<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SCGโอดยอดขายQ1/62ร่วงเตรียมทวนแผนเติบโตบริษัทใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอสซีจี โอดยอดขายไตรมาสแรกของปีหด 5% ส่งผลกำไรลดเหลือ 1.16 หมื่นล้านบาท ชี้ราคาน้ำมันผันผวนกระทบต้นทุนการผลิตเคมีคอล พร้อมทบทวนแผนเติบโตทั้งใหม่ เสี่ยงพลาดเป้า 5% ยันยังไม่ลดงบลงทุน 6 หมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29เม.ย. 62 -นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือเอสซีจี เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2562 มีรายได้จากการขาย 112,379 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5% ส่งผลให้กำไรอยู่ที่ 11,662 ล้านบาท ลดลง 6% เนื่องจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลงตามความต้องการในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงชัดเจน สะท้อนสัญญาณตลาดเคมีภัณฑ์ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามเพื่อประกอบการทบทวนเป้าหมายยอดขายปีนี้อีกครั้งว่าจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ 5% หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ยอมรับว่าเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ตั้งไว้ 5% ไม่น่าจะไหว เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกับปีก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าอีก 3 ไตรมาสที่เหลือจะกวดทันหรือไม่ เนื่องจากความต้องการในตลาดของสินค้าแต่ละตัวอ่อนตัวลง ทำให้เกิดส่วนต่างราคาสินค้าปรับตัวลดลงตามไปด้วย ส่วนงบลงทุน 60,000 ล้านบาทยังคงเดิมเพราะเป็นแผนการลงทุนขนาดใหญ่ที่วางไว้&amp;rdquo;นายรุ่งโรจน์ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอ้างอิงตลาดเบรนท์ที่ปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากต้นปีอยู่ที่ประมาณ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้มีความกังวลว่ามีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลอีกเร็วๆ นี้ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากแยกผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2562 ตามรายธุรกิจ พบว่าธุรกิจเคมิคอลส์มีรายได้จากการขาย 46,240 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13% ธุรกิจแพคเกจจิ้งมีรายได้ 21,127 ล้านบาท ลดลง 4% ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้ 48,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ตามการขยายตัวของตลาดซีเมนต์ในประเทศที่คาดว่าไตรมาส 2/2562 จะขยายตัวได้ใกล้เคียงกับไตรมาสแรก แต่ช่วงเดือนเม.ย.เป้นเดือนที่วันหยุดต่อเนื่องหลายวัน จึงต้องประเมินปัจจัยต่างๆ ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่าแม้เบื้องต้นจะประเมินภาพรวมการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีจะขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย แต่หวังว่าจะมีแรงกระตุ้นจากการลงทุนภาครัฐเข้ามาต่อเนื่อง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากนักไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะเข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะหลายโครงการได้มีการประมูลเรียบร้อยแล้ว ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง จึงมองภาพรวมเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปูนซิเมนต์ไทย, รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae046db4397e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสซีจีเผยรายได้ Q3 ทะลุ 1.22 แสนล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอสซีจีเผยรายได้ไตรมาส 3 เติบโต 9% อยู่ที่ 1.22 แสนล้านบาท เผยกำไรลดจากวัตถุดิบพลังงานราคาสูงและปรับลดมูลค่าทรัพย์สินทางบัญชี พร้อมรับเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน ต้องปรับแผนลงทุนใหม่ภายใน 1-2 เดือนนี้ ชี้ชัดเจนไม่ลงทุนสถานีกลางบางซื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือเอสซีจี เปิดเผยถึงผลประกอบการของเอสซีจีในช่วงไตรมาส 3/2561 มีรายได้จากการขาย 122,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9% ตามการเติบโตของรายได้ทุกกลุ่มธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากตลาดโดยรวมที่มีแนวโน้มดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากโครงการลงทุนของภาครัฐ และเอกชนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งตลาดเคมิคอลส์และแพคเกจจิ้งที่ยังมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2561 มีรายได้จากการขาย 361,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ไตรมาส 3/2561 มีกำไร 9,473 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20% จากปัจจัยต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนการค้าโลกที่ชะลอตัว และการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี และ 9 เดือนมีกำไร 34,281 ล้านบาท ลดลง 19%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง เอสซีจีจึงติดตามสถานการณ์สงครามการค้า และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวม และทางบริษัทยังอยู่ระหว่างทบทวนแผนการลงทุน บางโครงการกำลังศึกษาความจำเป็นและคุ้มค่าเพื่อปรับลดการลงทุนให้เหมาะสม คาดจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 เดือนนี้ จากปัจจุบัน 9 เดือนของปีนี้ลงทุนไปแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาท คาดทั้งปีจะลงทุนอยู่ที่ 4-4.5 หมื่นล้านบาท และปีหน้าคาดว่าจะมีการลงทุนอยู่ที่ 5-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งล่าสุดมีความชัดเจนแล้วว่าเอสซีจีไม่มีแผนเข้าไปประมูลลงทุนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อ เพราะไม่มีความชำนาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเอสซีจีประเมินแนวโน้มธุรกิจในเครือไตรมาส 4 ของปีนี้ไม่น่าจะเติบโตอยู่ในระดับสูงเหมือนกับ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะเติบโตกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ตลาดโลกมีการปรับตามราคาน้ำมันและนาฟทาที่สูงขึ้นทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ในตลาดผันผวน ขณะที่ไตรมาส 3/2561 มีความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ตลาดรวมทั้งประเทศโต 7% และ 9 เดือนที่ผ่านมาโต 3% คาดทั้งปีความต้องการใช้รวมโต 5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า ผลกระทบจากสงครามการค้าอาจเอื้อให้เกิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจของเอสซีจีได้ ทางบริษัทจึงปรับตัวรับมือสถานการณ์เพื่อรักษาและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจให้มากขึ้นทั้งในระยะสั้นและยาว โดยการขยายฐานตลาดสู่ภูมิภาคอื่น เห็นได้จากแนวโน้มผลการดำเนินงาานของเอสซีจีนอกประเทศในไตรมาส 3/2561 มีรายได้จากการขาย 30,899 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 25% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15% ส่วน 9 เดือนมีรายได้จากการขายในภูมิภาค 87,943 ล้านบาท คิดเป็น 24% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 11% และมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอื่น 64,322 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของยอดขายรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีแผนบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน เห็นได้จาก 9 เดือนของปีนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้กว่า 400 ล้านบาท โดยเอสซีจีมีความสนใจที่จะลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) รองรับธุรกิจในเครือเอสซีจีส่วนใหญ่ที่ต้องใช้พลังงานสูง แต่ยังไม่มีแผนลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิตอล การพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียน และการทบทวนโครงการลงทุนและต้นทุนการลงทุน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปูนซิเมนต์ไทย, ผลประกอบการไตรมาส 3, รับเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0c37e1e36f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SCG โกยรายได้ 1.2 แสนล้านคาดทั้งปีสดใสแตะเป้าโต 10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอสซีจีโชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีนี้ทำเงิน 1.2 แสนล้านบาท แม้กำไรลดบ้างจากบางธุรกิจและช่วงเทศกาลทำให้เศรษฐกิจซบเซา แต่รายได้ครึ่งปีแรกยังสดใสโกย 2.38 แสนล.โต 6% คาดทั้งปีทำเป้าแตะ 10% คาดการณ์ภาพรวมตลาดปูนโตต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2561 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขาย 120,447 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11% เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่มีปริมาณขายและราคาขายเพิ่มขึ้น แม้จะมีกำไร 12,402 ล้านบาท ลดลง 6% แต่เป็นผลจากการดำเนินงานของธุรกิจเคมิคอลส์ และรายได้เงินปันผลรับจากเงินลงทุนในธุรกิจอื่นลดลง เพราะธุรกิจได้รับผลกระทบจากช่วงฤดูฝน และเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างซบเซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพรวมธุรกิจของบริษัทครึ่งแรกของปี 2561 มีรายได้จากการขาย 238,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6% เนื่องจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่มีกำไร 24,808 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรจากการขายเงินลงทุนรวมถึงราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีที่สูง และค่าเงินบาทที่แข็งตัวขึ้น รวมกับรายได้จากการส่งออกครึ่งปีแรกอยู่ที่ 64,993 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของยอดขายรวม โดยไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทประเมินแนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจปูนซีเมน์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ส่งผลให้ยอดขายปีนี้ทั้งปีของบริษัทยังคงคาดการณ์เติบโตได้ 10% แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงเรื่องมาตรการกีดกันการค้าระหว่างประเทศว่าจะส่งผลกระทบต่อไทยหรือไม่ พร้อมกับพยายามดูแลประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในจังหวะที่เงินบาทแข็งและอ่อนตามความเหมาะสมเพื่อป้องกันความผันผวนจากค่าเงินที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ โดยคาดการณ์ภาพรวมตลาดปูนซีเมนต์ครึ่งหลังของปีนี้น่าจะเติบโต1-3% จากครึ่งแรกของปีโต 1% ดังนั้นปีนี้ทั้งปีคาดว่าการใช้ปูนจะเติบโตกว่า 3%&amp;rdquo;นายรุ่งโรจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่าในช่วงครึ่งแรกของปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 18,000 ล้านบาท คาดทั้งปีจะใช้งบลงทุนประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท ลดลงจากครั้งก่อนประเมินไว้ที่ 50,000-60,000 ล้านบาท เนื่องจากบางโครงการไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามแผน แต่ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เอสซีจียังได้ขยายกำลังการผลิตของโครงการมาบตาพุดโอเลฟินส์ จากกำลังการผลิตปัจจุบัน 1.7 ล้านตันต่อปี เป็น 2.05 ล้านตันต่อปี ทำให้โครงการมีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบและสร้างโอกาสในการใช้ก๊าซโพรเพน ซึ่งมีต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2561 ในอัตรา 8.50 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 10,200 ล้านบาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 22 ส.ค.2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14141</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปูนซิเมนต์ไทย, ผลประกอบการ, รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0c37e1e36f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลเอกประยุทธ์ เปิดโครงการ “สานพลังประชารัฐ-พัฒนาบึงบางซื่อ” พื้นที่ 61 ไร่  สร้างบ้านมั่นคง  197 หลัง-พัฒนาบึงให้เป็นปอดใหม่ของกรุงเทพฯใช้งบ 600 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เขตบางซื่อ / พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เป็นประธานเปิดโครงการ &amp;ldquo;สานพลังประชารัฐ&amp;nbsp; พัฒนาบึงบางซื่อ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นความร่วมมือทั้งภาคเอกชนและรัฐ&amp;nbsp; โดย SCG. มอบที่ดิน&amp;nbsp; 10 ไร่&amp;nbsp; เพื่อสร้างบ้านมั่นคงให้ชาวชุมชนแออัดที่อาศัยอยู่รอบบึง 197 ครอบครัว&amp;nbsp; และพัฒนาพื้นที่รอบบึง 51 ไร่ให้เป็นสถานที่พักผ่อน&amp;nbsp; พื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; เป็นปอดใหม่ของกรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยใช้งบประมาณทั้งหมด 600 ล้านบาท&amp;nbsp; เริ่มโครงการกลางปีนี้และจะแล้วเสร็จภายในปี 2563&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พื้นที่บึงบางซื่อมีเนื้อที่ทั้งหมด 61 ไร่&amp;nbsp; เป็นที่ดินของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG. ขุดดินเอาไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตปูนซิเมนต์&amp;nbsp; จนกลายเป็นบึงหรือบ่อน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp; ส่วนพื้นที่รอบบ่อ&amp;nbsp; บริษัทฯ&amp;nbsp; สร้างบ้านให้พนักงานอยู่อาศัย&amp;nbsp; ต่อมามีการขยายครอบครัว&amp;nbsp;


แทงสล็อต &amp;nbsp;รวมทั้งคนจากภายนอกบุกรุกเข้ามาปลูกบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; บ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; บริษัท SCG ในฐานะเจ้าของที่ดินจึงมีแผนงานพัฒนาบึงบางซื่อขึ้นมา&amp;nbsp; โดยร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; เฟสแรก&amp;nbsp; จำนวน 45 ครัวเรือน&amp;nbsp; แล้วเสร็จในปี 2558 และจะดำเนินการอีก 197 ครัวเรือน&amp;nbsp; พร้อมทั้งพัฒนาบึงบางซื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; โดยความร่วมือของหลายหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้ (9 เมษายน)&amp;nbsp; เวลา 15.00 &amp;nbsp;น. พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; นายสมคิด&amp;nbsp; จาตุศรีพิทักษ์&amp;nbsp; รองนายกฯ และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ &amp;ldquo;สานพลังประชารัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การพัฒนาบึงบางซื่อ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่บริเวณบึงบางซื่อ&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; โดยมีพลเอกอนันตพร&amp;nbsp; กาญจนรัตน์&amp;nbsp; รมว.พม.&amp;nbsp; พล.ต.อ.อัศวิน&amp;nbsp; ขวัญเมือง&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ กทม.&amp;nbsp; พลเอกอภิรัชต์&amp;nbsp; คงสมพงษ์&amp;nbsp; ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp; นายรุ่งโรจน์&amp;nbsp; รังสิโยภาส&amp;nbsp; กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท SCG.