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ&amp;rdquo; บริกรหนุ่มเดินมาพอดี บอกว่าอยู่หลังร้าน &amp;ldquo;คนหาไม่ค่อยเจอหรอกครับ เพราะมันเล็กมาก&amp;rdquo; เขาพาผมเดินทะลุร้านที่มีถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โซนออกไปชี้จุด จึงได้เห็นว่ามันเล็กมากจริงๆ แมวเด็กพันธุ์เอ็กโซติกชอร์ตแฮร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ ห่างจากปากซอยข้างๆ กำแพงที่มีภาพเขียนแมวส้มตัวใหญ่ราว&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากจองที่พักในร้านกาแฟตอนเวลาเกือบบ่าย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แล้วก็เดินไปที่เกสต์เฮาส์&amp;nbsp;6eorgeous 6race&amp;nbsp;ที่นำเอาเลข&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มาแทนตัวอักษร&amp;nbsp;G&amp;nbsp;เนื่องจากตั้งอยู่บนเลขที่&amp;nbsp;66&amp;nbsp;ในซอย&amp;nbsp;Lorong Carnarvon&amp;nbsp;ผมสั่นกระดิ่งหน้าประตูอยู่นานก็ไม่มีคนเปิด จึงโทรศัพท์ไปตามเบอร์ในเว็บไซต์รับจอง พูดกับผู้ชายปลายสายที่ไม่ได้อยู่ในเกสต์เฮาส์สองสามคำ สาวแขกออกมาเปิดประตู เธอว่า &amp;ldquo;เพิ่งได้รับแจ้งว่ามีคนจองเข้ามา เป็นการจองนาทีสุดท้าย นึกว่าวันนี้จะไม่มีผู้เข้าพักแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจองเมื่อสักครู่ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าวันนี้จะเป็นแขกคนเดียวเพราะในเว็บไซต์รับจองระบุว่าเกสต์เฮาส์แห่งนี้มีที่นอนว่างเท่ากับจำนวนที่ปล่อยจอง และได้เลือกห้องนอนรวมแบบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เตียง ซึ่งราคาถูกกว่าห้องเดี่ยว แต่เราก็ยังได้นอนคนเดียว อีกทั้งไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงย่ำเท้าจากชั้นบน แม้ว่าจะเป็นตึกเก่าชิโน-โปรตุกีสที่พื้นระหว่างชั้นเป็นไม้กระดาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;อีกหนึ่งมุมสบายตาในเมืองจอร์จทาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แขกสาวเจ้าบ้านเข้ามาสมทบอีกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธออธิบายการใช้ห้องน้ำและข้าวของในเกสต์เฮาส์ ผมเอากระเป๋าเก็บในล็อคเกอร์แล้วก็เดินออกไปยัง&amp;nbsp;Komtar&amp;nbsp;ศูนย์รวมสินค้า ความบันเทิง และรถเมล์ของเกาะปีนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างนั่งรถเมล์สาย&amp;nbsp;204&amp;nbsp;ไปวัดเก็กลกสี่&amp;nbsp;(Kek Lok Si)&amp;nbsp;ได้ยินหนุ่มวัยรุ่นมาเลย์ที่นั่งอยู่เก้าอี้ติดกันด้านหลังพูดคุยอย่างเป็นกันเองและซักถามหลายสิ่งหลายอย่างเอากับนักท่องเที่ยวคู่รักจากเมืองจีน โดยเฉพาะเรื่องหนังจีน แรกๆ ดูเหมือนคู่รักจะรำคาญ แต่คงเห็นได้ว่าหนุ่มน้อยจริงใจและปลาบปลื้มหนังจีนจริงๆ จึงค่อยๆ สนทนาออกอรรถรสกันมากขึ้น ผมนั่งฟังด้วยความรู้สึกอึดอัดในช่วงแรกๆ แต่แล้วไม่นานก็รู้สึกดีไปด้วย จนนั่งเลยไปถึง &amp;ldquo;ปีนังฮิลล์&amp;rdquo; สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งของเกาะปีนัง เห็นคนลงกันหมดจึงถามหนุ่มมาเลย์นักจ้อว่า &amp;ldquo;วัดอยู่ไหนครับ&amp;rdquo; เขาตอบว่า &amp;ldquo;เลยมาแล้ว คุณไปถามโชเฟอร์สิว่าจะกลับเลยหรือต้องรอกี่นาที&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ความจากคนขับรถเมล์ว่าอีก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นาทีรถถึงจะกลับออกไปยังเส้นทางเดิม ผมเช็กระยะทางจากแผนที่กูเกิลในมือถือ ระบุ&amp;nbsp;2.4&amp;nbsp;กิโลเมตร จึงตัดสินใจเดิน พอดีกับที่เจอสองสาวฝรั่งเพิ่งลงมาจากปีนังฮิลล์ ถามพวกเธอว่า &amp;ldquo;ครึ้มฟ้าครึ้มฝนอย่างนี้มองจากข้างบนเห็นวิวได้ชัดไหม&amp;rdquo; หนึ่งในนั้นตอบว่า &amp;ldquo;ก็หม่นๆ แต่ยังมองเห็นทะเลและฝั่งแผ่นดินใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมใส่รองเท้าผ้าใบคู่ที่นำมาจากเมืองไทย ไม่มีปัญหาเรื่องกัดเพราะคุ้นเคยกันมาสักพักแล้ว ไม่นานนักก็ถึงวัดพุทธจีนอันใหญ่โตและเลื่องชื่อ ตั้งอยู่บนเนินเขานกกระเรียน เขตอีร์ อิตัม ชานเมืองของจอร์จทาวน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สายชำระในห้องส้วมแบบฉบับปีนังและมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เก็กลกสี่&amp;rdquo; แปลได้ว่า &amp;ldquo;วัดแห่งสรวงสวรรค์&amp;rdquo; เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ.&amp;nbsp;2433&amp;nbsp;ตามแนวคิดของ &amp;ldquo;หลวงพ่อเปียว เลี่ยน&amp;rdquo; เจ้าอาวาสวัดเจ้าแม่กวนอิมในเมืองจอร์จทาวน์ โดยมีนักธุรกิจใหญ่ชาวจีนในปีนังอย่างน้อย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนร่วมบริจาคทุนการก่อสร้างบนเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.&amp;nbsp;2447&amp;nbsp;จักรพรรดิกวังซวี่แห่งราชวงศ์ชิงได้นิมนต์หลวงพ่อเปียวไปยังกรุงปักกิ่ง ได้ทรงชื่นชมและมีพระบรมราชโองการให้วัดแห่งใหม่นี้เป็นวัดเอกของวัดในปีนังทั้งมวล และแต่งตั้งให้หลวงพ่อเปียวเป็นเจ้าอาวาสของวัด อีกทั้งได้พระราชทานพระไตรปิฎกนับหมื่นเล่ม ด้านพระนางซูสีไทเฮาผู้มีอำนาจอย่างแท้จริงก็ได้บริจาคเงินทองและสิ่งของมากมาย กระทั่งวัดสร้างเสร็จ มีวิหารหลายหลัง หอสวดมนต์ รวมถึงอารามสำหรับพระสงฆ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2473&amp;nbsp;&amp;ldquo;เจดีย์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมื่นพระพุทธเจ้า&amp;rdquo; จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชั้น สูง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ มีภาพเขียนและภาพนูนต่ำพระพุทธเจ้าบนแผ่นสำริดและศิลาขาวของผนังด้านในเจดีย์จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมื่นภาพ ฐานเจดีย์สร้าง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เหลี่ยมแบบจีน ส่วนกลางเป็นศิลปะแบบไทย และยอดเจดีย์เป็นแบบก้นหอยของพม่า สะท้อนถึงความแน่นแฟ้นของพุทธมหายานและเถรวาท อีกทั้งความกลมเกลียวทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรมในปีนังและประเทศมาเลเซียโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจาก &amp;ldquo;วิกิพีเดีย&amp;rdquo; ฉบับภาษาอังกฤษ ระบุว่า เจดีย์&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชั้นนี้ยังถูกเรียกว่า &amp;ldquo;เจดีย์พระราม&amp;nbsp;6&amp;rdquo; อีกชื่อ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ได้พระราชทานเงินทุนตั้งต้นในการก่อสร้าง นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ยังได้พระราชทานพระพุทธรูปองค์ใหญ่แก่วัดแห่งนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วัดเก็กลกสี่ อีกชื่อที่คนนิยมเรียกคือ &amp;ldquo;วัดเขาเต่า&amp;rdquo; เพราะตั้งอยู่บนเนินเขาและมีเต่าอยู่ในสระน้ำจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของรูปหล่อสำริดเจ้าแม่กวนอิม ความสูง&amp;nbsp;30.2&amp;nbsp;เมตร สร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ.&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;แทนองค์เดิมที่เป็นปูนพลาสเตอร์สีขาวซึ่งเกิดความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ก่อนหน้านั้น ต่อมาใน พ.ศ.