<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายตั้มเอาคืน แจ้งกลับตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจมีนบุรีบุกสอบแฟนเอมี่ในเรือนจำคลองเปรม หลังทนายตั้มระบุเป็นผู้นำเอกสารทางคดีมาให้ ด้านเจ้าตัวแจ้งดำเนินคดีตำรวจกระทุ่มแบนปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เหตุไม่ยอมรับมอบตัว แต่กลับส่งกำลังไปจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (รอง ผบก.น.3) เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรีได้ไปสอบปากคำนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ แฟนหนุ่มของเอมี่ อาเมเรีย จาคอป นางเอกชื่อดังที่ถูกดำเนินคดีพร้อมแฟนในคดียาเสพติด ในเรือนจำคลองเปรม ตามที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ผู้ต้องหา ร่วมกันนำสืบ/แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ/และเบิกความเท็จต่อศาลมีนบุรี ในคดีเอมี่ให้การว่าแฟนหนุ่มของเอมี่เป็นผู้นำเอกสารมาให้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดการสอบสวนได้ หลังจากสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำพยานแวดล้อมเพื่อหาพยานหลักฐาน ทั้งพยานเอกสารและพยานบุคคลเพิ่มเติม ก่อนจะรวบรวมสำนวนส่งอัยการตามขั้นตอน ส่วนการติดตามตัวนายทอมมี่ จาคอป น้องชายของเอมี่ จากการตรวจสอบได้เดินทางไปอยู่กับครอบครัวในต่างประเทศก่อนที่จะมีการออกหมายจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการติดตามตัวไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของนายษิทรา มีรายงานว่า เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา นายษิทราได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หลังจากทราบข่าวว่าถูกออกหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรสาครในข้อหา นำสืบหลักฐานอันเป็นเท็จ จึงรีบเดินมางมามอบตัวเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ แต่ตำรวจไม่ยอมรับแจ้งความ อ้างว่ายังไม่เห็นหมายจับดังกล่าว นายษิทราจึงเดินทางกลับไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.ต.ท.ธนนท์ ล้นเหลือ รอง ผกก.สืบสวน สภ.กระทุ่มแบน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ยังไม่เห็นหมายจับนายษิทรา ก็คงยังไม่มีการจับกุมตัวแต่อย่างใด และก็มิได้รับแจ้งความจากนายษิทราด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดสมุทรสาครออกหมายจับนายษิทรา กับพวก ในข้อหาร่วมกันนำสืบ แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เบิกความเท็จต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครเป็นคดีที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปที่สำนักงานของนายษิทรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นไม่กี่นาที นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เข้ามายัง สภ.กระทุ่มแบน เพื่อมอบตัวในคดีตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ตามมาตรา 180 วรรค 2 จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีทีมงานติดตามมาด้วย 4-5 คน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ได้นำตัวทนายตั้มเข้าห้องสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงเวลา 13.10 น. หลังสอบปากคำเสร็จ ทนายตั้มได้ออกหมายจากห้องสอบสวน พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองถูกตำรวจกระทุ่มแบนกลั่นแกล้ง โดยได้มาขอมอบตัวที่สถานีตำรวจตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมรับมอบตัว กลับให้กลับบ้านไปก่อน โดยมีเจตนาที่จะจับตนในวันนี้เพื่อให้เรื่องอึกทึกครึกโครมเป็นข่าว ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงขอแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทีมงานของทนายตั้มยังได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1 แสนบาท เพื่อประกันตัวสู้คดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีที่ทรายตั้มเข้าแจ้งความ ระบุว่า รอง ผกก.สภ.กระทุ่มแบนนายหนึ่งละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. นายษิทราได้เดินทางเข้ามาแสดงตนขอมอบตัวต่อเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบนแล้ว หลังทราบว่าตัวเองถูกออกหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรสาคร แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึง สภ.กระทุ่มแบน กลับไม่มีตำรวจคนไหนออกมารับมอบตัว ทั้งๆ ที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนดังกล่าวก็อยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย โดยอ้างเหตุว่าหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาครยังมาไม่ถึง และหมายจับยังไม่เรียบร้อย ต้องแก้ไขเอกสารเพิ่มเติม ทำให้นายษิทราต้องเดินทางกลับบ้านไปก่อน จนกระทั่งในช่วงเช้า ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาครเข้าตรวจค้นที่สำนักงานทนายความของนายษิทรา เพื่อควบคุมตัวบุคคลตามหมายจับ ทำให้นายษิทราและผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56496</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ, พ.