<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายเพิ่มวันเดียว7ราย สธ.ชี้เป็น ช่วงพีกสุด/‘ปูติน’หนุน‘สปุตนิกวี’ให้ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศบค.เปิดตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเพิ่มระดับพันที่ 1,470 ราย เศร้า! เสียชีวิตเพิ่ม 7 ราย เปิดตัวเลขระลอก 3 ดับส่วนใหญ่มาจากโรคประจำตัว หนักสุดคือระลอกแรก &amp;ldquo;หมอโอภาส&amp;rdquo; ชี้เป็นช่วงพีกสุดของระฆังแล้ว คาด 1-2 สัปดาห์น่าจะลดลง กระทุ้งต้องจัดการเรื่องปาร์ตี้-สถานบันเทิงให้เด็ดขาด ข่าวดี! ปูตินพร้อมสนับสนุนวัคซีน &amp;ldquo;สปุตนิก วี&amp;rdquo; ให้ไทย บิ๊กตู่สั่ง สธ.เร่งเจรจา โควิด-19 ป่วนสภาสูง เหตุพนักงานติดเชื้อร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;สมศักดิ์&amp;rdquo; เร่งแจงแค่กินข้าวไม่ได้ปาร์ตี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 1,470 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศทั้งหมด โดยมาจากระบบเฝ้าระวังและบริการ 1,370 ราย และการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 100 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 48,113 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 477 ราย หายป่วยสะสม 29,848 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 18,148 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 7 ราย ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม 117 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายนั้น รายที่ 1 เป็นหญิงไทย อายุ 24 ปี อาชีพค้าขาย จ.พัทลุง มีโรคประจำตัว โรคอ้วน เสียชีวิต วันที่ 20 เม.ย., รายที่ 2 หญิงไทย อายุ 68 ปี อาชีพดูแลเด็ก จ.สระบุรี มีโรคประจำตัวภูมิแพ้ เสียชีวิตวันที่ 20 เม.ย., รายที่ 3 ชายไทย อายุ 83 ปี กทม. มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เสียชีวิตวันที่ 20 เม.ย., รายที่ 4 หญิงไทย อายุ 80 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง จ.นครปฐม มีโรคประจำตัวเบาหวาน เสียชีวิตวันที่ 17 เม.ย.,&amp;nbsp; รายที่ 5 ชายไทย อายุ 45 ปี อาชีพพนักงานขับรถ กทม. เสียชีวิตวันที่ 20 เม.ย., รายที่ 6 ชายไทย 59 ปี พนักงานรัฐวิสาหกิจ กทม. มีโรคประจำตัวเบาหวาน เสียชีวิตวันที่ 20 เม.ย. และรายที่ 7 ชายไทย อายุ 86 ปี อาชีพรับจ้าง กทม. เสียชีวิต วันที่ 21 เม.ย.
&amp;ldquo;ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (อีโอซี) มีการรายงานสถิติผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ระลอก พบว่าระลอกแรก ในปี 2563มีผู้เสียชีวิต 67 ราย จากผู้ป่วยสะสม 6,772 ราย คิดเป็น 0.82% ระลอกที่ 2 เดือน ม.ค.-มี.ค.64 มีผู้เสียชีวิต 27 ราย จากผู้ป่วย 21,035 ราย คิดเป็น 0.13% และระลอกที่ 3 เดือน เม.ย.มีผู้เสียชีวิต 16 ราย จากผู้ป่วย 17,780 ราย คิดเป็น 0.10% โดยผู้เสียชีวิตในระลอกแรกมากที่สุดคือช่วงวัย 40-59 ปี ระลอก 2 และระลอก 3 คือผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทั้ง 3 ระลอกส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์ระบุ &amp;nbsp;
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ยังพบการติดเชื้อจากการไปเที่ยวผับบาร์และปาร์ตี้ยังมีเห็นอยู่ ทั้งที่ ศบค.สั่งปิดสถานบันเทิง ห้ามจัดปาร์ตี้ ก็มีคนลอบจัดงาน ซึ่งคนไม่ร่วมมือก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยตอนนี้การระบาดระลอกใหม่เข้าสู่ช่วงสูงสุดของระฆัง และเริ่มลดลง คาดว่า 1-2 สัปดาห์ก็น่าจะลง ไม่ขึ้นไปสูงเหมือนช่วงแรกๆ
&amp;ldquo;กทม.-ปริมณฑล&amp;rdquo;ยังหนัก
นพ.โอภาสกล่าวว่า การติดเชื้อยังเป็นปัญหาหลักที่ กทม.และปริมณฑล โดยวันนี้ กทม.ติดเชื้อกว่า 400 ราย และนนทบุรีกว่า 100 ราย ส่วนเชียงใหม่ลดลงไม่ถึง 100 ราย ทุกจังหวัดก็ทำอย่างเข้มแข็ง บางจังหวัดมีสั่งใส่หน้ากาก ไม่ใส่มีปรับ หลายจังหวัดคุมได้ดี โดยแผนที่ประเทศไทยวันนี้มีติดเชื้อ 66 จังหวัด โดยพื้นที่สีแดงคือวันนั้นมีรายใหม่เกิน 100 ราย เหลือแค่ไม่กี่จุด คือ กทม. และนนทบุรี ส่วนสีส้มมีรายใหม่ 51-100 ราย แถวเชียงใหม่ ชลบุรี ที่เหลือเป็นเหลืองอ่อนหรือเขียวที่ติดเชื้อไม่มาก แต่สถานการณ์เป็นวันต่อวัน ต้องติดตามใกล้ชิด
สำหรับความคืบหน้าการฉีดวัคซีนนั้น นพ.ทวีศิลป์ระบุว่า ฉีดเข็มแรกสะสม 746,617 คน เข็มที่สองสะสม 118,223 คน ส่วนกรณีผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนที่เกิดอาการคล้ายโรคอัมพฤกษ์นั้น นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมอีโอซีได้หารือเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ และมีการนำเข้าข้อมูลจากคณะกรรมการพิจารณาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากวัคซีน 6 รายที่เกิดขึ้น โดยข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน แต่ไม่เกี่ยวกับล็อตการนำเข้า ซึ่งการฉีดวัคซีนมีประโยชน์มากกว่า ฉีดกันเป็นแสนราย แล้วมีผลข้างเคียงเพียงไม่กี่ราย จึงไม่จำเป็นต้องหยุด หลังจากนี้จะพิจารณาลงลึกถึงสาเหตุต่อไป และชุดข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกก็ระบุว่าการฉีดเป็นกลุ่มใหญ่อาจเกิดอาการข้างเคียง หลังจากนี้คงมีรายงานรายละเอียดออกมา แต่ขณะนี้ทุกรายอาการไม่หนัก และยืนยันการฉีดวัคซีนจะเดินหน้าต่อ ด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ แม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ก็ใช้ความสมัครใจ
ส่วน นพ.โอภาสกล่าวถึงแผนการนำเข้าวัคซีนเพิ่มเติม 35 ล้านโดสว่า เพื่อฉีดคนที่อยู่ในแผ่นดินไทยมากขึ้น จากเดิมตั้งเป้า 70 ล้านโดส เพิ่มเป็น 100 ล้านโดส ขณะนี้มีวัคซีนแล้ว 65 ล้านโดส โดยการจัดหาวัคซีนมาอีก 35 ล้านโดส มี 3 แนวทาง ดังนี้ 1.ให้ภาครัฐ โดย สธ.และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ไปเจรจาเพิ่มเติม ซึ่งก้าวหน้าหลายบริษัท 2.ภาคเอกชน โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยินดีบริจาคเงินให้รัฐบาลจัดซื้อ และฉีดให้กลุ่มเป้าหมายคือ คนในโรงงานอีก 10 ล้านโดส และ 3.โรงพยาบาล (รพ.) เอกชนจะขอจัดซื้อเอง โดยฉีดให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เช่น คนที่มีโรคประจำตัว และไปรักษาที่ รพ.เอกชนก็ฉีดวัคซีนนี้ เป็นต้น
&amp;ldquo;กระบวนการทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันคือ 1.ต้องมีระบบการดูแลความปลอดภัยตามเกณฑ์ที่กรมควบคุมโรคกำหนด 2.ต้องมีระบบรายงานที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งเรื่องที่สำคัญคือ การออกหนังสือการฉีดวัคซีน และ 3.ต้องมีระบบติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน ซึ่งภาคเอกชนก็เห็นพ้องต้องกัน&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;ldquo;ปูติน&amp;rdquo;พร้อมช่วยวัคซีน