&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp; โดยมีชาวบ้านรอบบึงบางซื่อและเครือข่ายบ้านมั่นคงเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 400 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวว่า โครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อเป็นความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน &amp;nbsp;และชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;ช่วยนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด &amp;nbsp;ซึ่งมีปัญหาทั้งในเรื่องของสุขอนามัย ความปลอดภัย &amp;nbsp;รวมถึงการเข้าถึงระบบบริการของภาครัฐก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก &amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีทะเบียนราษฏร์ &amp;nbsp;รัฐบาลจึงเห็นความสำคัญที่จะเข้ามาจัดระเบียบเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน &amp;nbsp;โครงการนี้จึงถือเป็นต้นแบบที่เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานตามโครงการประชารัฐ &amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนฐานราก รวมทั้งการส่งเสริมด้านอาชีพและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เกิดขึ้นในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ยังกล่าวถึง การพัฒนาคลองที่มีปัญหาน้ำเน่าเสีย &amp;nbsp;คลองอุดตัน &amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้เริ่มทำในคลองลาดพร้าว &amp;nbsp;ซึ่งมีประชาชนปลูกสร้างบ้านเรือนบุกรุกคลองเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งรัฐบาลก็มีความเข้าใจว่าเป็นคนจน&amp;nbsp; ไม่อยากไล่รื้อ &amp;nbsp;แต่รัฐบาลก็ต้องทำตามกฏหมาย &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการขยายคลองและจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชน &amp;nbsp;แต่ก็ยังมีประชาที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ต่อไปรัฐบาลก็จะต้องทำที่คลองเปรมประชากรด้วย &amp;nbsp;แต่ถ้าไม่ร่วมมือกันก็ทำไม่ได้&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายรุ่งโรจน์&amp;nbsp; รังสิโยภาส&amp;nbsp; กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท SCG.&amp;nbsp; กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่บริษัท SCG หรือบริษัทปูนซิเมนต์ไทย&amp;nbsp; ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; พัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนรอบบึงบางซื่อ&amp;nbsp; และพัฒนาบึงบางซื่อให้เป็นปอดใหม่ของชาวกรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยชุมชนรอบบึงบางซื่อมีทั้งหมด 5 ชุมชน&amp;nbsp; 250 ครอบครัว&amp;nbsp; ประชากรประมาณ&amp;nbsp; 1,300&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ที่ผ่านมา SCG&amp;nbsp; ได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ทำโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วตั้งแต่ปี 2556&amp;nbsp; รวม 45 ครัวเรือน&amp;nbsp; รูปแบบเป็นบ้านแบบทาวน์เฮ้าส์&amp;nbsp; ส่วนโครงการที่กำลังดำเนินการนี้&amp;nbsp; จะสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มอีก 197 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; โดย SCG มอบที่ดิน 2 แปลงเนื้อที่ 10 ไร่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวชุมชน&amp;nbsp; โดยมอบให้กรมธนารักษ์ดูแลที่ดิน&amp;nbsp; และให้ประชาชนเช่าระยะยาวในราคาถูก&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp; ร่วมโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การรถไฟมอบสัญญาเช่าที่ดินให้ SCG &amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นทางเข้า-ออกของชุมชน&amp;nbsp; เนื่องจากสภาพเดิมพื้นที่ที่ชุมชนตั้งอยู่เป็นพื้นที่ตาบอด&amp;nbsp; โดยใช้พื้นที่ของการรถไฟเป็นเส้นทางเข้า-ออกชุมชน&amp;nbsp; พอช.มอบสัญญาสินเชื่อและงบอุดหนุนก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้ชุมชนรวม&amp;nbsp; 48 &amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp; สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมอบเงิน 200 ล้านบาทเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาบึงฯ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครร่วมพัฒนาพื้นที่บึงฯ&amp;nbsp; ม.ศรีปทุมร่วมออกแบบโครงการ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;SCG. มีนโยบายว่า&amp;nbsp; SCG&amp;nbsp; ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินบึงบางซื่อมามากพอแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควรมอบที่ดินคืนเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมต่อไป&amp;nbsp; โดยมีแนวคิดการพัฒนาเป็น 2 ส่วน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.พื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เนื้อที่&amp;nbsp; 10 ไร่&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.