<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีคนขับรถหัวร้อนไม่ให้แซงโดนชักปืนยิงใส่ถูกสาวนั่งข้างบาดเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.62-ช่วงกลางดึกวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศิริศักดิ์ หวังกุหลำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ถ.สะบารัง อ.เมืองปัตตานี จึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า แคป รุ่นวีโก้ สีบอร์นเงิน ทะเบียน บจ 7786 ยะลา จอดข้างทาง บริเวณขอบกระจกแคปด้านซ้ายและกระบะมีรูกระสุน 2 แห่งภายในเบาะนั่งด้านหลังมีเลือด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ปัตตานี ทราบชื่อ นส.นูรีดา จารง อายุ 29 ปี มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่แขนซ้าย แพทย์ได้ทำการรักษาอาการปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบว่า รถคันเกิดเหตุ มีนายอริสมาน สาเมาะ อายุ 35 ปี เป็นคนขับรถ ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เหตุเกิดในขณะที่ตนกำลังจะขับรถเข้าด่านจุดตรวจ โดยในขณะนั้น รถต่อแถวยาว ส่วนรถคู่กรณีขับมาเลนซ้าย และพยายามที่จะตัดหน้ารถตนเองเพื่อที่ต้องการจะเข้าด่าน แต่เนื่องจากรถที่กำลังเข้าด่านเป็นแถวยาวตนจึงไม่ยอมให้รถคู่กรณีแหย่รถเข้ามาในแถว ทำให้รถคู่กรณีไม่พอใจ จึงได้ขับรถไปข้างหน้า เมื่อผ่านเข้าด่านแล้วจึงขับรถต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตลอดทางรถคู่กรณีก็จะพยายามเบียดรถผมตลอดเหมือนไม่พอใจและจะหาเรื่อง จนเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ผมได้ขับรถแซงหน้ารถคู่กรณี ปรากฏว่ารถคู่กรณีดังกล่าวได้เร่งความเร็วเพื่อขับรถมาตีคู่ จากนั้นเห็นคนที่อยู่ด้านข้างคนขับของรถคู่กรณีได้เปิดกระจกรถก่อนจะยื่นตัวออกจากกระจกข้าง และใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้าใส่รถของผมทันที ทำให้กระสุนปืนไปโดนนางสาวนูรีดา ซึ่งนั่งอยู่ที่แคปด้านซ้าย &amp;nbsp;กระสุนถูกที่แขนได้รับบาดเจ็บก่อนที่คนร้ายจะเร่งเครื่องหลบหนีไป&amp;quot;
&amp;nbsp;
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งอยู่บนเสาไฟฟ้าหน้าโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จากภาพพบว่า รถกระบะของผู้เสียหายขับอยู่เลนขวา ส่วนรถของผู้ก่อเหตุขับมาจากเลนซ้าย จากนั้นมือปืนซึ่งอยู่ข้างคนขับได้เปิดกระจกรถด้านซ้ายแล้วโผล่ออกมาพร้อมอาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่รถของผู้เสียหาย 2-3 นัด ท่ามกลางประชาชนที่สัญจรไปมา กระสุนถูกตัวรถทะลุโดนแขนของ น.ส.นูรีดา จนได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุจึงเร่งเครื่องหลบหนีเข้าไปตัวเมืองปัตตานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการไล่กล้องวงจรปิดจนรู้เบาะแสว่ารถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสเปซวากอน สีบอร์น ไม่ทราบเลขทะเบียน ส่วนคนร้ายคาดว่ามีด้วยกัน 2-3 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งไล่ติดตามจับกุมคนร้ายเพื่อมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถหัวร้อน, จ.ปัตตานี, ตำรวจ, ปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6444318b0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1 ใน4มือยิงหนุ่มสงขลาเสียชีวิตหน้าผับดังมอบตัวแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61-มีรายงานความคืบหน้าคดีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุรุมทำร้ายและยิงนายบุญลาภ เหมศิริ อายุ 25 ปี จนเสียชีวิตเหตุเกิดที่หน้าร้านFREE DOOM สถานบันเทิงดังตั้งอยู่ ริมถนนกาญจนวนิชย์ อ.