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจาหารือกับรัฐบาลสหพันธรัฐรัสเซียโดยตรง เรื่องจัดหาวัคซีนสปุตนิก วี (Sputnik V) เพิ่มอย่างต่อเนื่องในรูปแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งล่าสุดนายกฯ ได้รับทราบรายงานว่าขณะนี้ กต.ได้รับคำตอบจากรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ยินดีให้การสนับสนุนรัฐบาลไทยเรื่องดังกล่าว นายกฯ จึงได้สั่งการให้ สธ.ดำเนินการต่อไปให้เป็นรูปธรรม ซึ่ง สธ.ได้นัดบริษัทตัวแทนวัคซีน สปุตนิก วี ในประเทศไทยมาหารืออย่างเร่งด่วนแล้ว
นายอนุชายังกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รับทราบการรายงานจาก สธ. ซึ่งยืนยันการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากซิโนแวค 2,070,279 โดส และแอสตราเซเนกา 89,040 โดส รวมการจัดสรรวัคซีนทั้งหมด 2,159,319 โดส โดยมีการจัดส่งและกระจายวัคซีนทั้งหมดไปทั่ว 77 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว เพื่อเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายโดยเร่งด่วน และขอให้มั่นใจว่าภายในสิ้นปี 2564 นี้ จะมีวัคซีนเข้ามากว่า 100 ล้านโดส สำหรับฉีดให้ประชาชนกว่า 50 ล้านคนแน่นอน
นายอนุชายังได้ชี้แจงไทม์ไลน์การนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ซึ่งทยอยเข้ามาตั้งแต่เดือน ก.พ.แล้วจากซิโนแวค 200,000 โดส และแอสตราเซเนกา 117,000 โดส เดือน มี.ค.นำเข้าวัคซีนซิโนแวค 800,000 โดส และเดือนเม.ย.นำเข้าซิโนแวค 1,000,000 โดส และในเสาร์ที่ 24 เม.ย.นี้ จะมีวัคซีนจากซิโนแวค 500,000 โดส และมีแผนนำเข้าซิโนแวคเพิ่มเติมในเดือน พ.ค.อีก 1,000,000 โดส ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับรัฐบาลจีน ขณะที่วัคซีนแอสตราเซเนกาที่ผลิตในไทยจะเริ่มทยอยส่งได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เบื้องต้น 6,000,000 โดส และเพิ่มจำนวนตั้งแต่เดือน ก.ค.ไปถึงสิ้นปี 2564 จนครบ 61,000,000 โดส นอกจากนี้ยังมีบริษัทผลิตวัคซีนยี่ห้อต่างๆ เสนอขายวัคซีนแก่ไทย โดย สธ.อยู่ระหว่างการพิจารณาหารือราคาและเงื่อนไข นอกจากนี้รัฐบาลเดินหน้าเตรียมพร้อมทั้งการจัดหาวัคซีนทางเลือกภาคเอกชนเพิ่มเติมอีกประมาณ 35 ล้านโดส ซึ่งจะทำให้วัคซีน 100 ล้านโดส ภายในปลายปี 2564 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์สั่งให้ สธ.แก้ไขปัญหาสายด่วน 1668 โทร.แล้วไม่มีใครรับสาย ว่านายกฯ ไม่ได้ตำหนิ การที่โทร.ไปไม่มีคนรับสาย ก็เหมือนกับโทรศัพท์ติดต่อบัตรเครดิต ซึ่งได้บอกให้กรมการแพทย์เพิ่มคู่สาย เพื่อปรับปรุงการให้บริการ แต่ยอมรับมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 โทรศัพท์เข้ามาจำนวนมาก
ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำนักงานประกันสังคม และสายด่วน 1506 กด 6 เพื่อเป็นช่องทางติดต่อให้กับผู้ประกันตนที่ไม่สามารถหาสถานที่ตรวจและสถานพยาบาลเข้ารับการรักษาในกรณีติดเชื้อได้ โดยจะให้คำแนะนำผู้ประกันตนที่เข้ารับบริการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ให้คำปรึกษาการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยจะให้บริการทุกวันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น. มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการจำนวนทั้งสิ้น 10 คู่สาย
สำหรับกรณี รพ.สนามที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การไปอยู่รวมกันจะทำให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นและกลายพันธุ์ของโรคหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การไปอยู่โรงพยาบาลสนามไม่ใช่อยู่อย่างสบายๆ ต้องเว้นระยะห่างกันทุกคน และใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งการอยู่ร่วมกันนี้จะได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ ถือว่าเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าอยู่ในบ้านของตัวเองหรือในชุมชน ซึ่งโรงพยาบาลสนามใน จ.เชียงใหม่และกรุงเทพฯ ก็ดูเรียบร้อยดี &amp;nbsp;
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รับทราบถึงปัญหาการรับ-ส่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อทำการรักษาในสถานพยาบาล รพ.สนาม และรวมถึงเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่เป็นโรงแรม (ฮอสพิเทล) ทั้งจากการรายงานของ สธ. การได้รับเรื่องร้องเรียนโดยตรง รวมถึงจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งนายกฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้สั่งการให้ สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้เร่งประสานบูรณาการส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว ในกรณีที่อยู่ในระว่างรอรับตัว ต้องแจ้งแนวทางปฏิบัติของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้ทราบอย่างชัดแจน
ใช้รถทหาร 30 คันส่งผู้ป่วย
พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งให้นำรถทหารเข้ามาช่วยในการลำเลียงผู้ป่วยโควิด-19 ว่าจะมาเข้าสนับสนุนในส่วนผู้ป่วยประเภทสีเขียว คือที่แพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่ามีผลเป็นบวก แต่อาการไม่มาก โดยจะเคลื่อนย้ายจากโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยได้เข้ารับการตรวจและเอกซเรย์ปอดวินิจฉัยแล้วเข้าข่ายผู้ป่วยประเภทสีเขียว ไปส่งยัง รพ.สนาม โดยเบื้องต้นกองทัพได้สนับสนุนรถทหารในภารกิจแล้ว 10 คัน และตามแผนจะใช้ 30 คัน โดยจะเป็นรถพยาบาลของกองพันเสนารักษ์ รวมถึงรถสองตอน ที่ต้องแยกระหว่างคนขับกับผู้ป่วยออกจากกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะดำการในกรุงเทพฯ เป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีหลายส่วนที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารกับกลุ่มคนสนิทแล้วมีการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีภาพหลุดออกมาเหมือนเป็นการปาร์ตี้ ว่าต้องขอโทษที่มีภาพหลุดออกมาจนเป็นประเด็นในสังคม แต่การไปร่วมรับประทานอาหารในครั้งนี้ไม่ใช่ปาร์ตี้ เป็นการรับประทานอาหาร ไม่มีดนตรีและการแสดงใดๆ และกิจกรรมดังกล่าวใช้เวลาไม่นาน
ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ยังได้ไล่เรียงไทม์ไลน์ก่อนระบุว่า ตนและครอบครัวได้ไปตรวจเชื้อแล้วมีผลเป็นลบ แต่จะกักตัวจนครบและตรวจหาเชื้ออีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกฯ และที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ ชี้แจงกรณีรายงานข่าวมีผู้พักอาศัยในซอยพิษณุโลก 1 เขตดุสิต ติดเชื้อโควิด-19 และเกิดความหวาดวิตกให้กับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งเป็นที่พักของตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบรัฐบาล ที่ส่วนหนึ่งทำงานอยู่ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ว่าหน่วยงานสอบสวนโรค และสำนักงานเขตได้เร่งเข้าไปตรวจสอบ พบว่าไม่มีข้อเท็จจริงกรณีตำรวจสันติบาลทำเนียบฯ ได้สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย สำนักโฆษกฯ จึงขอยืนยันว่าไม่มีตำรวจทำเนียบฯ เป็นผู้เสี่ยงสูง และที่ผ่านมาตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบฯ จะได้รับการตรวจโควิดเป็นระยะๆ อยู่แล้ว