&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;ได้มีการสร้างศาลา&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เหลี่ยม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;เสา หลังคา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้น ครอบองค์เจ้าแม่กวนอิมไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกลับลงมาจากวัดเป็นคนสุดท้าย นึกสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าเสียงเคาะระฆังคือเสียงหมดเวลาเยี่ยมชมตอน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;โมงเย็น เจ้าหน้าที่หนุ่ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนรอปิดประตู ผมขอโทษเขาแล้วก็เดินออกไปขึ้นรถเมล์กลับจอร์จทาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถจอดที่ข้างๆ คอมตาร์ ผมเดินต่อไปกินผัดซีอิ้วกุ้งที่ย่านไชน่าทาวน์ ราคาแค่&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;ริงกิต จากนั้นเดินไป&amp;nbsp;Chulia Mansion&amp;nbsp;บนถนน&amp;nbsp;Lebuh Chulia&amp;nbsp;เพื่อชมวิวยามเย็นจากบาร์ดาดฟ้า สั่งเบียร์มา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ขวด บริกรหนุ่มแถมขนมอบที่เป็นแป้งผสมถั่วมาให้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถ้วย เข้ากับเบียร์ได้ดีมาก นึกอยากจะดื่มต่ออีกขวดแต่ฟ้ามืดไปสักพักแล้วและรู้สึกเหนียวตัว จึงเรียกเก็บเงิน ผมให้เขาไป&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ริงกิต จากราคาเบียร์&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ริงกิต ถือว่าถูกกว่าร้านทั่วไปเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเดินกลับไปอาบน้ำที่เกสต์เฮาส์แล้วหลับไปด้วยความอ่อนเพลียราว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง ตื่นขึ้นมาก็หิวอีกครั้งเพราะผัดซีอิ้วจานขนาดกลางถูกใช้พลังงานหมดไปแล้ว จึงออกเดินไปเรื่อยๆ จนถึงร้าน&amp;nbsp;Jaya&amp;nbsp;ร้านเดิมที่เปิด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง เห็นอาหารที่เหลือมาจากตอนกลางวันก็กะจะเดินหนีแต่ไม่ทัน เหมือนมนต์แขกเข้าสะกด ชี้ไปที่ข้าวหมก ไก่ผัดสีออกแดงๆ ปลาจาระเม็ดทอด และผัดกะหล่ำปลีสับชิ้นเล็กๆ อาบังอุ่นด้วยไมโครเวฟให้ ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย ไก่ไม่เผ็ดอย่างที่คิด ปลาก็ไม่เลว ผัดผักก็กินง่ายนุ่มกำลังดี ราคาอาหาร&amp;nbsp;22.50&amp;nbsp;ริงกิต ไม่รวมน้ำเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันต่อมาตื่นราว&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โมง อาบน้ำแล้วเก็บกระเป๋าเช็กเอาต์ จึงได้รู้ว่าสองสาวประจำเกสต์เฮาส์พักอยู่ด้านบนโดยที่ไม่ส่งเสียงย่ำเท้าให้ได้ยิน พวกเธอน่าจะเป็นญาติกัน และเกสต์เฮาส์นี้คงจะเป็นธุรกิจในครอบครัว ก่อนออกจากเกสต์เฮาส์ผมได้ฝากกระเป๋าไว้ แจ้งสองสาวว่าจะกลับมารับประมาณบ่าย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เขตอิร์ อิตัม มุมมองจากเจดีย์&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชั้น วัดเก็กลกสี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มื้อเช้าวันนี้เป็นอาหารมาเลย์จากร้านที่ได้เล็งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เปิดประตูเข้าไปเป็นร้านขนาดใหญ่โต มีโต๊ะหลายโต๊ะ ผมขอเมนูแล้วสั่งข้าวผัดแบบมาเลย์ที่มีปลากรอบตัวเล็กๆ เคียงมา โปะด้วยไข่ดาว ราคาจานละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ริงกิตกว่าๆ น้ำดื่มประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ริงกิต และเซอร์วิสชาร์จ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ ข้าวผัดรสชาติใช้ได้ แต่ไข่ดาวน้ำมันเยิ้มไปหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเวลาเหลือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมงกว่า จึงเดินไปกินกาแฟที่ร้าน&amp;nbsp;Roast &amp;amp; Bake Caf&amp;eacute;-Dessert&amp;nbsp;บนถนน&amp;nbsp;Lebuh&amp;nbsp;Chulia&amp;nbsp;วันนี้มีลูกค้าหลายโต๊ะเพราะเป็นเวลาเที่ยงกว่าๆ ตรงกับมื้ออาหารกลางวัน โจเซฟและไมรา สองบริกรหนุ่ม-สาว ทักทายอย่างเป็นกันเอง เจ๊เจ้าของร้านก็อยู่ในเคาน์เตอร์ ผมสั่งอเมริกาโนแล้วเดินขึ้นชั้นบนไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่ง ครู่ต่อมาเจ๊เจ้าของร้านขึ้นมานั่งกับเพื่อนผู้หญิงอ้วนท้วน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนที่อาจจะเป็นหุ้นส่วกัน ตอนผมลุกออกมาพวกเธอกล่าวขอบคุณและพูดว่า &amp;ldquo;บ๊าย บาย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะลุกไม่นานโจเซฟได้เขียนข้อความใส่กระดาษให้ผม &amp;ldquo;If all my possession is taken from me with one exception I would choose to keep the power of writing for which it would soon regain the rest&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;รูปหล่อสำริดเจ้าแม่กวนอิม มุมมองจากชั้นบนสุดของเจดีย์&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นประโยคที่น่าจะดัดแปลงจากนักการเมืองอเมริกันชื่อ&amp;nbsp;Daniel Webster&amp;nbsp;เขาเคยกล่าวไว้ว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;hellip; if all my possessions were taken from me with one exception, I would choose to keep the power of communication, for by it I would soon regain all the rest.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...หากทุกสิ่งจะต้องถูกพรากไปจากข้าพเจ้าโดยให้รักษาไว้ได้เพียงหนึ่งอย่าง ข้าพเจ้าขอเลือกที่จะรักษาพลังแห่งการสื่อสารเอาไว้ เนื่องจากว่าด้วยพลังแห่งการสื่อสารนี้ข้าพเจ้าจะสามารถเรียกทุกคุณสมบัติที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้ในไม่ช้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจเซฟเปลี่ยนจากคำว่า &amp;ldquo;พลังแห่งการสื่อสาร&amp;rdquo; เป็นคำว่า &amp;ldquo;พลังแห่งการเขียน&amp;rdquo; เขามอบให้ผมเนื่องจากวันก่อนเขาเห็นผมเขียนบันทึกการเดินทางอยู่ และทราบว่าผมทำงานเกี่ยวกับการขีดๆ เขียนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;เขตมรดกโลกเมืองจอร์จทาวน์และถนน&amp;nbsp;Lebuh Chulia&amp;nbsp;มองจาก&amp;nbsp;Chulia Mansion&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่ากาแฟ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ริงกิต ผมจ่ายด้วยใบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ริงกิตแล้วบอกไมราว่าให้เก็บเงินทอนไว้ เธอใส่กล่องทิปรวมทันที ผมลาหนุ่มสาวที่น่ารักออกมา เดินชมเมืองไปเรื่อยๆ ก่อนจะวกสู่เส้นทางกลับไปยังที่พักเพื่อรับกระเป๋าที่ฝากไว้แล้วเดินต่อไปยังคอมตาร์เพื่อโดยสารรถเมล์สาย&amp;nbsp;401ER&amp;nbsp;ไปสนามบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนผ่าน ตม. เจ้าหน้าที่มาเลย์ถามว่า &amp;ldquo;คุณมาทำอะไรที่ปีนัง&amp;rdquo; ผมตอบว่า &amp;ldquo;มาเดินเล่น&amp;rdquo; เขาระเบิดหัวเราะออกมา แล้วพูดว่า &amp;ldquo;ได้โปรดมาอีกนะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17101</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, ปีนัง, มาเลเซีย, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีนัง เกาะของคนน่ารัก (2)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายหาด &amp;ldquo;บาตู เฟอริงกี&amp;rdquo; ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะปีนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเชื่อเรื่อง &amp;ldquo;กัดรองเท้าก่อนที่รองเท้าจะกัดเรา&amp;rdquo; ของหม้ายสาวแคชเชียร์ร้านสะดวกซื้อบนถนน&amp;nbsp;Jalan Penang&amp;nbsp;ผู้มีต้นตระกูลเป็นชาวสยามทำให้ผมแปลกใจไม่น้อย แต่เมื่อลองค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็พบว่าเป็นความเชื่อร่วมของชาวเอเชียหลายเชื้อชาติ และอาจจะมีนอกเหนือชาวเอเชียด้วย ในทางปฏิบัติก็น่าจะได้ผลอยู่บ้าง โดยเฉพาะเมื่อกัดที่ส้นรองเท้า เพราะมันจะทำให้ส้นรองเท้ายืดหยุ่นขึ้น โอกาสทำร้ายส้นเท้าเราก็ลดลงไปหน่อย แต่จะให้ดีผมว่าใช้มือบีบคลึงหรือใช้เท้าเหยียบลงไปเลยจะได้ผลมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินกลับไปถึงที่พักตอนเวลาเกือบตี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อุตส่าห์ดีใจที่สองสาวจีนเช็กเอาต์ออกไปแล้วตอนเที่ยง คืนนี้พอจะหลับตาลงนอนกลับได้ยินเสียงคนกลุ่มใหม่ลากกระเป๋าเข้ามาพัก พวกเขาอาจจะรับกุญแจไปก่อนหน้านี้แต่เพิ่งเข้ามาพัก ทว่าเหมือนจงใจเลือกห้องบนศีรษะผมยังไงยังงั้น และพวกเขากระทำไม่ต่างกันคือเดินลงส้นเท้าเสียงดัง พื้นกระดานไม้ของอาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่คั่นระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสองสะเทือนจนหลับไม่ลง เวลาประมาณตี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ผมตัดสินใจเข้าเว็บไซต์กดจองที่พักแห่งใหม่เป็นโรงแรมที่สร้างด้วยอิฐและปูนทั้งหลังสำหรับวันพรุ่งนี้ ห่างออกไปแค่สองสามร้อยเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รุ่งขึ้นตื่นมาประสบสิ่งที่เลวร้ายยิ่ง