เมืองสงขลา เมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้ ล่าสุดหลังจากที่ทางพนักงานสอบสวนสภ.เมืองสงขลา ได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ทราบผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้วเบื้องต้นพบว่ามี 4 คน และศาลจังหวัดสงขลาได้ออกหมายจับ 3 คน ส่วนอีก 1 คนยังเป็นเยาวชนอยู่ระหว่างการขอหมายจับจากศาลเยาวชนและครอบครัวจ.สงขลา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนนี้มีผู้องหาที่ขอเข้ามอบตัวแล้ว1 คน คือนาย สมศักดิ์ &amp;nbsp;นิ่มเส้ง &amp;nbsp;อายุ 46 ปี เป็นชาวต.พะวง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ถูกแจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหาคือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;nbsp;แต่ยังการสอบสวนยังให้การภาคเสธโดยบอกว่าไม่ได้เป็นคนยิง ส่วนผู้ที่ใช้อาวุธปืนออกมายิงมี2 คนซึ่งยังคงหลบหนีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมและประสานญาติให้เข้ามอบตัวแต่โดยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23901</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียิงหน้าสถานบันเทิง, คนร้าย, จ.สงขลา, ตำรวจ, ปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181210/image_mid_5c0dfbf82d6f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.แถลงจับหนุ่มหัวร้อนขับรถปาดหน้ากันชักปืนยิงอีกคันตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61- พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 และพล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายภาสกร หรือตอง ภาประจง อายุ 26 ปี ชาวต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 933/2561 ลงวันที่ 9 ธ.ค. 2561 ในข้อหาฆ่าผู้อื่น ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ,พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร โดยจับได้ที่บ้านพัก พร้อมกับรถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตู สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 3กต3067 กรุงเทพมหานคร คันที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ นอกจากนี้จากการตรวจค้นบ้านยังพบ อาวุธปืนยาว 1 กระบอก สั้น 2 กระบอก มีทะเบียน 1 กระบอก เถื่อน 1 กระบอก ปืนยาวอัดลม ไม่มีทะเบียน. 2 กระบอก เครื่องกระสุนปืนชนิดต่างๆ 325 นัด กัญชา 142.20 กรัม ยาบ้า 47 เม็ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาสกร ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุยิง นายสิทธิชัย หรือยักษ์ &amp;nbsp;ชอบธรรม อายุ 50 ปี &amp;nbsp;คนขับรถตู้จริง เนื่องจากมีการขับรถปาดหน้ากันไปมาจำนวน 2 ครั้ง จึงเกิดความโมโหเพราะตอนนั้นมีอาการมึนเมาอยู่แล้วด้วย &amp;nbsp;ตนจึงขับรถตามมาจนถึงทางเปลี่ยว จึงเร่งเครื่องแซงแล้วใช้อาวุธปืนเถื่อนขนาด 9 มม ยิงใส่ผู้ตายไป 2 นัดๆแรกโดนเข้าที่ข้างประตูรถของตนเอง ส่วนอีกนัดไปโดนคนขับรถตู้ ก่อนที่จะเร่งเครื่องหนีไป โดยไม่รู้ว่าคนขับรถเสียชีวิต แล้วขับรถกลับบ้านตามปกติ จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับกุมได้ที่บ้านพัก ดังก่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นแค่การขับรถปาดหน้ากันเท่านั้นเอง ถึงกับต้องยิงกันจนเสียชีวิต ซึ้งคดีนี้เป็นคดีที่สะเทือนขวัญพี่น้องประชาชนอย่างมา ผมจึงได้สั่งกำชับให้เร่งรัดจับกุมตัวคนร้าย ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เร่งติดตามจนสามารถตามจับคนร้ายได้เร็ว ซึ่งจากการตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหายังพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก และยังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอย่าไรก็ตาม จะได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพิ่มการตั้งจุดสกัด จุดตรวจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23895</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถปาดหน้า, จ.ปทุมธานี, ตำรวจ, ปืน, หนุ่มหัวร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181210/image_mid_5c0df0f77b1b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือฆ่าครูติวเตอร์รับแค้นถูกด่าโง่เป็นควายโดนแย่งแฟน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.61-พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) พร้อมเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน สน.เตาปูน คุมตัวนายสุรสิทธิ์ จันทร์วงศ์สกุล หรือเก่ง ผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุฆาตกรรม นายณัฐวัฒน์ เพียรสกุล หรือโบ้ตอายุ 27 ปี ติวเตอร์สอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ ก่อนนำศพยัดอำพรางทิ้งไว้บริเวณใต้ท้องรถแท็กซี่โตโยต้า โคโรร่านีโม่ สีชมพู ทะเบียนป้ายเหลือง ทย 5563 กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ที่จอดอยู่ริมถนนภายในซอยประชาชื่น 4 แยก 1-4 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ &amp;nbsp;กทม. &amp;nbsp;เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีประชาชนมาคอยดูการทำแผนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดแรกบริเวณริมถนน ภายในซอยประชาชื่น 4 แยก 4-1 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหานำร่างของนายณัฐวัฒน์ที่ถูกทิ้ง มาทิ้งไว้ใต้รถแท็กซี่สีชมพู ทย.5563 โดยดันตัวนายณัฐวัฒน์เข้าไปใต้รถแท็กซี่ก่อนหลบหนีไป จุดที่ 2 ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดแรก บริเวณรถกระบะฟอร์ดของผู้ต้องหา ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับรถมาจอดก่อนลากร่างมาทิ้งไว้ใต้รถแท็กซี่เพื่ออำพราง และนำกระเป๋าเป้ของผู้ตายไปโยนทิ้ง บริเวณพงหญ้า ใกล้ๆ จุดที่3.บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสี่แยกบ้านแขก ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหา พูดคุยกับผู้เสียชีวิต ก่อนมีปากเสียงกันรุนแรง จนใช้ปืนจ่อยิงจนนายณัฐวัฒน์ เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระหว่างทำแผน ผู้ต้องหา ได้ให้สัมภาษณ์ โดยอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะ ลงมือสังหารผู้ตาย แต่ถูกผู้ตายพูดจาดูถูก ด่าว่าโง่เป็นควายเองที่ถูกแย่งเมีย จนบันดาลโทสะ เกิดอารมณ์ชั่ววูบยิงผู้ตายจนเสียชีวิต พร้อมฝากขอโทษมารดาของผู้เสียชีวิตโดยบอกว่าตนรู้สึกเสียใจจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ รรท.ผบช.น.เผยว่า ผู้ต้องรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุจริงโดยโทรศัพท์ลวงผู้ตายมาเพื่อหวังเจรจาปัญหาหัวใจ ที่ผู้ตายคบหากับ น.ส.