<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.น. สั่งสอบหาผู้รับผิดชอบปืนหลวงถูกโพสต์ขายออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้มีหนังสือชี้แจงกรณีปืนหลวงหลายกระบอกถูกขบวนการค้าอาวุธเถื่อนโพสต์ขายทางออนไลน์ระบุว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ขอชี้แจงกรณี ปรากฏข่าวพบปืนหลวงเกี่ยวข้องการค้าปืนเถื่อนออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเมื่อ 6 มิ.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 6/6 (ร้านทองศรีเพชรทอง 2), บ้านเลขที่ 6/5 (ร้านเจแอนด์ที เอ็กเพลส), บ้านเลขที่ 21/23 (เต็นท์รถมือสอง) ถ.มาเจริญ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ และท้องพักเลขที่ 142/592 ฟิวส์ เซนเซ่ บางแคคอนโดมิเนียม ถ.พุทธมณฑลสาย 2แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ ตามหมายค้นของศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ ค.109/2564, ค.111/2564 และ&amp;nbsp; ค.113 /2564&amp;nbsp; ลง 1 มิ.ย.64 ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุน จำนวนหลายรายการ อยู่ในความครอบครองของนายอนพัชฯ หรือท๊อป ผู้ต้องหา ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้นำอาวุธปืนซึ่งเป็นของหน่วยงานราชการ ที่ตรวจค้นพบได้ในครั้งนี้ส่งตรวจสอบที่กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สพ.) พบว่า มีอาวุธปืนของกลางที่ สพ. ได้จ่ายให้กับ บช.น. จำนวน 11กระบอก โดยเป็นอาวุธปืนขนาด .38&amp;nbsp; นิ้ว จำนวน 1 กระบอก ขนาด 9 มม. จำนวน 10 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากได้รับรายงานจาก บก.ป. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทำการตรวจสอบ ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของหน่วยงานใด และอยู่ระหว่างการครอบครองดูแลรักษาของผู้ใด ผลการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า อาวุธปืนของกลางดังกล่าว อยู่ในความดูแลของ สน.บางเสาธง จำนวน 1กระบอก, สน.ธรรมศาลา จำนวน 5 กระบอก และ สน.หลักสอง จำนวน 5 กระบอก รวมจำนวนทั้งสิ้น 11 กระบอก จึงได้สั่งการให้ บก.น.๗ และ ๙ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า อาวุธปืนดังกล่าวอยู่ในคลัง สน. หรือ ได้มีการแจกจ่ายให้ข้าราชการตำรวจรายใดเป็นอาวุธประจำกาย หรือไม่ เมื่อได้ข้อเท็จจริงเรื่องตัวผู้รับผิดชอบแล้ว จะได้ดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยหากพบว่าข้าราชการตำรวจรายใด ได้นำอาวุธปืนไปจำหน่ายหรือจำนำโดยเจตนา ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บช.น. ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ 0015.143/6581 ลง 8 มิ.ย.64 กำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุม และการตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนของทางราชการ โดยให้ทุกหัวหน้าหน่วยระดับ สน./กก. ด้วยตนเอง ตรวจสอบการจ่ายอาวุธปืนของหลวงทุกชนิดและการปฏิบัติเกี่ยวกับอาวุธปืน เพื่อเป็นการป้องกัน มิให้เกิดการสูญหาย หรือเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง โดยกำหนดวงรอบการตรวจสอบเป็นประจำทุก 6 เดือน (มิ.ย. และ ธ.ค.) รวมทั้งให้จัดทำคำสั่งมอบหมายผู้รับผิดชอบระดับ รอง ผกก. มีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลให้มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดวงรอบการปฏิบัติทุกเดือน แล้วรายงานให้ บช.น. ทราบตามวงรอบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106438</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ค้าอาวุธออนไลน์, ค้าอาวุธเถื่อน, บช.น., ปืนหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c84d309a162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯนราธิวาส ออกโรงแจงปืนหายตั้งแต่ปี 2555 ตั้งกก.สอบ ลั่นต้องมีคนรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.64 - รายงานข่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2564 เวลา 14.10 น.นายมะยูโซ๊ะ กูเตะ ปลัดอำเภอเมืองนราธิวาส เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส เพื่อร้องทุกข์ให้มีการดำเนินคดีกับคนร้ายจากกรณีได้ตรวจสอบกองคลังของกองร้อย อส.