พวกเขาเดินกระแทกเท้าเสียงดังกว่าลูกค้าจีนเมื่อวานเสียอีก เดินขึ้นไปดูเห็นสองสาวแขกพักห้องเดียวกัน เมื่อรู้ว่าเป็นผู้หญิงก็เลยไม่กล้าว่าอะไร กลับลงไปนอนลืมตาจนได้เวลาอาบน้ำและเก็บกระเป๋าเช็กเอาต์ตอนเกือบๆ เที่ยง ก็ได้เห็นกลุ่มวัยรุ่นแขกทั้งหญิง-ชาย รวมห้าหกคน พร้อมรถยนต์หน้าเกสต์เฮาส์ พวกเขาคงเช่ารถขับเที่ยวทั่วปีนัง ดูหน้าตาแล้วน่าจะเป็นคนอินเดีย จากประเทศอินเดีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเดินไปที่พักแห่งใหม่ผมก็แวะกินมื้อแรกที่ร้านอาหารจีน&amp;nbsp;Hon Kei&amp;nbsp;เหมือนเมื่อวาน วันนี้สั่งหมี่กรอบราดหน้าปลาทอด มีไข่ลวกเละๆ โปะมาด้วย รสชาติอร่อยดี ราคาประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท เรียบร้อยแล้วก็เดินไปยัง&amp;nbsp;Grand Inn&amp;nbsp;ตอนจองเมื่อคืนนั้นมีระเบียบเขียนว่าเช็กอินได้ตอนบ่าย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โมง แต่เมื่อผมไปถึงหลังเที่ยงนิดหน่อยก็สามารถเข้าพักได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยามเย็นบนชายหาดบาตู เฟอริงกี กิจกรรมเล่นทะเลหลายอย่างยังดำเนินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาที่พักตอนจองเมื่อคืนซึ่งจ่ายด้วยบัตรเดบิตเป็นเงิน&amp;nbsp;600&amp;nbsp;บาท มีค่าภาษี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ริงกิตและค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ริงกิต (สำหรับโรงแรมสองดาว) เท่ากับจ่ายจริงประมาณ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;บาท หากวอล์คอินราคาจะมากกว่า อยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;960&amp;nbsp;บาท นอกจากนี้ก็มีค่ามัดจำคีย์การ์ดอีก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ริงกิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็กอินแล้วผมก็ขึ้นไปนอนทันที ตื่นอีกครั้งเวลาบ่าย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กว่าๆ แล้วอาบน้ำแม้ว่าน้ำจะร้อนมาก คงเพราะแทงค์เก็บน้ำอยู่บนดาดฟ้า แล้วเดินไปหัวถนนLebuh Chulia&amp;nbsp;หมายจะหากาแฟกินก่อนขึ้นรถเมล์ไป &amp;ldquo;บาตู เฟอริงกี&amp;rdquo; ร้านกาแฟชื่อ&amp;nbsp;Roast &amp;amp; Bake Caf&amp;eacute; &amp;ndash; Dessert&amp;nbsp;ตั้งอยู่ก่อนป้ายรถเมล์ประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมตร ทุกอย่างจึงลงตัว เข้าไปสั่งเอสเปรซโซเพราะต้องการความเร็ว นั่งโต๊ะเล็กๆ ด้านนอกร้านเพราะจะได้มองเห็นรถเมล์ แต่ตอนที่เห็นรถเมล์แล้วลุกวิ่งไปที่ป้าย รถกลับไม่จอด คนขับทำมือเป็นสัญลักษณ์ว่าให้ขึ้นคันหลัง ผมจึงเดินกลับไปยังร้านกาแฟอีกครั้งแล้วสั่งชาเบอร์รี่ผสมมาดื่มต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสาวชื่อ &amp;ldquo;ไมรา&amp;rdquo; มีเชื้อสายไทย บอกว่าร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นาน เธอยิ้มแย้ม ช่างเจรจา เปิดประตูออกมาคุยด้วยหลายรอบ พนักงานอีกคนเป็นหนุ่มอินเดียชื่อ &amp;ldquo;โจเซฟ&amp;rdquo; อัธยาศัยดี ยิ้มเห็นฟัน เขาเอากระดาษมาให้ผมเขียนข้อความ บอกว่าเขียนอะไรก็ได้ ผมจึงเขียนชมร้านไปตามสมควร เขาขอบคุณแล้วชวนผมเดินขึ้นไปดูชั้นบนของร้าน ดูน่านั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ สตรีอายุราวๆ สี่สิบยิ้มให้ เธอน่าจะเป็นคนจีนหรือไม่ก็จีนที่แต่งงานกับชาวมาเลย์ที่เรียกว่า &amp;ldquo;เปรานากัน&amp;rdquo; ตอนเดินกลับลงมาถึงชั้นล่าง โจเซฟบอกว่าคนที่ยิ้มผมให้คือเจ้าของร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกลับไปประจำการหน้าร้านอีกครั้ง ไมราเธอน้ำใจงามเดินไปยืนรอรถเมล์ที่ป้ายให้ เธอว่า &amp;ldquo;ต้องโบก ถ้าไม่โบกก็จะไม่จอด แถมยังขับเร็วเหมือนว่าจะรีบให้ถึงปลายทางไวๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันใดนั้นรถเมล์สาย&amp;nbsp;101&amp;nbsp;วิ่งเข้ามา ไมราโบกให้จอด น้ำชาผมเหลืออีกเกินครึ่งถ้วย จัดการซดปรู๊ดยาวรู้สึกเหมือนคอจะไหม้เหลือไว้อีกเกือบครึ่งถ้วยแล้ววิ่งไปขึ้นรถเมล์ ร้านกาแฟนี้จะปิดในวันพรุ่งนี้คือวันอังคาร ผมบอกไมราว่าจะมาอีกครั้งในวันพุธ วันที่ต้องเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนรถเมล์ในช่วงแรกยังไม่มีที่ว่าง สักพักก็มีคนลุกลงไปที่ป้ายแถวๆ ห้างคอมตาร์ น้าชาวอินเดียขยับให้นั่ง ถามผมว่า &amp;ldquo;นี่ใช่จอร์จทาวน์ใช่ไหม&amp;rdquo; จึงรู้ว่าแกไม่ใช่คนที่นี่ คงนั่งรถเมล์คันนี้มาจากสนามบินหรือไม่ก็ท่าเรือ จากนั้นแกก็ชวนคุยอย่างเป็นมิตรมาก บอกว่ามาจากรัฐเกรละ&amp;nbsp;(Kerala)&amp;nbsp;ทางประเทศอินเดียตอนใต้ (ฝั่งทะเลอาหรับ) แนะนำตัวว่าชื่อ &amp;ldquo;โทมัส&amp;rdquo; เพื่อนๆ ของแกกำลังตามมาในอีกไม่กี่ชั่วโมง สุดท้ายขอเบอร์โทรศัพท์ของผมที่เมืองไทย แล้วก็ให้เบอร์แกที่อินเดียมาด้วย ผมเข้าใจดีเพราะเคยมีประสบการณ์พูดคุยกับชาวอินเดียแล้วถูกขอเบอร์โทรศัพท์และเฟซบุ๊กมาแล้วหลายครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านข้าวราดแกงแขกบนถนน&amp;nbsp;Jalan Penang&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถเมล์วิ่งประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นาที โชเฟอร์ก็ตะโกน &amp;ldquo;บาตู เฟอริงกี&amp;rdquo; น้าโทมัสที่ลุกออกไปเตรียมตัวก่อนผมกลับไม่ลง บอกว่า &amp;ldquo;ยังไม่ถึง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายที่ผมลงเป็นจุดเริ่มต้นของชายหาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;บาตู เฟอริงกี&amp;rdquo; มีแขกยืนขายทัวร์อยู่หน้าทางลงหาด พอบอกว่า &amp;ldquo;โน แต๊งกิ้ว&amp;rdquo; เขาก็ไม่ได้ตื๊อต่อ ช่างเป็นแขกที่น่ารักจริงๆ เดินทะลุผ่านร้านขายเสื้อผ้าไปก็เป็นชายหาด เป็นจังหวะเดียวกับที่รองเท้าใหม่ของผมกัดเข้าให้อีกแล้ว จึงถอดออกแล้วคว้าแตะหนีบมาใส่ ดีนะที่เฉลียวใจเตรียมมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินไปได้ครึ่งทางของหาดก็แวะดื่มเบียร์ไทเกอร์ที่ร้านชื่อ&amp;nbsp;Bora Bora&amp;nbsp;มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา จัดโต๊ะติดกับหาดทราย เป็นร้านที่น่านั่งรับลมมาก ราคาเบียร์ในเมนูระบุราคา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ริงกิต แต่ตอนมาเสิร์ฟคิด&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ริงกิต พร้อมมะนาวฝานบางๆ สี่ห้าชิ้นใส่จานมาด้วย ทั้งที่เบียร์ที่ผมสั่งเป็นแบบ&amp;nbsp;Radler&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเบียร์ที่ผสมน้ำมะนาวอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำว่า&amp;nbsp;Radler&amp;nbsp;นั้นเป็นภาษาเยอรมัน แปลว่าคนปั่นจักรยาน มีที่มาจากสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เยอรมนีผู้พ่ายแพ้ อาคารบ้านเรือนพังยับเยิน ต้องมีการซ่อมสร้างเมืองกันขนานใหญ่ คนงานมาจากต่างประเทศ-ต่างเมือง เป็นจำนวนมาก ใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง คนพวกนี้นิยมดื่มเบียร์ระหว่างพัก และเบียร์แอลกอฮอล์ต่ำผสมน้ำมะนาวแบบครึ่งต่อครึ่งก็ดูจะช่วยให้พวกเขากระปรี้กระเปร่ากลับไปทำงานต่อได้โดยไม่มีอาการง่วงซึม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนชายหาดบาตู เฟอริงกี มีร้านอาหารและบาร์ไม่มากนัก แม้เป็นหาดที่ไม่สวยงามเท่าหาดระดับชูโรงของบ้านเรา แต่ก็มีเสน่ห์พอตัว มีกิจกรรมทางน้ำหลายอย่าง เช่น เครื่องร่อนบอลลูน เจ็ตสกี บานาน่าโบ้ท พายเรือคายัค นักท่องเที่ยวผิวขาวมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นแขกที่สวมกางเกงสแล็ค เสื้อเชิ้ต รองเท้าหนัง พวกพี่ๆ เขาชอบแต่งเต็มยศตลอดเวลาและทุกสถานที่ แต่พวกนุ่งกางเกงขาสั้นสวมเสื้อยืดก็มีเหมือนกัน นอกจากนั้นก็เป็นสตรีมุสลิมคลุมฮิญาบนุ่งกางเกงยีนส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;ldquo;บาตู&amp;rdquo; แปลว่าหิน เนื่องจากบริเวณนี้บางช่วงมีหินโผล่ออกมาจากแนวชายฝั่ง ส่วน &amp;ldquo;เฟอริงกี&amp;rdquo; เป็นคำมาเลย์ที่หมายถึงชาวโปรตุกีสที่เป็นชาติตะวันตกที่มาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน แต่ต่อมาก็ใช้เรียกฝรั่งจากตะวันตกทั้งหมด ปัจจุบัน &amp;ldquo;บาตู