ศศิกานต์ คันทัพไทย แฟนเก่า ที่เพิ่งเลิกลากันเพียง 1 เดือน ก่อนจะมีปากเสียงกันภายในรถ จากนั้นฉวยโอกาสที่ผู้ตายเผลอ ใช้อาวุธปืนมรดกของบิดาที่เตรียมมา ยิงนายณัฐวัฒน์จนเสียชีวิต &amp;nbsp;แล้วนำศพไปทิ้งไว้ในรถแท็กซี่เพื่อหวังอำพรางคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ ก่อนเตรียมนำตัว ไปฝากขัง ในช่วงบ่ายของวันนี้พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจาก เป็นคดีอุกฉกรรจ์มีอัตราโทษสูง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าครูติวเตอร์, ตำรวจ, ปืน, ผบช.น., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be8fc2c86bb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถทัวร์สายใต้กระเจิงขวางรถรั้วขับแข่งแซงมายิงใส่ผู้โดยสารเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.61-เวลา 02.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.สายันต์ ตุมระวัต รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.ท่าแซะได้รับแจ้งมีเหตุรถกระบะไล่ยิงรถทัวร์มีผู้โดยสารบาดเจ็บสาหัสบริเวณสามแยกบ้านอ่างทอง ถนนเพชรเกษม &amp;nbsp;หมู่ที่ 5 ตำบลทรัพย์อนันต์ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ รพ.ท่าแซะ
&amp;nbsp;
ที่เกิดเหตุบนถนนเพชรเกษมช่องทางขาขึ้นพบรถทัวร์สองชั้นกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-ด่านนอก ยีห้อสแกนเนีย สีน้ำเงิน ทะเบียน 14-1155 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ไหล่ทางหน้าร้านอ่างทองคอมพิวเตอร์ มีผู้โดยสารถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ต้นขาซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน หน่วยกู้ชีพได้นำตัวส่งโรงพยาบาลท่าแซะก่อนแล้ว ทราบชื่อคือ นายอากร พรรณคง อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 3 ตำบลป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง มีอาการสาหัสกระดูกตนขาซ้ายแตกเสียเลือดมากต้องส่งตัวไปผ่าตัดหัวกระสุนและรักษาต่อที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ในตัวเมืองชุมพร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรูกระสุนที่ข้างรถใกล้กับประตูทางขึ้นด้านซ้าย 1 รู ทะลุเข้าไปถึงด้านในที่นั่งผู้โดยสาร และพบหัวกระสุนบี้แบนตกอยู่ใกล้เบาะนั่ง 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;
สอบสวน นายแดง ภู่สกุล อายุ 45 ปี คนขับรถทัวร์ให้การว่าได้ขับรถรับผู้โดยสารออกจากต้นทางที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่ตอนเย็นที่ผ่านมา จนกระทั่งตอนดึกมาถึงบริเวณสามแยกไฟแดงนากระตาม อ.ท่าแซะ เป็นแยกทางลัดเข้าตัวเมืองชุมพร ได้เห็นรถยนต์กระบะติดกรงเหล็กหรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;รถรั้ว&amp;rdquo; ซึ่งเป็นรถเปล่าไม่ได้บรรทุกสิ่งของลักษณะเหมือนขับแข่งไล่แซงกันไปมาตลอดทาง แล้วพยายามจะเบียดรถตนที่ขับอยู่ช่องทางขวา จนกระทั่งมาถึงบริเวณสามแยกบ้านอ่างทองจุดเกิดแหตุ ได้มีรถกระบะหรือรั้วยีห้อโตโยต้าสีขาวไม่ทราบทะเบียน ขับเบียดแซงทางช่องทางซ้ายของรถทัวร์คันที่ตนขับ แล้วคนขับรถกระบะซึ่งมาคนเดียวได้ชักอาวุธปืนออกมายิงใส่รถทัวร์ถูกผู้โดยสารบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว และเมื่อคนขับรถยนต์กระบะแซงผ่านขึ้นไปอยู่ข้างหน้ารถทัวร์ยังได้ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าอีกราว 4-5 นัด จนตนต้องเบรกรถแล้วจอดที่หน้าร้านคอมพิวเตอร์เพื่อขอความช่วยเหลือและแจ้งตำรวจดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17909</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปืน, รถทัวร์, รถทัวร์โดยสาร, รถรั้ว, รถสายใต้, อ.