ส่วนกรณีสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประสานกรมควบคุมโรคตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับบุคลากรส่วนต่างๆ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงนั้น ล่าสุดผลการตรวจหาเชื้อออกมาแล้วพบว่ามี 1 ใน 220 คนผลเป็นบวก ซึ่งเป็นพนักงานทำความสะอาด เพศชาย ฝั่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และในช่วงเช้า พนักงานรายดังกล่าวยังคงมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และร่วมกิจกรรมโครงการจิตอาสาเพื่อสังคมของวุฒิสภาในการขี่รถจักรยานยนต์ส่งอาหารในโครงการ &amp;quot;Senate Food ส.ว.มาแล้ว&amp;quot; เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนด้วย
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. ในฐานะคณะกรรมการดำเนินงานฯ ยอมรับว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าร่วมกิจกรรมจริง ซึ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้สั่งการให้ ส.ว. 6 คน รวมถึงข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่เข้าร่วมกว่า 30 คน กักตัวเป็นเวลา 14 วันแล้ว แต่ยืนยันว่ากิจกรรมดังกล่าวจะยังคงดำเนินการต่อ โดยจะปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยให้ ส.ว.ในพื้นที่ต่างจังหวัดดำเนินการได้ภายใต้หลักการโครงการเดียวกัน
ทั้งนี้ ส.ว. 6 คนที่เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงาน,&amp;nbsp; นายวัลลภ, นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร, ว่าที่ ร.ต.วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี และ พล.ต.โอสถ ภาวิไล
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ภายในสภาว่า ได้รับรายงานล่าสุดว่ามีเจ้าหน้าที่ของ ส.ว.ติดโควิด 2 คน และในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร 1 คน โดยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยุโทรทัศน์ของสภา ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลตรวจเชื้อ นอกจากนี้ยังมีบุคคลใกล้ชิดอยู่ระหว่างการรอผลตรวจอีก 25 คน และอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่สำนักกรรมาธิการ 2 ที่เป็นผู้หญิง เนื่องจากสามีติดโควิด-19 แล้ว ซึ่งผลการตรวจครั้งที่ 2 ยังไม่พบการติดเชื้อ
นพ.สุกิจกล่าวถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับ ส.ส. ว่า ส.ส.สามารถไปฉีดวัคซีนได้ตามที่รัฐบาลจัดสรรให้เท่ากับจำนวน ส.ส.ที่สถาบันบำราศนราดูร ห้องประชุมอัจฉรา ตั้งแต่วันที่ 16-30 เม.ย.นี้ เวลา 09.00-15.30 น. โดยขณะนี้มี ส.ส.ไปฉีดวัคซีนแล้ว จำนวน 110 คน
&amp;ldquo;เรื่องการฉีดวัคซีนไม่ควรพูดพาดพิงถึงบุคคลอื่น เพราะเรื่องนี้ถึงเป็นเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนที่จะฉีดหรือไม่ฉีด ซึ่งวัคซีนที่ฉีดให้คือเฉพาะ ส.ส. อย่าเอาทีมงานไป&amp;rdquo; นพ.สุกิจกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100380</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ช่วงพีกสุด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ปูติน, วัคซีนโควิด, ศบค., สปุตนิกวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60817fbe04bf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีน &#039;สปุตนิค วี&#039; รัสเซียตอบรับขายให้ไทยแล้ว &#039;บิ๊กตู่&#039; สั่งนัดบริษัทตัวแทนหารือเร่งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศของไทย เจรจาหารือกับรัฐบาลสหพันธรัฐรัสเซียโดยตรง เรื่องการจัดหาวัคซีน สปุตนิค วี (Sputnik V) เพิ่มมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมาในรูปแบบรัฐต่อรัฐนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้รับคำตอบจากสหพันธรัฐรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ยินดีให้การสนับสนุนรัฐบาลไทยในเรื่องดังกล่าว เนื่องด้วยไทยและรัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน และมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องกับรัฐบาลไทยในปัจจุบัน ซึ่งในเรื่องดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการต่อไปให้เป็นรูปธรรม และได้รับทราบว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีทันที โดยได้นัดบริษัทตัวแทนวัคซีน สปุตนิค วี (Sputnik V) ในประเทศไทย มาหารืออย่างเร่งด่วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า &amp;quot;ตามที่ผมได้สั่งการกระทรวงการต่างประเทศ เจรจาหารือกับรัฐบาลรัสเซียโดยตรง เรื่องวัคซีนสปุตนิค ในรูปแบบรัฐต่อรัฐ &amp;nbsp;เพิ่มมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน กระทรวงการต่างประเทศได้รับคำตอบจากรัสเซียว่า ประธานาธิบดีรัสเซีย ยินดีให้การสนับสนุนรัฐบาลไทยในเรื่องดังกล่าว เนื่องด้วยไทยและรัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน และมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องกับรัฐบาลปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการต่อไปให้เป็นรูปธรรม &amp;nbsp;และได้รับทราบว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการ ตามสั่งการแล้วโดยได้นัดบริษัทตัวแทนสปุตนิคในไทย มาหารืออย่างเร่งด่วนแล้วครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100337</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปูติน, รัสเชีย, วัคซีนโควิด, สปุตนิค วี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60813ff1cd680.