เฟอริงกี&amp;rdquo; ถือเป็นเขตชานเมืองของจอร์จทาวน์ เป็นสถานที่ตั้งของรีสอร์ทตากอากาศมีชื่อ เลียบไล่ชายหาดไปตามความยาวประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สนับสนุนพรรคความยุติธรรมของประชาชนพร้อมทวงคืนอำนาจจากนาจิบ ราซัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากชายหาดแห่งนี้แล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจใกล้ๆ อีก เช่น ฟาร์มผีเสื้อและสวนผลไม้นานาชนิด อุทยานแห่งชาติปีนัง สวนสมุนไพรและเครื่องเทศเขตร้อน สวนพฤกษศาสตร์ปีนัง และหอศิลป์&amp;nbsp;Yahong Art Gallery&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมนั่งมองความเคลื่อนไหวของผู้คน หาดทราย และทะเล ที่ร้าน&amp;nbsp;Bora Bora&amp;nbsp;นี้อยู่จนตะวันตกดินแต่ยังมีแสงสว่าง เดินต่อไปจนเกือบสุดหาดทางด้านทิศตะวันตกแล้วเดินขึ้นถนนผ่านร้านสตาร์บัคส์ที่ตั้งขวางอยู่แบบบังคับให้เดินผ่าน ดูเหมือนว่ามีน้ำใจให้คนผ่านได้แม้ไม่ซื้อกาแฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลาดกลางคืนริมถนนเริ่มตั้งขายกันพอดี ตอนแรกผมนึกว่าจะเป็นแนวอาหารริมทาง ปรากฏว่าล้วนแต่เป็นร้านเสื้อผ้าและของประดับยาวเฟื้อยไปตามถนน เดินไปทางทิศตะวันตกเรื่อยๆ เพื่อหาร้านอาหารซึ่งก็มีหลายร้านแต่กลับไม่รู้สึกอยากกินเท่าไหร่ทั้งๆ ที่หิว เดินลงไปยังหาดอีกครั้งตรงจุดสิ้นสุดของหาด มีศูนย์อาหารแบบง่ายๆ ในนี้มีร้านอาหารหลายร้าน หนึ่งในนั้นเป็นร้านอาหารไทย มีห้องน้ำให้เข้าในราคา&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เซนต์ แล้วผมก็เดินออกกลับไปยังถนนใหญ่อีกครั้ง เข้าร้านชำซื้อน้ำ&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;ริงกิต จ่ายใบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ริงกิต ตั้งใจจะเอาเงินทอนขึ้นรถเมล์ ร้านชำกลับไม่มีทอน หนุ่มคนขายเห็นผมมีใบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ริงกิตอยู่หนึ่งใบ เขาว่า &amp;ldquo;ริงกิตเดียวก็ได้&amp;rdquo; ผมมีเหรียญอยู่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เซนต์จึงให้เขาไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินไปที่ป้ายรถเมล์ หนุ่มเสื้อแดงดูแล้วเป็นคนเชื้อสายมาเลย์ (อาจมีจีนผสม) บอกว่า &amp;ldquo;รถเมล์จอดตรงนี้คุณจะเดินไปไหนล่ะ&amp;rdquo; ผมตอบว่า &amp;ldquo;ไม่มีเศษเงิน ถ้าให้แบงก์ใหญ่เขาจะทอนไหม&amp;rdquo; หมอว่า &amp;ldquo;ไปซื้อของที่ร้านชำสิ แล้วชี้บอกทาง ผมก็เดินไปซื้อตามคำแนะนำ คราวนี้ซื้อถั่วอัลมอนต์ตราทองการ์เด้นราคา&amp;nbsp;3.8&amp;nbsp;ริงกิต แพงกว่าเมืองไทยนิดหน่อย ถามเจ๊คนขายว่า &amp;ldquo;ถ้าซื้อแค่นี้จะได้มั้ยครับ เพราะผมต้องการแค่เงินทอนไปขึ้นรถเมล์&amp;rdquo; เธอว่า &amp;ldquo;ได้สิ จะไปไหนล่ะ&amp;rdquo; ผมตอบ &amp;ldquo;คอมตาร์&amp;rdquo; เธอทอนกลับมาแล้วบอกว่า &amp;ldquo;นี่ฉันมีเหรียญพอสำหรับให้คุณขึ้นรถเมล์&amp;nbsp;2.7&amp;nbsp;ริงกิต&amp;rdquo; คนปีนังน่ารักจริงๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาที่ป้ายรถเมล์ หนุ่มเสื้อแดงยังรอรถเมล์อยู่ มีฝรั่งหนุ่มวัยกลางคนเดินมาถามเจ๊ขายเสื้อร้านติดกับป้ายรถเมล์ถึงสายรถที่จะไปโรงแรมของเขาซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เธอแนะให้ฝรั่งขึ้นรถชัตเติลบัส &amp;ldquo;จอดอยู่ตรงนั้น ขึ้นฟรีจ้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการท้องหิวของผมหนักขึ้นจึงเดินไปข้างหน้าทางทิศตะวันออกเผื่อว่าจะมีของกินแซมอยู่ในแถวของร้านขายเสื้อผ้าบ้างแต่ก็ไม่พบ เจอป้ายรถเมล์อีกป้าย แล้วนั่นรถเมล์กำลังมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากด้านข้างของห้างคอมตาร์ ผมเดินไปบนถนน&amp;nbsp;Jalan Penang&amp;nbsp;ผ่านหน้าร้านอาหารแขกแบบข้าวราดแกง ผมแวะโดยไม่ต้องคิด สั่งข้าวเหลืองแบบข้าวหมก โปะไก่ทอดชิ้นใหญ่และปลาทอด อาบังตักอาหารถามว่าจะเอาน้ำแกงอะไรราดลงไปด้วยไหม นี่แกงนี่ นี่แกงนั่น ผมไม่ทันตอบแกก็ราดทุกอย่างที่เอ่ยมา แต่ก็กินได้เข้ากันได้ดี ไม่เผ็ดอย่างแกงบ้านเรา ไก่ทอดเหมือนทอดมานานแล้วแต่ก็ยังอร่อย เป็นไก่ทอดแบบเดียวกับไก่แขกปักษ์ใต้ เครื่องเทศเข้าเนื้อ ปลาทอดก็อร่อยแต่เย็นไปหน่อย ค่าอาหารรวมน้ำเปล่าขวดเล็ก&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ริงกิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินผ่านร้านสะดวกซื้อร้านเดิม แคชเชียร์ชาวสยามเข้ากะมาแล้ว เธอพินิจใบหน้าหนุ่มไทยสักพักก็จำได้ ผมหยิบแชมพูยี่ห้อรีจอยส์ขวดเล็กมาที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เธอว่า &amp;ldquo;นี่เป็นแชมพูสำหรับผู้หญิง&amp;rdquo; ผมแก้เก้อด้วยการบอกว่า &amp;ldquo;เส้นผมของผมนุ่มสลวยแบบของผู้หญิงน่ะ&amp;rdquo; แล้วยืนยันให้เธอคิดเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เบกา&amp;nbsp;(Beca)&amp;nbsp;สามล้อถีบของมาเลเซีย ตกแต่งได้น่าใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ห่างจากโรงแรมที่พัก ทีมงานการเมืองพรรคความยุติธรรมของประชาชนกำลังปักธงสัญลักษณ์ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งขณะนั้นอันวาร์ อิบราฮิม ผู้เป็นประธานพรรคยังอยู่ในคุก ผมถามชายหนุ่มคนหนึ่งว่าจะเลือกใคร เขาตอบว่าจะเลือกมหาเธร์ โมฮัมหมัด ที่กลับเข้าการเมืองอีกครั้งเมื่อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อนและหันมาจับมือกับอันวาร์เพื่อจะโค่นนาจิบ ราซัค นายกฯ ผู้ต้องมลทินจากกรณียักยอกเงินกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ&amp;nbsp;1MDB&amp;nbsp;เข้าบัญชีส่วนตัวหลายพันล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ไกลกันมีกลุ่มคนถีบเบกา (Beca)&amp;nbsp;หรือสามล้อมาเลย์ นั่งๆ นอนๆ รอผู้โดยสารอยู่หน้าร้านขายของชำ และบางคนก็ใช้เป็นที่หลับที่นอนอย่างจริงจัง ลุงคนจีนคนหนึ่งแกถีบสามล้อกลับไปกลับมา แล้วพูดสโลแกนทางการเมืองเป็นภาษาอังกฤษ ประมาณว่า &amp;ldquo;หนึ่งประเทศ หนึ่งหัวใจ หนึ่งเดียวนั้นคือมหาเธร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการเลือกตั้ง มหาเธร์ก็ได้เป็นนายกฯ มาเลเซียอีกคำรบ ในวัย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี...ครบร้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, ปีนัง, มาเลเชีย, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีนัง เกาะของคนน่ารัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดพักผ่อนชมทะเลใกล้ๆ&amp;nbsp;Fort Cornwallis&amp;nbsp;เมืองจอร์จทาวน์ เกาะปีนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จอร์จทาวน์ คือเมืองหลวงของรัฐปีนัง ซึ่งรัฐปีนังนั้นมีทั้งเกาะปีนัง ภาษามาเลย์เรียกว่า &amp;ldquo;ปูลัว ปีนัง&amp;rdquo; หมายถึง &amp;ldquo;เกาะหมาก&amp;rdquo; และพื้นที่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เรียกว่า &amp;ldquo;เซเปอรังเปไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาะปีนังในสมัยที่มหาอำนาจชาติละโมบอย่างจักรวรรดิอังกฤษมายึดครองนั้น เกาะได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;ldquo;เกาะปรินซ์ออฟเวลส์&amp;rdquo; ตามชื่อมกุฎราชกุมารอังกฤษ ส่วนชื่อเมืองจอร์จทาวน์ก็มาจาก &amp;ldquo;พระเจ้าจอร์จที่&amp;nbsp;3&amp;rdquo; กษัตริย์อังกฤษในเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินจากย่านสตรีทอาร์ทผ่านย่านลิตเติลอินเดีย ร้านรวงพากันเปิดเพลงอินเดียชวนให้เกิดบรรยากาศอยากเต้นและวิ่งไปพร้อมๆ กัน ข้ามถนน&amp;nbsp;LebuhLight&amp;nbsp;ตามชื่อ &amp;ldquo;กัปตันฟรานซิส ไลท์&amp;rdquo; ผู้เป็นตัวแทนบริษัท&amp;nbsp;British East India&amp;nbsp;ของจักรวรรดิอังกฤษที่เข้าถือกรรมสิทธิ์ในปีนังเมื่อ พ.ศ.