ท่าแซะ, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba1ac38edcf3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองแบบจัดสรรปันส่วนผสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเมืองช่วงนี้...ออกไปทางสะบัดร้อน สะบัดหนาว หรือไม่รู้ว่าจะร้อน หรือจะหนาว พอๆ กับ หน้าหนาวเดือนเมษาฯ อะไรประมาณนั้น แถมบางช่วง บางระยะ ยังเจอเข้ากับฝนที่มากับพายุฤดูร้อน เล่นเอาเปียกๆ แฉะๆ ไปซะอีกต่างหาก ด้วยลักษณะอาการที่ คาดเดาแทบไม่ได้ เช่นนี้นี่เอง มันเลยทำให้ใครต่อใครออกอาการหวาดระแวง ออกอาการ เกร็ง กันชนิดขนหัว ขนคอ ตั้งกันไปเป็นแถบๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า...เล่นเอาบางราย หันไปรื้อเสื้อสเวตเตอร์ กะเอามาใส่รับหน้าหนาวในฤดูร้อนกันเลยก็มี บางรายถึงกับคว้าร่ม เอาไว้เตรียมกันฝนทั้งที่แดดเปรี้ยงแจ๋ๆ แม้จะมี พรรคการเมือง กรูมาขอลงทะเบียนไปแล้วหวิดๆ จะร้อยพรรคเข้าไปแล้ว แต่แต่ละพรรคก็ยังไม่รู้ว่าจะ สวมชุดไหนดี มันถึงจะเหมาะกับอุณหภูมิอากาศ เหมาะกับบรรยากาศการเมืองแบบ หน้าหนาวเดือนเมษาฯ ได้แบบจริงๆ จังๆ จะหันไปใส่สเวตเตอร์ ถือร่ม ใส่เสื้อกล้าม นุ่งโจงกระเบนแบบบุพเพสันนิวาส หรือเผลอๆ...อาจต้องหันไป แก้ผ้า ฯลฯ ก็ยังแทบไม่รู้หมู่ รู้จ่า ไม่รู้ว่า ท่านสารวัตร จะเอายังไงกันแน่!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุที่อะไรต่อมิอะไรมันออกไปทางเลเพลาดพาด เปะปะ เลื่อนเปื้อน ชนิดแทบ คาดเดากันไม่ได้ เช่นนี้...ก็น่าจะมาจากจุดเริ่มต้นที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันถูกออกแบบ ดีไซน์ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าจะต้องเป็นไปในแบบที่เรียกว่า จัดสรรปันส่วนผสม นั่นแล คือเป็นการเมืองแบบที่จะปล่อยให้ ความเป็นประชาธิปไตย เป็นไปในแบบเพียวๆ แบบบริสุทธิ์ อิสระ หรือแบบที่บรรดานักการเมืองต่างสุข สดชื่น เหมือนยืนอยู่บนเนินเขาแบบเดิมๆ ไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว จำเป็นจะต้องเปิด พื้นที่ทางการเมือง บางส่วน หรือหลายๆ ส่วน ให้กับบางสิ่ง บางอย่าง ที่ช่วยเป็นตัวสร้างหลักประกัน การันตี ให้กับ ความเป็นไทย ที่จะแปลความหมายไปในทางที่ดี หรือไม่ดี ก็แล้วแต่จะว่ากันไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ผู้ที่ยึดหลักในสิ่งที่เรียกว่า ความเป็นไทย ที่ว่านี้ ท่านดันมี ปืน อยู่ในมือ จะไม่คิด เปิดพื้นที่ ใดๆ ให้ท่านเลย ยังไงๆ...ก็คงเป็ง-ปาย-ม่าย-ล่ายอยู่แล้วแน่ๆ การ จัดสรรปันส่วนผสม ให้เกิด ความลงตัว ระหว่าง ความเป็นประชาธิปไตย กับ ความเป็นไทย จึงถือเป็นภาระหน้าที่ของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นทหาร นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ ไปจนกระทั่งบรรดา ปวงชนชาวไทย ทั้งหลาย ที่นอกจากจะต้องยอมรับ ข้อเท็จจริงทางการเมือง ในลักษณะที่ว่านี้ ยังต้องหาทางปรับตัว ปรับความหวัง ความต้องการ หรือแม้แต่ปรับทัศนคติ เพื่อให้ ส่วนรวม หรือประเทศไทยทั้งประเทศ พอมีโอกาส เดินหน้า ต่อไปได้มั่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...การปรับตัว ปรับความหวัง ความต้องการ ปรับทัศนคติของแต่ละส่วนๆ มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แบบสามารถสั่งหันขวา-หันซ้ายได้แบบทันที-ทันใด หรือขณะที่ฝ่ายหนึ่งยอมหัน แต่อีกฝ่ายหนึ่งดันไม่ยอมหัน หรือหันไปคนละทาง โอกาสที่จะหา จุดลงตัว มันจึงแทบเป็นไปไม่ได้ ยิ่งฝ่ายหนึ่งหันไปกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่าไม่คิดจะหัน ไม่คิดจะปรับตัว อีกฝ่ายหนึ่งก็เลยหันมาต่อว่าอีกฝ่ายหนึ่งว่าหันแบบมั่วๆ ไม่ได้มีหลัก มีเกณฑ์ ไม่ได้แสดงออกถึงความมีวินัย ความถูกต้อง ชอบธรรมใดๆ แม้แต่น้อย หรือทำให้ การจัดสรรปันส่วนผสม ไม่ได้ออกไปทางแค่ เอาขี้มาผสมกับข้าว เท่านั้น แต่ชักออกไปทาง เอาขี้มาผสมกับขี้ จนแทบไม่รู้ว่า อะไรเป็นขี้หมู ขี้หมา หรือออกไปทาง อัปรีย์ไป-จัญไรมา เข้าไปทุกที...