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; เยือนอินเดีย ขายระบบมิสไซล์เอส-400 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเยือนอินเดียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางค้า, อวกาศ และความมั่นคง พ่วงด้วยการขายระบบป้องกันขีปนาวุธ เอส-400 อันน่าเกรงขาม มูลค่ากว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ที่อินเดียต้องการไว้ต่อกรกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ นเรนทรา โมดี ของอินเดีย (ขวา) โอบกอดประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อย่างสนิทชิดเชื้อ ก่อนหน้าการหารือที่ทำเนียบไฮเดอราบาดในกรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การตัดสินใจของรัสเซียเพื่อซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศ เอส-400 ของรัสเซีย มีขึ้นถึงแม้ว่ารัสเซียจะเผชิญกับความเสี่ยงที่จะโดนสหรัฐคว่ำบาตรเช่นเดียวกับที่จีนโดนเมื่อเดือนที่แล้ว เหตุจากซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซียที่ติดบัญชีดำคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศซื้อระบบอาวุธอันน่าเกรงขามของรัสเซียที่แหล่งข่าวระบุว่ามีมูลค่าราว 5,200 ล้านดอลลาร์นี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีปูตินเยือนกรุงนิวเดลี และได้พบปะกับนายกฯ นเรนทรา โมดี ของอินเดีย เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561 นอกจากข้อตกลงซื้ออาวุธนี้แล้ว ทั้งสองประเทศยังประกาศความร่วมมือด้านรางรถไฟ, ปุ๋ย และด้านอวกาศที่รัสเซียจะช่วยฝึกนักบินอวกาศของอินเดียสำหรับภารกิจในอวกาศครั้งแรกภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ระบบป้องกันขีปนาวุธ เอส-400 ไทรอัมพ์ ของรัสเซีย ร่วมในพิธีสวนสนามที่กรุงมอสโก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความร่วมมือที่แนบแน่นขึ้นระหว่างอินเดียกับรัสเซียนั้น เกิดในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐและชาติตะวันตกเลวร้ายที่สุดนับแต่สงครามเย็น และยิ่งดำดิ่งลงในสัปดาห์นี้เมื่อฝ่ายตะวันตกกล่าวหารัสเซียว่าโจมตีไซเบอร์ทั่วโลกอย่างอุกอาจหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน จุดยืนที่สหรัฐมีต่ออินเดียก็เกิดจากความคาดหวังผลประโยชน์ว่ายักษ์ใหญ่ของเอเชียชาตินี้จะต่อกรกับความถือดีมากขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว กองทัพของจีนและอินเดียเคยคุมเชิงกันบนที่ราบหิมาลัยที่จีนและภูฏาน ชาติพันธมิตรของอินเดีย ต่างอ้างสิทธิ์ จีนยังทำให้อินเดียไม่สบายใจด้วยการปล่อยเงินกู้แก่หลายชาติในมหาสมุทรอินเดียที่อินเดียเคยมีอิทธิพลอยู่ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาโนช โจชี จากหน่วยงานคลังสมอง มูลนิธินักสังเกตการณ์วิจัย ในกรุงนิวเดลี กล่าวว่า สำคัญที่อินเดียต้องรักษามิตรภาพกับรัสเซียไว้ เพื่อไม่ให้รัสเซียเอียงเข้าข้างจีน ขณะที่สหรัฐนั้น ไม่มีผลประโยชน์ในภูมิภาคนี้ที่ทับซ้อนกับนโยบายระดับภูมิภาคของอินเดียในแบบเดียวกับที่รัสเซียมี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19194</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายอาวุธ, นเรนทรา โมดี, ปูติน, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, อินเดีย, เอส-400</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb7775f54b0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปูติน&#039; ยืนกราน ผู้ต้องสงสัยวางยาอดีตสายลับเป็นแค่ &#039;พลเรือน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียยืนยันเองว่า ชาย 2 คนที่อังกฤษระบุเป็นผู้ต้องสงสัยวางยาพิษเพื่อลอบฆ่าเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย เป็นแค่พลเรือนที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย จึงไม่ใช่สายลับของกองทัพรัสเซียตามที่อังกฤษกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากตำรวจนครบาลอังกฤษ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2561 คนซ้ายคือรุสลาน โบชิรอฟ และคนขวาคืออเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำรัสเซียกล่าวระหว่างการประชุมเศรษฐกิจที่เมืองวลาดิวอสต็อกเมื่อวันพุธที่ 12 กันยายน 2561&amp;nbsp; ว่ารัสเซียสามารถระบุตัวชาย 2 คนที่อังกฤษกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องสงสัยลอบวางยาพิษโนวิช็อกทำร้ายสครีปัล อดีตจารชนสองหน้าวัย 66 ปี และยูเลีย ลูกสาววัย 33 ปีของเขาที่เดินทางจากรัสเซียมาเยี่ยมเขาที่เมืองซอลส์บรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งปรากฏว่าทั้งคู่เป็นพลเรือนและไม่เคยก่อคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ว่าพวกเขาเป็นใคร เราเจอพวกเขาแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาเป็นพลเรือน&amp;quot; ปูตินกล่าวตอบโต้คำกล่าวหาของอังกฤษที่ว่าผู้ต้องสงสัย 2 คนนี้เป็นสมาชิกของสำนักข่าวกรองทหารของรัสเซีย (จีอาร์ยู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูตินเรียกร้องให้ทั้งคู่ออกมาพบกับนักข่าวแล้วเปิดเผยข้อเท็จจริง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย &amp;quot;เรื่องนี้ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ผมรับประกันกับพวกคุณได้ เราจะได้รู้กันในอนาคตอันใกล้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่สถานีรถไฟซอลส์บรีเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2561&amp;nbsp; / Metropolitan Police Service / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอังกฤษระบุชื่อชาย 2 คนนี้ว่า คือ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ และรุสลาน โบชิรอฟ มีอายุประมาณ 40 ปี โดยอังกฤษประสานสหภาพยุโรปออกหมายจับพวกเขาแล้ว และทั่วยุโรปจะจับกุมเขาทันทีหากเดินทางออกจากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอังกฤษกล่าวว่า ทั้งคู่เดินทางจากกรุงมอสโกมาถึงสนามบินแกตวิกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม และเข้าพักที่โรงแรมซิตีสเตย์ บนถนนโบว์ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม พวกเขาเดินทางไปยังเมืองซอลส์บรี ที่นั่นพวกเขาฉีดสเปรย์โนวิช็อกที่ประตูหน้าบ้านของสครีปัล ก่อนที่จะเดินทางกลับมอสโกจากสนามบินฮีทโธรว์ในคืนวันเดียวกันนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่ถนนฟิชเชอร์ตันในเมืองซอลส์บรีเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2561 / Metropolitan Police Service / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17446</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอลส์บรี, ปูติน, พลเรือน, รัสเซีย, วางยาพิษ, สายลับสองหน้า, อังกฤษ, เซอร์เกย์ สครีปัล, โนวิช็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9935eacb339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครทำธุรกิจกับอิหร่าน สหรัฐจะไม่ทำธุรกิจกับผู้นั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป็นคำเตือนล่าสุดจากประธานาธิบดีทรัมป์ หลังประกาศจะคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านอย่างรุนแรงที่สุด และที่ทำเช่นนี้ &amp;ldquo;ก็เพื่อสันติภาพโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มีผลต่อทุกบริษัทในโลก :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นสำคัญที่ต้องตีความคือ รัฐบาลทรัมป์หมายถึงทุกบริษัทในโลกจริงๆ ใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจะเป็นมาตรการที่รัฐบาลสหรัฐข่มขู่เล่นงานบริษัทเอกชนทั่วโลก&amp;nbsp; โดยไม่สนใจว่าเป็นบริษัทสัญชาติใด