&amp;nbsp;2339&amp;nbsp;จนมาถึงสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่คนท้องถิ่นเรียกว่า &amp;ldquo;ปาดัง&amp;rdquo; ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวออกมาเดินเล่นกันเป็นครอบครัว หรือเป็นคู่ๆ เด็กเล็กๆ เป่าฟองสบู่กลายเป็นลูกโป่งลอยไปตามลมแล้ววิ่งไล่สนุกสนาน เด็กโตตั้งวงเตะฟุตบอล ส่งลูกกันไปมาโดยไม่ได้แบ่งทีมแข่งขัน เดินไปจนสุดสนามทางด้านทิศเหนือคือทางเดินและคันคอนกรีตที่ยกสูงริมทะเล ใว้สำหรับหย่อนใจและใช้เป็นเขื่อนกันคลื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งซ้ายมือคือศาลาว่าการเมืองจอร์จทาวน์ และไม่ห่างกันคืออาคารสภาเกาะปีนัง ริมทะเลมีร้านอาหารแนวฟู้ดคอร์ตอยู่หลายร้าน ส่วนทางด้านขวามือคือFort&amp;nbsp;Cornwallis,&amp;nbsp;อนุสรณ์สถานหอนาฬิกาพระราชินีวิกตอเรีย และท่าเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มัสยิด&amp;nbsp;Kapitan Keling&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;217&amp;nbsp;ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ&amp;nbsp;Fort Cornwallis&amp;nbsp;หรือป้อมปราการของเมือง ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเกาะปีนัง ตั้งตามชื่อ &amp;ldquo;ชาร์ลส์ คอร์นวอลลิส&amp;rdquo; ข้าหลวงใหญ่แห่งรัฐเบงกอล อีกอาณานิคมของอังกฤษในเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาเย็นพอสมควรแล้ว ผมเดินหาแท็กซี่เพื่อจะไปเทศกาลอาหาร&amp;nbsp;Taste of Penang 2018&amp;nbsp;ที่จัดอยู่บริเวณหน้าศูนย์การค้า&amp;nbsp;Gurney Paragon&amp;nbsp;ตั้งอยู่หลังถนน&amp;nbsp;Gurney Drive&amp;nbsp;ที่โด่งดัง ไม่ไกลจากวัดไชยมังคลาราม วัดสำคัญของชาวไทยและชาวพุทธในมาเลเซีย ใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะเจอแท็กซี่คันหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจ้งโชเฟอร์ว่าจะไปวัดไชยมังคลาราม เขางงเล็กน้อยก่อนถามกลับมาว่า &amp;ldquo;วัดไทยใช่ไหม&amp;rdquo; ผมตอบว่า &amp;ldquo;ใช่&amp;rdquo; แล้วให้ดูแผนที่กูเกิลในมือถือเพื่อความมั่นใจอีกขั้น พอรถออกก็เห็นว่าไม่มีมิเตอร์ค่าโดยสาร โชเฟอร์อธิบายว่ารุ่นนี้ไม่มี ผมจึงถามราคา เขาตอบว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;18&amp;nbsp;ริงกิต&amp;rdquo; (ทราบทีหลังว่าเป็นราคามาตรฐานที่คะเนตามระยะทางจากย่านลิตเติลอินเดียไปยังวัดไชยมังคลาราม) เขายังแสดงความจริงใจด้วยการบอกว่า &amp;ldquo;เวลานี้วัดไทยน่าจะปิดแล้ว คุณจะไปทำไม&amp;rdquo; ผมตอบว่า &amp;ldquo;ไม่เป็นไร ตั้งใจจะไปเทศกาลอาหารมากกว่า&amp;rdquo; เขาว่าสถานที่จัดงานเลยไปจากวัดไทยและบริเวณนั้นรถติดมาก ผมจึงบอกว่า &amp;ldquo;จอดตรงวัดไทยนั่นแหละครับ ผมเดินไปเอง&amp;rdquo; ดูเขาพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชเฟอร์แท็กซี่เป็นคนอินเดีย บรรพบุรุษมาจากรัฐทมิฬนาดูพร้อมๆ กับบริษัทบริติชอีสต์อินเดียของอังกฤษและกองทัพของบริษัทแห่งนี้ ปัจจุบันสัดส่วนของชาวอินเดียบนเกาะปีนังมีอยู่ประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ จากประชากรราว&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แสนคน โดยที่มีชาวจีนประมาณครึ่งหนึ่ง และชาวมาเลย์ตามมาติดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วัดศรีมหาอุมาเทวี วัดฮินดูที่เก่าแก่ที่สุดในปีนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราพูดภาษาทมิฬ ถ้าพูดกับคนอื่นเราพูดมาเลย์ กับนักท่องเที่ยวเราก็พูดภาษาอังกฤษ พวกเราไม่มีปัญหากันเลย ชาวปีนังอยู่กันอย่างสงบสันติ ไม่มีคนก้าวร้าว&amp;rdquo; เขาตอบอย่างภูมิใจเมื่อผมถามเรื่องภาษาที่ใช้ แล้วตัดพ้อนิดหน่อยว่า &amp;ldquo;มาเลเซียไม่มีธรรมชาติสวยๆ แบบเมืองไทยและบางแห่งในรัฐทมิฬนาดูของอินเดีย&amp;rdquo; ผมถามเขาว่า &amp;ldquo;คาเมรอนไฮแลนด์ไม่สวยหรือ&amp;rdquo; เขาว่า &amp;ldquo;มีแค่นั้นแหละ หมดแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อโชเฟอร์ช่างเจรจายังเล่าให้ฟังว่าเขากับเพื่อนจะไปเที่ยวหาดใหญ่กันทุกๆ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน ล่าสุดไปถึงก็เรียกใช้หญิงบริการ นายหน้าบอกว่าทั้งคืน&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ริงกิต ปรากฏว่าหญิงบริการมานั่งดื่มด้วย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมงก็กลับไป พวกเขาไม่พอใจจึงโวยวายต้องแต่สงบคำเมื่อนายหน้าชักปืนขู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาถามผมว่า &amp;ldquo;คนพวกนี้คือใคร ทำงานให้ใคร&amp;rdquo; ผมตอบว่า &amp;ldquo;เขาเรียกพวกนี้ว่าแมงดา (ปิมป์) ทำงานให้นายใหญ่ที่หากินกับหญิงบริการยังไงล่ะ&amp;rdquo; ผมแปลกใจที่เขาไม่ทราบเรื่องแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถจอดที่หน้าวัด ผมยื่นธนบัตร&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ริงกิตให้ เขาเรียกอาบังหน้าวัดไทยที่น่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาหา โชคดีของเราทั้งคู่ที่อาบังหน้าวัดมีเงินให้แลก แต่วัดไชยมังคลารามปิดเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;โมงเย็น ผมมาช้าไปไม่กี่นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ร้านขายผ้าย่านลิตเติลอินเดียนอกจากแข่งกันขายผ้าแล้วยังแข่งกันเปิดเพลงออกลำโพงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดแห่งนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.&amp;nbsp;2388&amp;nbsp;เนื่องจากว่าก่อนหน้าที่จักรวรรดิอังกฤษจะเข้าปกครอง ปีนังอยู่ภายใต้การดูแลของสุลต่านรัฐเคดาห์ ซึ่งรัฐเคดาห์นั้นถือเป็นรัฐประเทศราชของสยาม จึงมีชาวสยามอาศัยอยู่ในเขตที่เป็นมาเลเซียทางเหนือในปัจจุบันจำนวนไม่น้อย บนเกาะปีนังเองก็มีชาวสยามอาศัยอยู่ พระราชินีวิกตอเรียจึงมอบที่ดินแปลงหนึ่งให้กับชาวสยามสำหรับสร้างวัดไชยมังคลารามขึ้นเพื่อความราบรื่นทางด้านการค้ากับกรุงรัตนโกสินทร์ โดยผู้ที่ทำพิธีมอบก็คือ &amp;ldquo;วิลเลียม บัตเตอร์เวิร์ท&amp;rdquo; ข้าหลวงประจำดินแดนช่องแคบในเอเชียอาคเนย์ของจักรวรรดิอังกฤษ&amp;nbsp;(Straits Settlements)&amp;nbsp;อาทิ มะละกา, สิงคโปร์ และปีนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศิลปะและสถาปัตยกรรมของวัดไชยมังคลารามเป็นการผสมผสานระหว่างไทย พม่า และจีนเข้าด้วยกัน ทำให้ดูแปลกไปจากวัดในประเทศไทย ข้อมูลจากเว็บไซต์ &amp;ldquo;พ่อท่านคล้าย.com&amp;rdquo; ระบุว่า เมื่อ พ.ศ.&amp;nbsp;2494&amp;nbsp;พระมหาไพรัช พระชาวไทยที่บวชอยู่ในมาเลเซียได้นิมนต์พ่อท่านคล้าย พระสงฆ์ชื่อดังจากจังหวัดนครศรีธรรมราชให้เดินทางไปยังเกาะปีนังเพื่อสร้างพระพุทธไสยาสน์ที่วัดไชยมังคลาราม ซึ่งต่อมา &amp;ldquo;นายเอี่ยม อมรสถิตย์&amp;rdquo; ชาวอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่างฝีมือเยี่ยมเป็นผู้ปั้นพระพุทธไสยาสน์ขึ้น ความยาว&amp;nbsp;108&amp;nbsp;เมตร แล้วเสร็จในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2500&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่ยาวเป็นอันดับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระราชทานชื่อ &amp;ldquo;พระพุทธชัยมงคล&amp;rdquo; เมื่อคราวเสด็จประพาสปีนังพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2505&amp;nbsp;พระองค์ยังทรงตรัสชมว่า &amp;ldquo;ปั้นได้ดี ได้สวย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันวัดไชยมังคลารามเป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมของคนเชื้อสายสยามบนเกาะปีนัง โดยเฉพาะในเทศกาลสงกรานต์และลอยกระทง รวมถึงขบวนแห่ในวันวิสาขบูชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงข้ามกับวัดไชยมังคลารามคือวัดธรรมิการาม วัดพม่าที่มีชื่อเสียงมากเช่นกัน และถนนเส้นนี้ก็มีชื่อว่า &amp;ldquo;ถนนพม่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Lorong Burma)&amp;nbsp;เพราะวัดธรรมิการามนั้นสร้างขึ้นมาก่อน ในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2346&amp;nbsp;และถือเป็นวัดพุทธที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดบนเกาะปีนัง อย่างไรก็ตามถนนชื่อ&amp;nbsp;Lorong Bangkok&amp;nbsp;ตั้งอยู่ถัดไปจากถนนพม่า ส่วนถนน&amp;nbsp;Jalan Siam&amp;nbsp;ก็มีเหมือนกัน ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล็กดัดแสดงภาพและเกร็ดข้อมูลของบะหมี่ต๊อกต๊อกบนถนน&amp;nbsp;Lebuh China&amp;nbsp;แต่อยู่ในย่านลิตเติลอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนถนน&amp;nbsp;Jalan