ที่ 2 มีอาวุธปืน AK 102 จำนวน 28 กระบอกได้สูญหายไป 19 กระบอก ส่วนที่เหลืออีก 9 กระบอก อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีที่ สภ.สะบ้าย้อย 1 กระบอก สภ.สิงหนคร 1 กระบอก สภ.ระแงะ 1 กระบอก สภ.บาเจาะ 1 กระบอก และได้มีการแจ้งหายอีก 4 กระบอก เมื่อปี พ.ศ. 2555 จำนวน 1 กระบอก กับ พ.ศ. 2557 จำนวน 3 กระบอก นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รอง ผวจ.นราธิวาส เป็นประธาน และมี รอง ผอ.รมน.ฝ่ายทหาร รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ปลัดจังหวัด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย ว่าการสูญหายของอาวุธปืนเกิดขึ้นเมื่อไรและอย่างไร แต่เบื้องต้นที่ทำการตรวจสอบนั้น อาวุธปืนทั้ง 28 กระบอกไม่ได้หายพร้อมกันในคราวที่เจ้าหน้าที่เข้าไปแจ้งความ แต่ปืนได้ทยอยหายไปในปี พ.ศ.2555 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทำงาน 7 วัน เพื่อไปตรวจสอบให้ได้ว่านับตั้งแต่ปี 2555 อาวุธปืนได้สูญหายไปกี่กระบอก และมีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการสูญหาย ยกตัวอย่างเช่น มีใครเข้าไปดำเนินการในลักษณะอย่างไร ซึ่งอาจจะมีการสูญหายโดยลักขโมย หรือ มีเจ้าหน้าที่นำออกไป อันนี้ต้องไปดูข้อเท็จจริงเพื่อความชัดเจน ว่าการสูญหายนั้นมีในช่วง พ.ศ.ใดบ้าง และมีใครเป็นผู้รับผิดชอบตามลำดับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายเจษฎา ยังกล่าวอีกด้วยว่า ในเบื้องต้นเราเจาะจงที่เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมอาวุธปืน แต่ละส่วนมีใครที่บกพร่อง ละเลย ละเว้น หรือมีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง จุดนี้ต้องแยกหลายประเด็นหลายส่วน เราจะมีการสอบสวนทางคดีอาญา ทางวินัยและทางแพ่งกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และอาวุธปืนที่สูญหายไปอยู่ในกลุ่มไหนอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104262</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนราธิวาส, ปืนหาย, สภ.เมืองนราธิวาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae17e154ddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค 4 แจงปืน 28 กระบอกไม่ได้หายพร้อมกัน แต่เป็นยอดสะสมในช่วงหลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.64 - พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี อาวุธปืน AK 102 จำนวน 28 กระบอก ของกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองนราธิวาสที่ 2 หาย ในวันที่ 18 พ.ค.2564 ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทราบมาว่า นายอำเภอจังหวัดนราธิวาส ได้ตรวจสอบสถานภาพของอาวุธปืนเมื่อ พ.ย. 63 ที่ผ่านมา และพบว่าหายไป 1 กระบอก ถึงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมอาวุธปืนที่สูญหายทั้งหมดในห้วงที่ผ่านมาว่าหายจากสาเหตุอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ดำเนินการแล้วเสร็จและตรวจพบว่ามีอาวุธปืน หายไปในห้วงที่ผ่านมา จำนวน 28 กระบอก ซึ่งบางส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อความไม่สงบ บางส่วนก็ไม่ใช่ แค่เป็นหารทยอยหายในหลายๆปี และมาสรุปยอดรวม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และมีเพจหนึ่งนำไปเสนอข่าว แต่ลงรายละเอียดไม่ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปืนทั้ง 28 กระบอกไม่ใช่เพิ่งหายและไม่ได้หายไปในล็อตเดียวกัน แต่เป็นการทยอยหาย หรือ อาวุธปืนหายสะสมในภาพรวมในห้วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่ง นายอำเภอ จ.นราธิวาส ได้สำรวจสถานภาพของอาวุธปืนใหม่ว่า มีอยู่จำนวนเท่าไร หายไปอีกกี่กระบอก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรตื่นตระหนกหรือไม่ พ.อ. วัชรกร กล่าวว่า ขณะนี้มีบางเพจนำเสนอข่าวเพื่อสร้างความตื่นตระหนก แต่ความจริงแล้วลงรายละเอียดไม่ครบถ้วน เพราะตามข้อเท็จจริงเป็นเพียงการตรวจสอบสถานภาพของคลังอาวุธปืนที่หายในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะหายในหลายๆสาเหตุ ไม่อยากให้ตื่นตนกกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวโยงกับการเตรียมก่อเหตุ หรือการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ใช่หรือไม่ พ.