และที่น่ากังวลคือห้ามทำธุรกรรมการเงินผ่านธนาคารของสหรัฐซึ่งบริษัทใหญ่เล็กทั่วโลกต่างใช้บริการด้วยกันทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กรณี บริษัทยุโรปที่ลงทุนในอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ มาตรการล่าสุดมีผลต่อบริษัทยุโรปที่ไปลงทุนในอิหร่านจำนวนมาก บริษัทเหล่านี้มักมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลตนเอง (แม้กระทั่งกับรัฐบาลสหรัฐ) หลายบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลก กองทุนต่างๆ มีส่วนถือหุ้น ถ้าพูดถึงความเสียหายที่เป็นรูปธรรม ความเสียหายเกิดกับบริษัทของอียูนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทันทีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศนโยบายดังกล่าว สหภาพยุโรปแสดงจุดยืนทำธุรกิจกับอิหร่านต่อ ทั้งยังจะรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำกับอิหร่านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าตีความในแง่บวก อียูและบริษัทของอียูเท่านั้นที่สามารถทำธุรกิจกับอิหร่านต่อไป เพราะเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนอียูกับรัฐบาลทรัมป์มีข้อตกลงว่าจะไม่ขึ้นภาษีสินค้าต่อกันอีก จนกว่าจะแก้ปัญหาเดิมที่มีอยู่แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าตีความในแง่ลบ รัฐบาลของอียูไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยืนยันให้ทำธุรกิจต่อ เพราะหากกลับลำเท่ากับยอมรับว่านโยบายที่ส่งเสริมให้ติดต่อกับอิหร่านนั้นผิดพลาดครั้งใหญ่ บริษัทเสียหายมากมายเกินว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบไหว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือรัฐบาลสหรัฐจะเล่นงานอียูตามคำขู่หรือไม่ จะสั่งเลิกทำธุรกิจกับบริษัทยุโรปจริงหรือไม่ หรือว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงคำขู่ หรือเลือกปฏิบัติต่อบางบริษัทเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามีการเล่นงานบริษัท คำประกาศจุดยืนของอียูที่ให้ทำธุรกิจกับอิหร่านต่อไปเท่ากับ &amp;ldquo;พูดไปอย่างนั้นเอง&amp;rdquo; เพราะรัฐบาลสหรัฐตอนนี้มีสิทธิ์คว่ำบาตรทุกบริษัท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือหมายความหมายที่ซ่อนอยู่ของจุดยืนทำธุรกิจกับอิหร่านต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หากทรัมป์คว่ำบาตรบริษัทเหล่านั้น อียูจะช่วยเอกชนของตนได้แค่ไหน คุ้มค่าหรือไม่ สุดท้ายการตัดสินใจอยู่ที่บริษัทเอกชนนั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าความเข้าใจเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร หลายบริษัทระงับการดำเนินกิจการในอิหร่านแล้ว ตัวอย่างบริษัทใหญ่ๆ เช่น บรรษัทน้ำมันเทเทล (Total) เครือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ PSA และเรโน (Renault) ของฝรั่งเศส แม้กระทั่งบริษัทรถยนต์เดมเลอร์ เอจี (Daimler AG - รถเบนซ์) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าควรทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าหากไม่กลัว ทำไมต้องระงับธุรกิจกับอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อธิบายด้วยแนวคิดจักรวรรดินิยม :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บทความ Trump Goes From Threatening Iran to Threatening the World ของ คริสนาเดฟ กามามูร์ (Krishnadev Calamur) นำเสนออย่างน่าสนใจว่านโยบายต่ออิหร่านในขณะนี้ไม่ได้มุ่งเล่นงานอิหร่านเท่านั้น มีผลต่อทุกประเทศทั่วโลก มุ่งภาคเอกชนโดยไม่เลือกว่าเป็นบริษัทใด จากประเทศไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่ได้มุ่งประเด็นการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านเท่านั้น ดังที่เคยนำเสนอในบทความก่อนว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านในขณะนี้มีเพื่อสันติเท่านั้น เหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติ (เช่น ผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ ใช้รังสีนิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง) การใช้นิวเคลียร์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานสหประชาชาติอย่างใกล้ชิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาอิหร่านเรื่องอื่นๆ คือ เรื่องสนับสนุนก่อการร้าย บ่อนทำลายคุกคามเพื่อนบ้านโดยเฉพาะพวกซาอุฯ กับอิสราเอล เหล่านี้เป็นประเด็นที่ต้องอธิบายรายละเอียดซับซ้อน แต่ถ้ารัฐบาลอิหร่านยอมรับเท่ากับต้องปรับเปลี่ยนนโยบายทั้งหมด แม้กระทั่งเปลี่ยนผู้ปกครองประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เท่ากับว่ากำลังข่มขู่บังคับให้อิหร่านสูญเสียอธิปไตย อยู่ใต้อำนาจของรัฐบาลสหรัฐนั่นเอง นี่คือการสำแดงความเป็นจักรวรรดินิยมของอเมริกาในยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทรัมป์ที่เอ่ยว่า &amp;ldquo;เพื่อสันติภาพโลก&amp;rdquo; น่าจะตีความได้ว่าคือสันติภาพที่สหรัฐเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียว เป็นเจ้าโลก ประเทศอื่นๆ เอกชนทุกรายทุกคนต้องอยู่ใต้อำนาจอิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในกรณีอิหร่าน อียูเป็นตัวอย่างที่ดี ความขัดแย้งเรื่องถอนตัวจากโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน คว่ำบาตรอิหร่าน เป็นประเด็นล่าสุดที่สมาชิกบางประเทศของอียูเห็นว่าอียูควรมีนโยบายต่างประเทศที่ถอยห่างจากอเมริกามากขึ้น มีอิสระมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล่าสุด ไฮโค มาส (Heiko Maas) รมต.ต่างประเทศเยอรมันกล่าวว่าเยอรมันกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปจะรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านต่อไป สหรัฐกำลังโดดเดี่ยวตัวเอง ความมั่นคงของตะวันออกกลางเป็นประโยชน์ต่อเยอรมัน หากระบอบอิหร่านล้มจะยิ่งก่อปัญหาหนักกว่าเดิม เยอรมันมีผลประโยชน์ของตัวเองที่ต้องรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การยืนยันจุดยืนที่แตกต่างของอียูเป็นการประกาศว่าอียูไม่ได้อยู่ใต้อิทธิพลของอเมริกา (หรือลดน้อยลง) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียแถลงว่าเป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐละเมิดข้อมติ 2231 ของคณะมนตรีความมั่นคงประชาชาติ (เรื่องนิวเคลียร์อิหร่าน) ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอยู่เหนือกติกา เหนือกฎหมายระหว่างประเทศเป็นอีกลักษณะเด่นของจักรวรรดินิยมอเมริกาที่มุ่งเขียนกติกาโลกเพื่อตัวเอง และฉีกกติกานั้นเมื่อเห็นว่าไม่ได้ประโยชน์มากพอ โดยพูดว่าขอเจรจาใหม่ ดังที่ทรัมป์ขอเจรจากับอิหร่านใหม่อีกรอบ ซึ่งหมายถึงอิหร่านต้องสูญเสียอธิปไตย สหรัฐมีนิวเคลียร์ป้องกันประเทศได้ อิสราเอลมีได้ แต่อิหร่านห้ามมี อิสราเอลสามารถไล่รื้อที่ปาเลสไตน์อย่างผิดกฎหมาย แต่อิหร่านไม่สามารถทำสิ่งใดๆ แม้กระทั่งพูดจาต่อต้านต่อประเทศที่คุกคามตน มีแต่ทรัมป์ที่จะพูดอะไรอย่างไรก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แสดงพลังอำนาจของจักรวรรดินิยม :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวที่เกิดกับอิหร่านสามารถอธิบายผ่านลัทธิจักรวรรดินิยมสมัยใหม่ ที่ความเป็นจักรวรรดินิยมเน้นการมีอำนาจอิทธิพลหรือรัฐหรือประเทศอื่นๆ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากประเทศนั้นเข้าตัวเองให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐทำต่ออิหร่านไม่ได้มุ่งหวังต่ออิหร่านเท่านั้น แต่เป็นการแสดงพลังอำนาจของจักรวรรดิ เพื่อให้ประเทศอื่นๆ ยอมสยบ โดยใช้ยุทธศาสตร์สร้างศัตรู (เช่น ให้อิหร่านเป็นศัตรู)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หลักยุทธศาสตร์สร้างศัตรู คือ ทำให้เป้าหมายกลายเป็นภัยคุกคามที่ต้องกำจัด จัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้วยการยกหลักการหรือเหตุผลบางอย่างที่ร้ายแรงมากและมักเกินจริง เพื่อชี้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรูที่ต้องจำกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเผชิญหน้าและแตกหัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หลักการกับเหตุผลที่หยิบยกไม่จำต้องถูกต้อง เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพื่อความถูกต้องสมเหตุผล เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งเพื่อสร้างศัตรูขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ควรตระหนักคือ ไม่ว่ายุคสมัยใด รัฐบาลสหรัฐจะต้องเล่นงานประเทศใดประเทศหนึ่งเพื่อแสดงพลังอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุคประธานาธิบดีทรัมป์แสดง &amp;ldquo;อำนาจ&amp;rdquo; ชัดเจนกว่าบางรัฐบาล ไม่ใช้วิธีปิดลับ ไม่ค่อยอ้างเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของตัวรัฐบาล อีกเหตุผลคือความเป็นประชาธิปไตยของสหรัฐกำลังถดถอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าอธิบายกรอบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเล่นงานอิหร่านไม่มีผลโดยตรงต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ แต่มีผลทางอ้อม เป็นการส่ง &amp;ldquo;คำเตือน&amp;rdquo; ถึงนานาชาติว่าหากไม่ยอมมอบผลประโยชน์แก่สหรัฐเท่าที่เขาต้องการ ประเทศนั้นอาจเป็น &amp;ldquo;ปรปักษ์&amp;rdquo; รายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หนึ่งในผลประโยชน์ที่สหรัฐเป็นเจ้าโลกคือสามารถกดดันให้นานาประเทศใช้เงินสกุลดอลลาร์เป็นค่าเงินหลักเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าเงินดอลลาร์ปัจจุบันเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ เป็นเหตุให้รัฐบาลสหรัฐสามารถพิมพ์เงินออกมาใช้จ่ายเรื่อยๆ โดยกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น ในอนาคตหากนานาชาติยกเลิกหรือลดการใช้เงินสกุลดอลลาร์ ค่าเงินจะอ่อนค่ารุนแรง กระทบต่อเศรษฐกิจสังคมอเมริกาอย่างมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คำถามที่ซ่อนอยู่และบวกแง่บวก :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถ้าไม่เอ่ยเรื่องการเมืองระดับโลกที่บางคนคิดว่าไกลตัว คำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์มีคำถามที่ซ่อนอยู่คือ การที่บริษัทหนึ่งถูกห้ามทำธุรกิจกับสหรัฐจะส่งผลดีผลเสียต่อสหรัฐอย่างไร พลเมืองอเมริกันคือผู้ต้องจ่ายราคาแก่นโยบายเล่นงานอิหร่านของทรัมป์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือคำถามสำคัญที่ยังรอคำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท้ายที่สุด ถ้ามองแง่บวกต่ออิหร่าน ในระยะยาวการคว่ำบาตรอาจไม่ส่งผลเป็นรูปธรรมมากนัก ญี่ปุ่น อินเดียและบางประเทศยังซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อไป บริษัทเอกชนหลายประเทศยังสามารถทำธุรกิจกับอิหร่าน เพราะอีกไม่นานทรัมป์จะอธิบายว่าการใช้มาตรการจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป หรือไม่ก็ทำเป็นหลับหูหลับตา ไม่รู้ไม่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์ก็เป็นเช่นนี้ ทั้งหมดขึ้นกับการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;-----------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าที่ทำเช่นนี้ &amp;ldquo;เพื่อสันติภาพโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/DonaldTrump/photos/a.488852220724.393301.153080620724/10161365431805725/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15196</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองระหว่างประเทศ, การเมืองโลก, ชาญชัย คุ้มปัญญา, ทรัมป์, ปูติน, สถานการณ์โลก, สหรัฐอเมริกา, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐคว่ำบาตรรัสเซียฐานใช้สารพิษโนวิช็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมใช้มาตรการลงโทษรัสเซียเพิ่มเติมกรณีที่รัสเซียถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการใช้สารพิษทำลายประสาทลอบทำร้ายอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียที่อังกฤษเมื่อหลายเดือนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของเฮทเธอร์ นาเวิร์ด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เมื่อวันพุธที่ 8 สิงหาคม 2561 ว่า มาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ของสหรัฐเป็นการตอบโต้การใช้สารพิษทำลายประสาท &amp;quot;โนวิช็อก&amp;quot; เพื่อพยายามลอบสังหารเซอร์เกย์ สครีปัล พลเมืองของอังกฤษ และยูเลีย ลูกสาวของเขา เมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า เป้าหมายของมาตรการนี้คือเพื่อลงโทษรัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ที่ &amp;quot;ใช้อาวุธเคมีหรือชีวภาพอย่างละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ&amp;quot; โดยการคว่ำบาตรชุดใหม่นี้จะเริ่มมีผลภายใน 15 วัน นับจากรัฐบาลแจ้งต่อสภาคองเกรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงอีกรายบอกกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจใช้มาตรการสันนิษฐานว่าปฏิเสธไว้ก่อน สำหรับการขายเทคโนโลยีของสหรัฐที่มีความอ่อนไหวด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า เทคโนโลยีที่ว่านี้มักใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น อุปกรณ์สอบเทียบเครื่องมือวัด ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐจะพิจารณาอนุมัติเป็นกรณีไป