Kelawai&amp;nbsp;ที่ผมเดินไปยังเทศกาลอาหารที่หน้าศูนย์การค้า&amp;nbsp;Gurney Paragon&amp;nbsp;รถราติดขัดอย่างที่โชเฟอร์แท็กซี่บอกไว้ การเดินจึงเป็นความคิดที่ดีกว่ามาก ไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร ผมก็มาถึงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรดาร้านอาหารจัดอยู่ใต้ซุ้มหลังคาสีขาวมียอดแหลมๆ หลายยอด แบ่งออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่มย่อย มีอาหารจากโรงแรมต่างๆ, อาหารคาวตำหรับชาวบ้านจากหลากหลายวัฒนธรรม และอาหารจำพวกขนมและของหวาน ผมเห็นไก่ทันดูรีอยู่ในกลุ่มซุ้มที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ก็เดินเข้าไปหาทันที ป้ายบอกไว้ว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ริงกิต อาบังคนขายหยิบปีกไก่สีแดงน่ากินใส่กระทงกระดาษอย่างคล่องแคล่ว แล้วค่อยถามว่า &amp;ldquo;เอากี่ชุด&amp;rdquo; ผมไม่รู้ว่าชุดหนึ่งมีกี่ชิ้น ไม่ทันจะพูดอะไร บังก็หยิบลงไป&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชิ้นใหญ่จนเต็มกระทงพอดีแล้วบอกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ริงกิต ผมรู้ตอนนี้เองว่าชุดหนึ่งมี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชิ้น ยื่นเงินให้แล้วบังก็แถมขนมทำจากแป้งมาให้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชิ้น ซึ่งน่าจะกินคู่กัน ผมขอกระดาษเช็ดมือมาด้วยเพราะรู้ว่าต้องเลอะแน่นอน แล้วไปนั่งกินบนเก้าอี้ที่จัดไว้ ไก่รสชาติอร่อยดี แต่ไม่ควรเป็นส่วนปีกทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนแรกตั้งใจจะกินอย่างอื่นด้วยแต่เจอปีกไก่เข้าไป&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชิ้นใหญ่ก็รู้สึกอิ่มทันที เดินชมร้านอื่นๆ ให้ครบ แล้วเดินเข้าห้างเพื่อเข้าห้องน้ำและซื้อน้ำดื่ม อีกทั้งเผื่อว่าจะเจอรองเท้าที่ถูกใจ ซึ่งก็เจอเข้าจนได้ที่ร้านหนึ่ง เป็นรองเท้าสนีกเกอร์หนังสีขาว ลดราคาจาก&amp;nbsp;340&amp;nbsp;ริงกิตเหลือ&amp;nbsp;249&amp;nbsp;ริงกิต พนักงานสาวแขกชมว่าดูดีเมื่อลองใส่ (ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะพูดคำอื่นได้ไหม) ผมขอลองสีน้ำตาลรุ่นเดียวกันอีกคู่ เธอถามว่า &amp;ldquo;จะรับคู่ไหนดี&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศในเทศกาลอาหาร&amp;nbsp;Taste of Penang 2018&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คู่เลยครับ&amp;rdquo; เพี้ยนหรือต้องมนต์แขก ผมยังไม่เข้าใจตัวเองอยู่ทุกวันนี้ เพราะตอนเดินทางไปถึงปีนังนั้นได้ใส่รองเท้าผ้าใบไปแล้วคู่หนึ่ง อีกทั้งเตรียมรองเท้าแตะไปอีกหนึ่งคู่ เท่ากับว่าผมมีรองเท้าหุ้มส้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คู่ และรองเท้าแตะหนีบอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คู่ที่จะต้องนำกลับเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ตัดสินใจซื้อเพราะคิดว่าจะเดินกลับที่พัก เช็กระยะทางแล้ว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลเมตรกว่าๆ พอเดินได้ แต่รองเท้าแตะแข็งๆ ที่ใส่อยู่อาจทำให้ปวดเท้า และที่ไม่อยากนั่งแท็กซี่เพราะมองว่าระยะทางแค่นี้ค่าโดยสารคิดเป็นเงินไทยประมาณ&amp;nbsp;160&amp;nbsp;บาทนั้นค่อนข้างแพง เลยประหยัดไปเหนาะๆ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พันกว่าบาท จากนั้นก็เดินไปซื้อถุงเท้าที่แผนกซูเปอร์มาร์เก็ต พนักงานหนุ่มตาเหล่ใจดีบอกว่า &amp;ldquo;หมดแล้ว คุณไปซื้อร้านไดโสะสิ ถูกกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถุงเท้าสีขาวจากร้านไดโสะของญี่ปุ่นรับกับรองเท้าใหม่สีขาว พร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง แต่เมื่อเดินไปได้ไม่เท่าไหร่ถุงกระดาษใส่รองเท้าขาด โชคยังดีกล่องรองเท้ามีหูหิ้วจึงไม่มีปัญหา คิดจะลองนั่งรถเมล์แต่ไม่เห็นวิ่งผ่านหรืออาจจะหมดเวลาวิ่งไปแล้ว จึงเดินไปตามทางที่ระบุในแผนที่กูเกิล เดินไปเรื่อยๆ บนJalan Burma&amp;nbsp;ถนนที่ยาวมากเส้นหนึ่ง และยังไม่ทันถึงครึ่งทาง สิ่งที่กลัวที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้ รองเท้ากัด!&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนแรกเกิดไอเดียพิลึกเข้าไปอีก คือคิดจะเปลี่ยนไปใส่คู่สีน้ำตาล เผื่อว่าจะไม่กัด แต่ก็ล้มเลิกไปเพราะดูจะเพี้ยนหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากถนน&amp;nbsp;Jalan Burma&amp;nbsp;เลี้ยวซ้ายเข้า&amp;nbsp;Jalan Larut&amp;nbsp;ซึ่งเดินมาได้ระยะทางมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แล้ว เห็นร้านเคเอฟซีที่เป็นตึกเก่าสไตล์โคโลเนียล มีที่จอดรถกว้างขวาง แม้จะไม่หิวแต่อยากนั่งพัก และคิดว่าควรลองไก่เคเอฟซีตามสูตรเสียหน่อย เลือกชุดข้าวมันกับน่องไก่ทอด โคลสลอว์และน้ำอัดลม ราคา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ริงกิตกว่าๆ หรือประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาทเท่านั้น ข้าวมันอร่อยดี น่องไก่รสชาติเหมือนไก่เคเอฟซีไทย ตอนแรกนึกว่าจะออกแขกๆ กว่านี้ แต่ก็คงขายได้ดีเพราะคนอาจจะเบื่อไก่แขกแบบเครื่องเทศหนักๆ ที่มีอยู่ทั่วไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็ออกเดินต่อด้วยความอดทน แต่ทนได้ไม่ถึงที่พักก็งัดเอารองเท้าแตะออกมา ถอดสนีกเกอร์หนังเก็บใส่กล่อง รู้สึกว่าเดินคล่องขึ้นหลายเท่าตัว ถึงWeluv Travel Guesthouse&amp;nbsp;ในซอย&amp;nbsp;Lorong Kampung Malabar&amp;nbsp;ราว&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ทุ่ม อาบน้ำแล้วนอนงีบ สามารถหลับลงได้อย่างง่ายดายด้วยความเพลีย ตื่นมาราว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ทุ่ม เกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ใส่แตะหนีบออกไปดูฟุตบอลอังกฤษในร้านบนถนน&amp;nbsp;Chulia&amp;nbsp;พร้อมกับจิบเบียร์ไทเกอร์ในราคาขวด (เล็ก) ละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ริงกิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟุตบอลจบลง ผมเดินผ่านที่พักเพื่อจะหาอะไรกิน (อีกรอบ) ก่อนนอน ข้ามถนน&amp;nbsp;Jalan Penang&amp;nbsp;ไป มีร้านผัดหมี่แต่ผู้ผัดเป็นคนแขก และอีกร้านไม่แน่ใจว่าขายอะไร ดูแล้วจะหนักท้องไปเพราะดึกมากแล้ว เดินกลับฝั่งมาเข้าร้าน&amp;nbsp;7-11&amp;nbsp;หยิบบะหมี่ถ้วยมาจ่ายเงิน แคชเชียร์สาวมีต้นตระกูลเป็นคนไทย (พูดภาษาอังกฤษ) เธอเป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว ผมถามว่า &amp;ldquo;ไม่มีลูกเหรอครับ ?&amp;rdquo; เธอตอบว่า &amp;ldquo;เลิกกับสามีไปแล้วโดยที่ยังไม่มีลูก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะกดน้ำร้อนลงใส่ถ้วยบะหมี่ ผมหยิบเรื่องรองเท้ากัดขึ้นมาคุย เธอว่า &amp;ldquo;ต้องกัดรองเท้าเสียก่อนที่เราจะใส่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนที่มันจะกัดเรา&amp;rdquo; ผมเสริม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, ปีนัง, มาเลเชีย, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าสุขาเป็นสุขี ที่ปีนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปั่นไปด้วยกันที่เมืองจอร์จทาวน์ เกาะปีนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านเทศกาลสงกรานต์ไปได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์ ผมก็ตีตั๋วเครื่องบินไป &amp;ndash; กลับ กรุงเทพฯ &amp;ndash;ปีนัง ได้สำเร็จ หลังจากพยายามอยู่สี่ห้าวัน เว็บไซต์ของสายการบินไม่สามารถดำเนินการได้เมื่อถึงขั้นตอนชำระเงิน อาจจะมาจากคอมพิวเตอร์ของผม โทรศัพท์มือถือ หรืออะไรบางอย่างที่ไม่อาจเข้าใจได้ แต่ก็ได้ทำให้คืนก่อนบินผมต้องมีนัด&amp;nbsp;2นัด นัดแรกตอนค่ำกับชาวฝรั่งเศสและพรรคพวกชาวไทย ส่วนนัดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กับเพื่อนชาวอิตาเลียน นัดนี้เลิกดึกชนิดข้ามวันใหม่ไปหลายชั่วโมง ทำให้ไม่กล้านอนเพราะกลัวจะตื่นสาย ตัดสินใจเก็บกระเป๋าแล้วออกไปสนามบินตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเพื่อรอโดยสารเครื่องบินเวลาเกือบ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โมง โดยที่ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้แม้แต่นาทีเดียวทั้งที่สนามบินและบนเครื่อง