อ. วัชรกร กล่าวว่า มีความพยายามเชื่อมโยง ตามที่มีการนำเสนอข่าวนี้ออกไปให้เป็นประเด็น เพื่อหวังสร้างความตื่นกลัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104102</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ปืนหาย, พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ac8d811da21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การอยุธยารู้แล้วใครคือตำรวจโจรฉกปืน 11 กระบอก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก www.thaipolicenews.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.62 - พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) กล่าวถึงการดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องลักลอบนำปืน ซิกเซาเออร์&amp;nbsp;P320 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดซื้อเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการตำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จาก กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กก.สส.ตร.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) หลังความแตกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับกุมตัวนายอาทิตย์ หาญพาณิชกิจ พร้อมด้วยอาวุธปืน อาวุธปืนซิกซาวเออร์&amp;nbsp;p320 ขนาด 9 มม.ตราโล่ หมายเลขประจำปืน&amp;nbsp;T60113287 เป็นเลขปืนที่มอบให้ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกระสุน 12นัด อ้างว่ารับจำนำมาราคา 20,000บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่า หลังทราบเรื่องได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงโดยมี พ.ต.อ.ภูวิดิช ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจังหวัดและพื้นที่เร่งติดตามนำอาวุธปืนกลับคืนมาให้หมด ยังเหลืออีก 10 กระบอก คดีมีความคืบหน้าไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการติดตามตัวคนร้าย ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจใน กก.สส.ตร.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวข้องด้วยแน่นอน อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวออกไปว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ด.ต.&amp;rdquo;&amp;nbsp;2 นาย ที่ถือกุญแจเปิดคลังอาวุธปืนเกี่ยวข้องนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่ายังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.โชคชัย ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยต่อว่า จากการสอบสวนล่าสุดพอจะทราบตัวคนร้ายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใน กองสืบฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1 รายมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนมูลเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว ซึ่งอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานนิดหนึ่งยืนยันว่าคดีมีความคืบหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30078</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปืนหาย, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c76557b20ee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สีกากีสะท้าน!&#039;ศรีวราห์&#039;สั่งแจ้งจับตร.กองสืบอยุธยาทำปืนหาย 11 กระบอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ: www.thaipolicenews.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.62- มีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) ให้แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งวินัยและอาญา หลังพบว่าอาวุธปืน ซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 มม.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดซื้อเป็นสวัสดิการให้ข้าราชการตำรวจหายไปจาก กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กก.สส.ตร.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) หายไป 11 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ &amp;nbsp;14 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจ สน.