การคว่ำบาตรจะทำให้สูญรายได้จากการส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปยังรัสเซียหลายพันล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน การคว่ำบาตรจะไม่ครอบคลุมถึงภาคสำคัญๆ ซึ่งรวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบินอวกาศและความปลอดภัยการบินพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงโทษล่าสุดนี้เพิ่มเติมจากการคว่ำบาตรเมื่อเดือนมีนาคมของกระทรวงการคลังสหรัฐ เพื่อลงโทษพลเมืองรัสเซีย 19 ราย และองค์กร 5 ราย ฐานแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2559 ซึ่งเป็นการลงโทษที่หนักหน่วงที่สุดนับแต่ทรัมป์รับตำแหน่ง เดือนเดียวกันนั้น สหรัฐยังได้สั่งเนรเทศนักการทูตรัสเซีย 60 คน และปิดกงสุลใหญ่รัสเซียในนครซีแอตเติล ซึ่งทำให้รัสเซียตอบโต้ด้วยการสั่งขับนักการทูตสหรัฐ 60 คนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองพ่อลูกสครีปัลถูกพบหมดสติบนม้านั่งในเมืองซอลส์บรีของอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผลตรวจเวลาต่อมาพบว่า ทั้งคู่ได้รับสารพิษโนวิช็อกซึ่งพัฒนาโดยสหภาพโซเวียตในสมัยสงครามเย็น ทั้งคู่อาการวิกฤติ แต่สุดท้ายก็รอดชีวิต อังกฤษและสหรัฐกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือรัสเซีย แต่รัสเซียยืนกรานปฏิเสธ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน ยังมีชายและหญิงชาวอังกฤษได้รับสารพิษนี้ที่เมืองซึ่งอยู่ใกล้กับซอลส์บรี ฝ่ายหญิงเสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน แถลงประณามการคว่ำบาตรของสหรัฐ โดยอ้างเหตุการณ์ที่ซอลส์บรี ว่าเป็นเรื่องที่ &amp;quot;ยอมรับไม่ได้&amp;quot; แต่รัสเซียก็ยังหวังว่าจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์กับสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15075</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตร, ทรัมป์, ปูติน, รัสเซีย, สหรัฐ, โนวิช็อก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c49f969d8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์อยากเป็นมิตรกับรัสเซีย แต่เป็นมิตรเพื่อใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังการวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจากผู้แทนรัฐสภาทั้ง 2 พรรคใหญ่ ประธานาธิบดีทรัมป์ชี้แจงว่าตนพูดผิด จริงๆ แล้วต้องการพูดว่า &amp;ldquo;ผมคิดว่า &amp;lsquo;มี&amp;rsquo; เหตุผลว่าทำไมรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง&amp;rdquo; แทนคำว่า &amp;lsquo;ไม่มี&amp;rsquo; เหตุผลที่รัสเซียจะแทรกแซงเลือกตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในตอนแรกประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ใช่คนเดียวที่เปลี่ยนท่าทีมองรัสเซียเป็น &amp;ldquo;คู่แข่งขัน&amp;rdquo; แทนการเป็น &amp;ldquo;ปรปักษ์&amp;rdquo; (enemy) ส.ส. ส.ว.บางคนคิดเห็นตรงกับทรัมป์ รอดูผลงานของรัฐบาล แต่เมื่อการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐกับรัสเซียดำเนินไปสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมาชิกรัฐสภาหลายท่านทั้งจากพรรครีพับลิกันกับเดโมแครตตำหนิทรัมป์อย่างเปิดเผย ยกตัวอย่าง วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต มาร์ค วอร์เนอร์ (Mark Warner) วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) แถลงข่าวร่วมกันว่าประชาคมโลกต้องรับรู้ว่าชาติประชาธิปไตยเข้าไม่ได้กับรัฐบาลปูติน หรือระบอบอำนาจนิยมใดๆ ต้องร่วมกันต่อต้านการรุกรานจากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน เบน ซาซ์ (Ben Sasse) กล่าวว่า &amp;ldquo;ชาวอเมริกันผู้รักชาติทุกคนควรเข้าใจว่าปูตินไม่ใช่เพื่อนอเมริกา และไม่ใช่คู่หูของประธานาธิบดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอล ไรอัน (Paul Ryan) แกนนำสำคัญของพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า &amp;ldquo;เรายืนเคียงพันธมิตรนาโตและทุกประเทศที่กำลังเผชิญการรุกรานจากรัสเซีย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งอเมริกาหรือไม่ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่สิ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปลายปี 2016 กระแสข่าวรัฐบาลรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งดังหนาหูขึ้นทุกที ประธานาธิบดีโอบามาใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของท่านลงนามให้สืบสวนเรื่องนี้และดำเนินเรื่อยมา ล่าสุดคณะลูกขุนใหญ่ชี้ว่าจารชนรัสเซีย 12 คนเกี่ยวข้องกับการแฮกข้อมูลพรรคเดโมแครตหวังช่วยทรัมป์ให้ชนะเลือกตั้ง บ่งชี้ว่ารัฐบาลรัสเซียแทรกแซงกิจการภายใน บ่อนทำลายประชาธิปไตย เป็นภัยความมั่นคงร้ายแรง จำต้องปฏิบัติต่อรัสเซียในฐานะปรปักษ์ ลงโทษรัสเซียอย่างใดอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การพิจารณาคดีของศาลมาจาก กลุ่มหน่วยงานข่าวกรองที่ได้ร่วมสรุปแล้วว่ารัฐบาลปูตินแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังการประชุมสุดยอด ทรัมป์เชื่อว่ารัสเซียไม่ได้แทรกแซงเลือกตั้ง เหตุเพราะประธานาธิบดีปูตินปฏิเสธอย่างแข็งขัน คำพูดนี้อาจตีความว่าประธานาธิบดีสหรัฐเชื่อคำพูดของผู้นำรัสเซียมากกว่าหน่วยงานข่าวกรอง สถาบันศาลสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังถูกวิพากษ์อย่างหนัก ทรัมป์กล่าวซ้ำว่าตนยังเชื่อมั่นหน่วยงานข่าวกรองทั้งหมด แต่หากต้องการสร้างอนาคตที่ดีกว่าจำต้องมองข้ามอดีต เพื่อ 2 มหาอำนาจนิวเคลียร์จะเดินหน้าไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การพูดกลับไปกลับมา :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าพิจารณาอย่างละเอียด เมื่อทรัมป์เอ่ยถึงรัสเซียจะมีลักษณะเหมือนหลายประเด็น คือ กลับไปกลับมา (flip-flop) บางครั้งพูดแง่บวก บางครั้งพูดแง่ลบ บางครั้งบอกว่าจะทำแล้วเปลี่ยนเป็นยังไม่ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่ได้เสนอในบทความก่อนว่าในช่วง 100 วันของตำแหน่งประธานาธิบดี ลักษณะหนึ่งของโดนัลด์ ทรัมป์ คือนโยบายต่างประเทศที่เปลี่ยนกลับไปกลับมา ไม่ตรงกับที่หาเสียง เรื่องนี้อาจตีความว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ &amp;ldquo;คาดเดาไม่ได้&amp;rdquo; (unpredictable) ป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ล่วงหน้า จะไม่พูดตรงความจริง ดังที่ทรัมป์เคยพูดในช่วงหาเสียงว่าเป็นความลับ ไม่อาจเปิดเผยความจริง (บางครั้งที่พูดจึงเป็นเท็จ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลจากการที่เป็นเช่นนี้อาจมองว่าทำให้ &amp;ldquo;สามารถพูดเท็จ&amp;rdquo; หรือพูดโกหกสาธารณะ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่ากำลังพูดความจริงหรือโกหก