ลองคิดดูเถิดครับว่าจะง่วงและเพลียขนาดไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาของมาเลเซียเร็วกว่าไทย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง เครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติปีนังเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองอย่างง่ายดาย ผมจำรายละเอียดอะไรไม่ได้มากเพราะง่วงเต็มที จากนั้นออกจากสนามบินไปรอรถเมล์เข้าเมืองสาย&amp;nbsp;401E&amp;nbsp;นานพอสมควรกว่าจะเข้ามาเทียบจอด บนรถเมล์ผมก็ยังไม่ได้หลับเพราะไม่มีที่ให้นั่ง รถวิ่งประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง กว่าจะถึงชุมทางรถโดยสารที่อาคาร&amp;nbsp;Komtar&amp;nbsp;เมืองจอร์จทาวน์ จากนั้นเดินตามแผนที่กูเกิลในโทรศัพท์มือถือซึ่งได้ซื้อซิมการ์ดพร้อมสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาตั้งแต่อาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึง&amp;nbsp;Weluv Travel Guesthouse&amp;nbsp;เวลาบ่าย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โมงกว่าๆ ผมโทรมาจองไว้เมื่อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันก่อน เพราะราคาถูกกว่าจองจากเว็บไซต์เอเจนซี่ทั่วไป ราคาห้องนอนเดี่ยวแบบห้องน้ำรวม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ริงกิต คิดเป็นเงินไทยโดยเอา&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คูณ ก็ประมาณ&amp;nbsp;360&amp;nbsp;บาท เช็กอินแล้วผมก็หลับยาวจนถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ทุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าตา &amp;ldquo;ช็อปเฮาส์&amp;rdquo; ตึกแถวโบราณของชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาบน้ำอาบท่าก่อนจะออกไปหามื้อค่ำก็พบว่าฝนได้เทลงมาสักพักแล้ว คนของเกสต์เฮาส์ที่อาจเป็นเครือญาติเจ้าของมีน้ำใจหยิบร่มยื่นให้ ผมเดินออกจากเกสต์เฮาส์ในซอย&amp;nbsp;Kampong Malabar&amp;nbsp;ออกไปยังถนน&amp;nbsp;Chulia&amp;nbsp;(จูเลีย) ถนนสายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองจอร์จทาวน์ เกาะปีนัง ชื่อนี้เพี้ยนมาจาก&amp;nbsp;Chulierซึ่งหมายถึงชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในรัฐทมิฬนาดู สมัยราชวงศ์โจฬะ&amp;nbsp;(Chola)&amp;nbsp;ปกครอง เมื่อครั้งแรกเริ่มอพยพมายังเกาะปีนัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิมทีถนนชื่อ &amp;ldquo;มาลาบาร์&amp;rdquo; ในตอนที่อังกฤษเข้ามายึดครอง ก่อนจะเปลี่ยนเป็น &amp;ldquo;จูเลีย&amp;rdquo; เมื่อพวกผู้ดีทราบว่าคนที่อาศัยอยู่บนถนนเส้นนี้ส่วนใหญ่มาจากทมิฬนาดูของอินเดียตอนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนจูเลีย&amp;nbsp;(Lebuh Chulia)&amp;nbsp;มีชื่อทางด้านร้านอาหารทั้งแบบภัตตาคารขนาดย่อมและประเภทหาบเร่แผงลอย ผับบาร์ และที่ตั้งของเกสต์เฮาส์ โฮสเทล ราคาประหยัด ทุกวันยามค่ำคืนระหว่างอยู่ในเกาะปีนัง ผมยังเห็นสตรีเชื้อสายอินเดียขายบริการยืนอยู่เป็นจุดๆ พวกเธอไม่เสนอขายพร่ำเพรื่อกับนักท่องเที่ยวทั่วไป หากแต่เจาะจงกับกลุ่มชาติพันธุ์อินเดียด้วยกันและอาจจะมีชาวตะวันตกด้วย ส่วนหน้าไทยแท้อย่างผมไม่ใช่สเป็กของพวกเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากฝนยังหยุดไม่สนิททำให้ถนนเฉอะแฉ ผมรู้สึกไม่สะดวกที่จะกินตามร้านแผงลอยริมถนน จึงเดินเข้าไปในซอยหนึ่ง มีร้านอาหารจีนตั้งอยู่ติดกัน&amp;nbsp;2ร้าน ร้านหนึ่งคนเต็มจนแน่น อีกร้านแทบไม่มีลูกค้า ผมเลือกร้านหลังอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะหิวและไม่อยากเสี่ยงโรคกระเพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภาพเหล็กดัดล้อเลียนบริเวณปากซอย&amp;nbsp;Kampong Malabar&amp;nbsp;ระบุว่าบริเวณนี้ชาวญี่ปุ่นในยุคต้นคริสต์ศตวรรษที่แล้วนิยมเปิดร้านขายกล้องถ่ายรูปบังหน้า ที่แท้เป็นพวกนักสืบราชการลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สั่งผัดหมี่ปลากะพง และปลาทอด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว โดยชี้ไปที่เมนู ปรากฏว่าปลาทอดที่มาเสิร์ฟคือปลาทู ตอนดูในเมนูผมดูไม่ออก มีน้ำพริกกะปิมาวางไว้ข้างๆ ผมก็เอามือเขี่ยออกไปอยู่ที่ขอบโต๊ะ ผัดหมี่แม้ว่าจะออกจืดๆ แต่กินไปเรื่อยๆ ก็อร่อยดี ส่วนปลาทูทอดก็คือปลาทูทอด ยังดีที่เป็นปลาทูสด ไม่เค็ม ราคาอาหารพอๆ กับเมืองไทย หากจะแพงกว่าก็ไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนอิตาเลียนผู้ทำให้ผมไม่ได้นอนเมื่อคืนวาน ส่งข้อความมาแนะนำบรรดาร้านอาหารและร้านจำหน่ายสุราที่เขาชื่นชอบเพราะมีประสบการณ์เดินทางมาปีนังหลายครั้ง เขาว่าหากจะดื่มต้องย่าน&amp;nbsp;Love Lane&amp;nbsp;ซึ่งเป็นซอยหนึ่งบนถนนจูเลีย ถ้าต้องการร้านราคาถูกให้เดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาเข้าซอย&amp;nbsp;Stewart&amp;nbsp;เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอร้าน&amp;nbsp;Antarabangsa Enterprise&amp;nbsp;อยู่ทางขวามือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินตามคำแนะนำของผู้รู้ไปจนถึงช่วงที่ซอย&amp;nbsp;Stewart&amp;nbsp;ตีออกเป็นโค้ง พบว่าร้าน&amp;nbsp;Antarabangsa Enterprise&amp;nbsp;เป็นร้านขายเหล้าเบียร์แบบส่งและปลีกในร้านเดียวกัน แถมยังตั้งโต๊ะเก้าอี้ไว้หลายชุดให้ลูกค้าซื้อออกไปนั่งดื่ม ตรงข้ามร้านมีรถตู้จอดทอดไก่ขาย พิจารณาแล้วไม่ค่อยน่านั่งเพราะทึมๆ หม่นๆ ไม่มีความคึกคัก หรือภาษาอังกฤษเรียก &amp;ldquo;เอเนอร์จี&amp;rdquo; ที่ไม่มีเอเนอร์จีนี่ก็เพราะไม่มีคนเป็นลำดับแรก ลำดับที่สองคือหากมีคนก็ต้องดูว่าเป็นคนแบบไหน และสื่อสารสัมพันธ์กันอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุดก็ถอยออกมา เดินกลับไปยังช่วงต้นของซอย&amp;nbsp;Love Lane&amp;nbsp;เจ้าของบาร์และพนักงานส่วนใหญ่เป็นแขกอินเดีย แม้แต่ลูกค้าเองก็เป็นแขกอินเดียเสียเกินครึ่ง ทั้งอินเดียที่เดินทางมาท่องเที่ยวและอินเดียที่ตั้งรกรากอยู่ในปีนัง สังเกตเห็นว่าแก้วเบียร์สำหรับลูกค้าที่มากันเป็นหมู่ อาจจะสั่งขวดใหญ่หรือแบบทาวเวอร์ก็จะได้แก้วใบเล็กๆ ขนาดโตกว่าแก้วช็อตไม่มาก เล็กกว่าแก้วเบียร์เกาหลีเสียอีก ก็ให้รู้สึกแปลกใจว่าทำไมไม่ใช้แก้วที่มีหูจับหรือแก้วชนิดก้นลีบปากกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในชุดภาพแมว มีลิงและหนูขอแจมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมแวะดูฟุตบอลอังกฤษที่ร้านชื่อ&amp;nbsp;Wooden Tipsy&amp;nbsp;สั่งเบียร์สด&amp;nbsp;Carlsberg&amp;nbsp;มา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แก้วขนาดประมาณ&amp;nbsp;330&amp;nbsp;มิลลิลิตรเพื่อเสริมความลื่นไหลของเกม ราคาแก้วละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ริงกิต หรือประมาณ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;บาท ดื่มหมดแก้วพนักงานก็ยกมาให้อีก บอกว่า &amp;ldquo;ชั่วโมงสุขสันต์ ซื้อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แถม&amp;nbsp;1&amp;rdquo;&amp;nbsp;จนสุดท้ายกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาเกือบพร้อมๆ กับที่เบียร์หมดแก้วที่สอง ผมเดินกลับที่พักแล้วออกมาใหม่ นั่งใกล้ๆ ร้านเดิมเพื่อดูฟุตบอลอีกคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวนี้ต้องทำให้ฟื้นด้วยเตกีลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ช็อต ก่อนจะผ่อนคลายด้วยเบียร์&amp;nbsp;Skol&amp;nbsp;เบียร์ที่มีคาร์ลสเบิร์กเป็นบริษัทแม่ ถูกขายสิทธิบัตรการผลิตไปในหลายประเทศ โด่งดังในประเทศบราซิล โดยที่ดั้งเดิมนั้นเป็นของสก็อตแลนด์ มาจากคำว่า&amp;nbsp;Skal&amp;nbsp;(สโกล) ในภาษาตระกูลนอร์ดิค ใช้กันในนอร์เวย์ เดนมาร์ก และสวีเดน แปลว่าCheers&amp;nbsp;หรือ ไชโย (ส่วนฟินแลนด์นั้นใช้คำว่า&amp;nbsp;Kippis&amp;nbsp;(คิปปิส) เนื่องจากมีบรรพบุรุษต่างเหล่ากอกัน) บ้านเราไม่เคยเห็นเบียร์ยี่ห้อนี้ ที่มีจำหน่ายในมาเลเซียน่าจะมาจากเหตุที่สหราชอาณาจักรเคยเป็นผู้ปกครองและนำเข้ามาในช่วงแรกๆ จนเกิดความเคยชินในตลาดนักดื่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากมาเลเซียเป็นประเทศมุสลิม