วังทองหลาง ได้จับกุม นายอาทิตย์ อายุ 25 ปี ที่ถนนศรีวราทาวน์อินทาวน์ตัดถนนประดิษฐ์มนูธรรม พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืน ลูกโม่ .38 เทารัส 1 กระบอกและ อาวุธปืนซิกซาวเออร์ p320 ขนาด 9 มม.ตราโล่ หมายเลขประจำปืน T 60113287 เป็นเลขปืนที่มอบให้ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกระสุน 12นัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอาทิตย์ให้การรับสารภาพว่า ปืนซิกซาวเออร์มีคนนำมาขายให้ราคา &amp;nbsp;20,000 บาท &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รายงานให้พล.ต.อ.ศรีวราห์ทราบ เมื่อไปตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนซิกซาวเออร์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดซื้อให้แทนปืนรุ่นเก่าหายไปอีก 10 กระบอก &amp;nbsp;รวมเป็น 11 กระบอก จึงสั่งการให้ ผบก.ภ.จว.อยุธยา แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผบก.ภ.จว.อยุธยา ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ. ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา แจ้งความกับ พ.ต.ท.จักรพันธ์ ธูปเตมีย์ สารวัตรสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผูบัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ปฏิเสธถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจอยุธยา, ธปืน ซิกซาวเออร์ P320, บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ปืนสวัสดิการ, ปืนหาย, พล.ต.อ.ศรีวราห์  รังสิพราหมณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c74f79a83cb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าโคราชยกธงขาว! ไร้วี่แววปืนหาย100กระบอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามอาวุธปืน M กับ 9 ม.ม. จำนวนกว่า 100 กระบอกที่หายไปจากคลังอาวุธของกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดนครราชสีมา ที่ 1 หรือ ร้อย อส.นครราชสีมา 1 ตั้งแต่ปี 2557 ว่า &amp;nbsp;เรื่องการติดตามปืนที่หายไปจากคลังอาวุธยังเป็นปัญหาอยู่มาก เราเองก็พยามติดตามอยู่ตลอดเวลา มีการประชุมการติดตามอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ก็ยังไร้วี่แววอยู่เลย ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าซุกซ่อนอยู่ที่ไหนบ้าง โดยเฉพาะกรณีเมื่อเกิดเหตุการใช้อาวุธสงครามขึ้นที่ไหน และเมื่อเร็วๆนี้มีการใช้อาวุธสงครามก่อเหตุจังหวัดฯก็พยายามสอบถามตำหนิรูปพรรณว่าเหมือนกับอาวุธปืนที่หายไปหรือไม่ ซึ่งก็ยังไม่พบว่าเหมือนกับอาวุธปืนของเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ณ วันนี้ผมคิดว่าอาวุธปืนที่หายไปถ้าไม่มีการซุกซ่อนเก็บไว้ที่เดียวกันก็อาจจะมีการนำออกไปนอกประเทศแล้ว &amp;nbsp;เพราะตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมาไม่เห็นมีการกระจายหรือนำมาใช้ในพื้นที่เลย ซึ่งเราก็มีความกังวลว่า ถ้าเรายังตามไม่เจอถ้าเกิดเหตุการณ์บ้านเมืองไม่เรียบร้อยถ้าเกิดมีการนำมาใช้งานก็จะเป็นปัญหากับบ้านเมือง ตรงนี้เรากังวลอยู่บ้าง และจนถึงตอนนี้ก็ยังติดตามอยู่ แม้แต่การตั้งรางวัลให้เบาะแสต่างๆ หรือแจ้งบอกกล่าวก็ไม่มีคนให้เบาะแสมาเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่าการดำเนินทางวินัยทางกรมการปกครองก็กำลังสอบสวนกันอยู่จนถึงตอนนี้ยังไม่จบกระบวนการ และในเรื่องของการดำเนินคดีอาญาตอนนี้อยู่ในชั้นของการอุทธรณ์ ซึ่งทางเราเป็นฝ่ายอุทธรณ์ เพราะเนื่องจากทางศาลเห็นว่าพยานอาจจะไม่เพียงพอสำหรับคนที่ฟ้องไป ฉะนั้นทางอัยการจึงขออุทธรณ์ไปแล้ว โดยฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องประมาณ 7 คน ซึ่งเราได้หาหลักฐานเพิ่มและตอนนี้ยื่นอุทธรณ์ไปเรียบร้อย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4490</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังอาวุธ, คลังแสง, ปืน100กระบอก, ปืนหาย, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, ผู้ว่าโคราช, วิเชียร จันทรโณทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fc5840221a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