ทั้งยังสามารถพูดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายตามความเหมาะสม เช่น เรื่องที่ทรัมป์พูดเป็นนัยโทษรัฐบาลเยอรมนีทรยศนาโต พร้อมๆ กับที่ชื่นชมว่าเป็นพันธมิตรในช่วงเวลาเพียง 2 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์กลายเป็นบุคคลที่สามารถสร้างข่าวเท็จ (fake news) ในขณะที่มักกล่าวโทษสื่อหรือผู้อื่นว่ากุข่าวเท็จ ไม่น่าเชื่อถือ มีเจตนามุ่งร้าย หว่านความแตกแยก สร้างความเกลียดชัง เป็นศัตรูต่ออเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทรัมป์อยากคืนสัมพันธ์ปกติกับรัสเซีย :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าประชุมสุดยอดกับปูติน ประธานาธิบดีทรัมป์เปรยว่าควรให้รัสเซียอยู่ในที่ประชุม G-7 อีกครั้ง หลังถูกขับออกจากกลุ่มในยุคโอบามาครั้งเหตุการณ์รัสเซียยึดไครเมียเมื่อปี 2014 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์แสดงท่าทีอย่างเปิดเผยว่าอยากคืนสัมพันธ์ระดับปกติกับรัสเซีย แม้ว่าปัจจุบันจะขัดแย้งกันหลายเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงประชุมนาโต ทรัมป์กล่าวว่าอียูคือปรปักษ์ (foe) ตัวสำคัญที่สุดของสหรัฐในขณะนี้ รัสเซียเป็นปรปักษ์เช่นกัน จีนเป็นปรปักษ์ทางเศรษฐกิจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเลวร้าย ความหมายคือพวกเขาเป็นคู่แข่ง (competitor) ผมเคารพผู้นำประเทศเหล่านี้ ผมรักประเทศเหล่านี้ แต่ในเรื่องการค้าพวกเขาเอาเปรียบเราและหลายประเทศที่ว่าคือสมาชิกนาโต อีกทั้งพวกเขาไม่เพิ่มงบกลาโหมอย่างที่ควร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำว่าปรปักษ์หรือศัตรู (foe) ตามความหมายของประธานาธิบดีทรัมป์ในที่นี้ ตีความได้ว่าไม่ใช่ศัตรูที่ต้องทำลายล้าง มองในเชิงคู่แข่งการค้าทำนองบริษัทคู่แข่ง เน้นเรื่องเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การเอ่ยว่าทั้งอียู จีน และรัสเซียล้วนเป็นปรปักษ์ทำให้เกิดภาพว่ารัสเซียไม่แตกต่างจากอียู (พันธมิตรนาโต) เพราะทั้งหมดคือคู่แข่ง เป็นการลดทอนภัยคุกคามจากรัสเซีย สวนทางกับที่นักยุทธศาสตร์ นักการเมืองอเมริกันหลายคนเห็นว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามองในแง่บวก การลืมอดีตเริ่มสัมพันธ์ใหม่เป็นแนวทางที่ใช้กัน แต่ต้องลงรายละเอียดว่าจะไปด้วยกันอย่างไร ในเรื่องใด เพราะมีหลายประเด็นที่สหรัฐกับรัสเซียขัดแย้งชัดเจน เช่น กรณีความมั่นคงของยูเครน ซีเรีย อิหร่าน เรื่องเยอรมันกับหลายประเทศในอียูซื้อน้ำมันจากรัสเซีย (ที่ทรัมป์เพิ่งกล่าวหารัฐบาลแมร์เคิลว่าร่วมมือกับศัตรูนาโต) ประเด็นสงครามการค้ากับจีนที่กำลังร้อนแรง การที่รัสเซียเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์สำคัญของจีน ฯลฯ มีคำถามว่ารัฐบาลสหรัฐพร้อมจะให้รัสเซียฟื้นฟูประเทศเต็มที่ บนพื้นฐานที่รัสเซียมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป็นมิตรเพื่อใคร :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงระหว่างประเทศ การเป็นมิตร หรือแม้กระทั่งเพียงลดความเป็นปรปักษ์ ลดการเผชิญหน้า จะส่งเสริมบรรยากาศสันติภาพโลกได้เป็นอย่างดี ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค หลายประเทศจะลดลง แต่แนวทางนี้สวนทางยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐที่มองเรื่อยมาว่ารัสเซียกับจีนเป็นปรปักษ์ เป็นภัยคุกคามร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น จะเป็นการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่หากรัฐบาลทรัมป์เปลี่ยนท่าทีต่อรัสเซีย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่หลายคนกังวลคือทรัมป์ใช้โอกาสนี้เจรจาลับกับปูตินเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และไม่มีผู้ใดรู้เพราะเป็นการพูดคุยในที่ลับ มีเพียงล่ามส่วนตัวเท่านั้นที่เข้าร่วม (แต่ล่ามส่วนตัวของทรัมป์อาจถูกเชิญออกนอกห้องก่อนการหารือจริงๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากสหรัฐคืนดีกับรัสเซีย ย่อมเป็นไปได้ว่าจะยุติคดีที่หน่วยงานหลายฝ่ายกำลังเดินหน้าจับผิดรัฐบาลรัสเซียที่แทรกแซงเลือกตั้ง ช่วยให้ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเป็นมิตรย่อมดีกว่าศัตรู คำถามคือเป็นมิตรเพื่อใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีอย่างน้อย 2 บุคคลสำคัญที่พูดต่อสาธารณะว่าประธานาธิบดีทรัมป์ &amp;ldquo;ขายชาติ&amp;rdquo; (treasonous) นั่นคืออดีตผู้อำนวยการ CIA จอห์น เบรนนัน (John Brennan) กับแกนนำรีพับลิกัน พอล ไรอัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แก้ไขอย่าแก้ตัว นิวเคลียร์อเมริกา : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันต่อมาหลังการประชุมสุดยอด ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความว่าบางคนเกลียดความจริงที่ว่าผมกับประธานาธิบดีรัสเซียไปด้วยกันได้ดี &amp;ldquo;พวกเขาต้องการทำสงคราม&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นการลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ทดสอบความจริงใจของทรัมป์ หากรัฐบาลทรัมป์รักสันติจริง ข้อเสนอที่หลายฝ่ายเอ่ยถึงเสมอมาคือให้ลดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปัจจุบันสหรัฐมีนิวเคลียร์เกือบ 6,800 หัวรบ รัสเซีย 7,000 หัวรบ ฝรั่งเศสมีราว 300 หัวรบ อังกฤษ 225 จีนมีเพียง 270 หัวรบ อินเดียมี 120-130 หัวรบ ปากีสถานมี 130-140 หัวรบ อิสราเอล 80&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่าในโลกนี้มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้นที่มีเป็นพันหัวรบ สามารถทำลายล้างโลกได้หลายรอบ หากสหรัฐกับรัสเซียต่างปรับลดเหลือ 2,000 หัวรบ จำนวนเท่านี้เพียงพอต่อการเป็นมหาอำนาจ ป้องปรามได้ทุกประเทศทั่วโลก การปรับลดจำนวนหัวรบให้เหลือไม่กี่พันจะเป็นข้อพิสูจน์ว่าประธานาธิบดีทรัมป์หวังสันติภาพจริงตามที่พูดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือว่าเป็นอีกเรื่องที่ทรัมป์พูดกลับไปกลับมา เอาแน่เอานอนไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับไปสู่แนวคำถามเดิม พูดกลับไปกลับมาเพื่อใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือคำถามที่ควรถาม สังคมควรหาคำตอบ.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;-------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : เป็นมิตรดีกว่าเป็นศัตรู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/DonaldTrump/photos/a.488852220724.393301.153080620724/10161273941595725/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13847</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, ทรัมป์, ปูติน, รัสเซีย, สถานการณ์โลก, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