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันนี้นี่แหละ...ที่มันทำให้ การจัดสรรปันส่วนผสม มันเลยหา จุดลงตัว ได้ยากซ์ซ์ซ์ขึ้นๆ แถมยังทำให้ ความเป็นไทย กับ ความเป็นประชาธิปไตย ออกไปทางเละเทอะ เลอะเทะ ไปด้วยกันทั้งคู่ แทนที่จะเป็นตัวช่วยเสริม ช่วงส่ง ให้พออยู่ๆ กันไปได้ หรือพอให้เกิดการ เดินหน้าประเทศไทย ไปตาม ข้อเท็จจริงทางการเมือง อันเป็นตัวเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน คือถ้าหาก ความเป็นไทย นั้น...มันถูกทำให้โดดเด่น ชัดเจน จนสามารถแปลความ ตีความ ให้เป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันกับ ความเป็นธรรม การตั้งมั่นอยู่ในความบริสุทธิ์ ยุติธรรม คุณธรรม ศีลธรรม เป็นพื้นฐานแล้วล่ะก็ โอกาสที่จะนำเอาไปผสมกับ ความเป็นประชาธิปไตย ในรูปไหนก็ได้ ย่อมไม่ถึงกับยุ่งยาก มากความ อะไรจนเกินไป เพราะโดยจุดมุ่งหมายปลายทางของแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง มันคงไม่แตกต่างไปจากกันซักเท่าไหร่นัก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ด้วยเหตุเพราะ 3-4 ปีที่ผ่านมา... ความเป็นไทย ที่ว่า มันก็ยังไม่ถึงกับถูกทำให้โดดเด่น ชัดเจน อย่างเท่าที่ควรจะเป็น ยังเต็มไปด้วยขี้อะไรต่อมิอะไรสอดแทรกอยู่ในข้าว ชนิดเล่นเอาพะอืดพะอมกันไปมิใช่น้อย การ จัดสรรปันส่วนผสม มันจึงไม่เพียงแต่หา จุดลงตัว ได้ยากขึ้นๆ แต่ยังออกไปทาง ฝนตกขี้หมูไหล หนักยิ่งขึ้นทุกที จนทำให้การนำเอา ความเป็นไทย กับ ความเป็นประชาธิปไตย มารวมกันให้กลายเป็น ประชาธิปไตยแบบไทยๆ หรือแบบ ไทยนิยม มันจึงกลายเป็นการจัดสรรปันส่วนผสมระหว่าง ทหาร นักการเมือง ข้าราชการประจำ นักธุรกิจ โดยที่บรรดา ปวงชนชาวไทย แทบไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย และนั่นเอง...ที่ทำให้มันกลายไปเป็นความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ กลายเป็นอะไรที่ คาดเดาแทบไม่ได้ จนใครต่อใครต้องหาเสื้อสเวตเตอร์มาใส่ในหน้าร้อน หันมากลางร่มขณะแดดแจ๋ๆ เกิดอาการสะบัดร้อน สะบัดหนาว ไปจนถึงเปียกๆ แฉะๆ&amp;nbsp; ในระหว่าง เมษาฯ หน้าหนาว ด้วยประการละฉะนี้....แล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Sanskrit saying... สัมปโท มหตาเมวะ มหตาเมวะ จาปทะ วรุธเต กษียะเต จันโทระนะ ตุ ตาราคณะ กะวะจิต-ความเจริญและความเสื่อม เป็นเรื่องของคนใหญ่คนโต อุปมาดั่งพระจันทร์ซึ่งมีขึ้นมีแรม ส่วนดวงดาวทั้งหลาย หาได้มีการผันแปรไม่...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6301</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการ, ความลงตัว, ความเป็นไทย, ทหาร, ท่านขุนน้อย, นักการเมือง, นักธุรกิจ, ประชาธิปไตย, ปวงชนชาวไทย, ปืน, ฝนตกขี้หมูไหล, พรรคการเมือง, พื้นที่ทางการเมือง, หน้าหนาวเดือนเมษาฯ, เดินหน้าประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปืนเกลื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีคำถามเกิดขึ้นในใจอีกครั้งต่อเหตุการณ์ &amp;quot;น้องทราย&amp;quot; เหมือนแพร ศรีสุวรรณ อดีตน้องนักข่าวที่ไทยโพสต์ ซึ่งถูกอดีตแฟนบุกเข้าไปยิงเสียชีวิตภายในบ้านพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาวุธ &amp;quot;ปืน&amp;quot; ที่ใช้ก่อเหตุหากันง่ายดายขนาดนั้นเลยหรือ???