พื้นที่บึงสาธารณะ&amp;nbsp; เนื้อที่ 51 ไร่&amp;nbsp; เพื่อปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายของประชาชน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาให้เป็นแหล่งทำมาหากินของชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การเลี้ยงปลา&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมอาชีพต่างๆ เพื่อให้ชาวชุมชนมีรายได้ เช่น&amp;nbsp; การเพาะเห็ด&amp;nbsp; การคัดแยกขยะรีไซเคิ้ลขาย&amp;nbsp; การนวดแผนไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp; กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม. ร่วมพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ &amp;nbsp;ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ มอบสินเชื่อให้ชุมชนบึงบางซื่อ 48 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสมภพ&amp;nbsp; พร้อมพอชื่นบุญ&amp;nbsp; ที่ปรึกษาโครงการ &amp;lsquo;สานพลังประชารัฐ - การพัฒนาบึงบางซื่อ&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผ่านมา SCG. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีการประชุมชี้แจงโครงการตั้งแต่ปลายปี 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการจัดตั้งคณะกรรมการในชุมชนต่างๆ เพื่อดำเนินงาน&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลชุมชนเพื่อนำมาวางแผนการพัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและอาชีพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันออกแบบที่อยู่อาศัยให้ตรงกับความต้องการ&amp;nbsp; วิถีชีวิต&amp;nbsp; และอาชีพของชาวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ชาวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีคุณสมบัติต่างๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ต้องเป็นผู้เดือดร้อนจริง&amp;nbsp; อยู่อาศัยในพื้นที่ SCG&amp;nbsp; ไม่ต่ำกว่า 5 ปี&amp;nbsp; ต้องเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์หรือสหกรณ์ฯ&amp;nbsp; ต้องเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; จึงได้ผู้เดือดร้อนและมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการรวมทั้งหมด 197&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; (ไม่รวม 45&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือนที่ทำโครงการบ้านมั่นคงไปก่อนหน้านี้แล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยแบ่งการก่อสร้างเป็น&amp;nbsp; 1.บ้านแถวหรือทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น&amp;nbsp; จำนวน 60&amp;nbsp; ห้อง&amp;nbsp; ขนาดห้องละ 56&amp;nbsp; ตร.ม.&amp;nbsp; ราคา 481,750&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; 2.อาคารชุด&amp;nbsp; 4 ชั้น&amp;nbsp; 3 อาคาร&amp;nbsp; รวม 133&amp;nbsp; ห้อง&amp;nbsp; ขนาด 31.5-38 ตร.ม.&amp;nbsp; ราคา700,182-844,664&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 3.บ้านสำหรับผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; จำนวน 4 ห้อง&amp;nbsp; ขนาด 12-15 &amp;nbsp;ตร.ม.&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 197 หลัง&amp;nbsp; ใช้งบประมาณทั้งหมด 129 ล้านบาท&amp;nbsp; โดยสำนักงานสลากกินแบ่งฯ สมทบเงินจำนวน&amp;nbsp; 71 ล้านบาท&amp;nbsp; ชุมชนสมทบจากเงินออมหลังละ 30,000 บาท&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 5.7 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนให้สินเชื่อรวม 48 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการพัฒนาบึงบางซื่อเนื้อที่ 51 ไร่&amp;nbsp; ให้เป็นสถานที่พักผ่อน&amp;nbsp; เป็นพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; เป็นพื้นที่แก้มลิงเพื่อรองรับน้ำและเป็นปอดใหม่ของกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จะดำเนินการไปพร้อมกับการสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะต้องใช้งบประมาณรวมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 600 ล้านบาท&amp;nbsp; ตามแผนงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาบึงบางซื่อจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp; และจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2563 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนบึงบางซื่อ&amp;nbsp; พอช.ได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในระยะแรกตั้งแต่ปี 2556 รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 45 ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนโครงการใหม่นี้มีทั้งหมด 197 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดย พอช.ให้งบอุดหนุนจำนวน 20,000 บาทต่อหลัง&amp;nbsp; และสินเชื่อชุมชนหลังละ 250,000 บาท&amp;nbsp; รวม &amp;nbsp;48 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการสานพลังประชารัฐครั้งนี้&amp;nbsp; ทำให้ชาวชุมชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; รวมทั้งมีงบประมาณสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน&amp;nbsp; ทำให้ชาวชุมชนมีภาระในการก่อสร้างบ้านน้อยลง&amp;nbsp; รวมแล้วชาวชุมชนจะต้องผ่อนส่งต่อครัวเรือนละ 300,000 บาท&amp;nbsp; หรือผ่อนเดือนละ&amp;nbsp; 2,247&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะเวลา 15 ปี&amp;nbsp; ส่วนกรรรมสิทธิ์ที่ดิน SCG มอบให้กรมธนารักษ์ดูแล&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกรมธนารักษ์จะให้ชาวชุมชนเช่าระยะยาว&amp;nbsp; อัตราตารางวาละ 4 บาทต่อเดือน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผอ.พอช.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการสานพลังประชารัฐพัฒนาบึงบางซื่อ&amp;nbsp; ถือเป็นตัวอย่างและเป็นทิศทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย &amp;nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp; และเป็นการพัฒนาทุกมิติ&amp;nbsp; ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว&amp;nbsp; แต่ยังมีการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; พัฒนาเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพและรายได้&amp;nbsp; ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; และเป็นแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พอช.มีแผนแม่บทระยะ 20 ปี&amp;nbsp; (พ.ศ.2560-2579) สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน 1,053,702 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดย พอช.จะนำแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกันทั้งเมืองและทุกมิติไปขับเคลื่อนให้เห็นผลต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6763</URL_LINK>
                <HASHTAG>SCG, นายกรัฐมนตรี, บางซื่อ, ปูนซิเมนต์ไทย, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, สานพลังประชารัฐ-พัฒนาบึงบางซื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb3a5988ec2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 23:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.๔๔ &#039;มือถือ-ทีวีดิจิทัล&#039; (อีกที)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้ ม.๔๔......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุ้ม AIS-TRUE ยืดค่างวดคลื่น ๙๐๐ กว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านออกไป ๕ ปี หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครม.เมื่อวาน (๓ เม.ย.๖๑) ยังไม่มีคำตอบ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องรอดูอังคารต่อๆ ไป ตามเทอมเวลา ภายในเดือนเมษา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้คำตอบ &amp;quot;อุ้ม-ไม่อุ้ม&amp;quot;?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ม.๔๔ เป็นอำนาจหัวหน้า คสช.คือนายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะองค์รัฏฐาธิปัตย์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำนาจนี้ จะชี้เป็น-ชี้ตายอย่างไรก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาชนไม่ว่า ถ้าการชี้นั้น...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่บนฐานเหตุและผล ยังประโยชน์ต่อชาติและสังคมรวม!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็อยู่ที่ใจนายกฯ ไม่บังอาจไปท้วงติงอะไรท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนตัดสินใจ ว่า........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะยืดค่างวดสุดท้าย ให้ ๒ ค่าย ผ่อนจ่ายเงินแสนล้านไปอีก ๕ ปี คิดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบงก์ชาติ คือ ๑.๕% หรือไม่?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมมี &amp;quot;แนวพิจารณา&amp;quot; จากศาล ให้ท่านใช้เป็นอนุสติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำเรื่อง &amp;quot;จำนำข้าว&amp;quot; ยิ่งลักษณ์ได้ใช่ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ เมษา ๖๐........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ท่านเรียกให้ยิ่งลักษณ์ &amp;quot;ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน&amp;quot; แก่ทางราชการนั่นน่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งลักษณ์ฟ้องกลับต่อศาลปกครอง ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่ง และขอให้มีคำสั่งทุเลาบังคับตามคำสั่งพิพาทไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลท่านว่า ดังนี้........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ศาลจะมีอำนาจออกคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาทในระหว่างพิจารณาคดีได้นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ๓ ประการ เกิดขึ้นครบถ้วนกล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (1) คำสั่งพิพาทน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (2) การให้คำสั่งพิพาทมีผลใช้บังคับต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง และ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (3) การทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อพิจารณาคำขอของนางสาวยิ่งลักษณ์และข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวนคำขอวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาแล้ว เห็นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีและพวกออกคำสั่งเรียกให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งนอกจากหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวแล้ว............&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองด้วยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเมื่อยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในชั้นนี้ จึงรับฟังไม่ได้ว่า หากศาลไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่นางสาวยิ่งลักษณ์ที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเห็นว่า เงื่อนไขตามข้ออ้างในคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิพาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีจึงไม่เข้าเงื่อนไขที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่เรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดีได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุกต์คิดดูเถอะครับ แนวทางไม่ต่างกัน ในประเด็นหลัก คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จะ &amp;quot;อุ้ม&amp;quot; ควรยึดเงื่อนไขกฎหมาย ๓ ข้อเป็นกรอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-สัญญาที่ AIS-TRUE ทำกับ กสทช.มีตรงไหนไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ไม่อุ้ม จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลังหรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ถ้าอุ้ม จะไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อแรก ชัดเจน สัญญาชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อที่สอง ตามที่ AIS-TRUE อ้างเหตุผลร้องให้ คสช.ใช้ ม.๔๔ อุ้ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าถ้าต้องจ่ายค่างวดที่ ๔ รวมแล้วกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้าน ทำให้เขาทั้ง ๒ จะไม่สามารถเข้าประมูลคลื่น ๘๐๐ ในปีนี้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากวงเงินกู้แบงก์ &amp;quot;เต็มแล้ว&amp;quot; นั้น!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณา คือ........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ถ้าไม่อุ้ม จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลังจริงหรือ?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็มาดูกัน หุ้นใหญ่ของ AIS&amp;nbsp; คือ...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัท อินทัช โฮลดิ้ง ๔๐%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; SINGTEL.........๒๓.๓๒%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อินทัช ก็คือ &amp;quot;บริษัท ชินคอร์ป&amp;quot; เดิม ของทักษิณ ที่ยิ่งลักษณ์ เคยเป็น CEO ก่อนมาเป็นนายกฯ นอมินีให้ทักษิณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิงเทล ก็กลุ่มทุนเทมาเส็กของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ทักษิณขายหุ้นให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี ๖๐ AIS มีกำไร ๓๐,๐๗๗ ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ่ายปันผล ๒ งวด รวม ๗.๒๖ บาท ต่อ ๑ หุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวาน (๓ เม.ย.) &amp;quot;เกศรา มัญชุศรี&amp;quot; กรรมการ-ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ แถลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี ๒๕๖๐ ใน SET ที่จ่ายเงินปันผลสูงสุด ๕ อันดับแรก คือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปตท. (PTT), แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC), ปูนซิเมนต์ไทย (SCC), ไทยพาณิชย์ (SCB), พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลค่ารวม ๑๓๒,๐๘๕ หรือ ๒๘% ของเงินปันผลทั้งหมดใน SET&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน TRUE หุ้นใหญ่สองอันดับแรก คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ๑๙.๖๒%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; CHINA MOBILE....๑๓.๔๗%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกนั้น ประกอบด้วยบริษัทเครือซีพีกับไชน่าโมบาย เป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; TRUE หลังจากขาดทุนต่อเนื่องยาวนาน ผลประกอบการ ปี ๖๐ กำไร ๒,๓๒๒ ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกาศจ่ายปันผลเป็นครั้งแรก หุ้นละ ๐.๐๓๑ บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลนี้ พิจารณาดูละกันว่า ทั้ง AIS-TRUE ประมูลได้คลื่น ๙๐๐ ไปทำธุรกิจแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขาดทุน หรือ กำไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำเป็นต้องอุ้มโดยขยายค่างวดให้หรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้วยรวยอันดับโลกของหุ้นใหญ่ AIS คือ อินทัชหรือชินคอร์ปเดิมกับเทมาเส็ก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหุ้นใหญ่ TRUE เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้มีเงินซื้อประเทศไทยได้ทั้งประเทศ กับไชน่าโมบาย โทรคมนาคมค่ายยักษ์ของจีน ถ้านายกฯ ไม่ใช้ ม.๔๔ อุ้ม..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; AIS กับ TRUE จะไม่มีเงิน ไม่มีสถาบันการเงินไหนจะให้วงเงินเพื่อเข้าประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...........ก็ให้มันรู้ไป!?