การดื่มของมึนเมาเป็นของต้องห้าม เมืองที่อนุญาตและดื่มกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันนอกจากปีนังแล้วก็คือเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อจุดประสงค์บริการนักท่องเที่ยวต่างศาสนาในราคาที่ค่อนข้างแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แมวส้มยักษ์ อยู่ตรงข้ามที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันต่อมาผมถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่เช้าโดยเสียงคนย่ำเท้าจากห้องชั้นบน เพราะอาคารในย่านนี้เป็นสไตล์จีนที่เรียกว่า &amp;ldquo;Shophouse&amp;rdquo; ปูกระดานไม้ คนที่จะอยู่บนบ้านไม้สองชั้นขึ้นไปได้ นอกจากคนจีนเปอรานากันแล้วก็น่าจะมีคนไทยในต่างจังหวัดและอาจต้องพ่วงด้วยคำว่า &amp;ldquo;สมัยก่อน&amp;rdquo; เข้าไปด้วย ตอนเด็กๆ ผมเคยได้ยินคนแก่ๆ ดุสาวแรกแย้มประจำเรือนว่า &amp;ldquo;เดินตีนหนักอย่างนี้ระวังจะหาผัวไม่ได้&amp;rdquo; อยู่บ่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนอยากนอนนั้นแม้เอาสเต๊กมาป้อนก็ขอผ่าน เกิดความคิดที่จะขึ้นไปอัญเชิญคำคนแก่มอบให้กับผู้พักข้างบน แต่ด้วยความเพลียเพราะเมื่อวานนอนน้อยก็พยายามนอนต่อและหลับลงไปได้ จนตื่นอีกครั้งเวลาเกือบเที่ยงเพราะเสียงย่ำเท้าจากชั้นบนเหมือนเดิม ผมเดินขึ้นไปดูก็พบว่าเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน เห็นว่าพวกเขาเก็บของกำลังจะเช็กเอาต์จึงไม่ได้พูดอะไร เมื่อพวกเขาออกไปแล้วผมก็นอนต่อจนถึงบ่ายโมงเพราะเมื่อวานตอนเช็กอินได้จ่ายเงินสำหรับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันไปแล้ว จึงนอนโดยไม่ต้องพะวงเวลาเช็กเอาต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่เจ้าของเกสต์เฮาส์แนะนำร้านอาหารจีนฝั่งตรงข้ามชื่อ&amp;nbsp;Hon Kei&amp;nbsp;ลูกค้าแน่นร้าน แกว่า &amp;ldquo;เวรี่กู้ด&amp;rdquo; ผมข้ามไปชี้ตามรูปในเมนู ได้ก๋วยเตี๋ยวหมูเด้งใส่ไข่ลวก เส้นคล้ายขนมจีน อร่อยสมคำชม และไม่สงสัยแล้วที่คนเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสร็จมื้อเช้าในเวลาบ่ายสองผมก็ออกเดินไปหาภาพเขียนบนกำแพง&amp;nbsp;(Mural)&amp;nbsp;ของเมืองจอร์จทาวน์ หรือสตรีทอาร์ต ที่มีอยู่ทั่วเขตเมืองเก่า กระจุกอยู่มากเป็นพิเศษในเขตที่เรียกว่า&amp;nbsp;Core Zone&amp;nbsp;ของพื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;2008&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;109&amp;nbsp;เฮกตาร์ หรือเกือบ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ไร่ (ส่วนที่เป็นโซนกันชนมีอีก&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เฮกตาร์) ซึ่งหากมองจากแผนที่ก็คือสามเหลี่ยมส่วนปลายสุดของเกาะปีนังด้านตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสังคมที่มีทั้งชาวพุทธ มุสลิม ฮินดู และคริสเตียน แมวคือสัตว์ที่มีความเป็นกลางที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเขียนบนกำแพงนี้เริ่มขึ้นจากเทศกาล&amp;nbsp;George Town Festival&amp;nbsp;ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;2012&amp;nbsp;เออร์เนสต์ ซาชาเรวิช ศิลปินชาวลิธัวเนียนได้สร้างสรรค์ขึ้นจำนวน&amp;nbsp;6ภาพ สื่อถึงวัฒนธรรม ผู้คน และวิถีชีวิตของจอร์จทาวน์ จากนั้นก็มีศิลปินท้องถิ่นวาดเพิ่มขึ้นอีกหลายภาพ โดยเฉพาะภาพแมวในอิริยาบถต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากภาพเขียนบนกำแพงแล้ว ยังมีศิลปะภาพและตัวหนังสือเหล็กดัดที่ออกไปในทางล้อเลียนอีกจำนวน&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ชิ้นกระจายอยู่ทั่วเขตเมืองเก่าจอร์จทาวน์อีกด้วย ทำให้ปีนังมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นอย่างมาก ก่อนจะตามมาด้วยนักท่องเที่ยว และเงินของนักท่องเที่ยวที่มากยิ่งกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินไปตั้งหลักเสียไกลที่ถนนเส้นเลียบทะเลฝั่งตะวันออก (แต่มองไม่เห็นทะเล) ตรงข้ามกับรัฐปีนังแผ่นดินใหญ่ หรือที่เรียก &amp;ldquo;เซเบอรังเปอไร&amp;rdquo; จากนั้นตัดเข้าถนนเส้นในชื่อ&amp;nbsp;Lebuh Victoria&amp;nbsp;อาศัยชายคาตึกแถวสองชั้นโบราณเป็นที่หลบแดดร้อน หาภาพเขียนกำแพงได้สองสามรูปก็ปวดท้องต้องเข้าห้องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีร้านกาแฟโบราณอยู่บริเวณสี่แยกที่ตัดกันระหว่างถนน&amp;nbsp;Lebuh Pantai&amp;nbsp;และถนน&amp;nbsp;Lebuh Armenian&amp;nbsp;ผมเข้าไปสั่งกาแฟใส่นม ไม่ใส่น้ำตาล แล้วทำทีไปนั่งโต๊ะหน้าร้าน วางหมวกแก๊ปและแผนที่ไว้ เดินไปขอเข้าห้องน้ำ เฮียเจ้าของร้านบอกว่ากาแฟเสร็จพอดีขอวางไว้บนเคาน์เตอร์ก่อน เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วค่อยมารับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กน้อยแห่งถนน&amp;nbsp;Jalan Masjid Kapitan Keling&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในห้องน้ำที่น่าจะใช้เป็นห้องเก็บของด้วย มีห้องส้วมแยกออกไปที่มุมห้อง ผมหาสวิตช์ไฟไม่เจอ และเหตุการณ์กระชั้นชิดมากจนต้องประกอบกิจนั่งยองๆ แบบมืดๆ แล้วค่อยนึกขึ้นได้ว่ามีไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาแฟที่ไม่ร้อนแล้วกลับเป็นผลดีเพราะไม่งั้นคงร้อนแข่งกับอากาศร้อน ผมสั่งน้ำแอปเปิลปั่นไม่ใส่น้ำแข็งมาดื่มเสริมวิตามีซีหลังกาแฟ ซึ่งอาจไม่ช่วยอะไร เพราะเคยอ่านพบว่ากาแฟต้องกินห่างจากวิตามีต่างๆ ประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมง วิตามินจึงจะถูกดูดซึมเข้าร่างกายโดยที่กาแฟไม่มาขัดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาแฟโบราณราคาแค่&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ริงกิต หรือประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท ส่วนน้ำแอปเปิลราคา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ริงกิต หรือแค่&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท ถือว่าถูกกว่าที่คิด ตอนที่ซื้อของแล้วคิดเป็นเงินไทยนั้นจะรู้สึกดีก็ต่อเมื่อค่าเงินสกุลต่างชาติไม่สูง อย่างมาเลเซียนริงกิตนี้ตกจากสิบบาทกว่าๆ ลงมาเหลือประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บาทอยู่ได้ราวสามปีแล้ว แต่หากเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยูโร หรือฟรังก์สวิสแล้ว อาจจะรู้สึกแย่ขึ้นมาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงข้ามร้านกาแฟที่ผมเพิ่งจ่ายเงินออกมามีภาพเขียนเด็กสองพี่น้องบนจักรยาน นักท่องเที่ยวทั้งหัวดำหัวแดงเข้าคิวถ่ายรูปกันอยู่หลายคน ถือเป็นภาพยอดนิยมภาพหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินเจออีกสามสี่ภาพบนถนนอาร์มีเนียน บางภาพอยู่ในซอยแคบๆ เหมือนต้องการเล่นซ่อนหากับนักท่องเที่ยว คนที่หาเจอก็ดีใจนิดๆ ทั้งที่ทุกภาพมีไกด์ไว้แล้วในแผนที่ แต่มีอยู่ภาพหนึ่งซึ่งหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จะขออธิบายในฉบับถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนถนนอาร์มีเนียนมีร้านขายของที่ระลึกตั้งอยู่หลายร้าน ผมเลือกจากแผงค้าที่ตั้งบนทางเท้า เห็นรูปแมวในแผ่นแม่เหล็กติดตู้เย็น เป็นภาพที่ไม่ได้อยู่ในเอกสารแผนที่ เจ๊คนขายบอกว่าอยู่ตรงข้ามกับภาพเด็กยืนเขย่งขาบนเก้าอี้&amp;nbsp;พอเดินไปตามลายแทงก็เจอชายวัยกลางคนกำลังถ่ายรูปหญิงสาวหน้าตาดี เธออยู่กับภาพเขียนแมวที่โผล่หน้ามาจากหน้าต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แมวนี้มีมนต์ วันนี้วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พอดิบพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ชายหันมาพูดภาษาไทยกับผมว่า &amp;ldquo;ดูรูปให้หน่อยสิครับว่าโฟกัสไหม&amp;rdquo; แกมั่นใจมากว่าผมเป็นคนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หญิงสาวเดินมาดูรูปแล้วพูดว่า &amp;ldquo;พ่อตาไม่ดีค่ะ บางทีเล็งอยู่สามสี่นาที อ๋อโฟกัสแล้วนี่คะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วสองพ่อลูกก็เดินจากไปโดยที่ผมไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, ปีนัง, มาเลเชีย, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