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฟังจาก พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ที่สอบปากคำผู้ต้องหารายนี้ ถึงที่มาที่ไปของอาวุธปืนที่นำมาใช้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ต้องหาให้การว่าซื้อต่อมาจากเพื่อนสนิท&amp;quot;!!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแสดงว่าอาวุธปืนยังหาซื้อกันง่าย มีขายกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ใครมีเงินก็สามารถสั่งซื้อได้จากอินเทอร์เน็ต หรือตามแหล่งต่างๆ มาครอบครอง มาก่อเหตุกันได้แบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตอกหน้ารัฐบาล ตอกหน้า คสช. ตอกหน้าทหาร ตอกหน้าตำรวจ เหมือนบ้านเมืองเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีขื่อมีแป&amp;quot;!!!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำได้ว่าช่วงหนึ่งรัฐบาลมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร นำโดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ &amp;nbsp;ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ที่ดูแลงานป้องกันปราบปราม, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ที่ดูแลงานความมั่นคง และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สมัยที่เป็นผู้บังคับการตำรวจ 191 เดินหน้าลุยกวาดล้างยาเสพติด กวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย กวาดล้างอาวุธปืน กวาดล้างมาเฟียผู้มีอิทธิพล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถจับกุมผู้ต้องหา ยึดยาเสพติด รวมทั้งอาวุธปืนได้จำนวนมาก!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น &amp;quot;ตำรวจกองปราบปราม&amp;quot; ยังมีการระดมปูพรมตรวจค้นบ้านผู้มีอิทธิพล ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าตรวจค้น รวมทั้งการตั้งด่านตรวจตามเส้นทางต่างๆ เป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ช่วงนี้ไม่รู้ตำรวจยุ่งกับงานอื่นหรืออย่างไร หรือจะระดมกำลังกวดขันกวาดล้างกันเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญๆ เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากหลังๆ ไม่ค่อยมีข่าวการระดมกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและอาวุธสงคราม ส่วนมากจะเป็นเรื่องปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งค้ามนุษย์ แก๊งเด็กแว้นเสียมากกว่า เลยอาจเป็นช่องว่าง ช่องโหว่ ให้อาวุธปืนมีการขาย มีการซื้อมาครอบครองกันอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญยังนำอาวุธปืนเหล่านี้มาก่อเหตุ ยิงชาวบ้านตาดำๆ!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัญญาณอันตรายจากอาวุธปืนที่เกลื่อนเต็มบ้านเต็มเมืองตอนนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คงต้องขันนอต ปัดฝุ่นแผนการระดมกวาดล้างอาชญากรรม กวาดล้างอาวุธปืนกันอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะหน่วยงานเสริมอย่าง &amp;quot;กองปราบปราม&amp;quot; ที่มีทั้งอาวุธและยุทธวิธีพร้อมสมบูรณ์ คงต้องเป็นแม่งานหลักในการปฏิบัติงาน เพราะถ้าจะรอให้ตำรวจพื้นที่ดำเนินการเอง ก็อาจติดปัญหา ติดข้อจำกัดที่ต้องรับคดี ต้องรับเรื่องต่างๆ ในแต่ละวันจนอาจไม่มีเวลาเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองปราบปราม&amp;quot; จึงต้องเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ประชาชนตามสโลแกน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านจะได้อุ่นใจนอนตาหลับ.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2325</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมเฉือนคม, ปืน, เสียบซึ่งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