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกเว้นแต่ ที่มีอยู่ เรอแล้ว-อ้วกแล้ว ไม่ต้องการ เป็นอีกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกประเด็นที่ควรมอง ที่ศาลปกครอง &amp;quot;ยกคำขอ&amp;quot; ยิ่งลักษณ์ ก็ด้วยเหตุผลว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนฟ้องนั้น........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองด้วยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือ การเอาเรื่องอนาคต ซึ่งยังไม่เกิด มากล่าวอ้างแบบทึกทักบนฐานสมมุติเป็นปัจจุบันมาฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เข้าเงื่อนไข และรับฟังไม่ได้!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่างวดที่ ๔ ที่ AIS-TRUE ต้องจ่าย รวมกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้าน นั้น ก็เหมือนกัน กำหนดในปี ๒๕๖๓ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืออีกตั้ง ๒-๓ ปี กว่าจะถึง.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการประมูลคลื่น ๘๐๐ ก็ยังเป็นเรื่องอนาคต!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ ๒ ค่ายรวมหัว ยกอนาคตเป็นเหตุปัจจุบัน อาศัยแต้ม &amp;quot;ผูกขาด&amp;quot; กลายๆ ในกิจการโทรคมนาคมในมือ เป็นทั้งแต้มต่อและแต้มขู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ยื่นเรื่องผ่าน กสทช.ด้วยนะ...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้ามหัว ทำหนังสือส่ง &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ให้ใช้ ม.๔๔ อุ้มโดยตรงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็อาจไม่ตรงซะทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฉี่ยวหัว &amp;quot;เนติบริกร&amp;quot; ที่ชื่อวิษณุไปก็ได้?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีแรกยังกำไรกันเป็นพัน-เป็นหมื่นล้าน จากฐานกำไรปีนี้ ถึงปี ๖๓ AIS จะกำไรรวมกว่าแสนล้าน&amp;nbsp; TRUE ก็จะเหยียบหมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แบบนี้ ถ้าใช้ ม.๔๔ อุ้ม.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากไม่เข้าเงื่อนไขกฎหมายข้อ ๓ แล้ว ยังบอกได้ว่า การอุ้มนี่แหละ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐและแก่บริการสาธารณะอย่างมาก!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งบประมาณที่คาดการณ์ไว้ในปี ๖๓ หายไปแสนกว่าล้าน เหลือแค่ดอก ร้อยละ ๑.๕ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่แบงก์และค่ายมือถือเอาไปหมุนได้ร้อยละ ๗-๒๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาหัวแม่ตีนตรองก็เห็น ว่า.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุ้มโจรไปปล้นต่อ หรือ พยุงคนล้มให้ยืน?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่พูดกันว่า &amp;quot;ฉ้อฉลเชิงนโยบาย&amp;quot; มันแบบไหน ก็แบบนี้แหละ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าไปเอาเหตุที่ยังไม่เกิดมาทึกทักเป็นเงื่อนไขอุ้มกันในปัจจุบันเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้ได้ไง ว่า..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดประมูลคลื่น ๑๘๐๐ แล้ว จะไม่มีใครมาประมูล มีแต่ DTAC เจ้าเดียว?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เพราะเจ้ามือถือกับพวกแบงก์ &amp;quot;ฮั้วกัน&amp;quot; ในระบบประมูลดอกหรือ ประเทศไทยจึงมีแค่ ๒-๓ เจ้าคล้ายผูกขาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วใช้ &amp;quot;ลูกค้าในมือ&amp;quot; เป็นแต้มบีบภาครัฐ... ไม่อุ้มกู เกิดปัญหา &amp;quot;คลื่นดับ&amp;quot; ประชาชนเดือดร้อน ไม่รู้ด้วยนะ !?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าจะอุ้มโดยสุจริต &amp;quot;โทรทัศน์ดิจิทัล&amp;quot; นั่นแหละ เป็นเหตุปัจจุบันที่เกิดขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุ้มเขาเถอะ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกทุกช่องหารือในเงื่อนไขสรุป แล้วใช้ ม.๔๔ เยียวยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาขณะนี้ เข้าเงื่อนไขกฎหมาย ๓ ข้อ และเป็นเหตุ-เป็นผล ทางดุลยธรรมบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าจะอุ้ม AIS-TRUE ก็มีเงื่อนไขเดียว........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยืดชำระ ๕ ปีก็ได้ แต่ดอกเบี้ยต้องเริ่มจาก ร้อยละ ๗-๒๐ สุดแต่ตกลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าร้อยละ ๑.๕ แสดงว่า &amp;quot;กินด้วยกัน&amp;quot;! &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6417</URL_LINK>
                <HASHTAG>AIS -TRUE, CHINA MOBILE., Dtac, SINGTEL, กสทช., คสช., จำนำข้าว, ทักษิณ ชินวัตร, บริษัท ชินคอร์ป, บริษัท อินทัช โฮลดิ้ง, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์, ปตท., ปูนซิเมนต์ไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พีทีที โกลบอล เคมิคอล, ม.44, ม.๔๔, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เกศรา มัญชุศรี, แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3246a7b7d39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