ต.ท.ธนนท์ ล้นเหลือ, พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอมี่ อาเมเรีย จาคอป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3c11aa3f2e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาทนาย สอบ&#039;ตั้ม&#039; ช่วย&#039;เอมี่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาทนายฯ ตั้งคณะกรรมการสอบทนายตั้มหลังถูกกล่าวหาร่วมขบวนการช่วย &amp;quot;เอมี่&amp;quot; หลุดข้อหาค้ายาเสพติด &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; เดินหน้าเข้าพบ ผบช.น.มอบหลักฐานเพิ่มเติม แย้มภายใน 3 วันฟันตำรวจศาลาแดงข้อหาหนัก ลั่นไม่เข้าพบ กก.สอบข้อเท็จจริงหากไม่เปลี่ยนตัวกรรมการตามที่เรียกร้อง ประกาศงานนี้ถูกยิงตายก็ยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 กันยายนนี้ กรณีมีการร้องเรียนเรื่องทนายความเข้าไปเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นคดี ว่า ทางสภาทนายความได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะมีการนัดประชุมเรื่องนี้ในวันที่ 27-28 ก.ย.นี้ ก่อนที่จะเรียกทนายความที่ถูกกล่าวอ้างมาให้ข้อมูล ซึ่งหากที่ประชุมตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ จะมีผลทำให้ไม่สามารถว่าความได้อีกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ร้องเรียนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่า คดี น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ อดีตนางเอกและอดีตมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2006 และนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ แฟนหนุ่ม ถูกตำรวจจับกุมในคดียาเสพติด ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับพลเรือนช่วยเหลือให้ น.ส.อาเมเรียหลุดจากการถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด ทั้งนี้ ทนายความที่รับว่าความให้ น.ส.อาเมเรีย คือนายษิทรา เบี้ยกำเนิด หรือทนายตั้ม ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดมีนบุรีพิพากษาให้จำคุก น.ส.อาเมเรีย 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี โดยให้ยกฟ้องความผิดฐานจำหน่ายยาไอซ์ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าพบ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เพื่อมอบหลักฐานคดียาเสพติดที่นายอัจฉริยะอ้างว่ามีหลักฐานตำรวจร่วมกันทุจริตในการช่วยเหลือให้ น.ส.อาเมเรียหลุดพ้นคดีในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะเปิดเผยภายหลังว่า วันนี้มาขอเข้าพบ ผบช.น.เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และมอบหลักฐานเรื่องขบวนการวิ่งเต้นคดี น.ส.อาเมเรียพ้นข้อหาจำหน่ายยาเสพติด โดยภายใน 3 วันนี้ ตนจะดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการวิ่งเต้นคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ศาลาแดง ส่วนจะเป็นข้อหาอะไร อยู่ระหว่างพิจารณา แต่มั่นใจว่าจะเป็นข้อหาหนัก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าตำรวจคนนี้เป็น 1 ในผู้ร่วมขบวนการ เป็นพยานที่ผู้ต้องหาใช้ต่อสู้คดี ซึ่งปรากฏหลักฐานในชั้นการเบิกความของศาล ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี แต่สามารถทำให้มีผลกับคดีความได้ ส่วนที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงคดีดังกล่าวเรียกให้ผมมาสอบปากคำในวันที่ 26 กันยายนนี้ ผมคงไม่ไม่เดินทางมาพบ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนชุดคณะกรรมการตามที่ได้ร้องขอไปก่อนหน้านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่นายอัจฉริยะเรียกร้อง คือให้ถอด ผกก.สน.สายไหมออกจากการเป็นกรรมการ เนื่องจากเป็นเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า วันเดียวกันนี้จะเดินทางไปร้องอัยการสูงสุด เพื่อมอบหลักฐานและขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี ซึ่งหลักฐานดังกล่าวเชื่อมโยงถึงอัยการด้วย โดยขบวนการนี้มีทั้งข้าราชการและพลเรือน รวมถึงบุคคลที่แอบอ้างตัวเป็นอัยการที่จะให้อธิบดีอัยการคดียาเสพติดพิจารณา นอกจากนี้ตนยังมีพยานที่ใช้ฉายาว่า &amp;ldquo;กุ้งมังกร 5 หมื่นบาท&amp;rdquo; ซึ่งเป็นพยานบุคคลสำคัญ กุมความลับเรื่องนี้ รวมถึงความลับของทนายคนดังด้วย ซึ่งจะเก็บไว้เปิดเผยในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำครั้งนี้ ถึงแม้ผมจะถูกยิงตาย ผมก็ยินดี เพราะหลักฐานมันค่อนข้างชัด ก็ขอให้ทีมงาน ผบช.น. ทำงานก่อน&amp;quot; นายอัจฉริยะกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18351</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.อาเมเรีย จาคอป, ปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ, สรัลชา ศรีชลวัฒนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8e53591e25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
